ตอนที่ 61: พ่ายแพ้และบาดแผล
ประตูลิฟต์ส่วนตัวสีทองเหลืองรมดำเปิดออกสู่ชั้นเพนท์เฮาส์ของ "Secret Trance Therapy" อย่างเงียบกริบ ทว่าค่ำคืนนี้ บรรยากาศแห่งความหรูหราผ่อนคลายที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์และไม้จันทน์ กลับถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอายคาวเลือด เหงื่อไคล และความพ่ายแพ้ที่ลอยคละคลุ้งออกมาจากกลุ่มคนในชุดเครื่องแบบยุทธวิธีสีดำที่เพิ่งก้าวพ้นขอบประตูลิฟต์
ร่างสูงใหญ่ของผู้พันวุฒิ ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษที่เคยสง่างาม เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเป็นผู้นำที่ลูกน้องทุกคนต่างเคารพรัก บัดนี้ก้าวออกมาจากลิฟต์ด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วเหล็กกล้า เครื่องแบบยุทธวิธีสีดำของเขาฉีกขาดหลุดลุ่ย เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินเหนียวเหนอะหนะและคราบเลือดสีแดงคล้ำที่แห้งกรังติดอยู่ตามขอบเสื้อเกราะกันกระสุน ใบหน้าคมเข้มที่เคยฉายแววความมั่นใจในฐานะจ่าฝูงของหน่วยรบ บัดนี้ซูบซีดไร้สีเลือด ดวงตาของเขาเบิกโพลงแต่กลับไร้จุดหมาย มีเพียงความว่างเปล่า ความอัปยศอดสู และรอยร้าวลึกซึ้งที่ฉายชัดอยู่ลึกสุดในแววตา
วุฒิหายใจเข้าออกอย่างยากลำบาก ทุกครั้งที่เขาสูดอากาศเข้าไปในปอด เขากลับได้กลิ่นสนิมเหล็กและกลิ่นคาวกามในโกดังร้างแห่งนั้นลอยมาเตะจมูก ภาพหลอนของการกระทำอันน่ารังเกียจยังคงฉายวนซ้ำไปซ้ำมาในโสตประสาทไม่รู้จักจบสิ้น
*‘นายคือสัตว์ป่า... นายคือผู้ล่า... จงฉีกทึ้งเสื้อผ้าของเธอซะ...’*
เสียงหัวเราะแหลมสูงอันชั่วร้ายของ ‘รัชชา’ นางมารร้ายแห่งวงการสะกดจิตใต้ดิน ยังคงดังก้องสะท้อนอยู่ในหัวของเขา ควบคู่ไปกับภาพสองมือของเขาเอง... สองมือที่หยาบกร้านจากการจับปืนเพื่อปกป้องประชาชน แต่ในคืนนี้ สองมือคู่นี้กลับถูกบงการให้กระชากเสื้อเกราะและชุดเครื่องแบบของผู้กองเมย์ออก ก่อนจะล่วงเกิน ย่ำยี และสัมผัสเรือนร่างของเพื่อนร่วมงานที่เขารักเสมือนน้องสาวแท้ๆ ต่อหน้าต่อตาศัตรู โดยที่ตัวเขาเองไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อหรือขัดขืนคำสั่งจิตใต้สำนึกนั้นได้เลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกตอนที่ปลายนิ้วของเขาสัมผัสลงบนผิวเนื้อที่สั่นเทาของเมย์... ความรู้สึกที่เขาไม่อาจหยุดการกระทำป่าเถื่อนของตัวเองได้... มันคือตราบาปที่กรีดลึกลงไปในจิตวิญญาณจนเขาอยากจะควักหัวใจตัวเองออกมากระทืบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่ต่างอะไรกับอสุรกายที่น่าขยะแขยงที่สุดในโลกใบนี้
ด้านหลังของวุฒิ เจ้าหน้าที่ตำรวจหน่วยพิเศษสองคนกำลังประคองร่างของผู้กองเมย์ นายตำรวจหญิงเหล็กแห่งหน่วยสืบสวนที่บัดนี้อยู่ในสภาพไม่ต่างจากนกปีกหักที่ถูกเหยียบย่ำจนแหลกสลาย เสื้อเกราะยุทธวิธีของเธอถูกถอดทิ้งไปแล้ว เหลือเพียงเสื้อยืดซับในสีดำที่ขาดวิ่นจนต้องนำเสื้อแจ็คเก็ตของลูกน้องมาคลุมทับเรือนร่างที่สั่นเทาเอาไว้ ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เคยมั่นใจเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา ฝุ่นควัน และรอยฟกช้ำ ดวงตาของเธอเบิกกว้างอย่างคนเสียขวัญ ริมฝีปากสั่นระริกพึมพำคำพูดที่ไม่มีใครจับใจความได้ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะก้าวเดินไม่ไหว ต้องอาศัยแรงประคองจากเพื่อนตำรวจในการลากตัวเข้ามาในคลินิก
"พี่วุฒิ!"
