ทายาทจักรพรรดิ (NC18+)

บทที่ 289 เปลี่ยนไป

เช้าวันต่อมา

จบงานเทศกาลไปแล้วลมก็พ้นขีดอันตรายแล้วรุ้งจึงไปโรงเรียนตามปกติโดยมีพี่ผิงคนใช้ของบ้านไปส่งตามเดิม

 

โรงเรียนในตัวเมืองนั้นช่วงเวลาเช้าที่เด็กไปโรงเรียนรถก็ติดเป็นปกติคนใช้วัย30กว่าจึงไม่ได้ส่งรุ้งถึงหน้าโรงเรียนแต่จอดที่ทางแยกก่อนเข้าโรงเรียนแล้วให้รุ้งเดินต่อไปเองเล็กน้อยเพื่อหนีรถที่ติดหนักบริเวณหน้าโรงเรียนในตอนเช้า

 

“ไปนะพี่ผิงเย็นนี้หนูไม่ต้องมารับนะ หนูจะไปเดินเล่นกลับเพื่อนเดี๋ยวกลับเอง”รุ้งลาคนใช้ผิงแล้วเดินไปโรงเรียนตามปกติ

 

พรึบบ

 

“ว้ายย”

 

รุ้งร้องออกมาด้วยความตกใจระหว่างที่กำลังจะเดินเข้าโรงเรียนอยู่ดีๆก็มีคนเดินมาเปิดกระโปรงเปิดหน้าตาเฉย

 

“โอ๊ะ สีขาวแฮะขาสวยเชียว”

 

“พวกแก”

 

พอหันไปก็พบเด็กหนุ่ม3คนยืนอยู่ 

 

ไม่ใช่ใครที่ไหน รุ่งจำได้ทันทีว่าเป็นแก๊งค์เดียวกับที่จับก้นเธอวันก่อนจนเรื่องลุกลามไปจนทำให้ลมโดนยิง

 

“ไง เจอกันอีกแล้วนะยัยตัวแสบ เธอเนี่ยน่ารักจริงๆด้วยสิ ไหนๆก็เจอกันแล้วขอคุยด้วยหน่อยละกันเนอะ"1ใน3คนกล่าวก่อนจะมองรุ้งด้วยสายตาลวนลามในขณะที่อีก3คนเดินออกข้างไปเพื่อล้อมเธอเอาไว้

 

“จะทำอะไรหนะ”

 

“พี่ผิง”

 

คนใช้สาวที่ยังไม่ได้ขับรถกลับไปแต่ยืนมองว่ารุ้งเข้าโรงเรียนดีรึเปล่าเห็นเหตุการณ์เข้าก็รีบวิ่งมา

 

“ทำอะไรก็แค่อยากจะคุยด้วยเอง"

“เรื่องที่แกเป็นต้นเหตุให้พวกเราซวยกันหมดพวกฉันโดนพ่อแม่ด่ายับ ไหนจะโดนโรงเรียนสั่งพักการเรียนอีก” 

"ไอ้ต้าก็โดนคุมตัวถึงสุดท้ายน่าจะโดนปล่อยก็เถอะทั้งหมดมันเพราะเธอไม่ใช่รึไง คงต้องให้รับผิดชอบหน่อยม้าง”

 

ทั้ง3คนผลัดกันพูดออกมาด้วยท่าทางข่มขู่โดยที่ไม่คิดจะโทษตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยแต่กลับโทษรุ้งแทนว่าเป็นต้นเหตุ

 

“พวกนี้เป็นใครรุ้ง”คนใช้ถาม

 

“พวกที่ลวนลามหนูเพื่อนของไอ้คนที่ยิงพี่ลม”รุ้งตอบพลางกำหมัดแน่น 

 

ทั้ง3คนในวันนั้นนอกจากไปล้อมลมแล้วก็ยังไม่ทันได้ทำอะไรแถมยังมีพยานว่าพวกมันพยายามห้ามเพื่อนแล้วเพราะงั้นก็เลยไม่โดนโทษอะไรหนักแค่จ่ายค่าปรับแล้วก็ปล่อยตัว

 

แต่ถึงแบบนั้นมันก็เข้าไปเกี่ยวกับเรื่องใหญ่ที่ให้มีคนตายคนเจ็บเพราะงั้นก็เลยโดนทางบ้านด่ายับ แถมโรงเรียนยังพักการเรียนเทอมนี้อีก สุดท้ายมันลงกับลมที่อยู่โรงพยาบาลไม่ได้ก็เลยมาลงกับรุ้งแทน

 

คนใช้สาวได้ยินก็ตื่นตระหนก

 

