จอมโจรทลายสวรรค์

    ตอนที่ 46 มังกรพิชิตอัสนี

          วันเวลาหมุนผ่านเวียนไปการฝึกปรือที่ไม่อาจล่วงรู้เวลา ห้องโถงของท่านอาจารย์ตงฟางสั่งการห้ามบุคคลภาพนอกเข้าพบไม่ว่ากรณีใดภายในถูกจัดเป็นสนามฝึกเฉพาะกิจ การฝึกปรือนับวันยิ่งทวีความเข้มข้นตลอดระยะเวลาช่วงเช้ามืดต้องเข้ามิติฝึกซ้อมการใช้ร่างกายให้คล่องแคล่วลากยาวจนถึงช่วงบ่ายปรับเปลี่ยนจากการใช้กำลังเป็นการสร้างรากฐานและความรู้พื้นฐานโดยทุกส่วนต้องสัมพันธ์กันทว่าความเด็ดขาดของการฝึกพิเศษยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อบรรดาศิษย์พี่ของมันเสร็จสิ้นกิจที่ต้องรับผิดชอบช่วงยามเย็นก่อนพลบค่ำต้องแวะเวียนมาฝึกปรือกระบวนท่ากับศิษย์น้องของมัน แต่ด้วยสภาพร่างกายของศิษย์น้องที่ผ่านการฝึกปรือมาทั้งวันดูคล้ายมันเมื่อยล้าไปทุกส่วน

     

          ทุกครั้งที่ศิษย์พี่ทั้งสองมันต้องประหลาดใจอย่างมากกระบวนท่าศิษย์น้องที่ดูเหมือนผู้ที่สิ้นไร้เรี่ยวแรงทว่ากลับสามารถปัดป้องได้อย่างเฉียดฉิวแต่ก็ไม่อาจทนได้เกินสามกระบวนท่าเฟยซุนต้องล้มลงนอนหมอบกลิ้งอยู่กับพื้น แต่ด้วยความเป็นศิษย์พี่ของกงซุนเกิดจิตเมตตาต่อศิษย์น้องพวกมันหวังลอบออมกำลังแต่ก็ไม่อาจพ้นสายตาของท่านอาจารย์ กลับกลายเป็นมันต้องโดนลูกบอลดินปืนปาใส่อย่างน่าหวาดหวั่นพร้อมทั้งโดนต่อว่าอย่างรุนแรง จนพวกมันต้องละทิ้งจิตเมตตาจนหมดสิ้น วินาทีที่พวกมันเข้าประมือกับศิษย์น้องความหนักหน่วงไม่อาจเทียบได้กลับคราวก่อนราวเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือสร้างความแตกตื่นให้ศิษย์น้องอย่างยิ่งยวด…

    .

    ..

    …

          แสงอาทิตย์ยามเที่ยงร้อนระอุกว่าทุกวันแผดเผาแผ่นหลังเหล่าศิษย์ที่ฝึกปรืออยู่บนลานฝึกจนไหม้เกรียมทว่าด้วยความร้อนแรงของแสงอาทิตย์ พวกมันไม่อาจฝืนทนต้องยอมแพ้หลบหลีกเข้าที่ร่มอย่างจำใจ

     