เสียงหวานใสที่คุ้นเคยดังขึ้นทำลายความเงียบอันหนักอึ้ง มิ้นท์... ภรรยาสาวแสนสวยของผู้พันวุฒิที่นั่งรอคอยการกลับมาของสามีด้วยความกระวนกระวายใจมาตลอดหลายชั่วโมง ผุดลุกขึ้นจากโซฟาตัวใหญ่ เธอวิ่งถลาเข้าไปหาสามีด้วยความดีใจและโล่งอกที่เห็นเขายังมีชีวิตรอดกลับมา นัยน์ตาของเธอเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความห่วงใย เธออ้าแขนออกกว้าง หวังจะสวมกอดร่างแกร่งของสามีสุดที่รักเพื่อปลอบประโลมและซึมซับไออุ่นที่เธอโหยหา
ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วเรียวเล็กของมิ้นท์แตะลงบนท่อนแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของผู้พันวุฒิ ร่างกายของเขากลับสะดุ้งสุดตัวอย่างรุนแรงราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าอย่างจัง
"อย่า... อย่าเพิ่งโดนตัวพี่..." วุฒิเค้นเสียงแหบพร่าและสั่นสะท้านออกมาจากลำคอที่แห้งผากราวกับผงธุลี
เขาถอยร่นไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว ก้าวถอยห่างจากภรรยาของตนเองราวกับว่าเธอคือสิ่งต้องห้าม เขาเบือนหน้าหนี ไม่กล้าแม้แต่จะสบตากลมโตแสนบริสุทธิ์ของมิ้นท์ มือหนาทั้งสองข้างสั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้ เขาก้มลงมองมือของตัวเอง... มือที่เพิ่งล่วงเกินหญิงอื่น มือที่แปดเปื้อนไปด้วยความอัปยศ เขาจะกล้าใช้มือคู่นี้โอบกอดภรรยาที่เขารักสุดหัวใจได้อย่างไร? เขาจะกล้ามองหน้าเธอได้อย่างไรในเมื่อเขารู้สึกว่าตัวเองสกปรกและโสมมเกินกว่าจะอยู่ใกล้ผู้หญิงที่ดีอย่างมิ้นท์ ความรู้สึกผิดบาปกดทับลงมาบนบ่าจนชายหนุ่มร่างยักษ์แทบจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้น เขาอยากจะร้องไห้ตะโกนออกมาดังๆ แต่ก็ไม่อาจทำได้ ได้แต่เก็บกดความเจ็บปวดไว้ภายในจนแทบกระอักเลือด
มิ้นท์ชะงักค้างอยู่กับที่ สองแขนที่อ้าออกค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ มือบางสั่นเทาขณะมองท่าทีหมางเมิน หวาดกลัว และรังเกียจตนเองของสามี นัยน์ตาของเธอเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสับสนและปวดร้าว เธอไม่เคยเห็นวุฒิในสภาพที่แตกสลายและเปราะบางเช่นนี้มาก่อนในชีวิต เขาเคยเป็นภูเขาหินที่แข็งแกร่ง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรที่ปกป้องเธอเสมอมา แต่วันนี้... ภูเขาลูกนั้นกำลังพังทลายลงต่อหน้าต่อตาเธอ
"พี่วุฒิ... เกิดอะไรขึ้นคะ? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า? ทำไมถึง..." มิ้นท์พยายามจะก้าวเข้าไปหาอีกครั้งด้วยความเป็นห่วงสุดหัวใจ
ยังไม่ทันที่วุฒิจะได้ตอบคำถาม เสียงหวีดร้องสั่นประสาทก็ดังแผดขึ้นมาจากด้านหลัง ทำเอาทุกคนในบริเวณนั้นสะดุ้งสุดตัว
"กรี๊ดดดดด! อย่าเข้ามา! ปล่อยฉัน! ปล่อย!"