“พวกแกไปไกลๆเลยนะไม่งั้นฉันแจ้งตำรวจนะ”เธอร้องขู่

 

“แจ้งดิ ตำรวจมาแล้วไงต่อไม่ได้ทำอะไรซะหน่อยแค่มาดักขอคุยด้วยเอง”

“หรือว่าที่เปิดกระโปรงไปเมื้อกี้หรออย่างมากก็ปรับ500เอาดิแจ้งเลยฮ่าๆๆ”

 

ไอ้เด็ก3คนนี้ถึงแม้ว่ามันจะจะอายุเกิน14กันหมดแล้วแต่มันก็รู้ว่าพวกมันยังถือว่าเป็นเยาวชนถ้าไม่ก่อเรื่องร้ายแรงจนเกินไปก็ไม่มีทางโดนโทษหนัก

 

“เฮ้ยทำอะไรกัน”เสียงหนึ่งตะโกนดังออกมา

 

“แม่งเอ้ยไปเหอะ”พอหันไปก็พบว่าเป็นตำรวจ1ในนั้นก็ตะโกนบอกเพื่อน ถึงจะพึ่งปากดีไปแต่เอาเข้าจริงถ้าเลี่ยงได้ก็ต้องเลี่ยงหละนะ

 

ในช่วงเช้าแบบนี้ในตัวเมืองคนเดินทางไปมาเยอะก็จะมีตำรวจลาดตระเวนคอยดูตามจุดที่คนหนาแน่นโดยเฉพาะที่นี่ ที่เป็นหน้าโรงเรียน

 

พอเห็นเด็กหนุ่ม3คนกำลังล้อมเด็กสาวกับคนใช้สาวตำรวจที่ผ่านมาเลยตะโกนให้สัญญาณเสียงออกมาก่อนแล้วรีบเข้ามาดู 

 

แน่นอนว่าพอเป็นแบบนั้นวันรุ่นทั้ง3ก็วิ่งหนีไปทันแต่ก็ยังไม่วายหันมาทิ้งท้ายเอาไว้อีกว่า“เดี๋ยวเลิกเรียนเจอกันนะ จะแวะมาหาใหม่”

 

“หนูรุ้งเข้าโรงเรียนไปเลยเร็วๆแล้ววันนี้ไม่ต้องไปเดินเล่นแล้วนะเดี๋ยวพี่รีบกับไปบอกคุณกร”คนใช้สาวรีบไล่รุ้งเข้าไปทันที

 

“ค่ะ”

 

…

ในขณะเดียวกัน

บ้านไร่แสงดาว

 

“เอาหละครบแล้วนะ”

 

“ครับครบตามจำนวน”

 

นายศิวกรกำลังคุมคนงานขนเมล็ดกาแฟให้กับบริษัทแฟรนไชส์กาแฟชื่อดังแห่งหนึ่งที่เป็นลูกค้าประจำของไร่แสงดาว

 

“ไอ้ลมมันไม่เป็นไรใช่มั้ยพี่กร”คนขับรถของแฟรนไชส์ที่ทำหน้าที่มารับกาแฟจากไร่เป็นประจำถาม

 

“เออหมอบอกว่ามันพ้นขีนอันตรายแล้วแต่จะหายดีตอนไหนก็ต้องดูต่อไปหละนะ”นายของไร่แสงดาวตอบกลับ

 

“ขอให้หายไวๆแล้วกัน ผมไปนะพี่ต้องขับไปเมืองหลวงอีกไกลเลย”

 

“เฮ้ออ ไปเหอะขอบใจนะ”นายศิวกรปาดเหงื่อเบาๆเขาไม่ได้มาคุมเองสักพักใหญ่ๆแล้วเพราะหลังจากลมเรียนจบรายนั้นก็มาช่วยงานหนักๆในไร่หลังๆเขาเลยยุ่งแต่กับพวกเอกสารแล้วก็ตัวเลขมากกว่า

 

พอนายศิวกรพูดจบคนขับก็ขับออกจากไร่ไป

 

“หือเจ้าเด็กนั่นแวะมาสินะ”พอมองไปตรงหน้าบ้านก็พบรถหรูแล่นเข้ามาจอดเขาเลยเดินกลับบ้านไปขณะคิดถึงสิ่งที่รับรู้มาเมื่อวาน

 

…

 

“ออส จูนเข้ามาก่อนสิ อ้ะพี่ฝนแค่นี้ก่อนนะ”คนที่มาเปิดประตูให้คือฟ้านั่นเองซึ่งตอนนี้เธอเหมือนจะคุยโทรศัพท์กับใครค้างอยู่