          ภายในห้องโถงอากาศก็ร้อนอบอ้าวเช่นกันชายหนุ่มสภาพสะบักสะบอมยากที่จะจดจำได้ทันที มันคุกเข่าทั่วร่างอาบชโลมไปด้วยเม็ดเหงื่อเสื้อผ้าขาดวิ่นเป็นริ้วๆ  รอยช้ำปรากฎทั่วร่างชายหนุ่มก้มหน้ามองพื้นไม่มีแม้แต่เสี้ยววินาทีที่มันจะกล้าเงยขึ้นมอง “เฟยซุนถึงแม้เจ้าไม่มีพื้นฐานในด้านการฝึกยุทธ์แม้แต่น้อย แต่เจ็ดวันที่ผ่านมาอาจารย์ชื่นชมในความพยายามของเจ้าหลายครั้งอาจารย์ก็อดประหลาดใจการอดทนของเจ้า อาจารย์ไม่รู้ว่ายามวัยเยาว์ของเจ้าผ่านอะไรมาบ้างแต่ที่รู้ตอนนี้เจ้าสามารถอดทนต่อการฝึกอันยากลำของข้าโดยมิปริปากบ่นแม้แต่น้อย อาจารย์ถือว่าเจ้าทำได้ค่อนข้างดี”ท่านอาจารย์ตงฟางทอดมองเฟยซุนด้วยสายตาชื่นชม สีหน้าเฟยซุนลอบแอบเผยรอยยิ้มอย่างภูมิใจทว่าความสุขอันหอมหวานอยู่ได้ไม่นาน “แต่…เรื่องการท่องจำของเจ้ากลับไม่พัฒนาแค่เรื่องความรู้พื้นฐานที่เจ้าควรรู้…กลับก็ไม่รู้ เรื่องที่ควรจำกลับไม่จำเจ้าจะมีหน้ากล้าบอกว่าตนเองคือศิษย์สายตรงของข้างั้นหรือ” วินาทีที่น้ำเสียงแข็งกร้าวเอ่ยขึ้นอุณหภูมิภายในห้องลดฮวบแปรเปลี่ยนอย่างกลับตาลปัตรใบหน้าที่เคยปรากฏรอยยิ้มพลันเปลี่ยนหม่นทะมึนในทันที ท่านอาจารย์ตงฟางลอบถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์“ลองเปลี่ยนวิธีจดจำเป็นภาพ มันอาจจะช่วยเจ้าได้” น้ำเสียงเรียบนิ่งขัดแย้งกับอารมณ์ของท่านอาจารย์ก่อนหน้านี้ทว่าน้ำเสียงเรียบนิ่งสามารถปลดเปลืองความกังวลใจที่มันมีทิ้งไปได้อย่างหมดสิ้น  เฟยซุนไม่รั้งรอเพียงสักวินาที มันรีบหลับตาลงเพียงไม่กี่อึดใจมันสามารถลงลึกได้ถึงห้วงสมาธิ ตัวอักษรทั้งสามเล่มล้วนผ่านตามาแล้วทั้งสิ้นทุกถ้อยคำทุกประโยคพลันไหลเวียนเข้าสู่ห้วงความทรงจำผันแปรเปลี่ยนเป็นภาพทั้งสามเล่ม‘ประวัติศาสตร์จักรววรดิมังกรฟ้า’ ‘ระดับชั้นทักษะ’‘ระดับชั้นปราณพื้นฐาน’…

     

    .

    ..

    …

          สามชั่วโมงต่อมาณ บริเวณที่รกร้างภายใต้อาณาเขตหมู่ตึกไขมังกร ปรากฎกลุ่มเหล่าศิษย์นับพันยืนประจันหน้ากันด้วยสายตาไม่เป็นมิตรแม้แต่น้อย“หนานจิ้ง เจ้าคิดว่ากลุ่มของเจ้าที่พึ่งก่อตั้งไม่ถึงเดือน จะสามารถรับมือกับกลุ่มวายุทมิฬของข้าได้อย่างนั้นเหรอ”ชายชุดฝึกสีฟ้าอ่อนศีรษะไร้เส้นผม รูปร่างสูงใหญ่ท่อนแขนและขาใหญ่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้ออันทรงพลัง “ชานหลง ข้าขอเตือนเจ้า…จงอย่ายึดติดกับความสำเร็จที่ผ่านมาจะดีกว่าบางทีมันอาจย้อนมาทำร้ายตัวเจ้าก็ได้นะ” หนานจิ้งเผยรอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

     