ผู้กองเมย์กรีดร้องสุดเสียง เสียงของเธอแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขีดสุด ร่างกายของเธอดิ้นรนขัดขืนอย่างรุนแรง สะบัดตัวหลุดจากการประคองของเพื่อนตำรวจ เมื่อเจ้าหน้าที่พยาบาลชายประจำคลินิกสองคนพยายามจะก้าวเข้ามาช่วยปฐมพยาบาลบาดแผลที่แขนและประคองร่างของเธอ
ภาพเงาของชายแปลกหน้าที่ก้าวเข้ามาใกล้ กระตุ้นการตอบสนองทางจิตเวชหลังภยันตราย (PTSD) ของเธอให้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง ในหัวของเมย์ตอนนี้ไม่ได้เห็นพยาบาลที่หวังดี แต่ภาพมันซ้อนทับกับกลุ่มตำรวจที่โดนรัชชาสะกด ยืนล้อมรอบตัวเธอโถงทางเดินคอนโดหรู ภาพของผู้พันวุฒิที่ดวงตาเหม่อลอยไร้สติกำลังย่างสามขุมเข้ามาหาเธอพร้อมกับฉีกกระชากเสื้อผ้าของเธอออกทีละชิ้น... ความทรงจำอันเลวร้ายที่เพิ่งถูกฝังรากลึกลงไปในสเตตัสของจิตใต้สำนึกถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาทำงานเต็มสูบ
"อย่าแตะต้องตัวฉัน! ไอ้พวกสารเลว! ออกไปให้พ้น! อย่าเข้ามานะ!" เมย์ตะโกนลั่น นัยน์ตาฉายแววหวาดผวาอย่างหนัก ร่างบางหดเกร็ง ถอยกรูดไปจนมุมกำแพงใกล้กับเคาน์เตอร์ต้อนรับ สองมือยกขึ้นปิดป้องร่างกายตนเอง ท่ามกลางความตื่นตระหนกสุดขีด เธอทรุดตัวลงนั่งคุดคู้ กอดเข่าตัวเองแน่น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรงราวกับลูกนกที่เปียกปอนท่ามกลางพายุหิมะ
จิตใต้สำนึกของเธอปฏิเสธการสัมผัสจาก 'ผู้ชาย' ทุกคนอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นหมอ เพื่อนร่วมงาน หรือใครก็ตาม สัมผัสเหล่านั้นมันแปรเปลี่ยนเป็นความขยะแขยงและความหวาดกลัวขั้นวิกฤต เธอหายใจหอบถี่กระชั้นรวดเร็ว (Hyperventilation) หน้าอกขยับขึ้นลงอย่างรุนแรงจนเริ่มมีอาการหน้ามืดเพราะออกซิเจนเป็นพิษ
ผู้ช่วยพยาบาลชายต่างชะงักและทำอะไรไม่ถูก พวกเขาพยายามจะพูดปลอบประโลม แต่เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายยิ่งทำให้เมย์กรีดร้องดังขึ้นกว่าเดิม สถานการณ์ในเพนท์เฮาส์เต็มไปด้วยความโกลาหลและความตึงเครียดขีดสุด วุฒิยืนมองภาพนั้นด้วยความปวดร้าวที่ทวีคูณขึ้นเป็นร้อยเท่า ทุกเสียงกรีดร้องของเมย์เปรียบเสมือนมีดแหลมคมที่กรีดแทงเข้าไปในหัวใจของเขา ซ้ำเติมความผิดบาปที่เขาเป็นต้นเหตุของบาดแผลในใจเธอ
จนกระทั่ง... ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงรองเท้าส้นสูงแหลมปรี๊ดกระทบพื้นหินอ่อนนำเข้าจากอิตาลีก็ดังขึ้น เป็นจังหวะการเดินที่หนักแน่น มั่นคง และเป็นจังหวะจะโคนสม่ำเสมอ...