 

“คุยกับใครหรอฟ้า”ออสถาม

 

“พี่ฝนหนะ พี่เขาโดนส่งไปดูงานต่างประเทศกลับมายังไม่ได้ตอนนี้ก็เลยโทรถามเรื่องพี่ลมวันนึงหลายรอบเลย”ฟ้าตอบกลับ 

 

พี่ฝนหรือพี่สาวคนโตของบ้านเธอแต่งงานออกไปแล้วและตอนนี้ก็โดนส่งไปดูงานต่างประเทศพอได้ยินเรื่องเข้าก็เป็นห่วงแต่กลับมาไม่ได้ก็เลยได้แต่โทรถามอาการเป็นระยะๆ

 

“อ้าวมาแล้วหรอ ฟ้าบอกอยู่ว่าจะมาเข้ามาสิฉันพึ่งอบขนมเสร็จพอดี”อีกเสียงดังออกมาจากข้างในบ้านหลังจากที่ออสกับจูนก้าวเข้ามา

 

พอมองไปก็พบว่าเป็นนางสายหมอกนั่นเอง

 

เรื่องนี้ทำเอาออสกับจูนหันมามองหน้ากันตาปริบๆเพราะก่อนหน้านี้เธอยังพยายามจะไล่พวกเขาเหมือนหมูเหมือนหมาอยู่เลย

 

“ครับ/ค่ะ”ออสกับจูนถึงจะสงสัยนิดหน่อยแต่ก็ตอบรับโดยดี

 

“ไปกัน”ฟ้ายิ้มออกมาแล้วดึงจูนเข้าไปก่อนทันที

 

“แล้วเป็นยังไงบ้างสบายใจขึ้นรึยัง พี่ชายเธอตอนนี้ปลอดภัยแล้วนี่”ออสหันไปถามฟ้าขณะเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่น

 

“อื้อตอนแรกฟ้าตกใจมากเลยแหละดีนะที่ออสกับพวกคุณอีฟอยู่ด้วยไม่งั้นพี่ลมแย่แน่เลย”ฟ้าที่คิดถึงเรื่องเมื่อตอนนั้นก็ซึมลงเล็กน้อย

 

ออสเห็นแบบนั้นก็ดึงฟ้าเข้ามากอดปลอบเบาๆแล้วก็ต้องรีบปล่อยเนื่องจากสังเกตุเห็นว่าแม่ของเธอกำลังเดินมา

 

เธอเดินเข้ามาพร้อมกับจานขนม2จาน

 

“เอ่อ..ขอบใจนะเรื่องที่ช่วยลมไว้”พอเอาพวกขนมที่พึ่งจะทำเสร็จมาตั้งเรียบร้อยแล้วก็เธอก็พูดออกมาเบาๆด้วยความกระดากอายเล็กน้อยเนื่องจากก่อนหน้านี้เธอยังพยายามไล่สองคนนี้ให้อยู่ห่างๆฟ้าอยู่เลย

 

“ไม่เป็นไรครับ”ออสตอบ

 

เขาเข้าใจถึงท่าทางที่เปลี่ยนไปทันที 

 

ยังไงเธอก็เป็นแม่ของลม พอลูกตัวเองถูกช่วยไว้อคติที่มีก็หายไปแทบหมดทันที พอคิดๆอยู่ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่เธอบังคับฟ้าให้ไปทำโน่นนี่ตามที่ร่างทรงบอกก็เพราะเชื่อว่าจะทำให้ฟ้าปลอดภัยไม่ใช่ว่าทำเพื่อตัวเองหละนะ 

 

“งั้นก่อนกลับเข้าไปเอาในครัวเพิ่มนะฉันอยากจะฝากให้แม่สาวผมทองแล้วก็พวกที่ช่วยห้ามเลือดให้ลมวันนั้นด้วย”นางสายหมอกกล่าวถึงแม้ว่าเธอจะไม่อยู่ในเหตุการณ์แต่ก็ได้ยินมาหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

“เข้าใจแล้วครับ”ออสตอบรับเพราะเข้าใจว่าเธอพยายามจะแสดงความขอบคุณคนที่ช่วยลูกชายเธอ

 

พอถึงตรงนี้ออสก็อดหันไปยิ้มให้ฟ้าไม่ได้ซึ่งเธอก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน

 

นางสายหมอกเห็นเข้าก็คิ้วกระตุก

 

“นี่ให้มันน้อยๆหน่อยไม่ได้หมายความว่าฉันจะให้พวกแกคบกันนะ”

 

คล้ายกับเรื่องทายาทจักรพรรดิ (NC18+) ที่คุณอ่าน