          “ฮ่าฮ่า หนานจิ้ง เจ้าก็เป็นเพียงศิษย์พี่ที่รังแกแต่ศิษย์น้องที่ไม่มีทางสู้ก็เท่านั้น…ยังมีหน้ามาท้าทายข้าอีก…ชั่งไม่เจียมตัว”  ชานหลงหัวร่ออย่างดูแคน “ปากดีไปเถิด อย่าคิดมาเสียใจภายหลังแล้วกัน”หนานจิ้งพลันกำหมัดอย่างแนบแน่นกำปั้นขาวซีดไร้เลือดฝาด “เฮ้อ…เจ้านี้…ท้าทายข้าตัวต่อตัวหรือหวังเพียงพูดคุยกับข้าเท่านั้นหรือ” ชานหลงเลิกคิ้วสูงเต็มไปด้วยความเย้ยหยันสุดขีด“เหอ เหอ แล้วเจ้าจะต้องเสียใจ”

     

    ย๊ากกกกตายยยยยยย

     

          พลังยุทธหนานจิ้งแผ่พุ่งไปทั่วร่างปลายเท้าจิกพื้นดินจนยุบสายตาชานหลงเห็นกระทำของหนานจิ้งมันไม่รีรอเร่าเร้าพลังยุทธขึ้นอย่างฉับพลัน ชานหลงพุงทะยานราวสายฟ้าฟาดพื้นดินบริเวณรอบที่ชานหลงเคลื่อนผ่านปริแตกอย่างน่าหวาดหวั่นกลางทางระหว่างทั้งสอง ท่อนแขนทั้งสองเข้าประทะกันอย่างบ้าระห่ำ พื้นดินบริเวณรอบปริแยกเป็นหลุมกว้างเปรี้ยะ เปรี้ยะ  เปรี้ยะ เสียงปราณที่กำลังต้านทานพลังยุทธแต่ละฝ่ายเสียงดังลั่นจนแสบหูสายลมหอบใหญ่พัดพุ่งเข้าศิษย์ทั้งสองฝั่งที่กำลังยืนดูด้วยสายตาตกตะลึงอย่างยากลำบากหนานจิ้งและชานหลงใบหน้ายังคงเรียบนิ่ง พวกมันต่างถูกพลังยุทธอีกฝ่ายกระแทกถอยหลังไปไกลนับสิบเก้าทว่าภาพเบื้องหน้าของชานหลง หนานจิ้งหายตัวไปราวกับภูติผีชานหลงกางสัมผัสขึ้นสูงสุดเพียงเสี้ยววินาทีมันจับสัมผัสได้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน  พลังปราณปกคลุมหมัดขวาอย่างลึกล้ำก่อนเหวี่ยงหมันออกไปขวาไปทางไม่มีผู้ใดอยู่อย่างรวดเร็วปังง หมัดของชานหลงปะทะเข้ากับบางอย่างที่แข็งแกร่งราวกับภูผาเพียงเสี้ยงวินาทีปรากฏเป็นหนานจิ้งที่ยกมือกั้นหมัดของชานหลงอย่างฝืนทนด้วยท่าร่างเฉพาะตัวหนานจิ้งกลับปรากฏทางด้านซ้ายมือขวาปกคลุมไปด้วยจิตผันแปรอย่างหนาแน่นก่อนเหวี่ยงหมัดอย่างโหดเหี้ยมทว่าด้วยสัมผัสอันสูงล้ำของชานหลงมันไม่พลาดคาดคะแนนได้อย่างแม่นย่ำชานหลงวาดเท้าซ้ายไปด้านหลังเบี่ยงหลบหมดอย่างฉับพลันมือซ้ายพุ่งฉกราวกับอสรพิษพุ่งจับกำปั้นอย่างแม่นย่ำด้วยพละกำลังอันเหลือล้นมันจับหนานจิ้งฟาดกับพื้นพลิกไปมาสามที่ราวกับกิ่งไม้แห้ง ก่อนเหวี่ยงหนานจิ้งไปบริเวณเหล่าศิษย์ที่กำลังอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด

     

    ตูมมมมมมมมมมม

     