*ตึก... ตึก... ตึก...*
ดร.น้ำฟ้า ก้าวเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัวด้านในสุด เธอปรากฏตัวในชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทที่ขับเน้นส่วนโค้งเว้าของเรือนร่างอวบอัดสะคราญตา ทว่าสิ่งที่โดดเด่นที่สุดไม่ใช่รูปร่างหน้าตาอันงดงาม แต่เป็นใบหน้าที่เยือกเย็น สงบนิ่ง และไร้ซึ่งอารมณ์ตื่นตระหนกใดๆ รังสีแห่งอำนาจ การบงการ และการควบคุม แผ่กระจายออกมาจากตัวเธอในทันทีที่ปรากฏตัว บรรยากาศรอบกายเธอราวกับถูกแช่แข็งด้วยความกดอากาศที่ต่ำลงฮวบฮาบ
แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของน้ำฟ้ากวาดมองประเมินสถานการณ์ตรงหน้าเพียงเสี้ยววินาที เธอเห็นสภาพของผู้พันวุฒิที่พังทลายไม่เหลือชิ้นดี สภาพของเมย์ที่กำลังสติแตกกู่ไม่กลับ เธอคำนวณระดับความเสียหายทางจิตวิทยาและเตรียมแผนการรับมือไว้ในหัวอย่างรวดเร็ว
"ทุกคนหยุดความเคลื่อนไหว... ถอยออกห่างจากผู้กองเมย์เดี๋ยวนี้... และห้ามส่งเสียงใดๆ ทั้งสิ้น"
น้ำเสียงของน้ำฟ้าไม่ได้ตะโกนดัง ทว่ามันเต็มไปด้วยคลื่นความถี่ต่ำที่ทรงอำนาจ เด็ดขาด สะกดทุกการกระทำในห้องให้หยุดชะงักราวกับถูกกดปุ่มพอส เจ้าหน้าที่พยาบาลชายและตำรวจต่างถอยร่นออกไปตามคำสั่งโดยสัญชาตญาณ เปิดทางให้น้ำฟ้าก้าวเข้าไปหาผู้กองเมย์ที่กำลังสั่นเทาอยู่มุมห้อง
น้ำฟ้าไม่ได้เดินเข้าไปใกล้จนเกินไป เธอรู้ดีว่าพื้นที่ส่วนตัว ของคนไข้ในสภาวะวิกฤตคือปราการด่านสุดท้ายที่ห้ามรุกล้ำ เธอลดระดับความคุกคามด้วยการค่อยๆ ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าในระดับสายตาเดียวกับตำรวจสาว กลิ่นน้ำหอมลาเวนเดอร์และไม้จันทน์จากตัวของดร.น้ำฟ้าลอยเข้าไปปะทะจมูกของเมย์ ช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติกให้เริ่มทำงานลดทอนความตื่นตัวลงเล็กน้อย
"ผู้กองเมย์... มองหน้าฉัน" น้ำฟ้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก นุ่มนวล ทว่าแฝงไปด้วยพลังแห่งการเหนี่ยวนำ เป็นน้ำเสียงที่ออกแบบมาเพื่อดึงความสนใจของสมองส่วนอารมณ์ให้กลับมาสู่ความเป็นจริง
เมย์ส่ายหน้าไปมาอย่างบ้าคลั่ง สองมือยังคงปิดหูปิดตาแน่น
"ไม่เอา... ไม่เอาแล้ว... ออกไป... อย่าทำฉัน..."
"เมย์... ฟังเสียงของฉัน... ลืมตาขึ้นมามองหน้าฉัน" น้ำฟ้าเพิ่มน้ำหนักในน้ำเสียงให้หนักแน่นขึ้นเล็กน้อยเพื่อเจาะทะลุกำแพงความกลัว "ที่นี่ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าแตะต้องตัวคุณ... ไม่มีโถงทางเดินคอนโด... คุณอยู่ในคลินิกของฉัน คุณอยู่กับฉัน... ผู้หญิงด้วยกัน... และที่นี่... ฉันคือคนกำหนดกฎเกณฑ์ทั้งหมด... คุณปลอดภัยแล้วเมย์"
เสียงที่มั่นคงและเยือกเย็นของน้ำฟ้า เปรียบเสมือนสมอเรือที่ถูกโยนลงไปในทะเลที่กำลังบ้าคลั่ง สายตาที่พร่าเลือนและเต็มไปด้วยน้ำตาของเมย์ค่อยๆ เปิดขึ้นช้าๆ เธอโฟกัสไปที่ใบหน้าของดร.น้ำฟ้า ดวงตาสีนิลที่สงบนิ่งและเปี่ยมไปด้วยอำนาจคู่นั้นดึงดูดจิตใจที่กำลังแตกสลายของเธอให้หยุดพัก ร่างกายที่หดเกร็งเริ่มคลายตัวลงทีละน้อย เสียงหอบหายใจกระชั้นเริ่มมีจังหวะที่ยาวขึ้น
"ดร.น้ำฟ้า..." เมย์สะอื้นไห้ น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม กำแพงความเข้มแข็งที่พยายามสร้างมาตลอดชีวิตการเป็นตำรวจพังทลายลงจนหมดสิ้น "ฉัน... ฉันสู้พวกมันไม่ได้เลย... ฉันขยับตัวไม่ได้... ฉัน... ฉันปล่อยให้ผู้พัน... ฉันน่าขยะแขยง..."
"ความอ่อนแอไม่ใช่ความผิด... มันคือปฏิกิริยาอัตโนมัติในการเอาตัวรอดของระบบประสาทที่ถูกแทรกแซง" น้ำฟ้าเอื้อมมือออกไปช้าๆ เปิดเผยฝ่ามือให้เห็นชัดเจนก่อนจะแตะลงบนไหล่บางของเมย์เบาๆ เป็นการสัมผัสเพียงผิวเผินเพื่อเชื่อมต่อความไว้วางใจทางกายภาพ "ความทรงจำพวกนั้นไม่ใช่ความผิดของคุณ ร่างกายคุณพยายามปกป้องคุณอย่างดีที่สุดแล้ว... ตอนนี้หน้าที่เอาชีวิตรอดในสนามรบของคุณจบลงแล้วเมย์... ถึงเวลาที่ฉันจะพาจิตวิญญาณของคุณกลับมา"
สัมผัสที่อบอุ่นและคำพูดที่ปลดเปลื้องความรู้สึกผิด ทำให้เมย์โผเข้ากอดเอวของดร.น้ำฟ้าแน่น ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร น้ำฟ้าลูบผมของเธอเบาๆ ปล่อยให้ตำรวจสาวระบายความอัดอั้นออกมาจนพอใจ
เมื่อสถานการณ์ของเมย์เริ่มสงบลง น้ำฟ้าจึงหันไปสั่งการผู้ช่วยสาว "พาผู้กองเมย์เข้าไปที่ห้องบำบัดพิเศษเบอร์สาม เตรียมเปิดระบบแสงบำบัดสีฟ้าครามและดนตรีความถี่ต่ำ... ให้พยาบาลหญิงเป็นคนดูแลเท่านั้น ห้ามผู้ชายเข้าใกล้เด็ดขาด... เดี๋ยวฉันจะเข้าไปจัดการเคสนี้ด้วยตัวเอง"
เมื่อเมย์ถูกประคองเข้าไปในห้องบำบัดเรียบร้อยแล้ว น้ำฟ้าจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่กระโปรงเบาๆ แล้วหันกลับมาประจันหน้ากับผู้พันวุฒิที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นหินที่ไร้วิญญาณ