          ฝุ่นคละคลุ้งเป็นวงกว้างรอบบริเวณเงียบสงัดไร้เสียงใดๆแม้แต่เสียงลมหายใจก็ไม่ปรากฏราวกับบริเวณนั้นไม่มีผู้คนสายตาทุกคู่จ้องมองชานหลงดั่งปีศาจยักษ์จอมพลัง ศิษย์ฝั่งหนานจิ้งตัวสั่นสะท้านเต็มไปด้วยความหวาดกลัว“หนานจิ้ง เจ้ามีดีเพียงแค่นี้เองเหรอ ฮ่า ฮ่า” เสียงหัวเราะระเบิดออกอย่างสะใจทว่าเสียงหัวเราะกลับไม่ได้ดึงดูสายตาแต่อย่างใด แต่สายตาทุกคู่เพ่งเล็งภายใต้กลุ่มควันที่กำลังจางหายปรากฏชายหนุ่มยืนนิ่งอย่างหยิ่งผยอง รอยยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พุดขึ้นจนน่าขนลุกชานหลงขมวดคิ้วเป็นปมราวกับมันสัมผัสถึงบ่งบอกถึงความไม่ถูกต้องบางอย่าง

     

          “ชานหลงเสียงหัวร่อข้าเจ้าเมื่อครู่…คงมิใช่ว่า…เจ้าจะชนะข้าได้…อย่างนั้นแล้วสินะ”ชานหลงเอ่ยปากขึ้นอย่างไม่สนใจ “เมื่อครู่…ไม่ว่าเจ้าจะใช่ลูกเล่นอะไรจะทำอะไรข้าได้บ้างละ” น้ำเสียงอันทระนงเอ่ยขึ้นมาอย่างเสียงดังฟังชัด “ฮ่า ฮ่าโง่งมสิ้นดี ”

     

          เพียงใบหน้าอันเยือกเย็นเหยียดหยันของหนานจิ้งแทบทำจิตใจที่สงบเยือกเย็นของชานหลงคลุ้มคลั่ง “จนปานนี้ ยังไม่รู้ตัวอีกว่าเจ้าพ่ายแพ้ต่อข้าไปแล้ว” สิ้นเสียงอันเย็นเหยียบ ปลายประสาทชานหลงเริ่มด้านชาดวงตาทั้งสองจ้องมองจุดเริ่มต้นอาการชา ต้นขาซ้ายของมันพบเข็มเงินบางเฉียบสามเล่มปักที่หัวเข่าโดยที่ไม่รู้ตัว‘ตอนไหนกัน’ จิตใจปั่นป่วนยากที่สงบลง อาการชาไม่อาจขยับลุกลามไล่จากช่วงล่างขึ้นสู่ช่วงบนดวงจิตคล้ายตกสู่เหวลึก ความหวาดหวั่นก่อตัวแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนทั้งร่างขยับได้เพียงสายตากลิ้งกลอกไปมา

     

    สวบสวบ

     

          เสียงฝีเท้าของศัตรูคืบคลานเข้ามาใกล้ชานหลงแม้งจะรู้สึกตัวแต่ไม่อาจขยับกายได้ดั่งใจนึก อาการชาลุกลามไปทั่วร่างไม่มีทีท่าหายแต่อย่างใดหนานจิ้งทอดมองชานหลงอย่างดูแคลน “บ้าแต่กำลัง…แต่ไม่รู้จักใช้สมอง งี่เง่าสิ้นดี”จิตผันแปรปกคลุมอย่างแขนซ้ายอย่างหนาแน่นสายตาที่จ้องมองหนานจิ้งไม่อาจจับทิศทางได้ร่างมันเคลื่อนไหววูบวาบราวกับสายลมไม่กี่อึดใจร่างมันปรากฏเบื้องหน้ามือขวายกบีบลำคอชานหลงจนขาทั้งสองลอยขึ้นจากพื้นมือซ้ายที่ปกคลุ้มด้วยจิตผันแปรชกเข้าไปที่ท้องน้อยอย่างโหดเหี้ยม จิตผันแปรจากเดิมที่คลุมปกแขนซ้ายไหลพุ่งเข้าไปท้องน้อยของชานหลงอย่างไร้ปราณีใบหน้ามันต้องบิดเบี้ยวไปด้วยความปวดร้าว สายตาชานหลงไร้ซึ่งแววตาหัวเข่าทั้งสองข้างไร้ซึ่งเรี่ยวแรงหล่นกระแทกพื้นดินดัง ตุบ ก่อนหมดสติไปท่ามกลางสายตาทุกคู่อย่างตกตะลึง