"แล้วคุณล่ะผู้พัน..." น้ำฟ้ากวาดสายตามองสภาพอันยับเยินของชายหนุ่มตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาของเธอแฝงความตำหนิและวิเคราะห์อย่างเฉียบขาด "คุณปล่อยให้นางมารนั่นปั่นหัวจนเละเทะกลับมาขนาดนี้... หวังว่าคุณจะไม่ได้กลับมามือเปล่าหรอกนะ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น... ฉันคงต้องประเมินฝีมือหน่วยรบพิเศษของคุณใหม่เสียแล้ว"
คำพูดที่แทงใจดำของน้ำฟ้าทำให้วุฒิสะอึก เขากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ พยายามดึงสติสัมปชัญญะที่แตกกระเจิงของตนเองกลับมา เขาเป็นผู้บัญชาการ เขาจะมามัวอ่อนแอจมกองทุกข์ในขณะที่ศัตรูยังลอยนวลไม่ได้
มือหนาที่เปื้อนเลือดล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเกราะกันกระสุนที่หน้าอก หยิบเอาซองพลาสติกใสขนาดเล็กออกมา ภายในซองนั้นมีชิปไมโครคอนโทรลเลอร์โลหะสีเงินขนาดจิ๋วสองชิ้นที่เปื้อนคราบไหม้สีน้ำตาล อยู่ด้านใน ร่องรอยที่ใบหูของวุฒิมีเลือดไหลซึมออกมา บ่งบอกว่าเขาใช้มีดพกงัดมันออกมาจากผิวเนื้อของตัวเองและของเมย์ด้วยความเจ็บปวดทางกายเพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากการควบคุม
"นี่คือ... ชิปบันทึกข้อมูลและตัวรับสัญญาณคลื่นเสียง... ที่ผมงัดออกมาจากเครื่องรับสัญญาณที่พวกมันแอบฝังซ่อนอยู่ในหูของผมและเมย์ตอนที่เราหมดสติ..." วุฒิยื่นซองพลาสติกนั้นให้กับน้ำฟ้าด้วยมือที่สั่นเทา "รัชชา... มันใช้ไอ้คลื่นเสียงนรกนี่... แทรกแซงและแฮ็กเข้าสู่ระบบประสาทของเรา... มันควบคุมจิตใต้สำนึกของผม... สั่งให้ผมทำ... ทำเรื่องระยำพวกนั้น..."
เสียงของวุฒิขาดห้วงไปอีกครั้ง เขาหลับตาลงแน่น กัดกรามจนเป็นสันนูนเพื่อสกัดกั้นน้ำตาแห่งความลูกผู้ชายที่กำลังจะไหลออกมา
น้ำฟ้ารับซองพลาสติกนั้นมาพิจารณาใกล้ๆ แววตาของเธอหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นชาและเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย
"จิตวิทยาคลื่นเสียงสั่งการระดับอัลฟ่า ผสมผสานกับการสะกดจิตด้วยคำพูด ... รัชชายังคงใช้วิธีสกปรก รุนแรง และไร้จรรยาบรรณเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน" น้ำฟ้ากำชิปในมือแน่นจนข้อขาว "แต่มันก็ดี... ข้อมูลและโค้ดคลื่นความถี่ในนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ฉันสามารถแกะรอย ย้อนรอย และลบล้างโค้ดคำสั่งที่นางมารนั่นฝังรากทิ้งไว้ในหัวของพวกคุณได้"
"ดร.น้ำฟ้าคะ..." มิ้นท์ก้าวเข้ามาหาด้วยสีหน้าเว้าวอน น้ำตานองหน้า "ช่วยพี่วุฒิด้วยนะคะ... เขา... เขาไม่เหมือนเดิมเลย เขาเอาแต่โทษตัวเอง เขาไม่ยอมให้มิ้นท์เข้าใกล้เลยค่ะคุณหมอ..."