     

          บริเวณรอบกลับกลายเป็นสถานที่เงียบงั้นอีกครั้ง  เหล่าสมาชิกกลุ่มวายุทมิฬทั่วร่างต่างสั่นสะท้านไปทั้งกายจ้องมองหนานจิ้งดั่งราชาปีศาจที่ถือกำเนิด ความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจทุกคน “หัวหน้ากลุ่มของเจ้าพ่ายแพ้ต่อข้าแล้วข้าให้โอกาสพวกเจ้า…มาร่วมกับข้ามาสร้างความยิ่งใหญ่ด้วยกันกับข้าหรือไม่?” น้ำเสียงอันเย็นเหยียบที่ไม่คุยเคยกับสร้างแรงกดดันได้อย่างมหาศาลเหล่าศิษย์กลุ่มวายุทมิฬต่างมองตากันอย่างเลิ่กลั่ก สายตามันแฝงไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

     

          “เหอเหอ ทุกคนในที่นี้ก็เห็นชัดๆว่าเจ้า ใช้เล่ห์โกงลอบแอบใช้อาวุธลับในการประมือไหนเลยพวกเรากลุ่มวายุทมิฬจะยอมรับเจ้าได้ ข้าในฐานะรองหัวหน้ากลุ่มวายุทมิฬ  จะไม่ยอมรับเจ้าเด็ดขาด” คำพูดของชายคนนี้กลับสร้างแรงกระเพื่อมในจิตใจของเหล่าสมาชิกวายุทมิฬอย่างมหาศาล“ใช่ ใช่ เจ้ามัน ขี้ขาดถึงกับลอบใช้กลโกง” เหล่าสมาชิกวายุทมิฬเริ่มผสมโรงต่อต้านหนานจิ้งอย่างเกรี้ยวกราด“อย่างนั้นรึ” ทันทีที่สิ้นเสียงหนานจิ้ง ร่างมันไหววูบปรากฏเบื้องหน้ารองหัวหน้ากลุ่มวายุทมิฬอย่างไม่ทันตั้งตัว“ข้าก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็เป็นคุณชายเปาหยวนนี้เอง” สิ้นเสียงหนานจิ้งฝ่ามือพุ่งแหกอากาศตบหน้าคุณเปาหยวนจนเสียหลักล้มลงทว่าด้วยศักดิ์ศรีรองหัวหน้ากลุ่มวายุทมิฬค้ำคออยู่ มันฝืนลุกขึ้นประจันหน้าหนานจิ้งทันที่เสี้ยววินาทีที่มันกำลังเด้งลุกขึ้นมา มันต้องพบกับฝ่ามืออันโหดเหี้ยมฟาดเข้าที่ใบหน้าจนหัวทิ่มพื้นเศษดินกลบใบหน้าเปาหยวนอย่างทารุณ“มีใครอีกไหม ที่คิดว่าข้านั้นไม่เหมาะสม ถ้าหากใครที่ไม่พอใจจงก้าวออกมา” สิ้นเสียงของหนานจิ้งเหล่าสมาชิกวายุทมิฬต่างก้มหน้าไม่อาจจ้องมองใบหน้าของหนานจิ้ง ขาพวกมันอ่อนแรงราวกับถูกปราณอันลึกลับกดทับพวกมันไม่อาจรับมือได้“มี ใคร อีก ไหม” หนานจิ้งเอ่ยขึ้นที่ละคำอย่างช้าๆ