น้ำฟ้าปรายตามองมิ้นท์ด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา ก่อนจะหันกลับมามองวุฒิด้วยสายตาที่เด็ดขาดและทรงอำนาจขั้นสุด
"ไม่ต้องห่วงค่ะคุณมิ้นท์... ฉันจะจัดการทุกอย่างเอง" น้ำฟ้าเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าคำพูดต่อมากลับพุ่งตรงไปที่วุฒิราวกับลูกศรทะลวงใจ "แต่ฟังให้ดีนะผู้พัน... การจะลบล้างโค้ดคำสั่งซ้อนของรัชชา และรักษาบาดแผลจากการทำร้ายคนของตัวเอง มันไม่ใช่การบำบัดด้วยกลิ่นหอมและการผ่อนคลายเหมือนที่คุณเคยเจอ..."
น้ำฟ้าก้าวเข้าไปใกล้วุฒิจนระยะห่างเหลือเพียงคืบ เธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่สิ้นหวังของเขา
"ฉันจะต้องทุบทำลายความทรงจำที่บิดเบี้ยวของพวกคุณให้แหลกละเอียด... ฉันต้องรื้อระบบประสาทสัมผัสของคุณใหม่ทั้งหมด... เพื่อจะรักษาคุณ... ฉันจำเป็นต้องกลายเป็นฝันร้ายที่เลวร้ายยิ่งกว่ารัชชาหลายร้อยเท่า... คุณพร้อมที่จะรับความเจ็บปวดและสยบยอมต่อการบำบัดที่ขุดลากไส้ของฉันหรือเปล่า ผู้พันกวินทร์?"
วุฒิเงยหน้าขึ้นสบตาดร.น้ำฟ้า แววตาที่เคยว่างเปล่าเริ่มมีประกายแห่งความหวังและความเด็ดเดี่ยวกลับมาอีกครั้ง แม้จะรู้ว่าหนทางข้างหน้าคือขุมนรกแห่งการบำบัดที่ทรมานแสนสาหัส แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น หากต้องการกลับมาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และแก้แค้นรัชชา เขาต้องยอมจำนนต่อผู้หญิงตรงหน้านี้เท่านั้น
"ผมพร้อม..." วุฒิตอบเสียงหนักแน่น "ทำทุกอย่างที่คุณต้องทำ... ขอแค่เอาชีวิตเดิมของผมกลับมาก็พอ"
"ดีมาก..." น้ำฟ้ายกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ "ตามฉันมาที่ห้องบำบัดเบอร์หนึ่ง... เรามีงานหนักต้องทำกันคืนนี้"
บรรยากาศในเพนท์เฮาส์ยังคงหนักอึ้ง ความพ่ายแพ้ในค่ำคืนนี้ช่างสาหัสและสร้างบาดแผลลึกให้กับทีมตำรวจทุกคน ทว่าภายใต้ความมืดมิดและสิ้นหวังนั้น ดร.น้ำฟ้ากลับเป็นเพียงคนเดียวที่ยืนหยัดอย่างมั่นคงดั่งหินผา พร้อมที่จะใช้ศาสตร์มืดแห่งการสะกดจิตขั้นสูงของเธอ พลิกฟื้นจิตวิญญาณที่แตกสลาย และเตรียมพร้อมสำหรับการโต้กลับที่รุนแรง เหี้ยมโหด และไร้ความปรานี ยิ่งกว่าที่ศัตรูเคยทำมาหลายเท่าตัว!