     

          “ถ้าไม่มี…พวกเจ้าต้องเข้ากลุ่มของพวกเรามิเช่นนั้นพวกเจ้าต้องเป็นดั่งเจ้าเปาหยวน” ต้วนกงฝูเอ่ยขึ้นท่ามกลางความกังวลใจของเหล่าสมาชิกวายุทมิฬเมื่อศิษย์ที่ขวัญอ่อนที่สุดเจอคำขู่ขวัญเช่นนี้ ไม่อาจทนทาน “ขะ…ข้าขอเข้าร่วมกลุ่มด้วย” ทันทีที่สิ้นเสียงเกิดคลื่นระลอกแห่งความหวาดกลัวศิษย์ทุกคนในกลุ่มวายุทมิฬพลันชันเข่าขอเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรหนานจิ้งอย่างพันวัล “พวกเราขอเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรหนานจิ้งด้วยขอรับ”หนานจิ้งที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างศิษย์ทิ้งสองฝ่ายปลดปล่อยปราณอัสนีอย่างหนาแน่นก่อนสายฟ้าทั่วร่างไหลหลอมรวมสู่ฝ่ามือที่ชูขึ้นฟ้าสายฟ้าก่อตัวรูปร่างคล้ายหัวมังกรที่มีประกายอัสนีกระพริบอยู่ตลอด ปริมาณสายฟ้าไหลออกจากฝ่ามืออย่างบ้าคลั่งเปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี้ยง เปรี้ยง

     

           เสียงสายฟ้าฟาดดังสนั่นหวั่นไหวเหล่าศิษย์ที่อยู่รอบบริเวณต่างเอามือทาบหูปิดกั้นเสียงกันอย่างพัลวัน “นี้มัน…ฝ่ามือมังกรพิชิตอัสนี”ต้วนกงฝูกล่าวขึ้นด้วยสายตาตกตะลึงสุดขีด “ท่านพี่…ทะ…ท่านสามารถตีความในจารึกของศิลาเจ็ดอัสนีประจำตระกูลได้แล้วอย่างนั้นเหรอ” ด้วยน้ำเสียงอันตื่นตระหนกของกงฝูกับได้ยินกันทั่วลาน เหล่าผู้คนที่ยืนจดจ้องด้วยดวงตาที่เหม่อลอยไม่มีใครที่ไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของฝ่ามือนี้ ‘ฝ่ามือมังกรพิชิตอัสนี’ ดวงตากงฝูกลับมาควบแน่นสติคล้ายกลับคืนก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ “ทะ…ท่านพี่…ในที่สุดท่านพี่ก็สำเร็จฝ่ามือนี้เสียที…อานุภาพชั่งร้ายกาจยิ่งนัก”หนานจิ้งพยักหน้าให้กงฝูเบาๆ ก่อนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “นับจากนี้ไป…ข้าจะใช้ชื่อกลุ่มมังกรพิชิตอัสนี…”  

     

    ณหน้าห้องโถงผู้อาวุโสตงฟาง


          เฟยซุนยืนเหม่ออยู่หน้าห้องโถงอยู่หลายอึดใจก่อนเอ่ยพ่นคำองยออกอย่างโล่งใจ “เฮ้อออ…ในที่สุด…ข้าก็ผ่านมันไปได้….เป็นเจ็ดวันที่ทรมานที่สุดในชีวิตข้า…วันนี้ข้าขอนอนให้สะใจหน่อยเถอะ” มันมุ่งสู่ที่พักอย่างเร่งรีบด้วยอาการเหนื่อยล้าสุดขีดหัวมันยังไม่ถึงหมอนก็พล่อยหลับไปตั้งแต่พระอาทิตย์มิตกดิน…

     

    คล้ายกับเรื่องจอมโจรทลายสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    เจ้าของร้านพิศวง [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    71K 458
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    คัมภีร์ลับแห่งฉางอัน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    388K 744
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271