เช้าวันต่อมา
จบงานเทศกาลไปแล้วลมก็พ้นขีดอันตรายแล้วรุ้งจึงไปโรงเรียนตามปกติโดยมีพี่ผิงคนใช้ของบ้านไปส่งตามเดิม
โรงเรียนในตัวเมืองนั้นช่วงเวลาเช้าที่เด็กไปโรงเรียนรถก็ติดเป็นปกติคนใช้วัย30กว่าจึงไม่ได้ส่งรุ้งถึงหน้าโรงเรียนแต่จอดที่ทางแยกก่อนเข้าโรงเรียนแล้วให้รุ้งเดินต่อไปเองเล็กน้อยเพื่อหนีรถที่ติดหนักบริเวณหน้าโรงเรียนในตอนเช้า
“ไปนะพี่ผิงเย็นนี้หนูไม่ต้องมารับนะ หนูจะไปเดินเล่นกลับเพื่อนเดี๋ยวกลับเอง”รุ้งลาคนใช้ผิงแล้วเดินไปโรงเรียนตามปกติ
พรึบบ
“ว้ายย”
รุ้งร้องออกมาด้วยความตกใจระหว่างที่กำลังจะเดินเข้าโรงเรียนอยู่ดีๆก็มีคนเดินมาเปิดกระโปรงเปิดหน้าตาเฉย
“โอ๊ะ สีขาวแฮะขาสวยเชียว”
“พวกแก”
พอหันไปก็พบเด็กหนุ่ม3คนยืนอยู่
ไม่ใช่ใครที่ไหน รุ่งจำได้ทันทีว่าเป็นแก๊งค์เดียวกับที่จับก้นเธอวันก่อนจนเรื่องลุกลามไปจนทำให้ลมโดนยิง
“ไง เจอกันอีกแล้วนะยัยตัวแสบ เธอเนี่ยน่ารักจริงๆด้วยสิ ไหนๆก็เจอกันแล้วขอคุยด้วยหน่อยละกันเนอะ"1ใน3คนกล่าวก่อนจะมองรุ้งด้วยสายตาลวนลามในขณะที่อีก3คนเดินออกข้างไปเพื่อล้อมเธอเอาไว้
“จะทำอะไรหนะ”
“พี่ผิง”
คนใช้สาวที่ยังไม่ได้ขับรถกลับไปแต่ยืนมองว่ารุ้งเข้าโรงเรียนดีรึเปล่าเห็นเหตุการณ์เข้าก็รีบวิ่งมา
“ทำอะไรก็แค่อยากจะคุยด้วยเอง"
“เรื่องที่แกเป็นต้นเหตุให้พวกเราซวยกันหมดพวกฉันโดนพ่อแม่ด่ายับ ไหนจะโดนโรงเรียนสั่งพักการเรียนอีก”
"ไอ้ต้าก็โดนคุมตัวถึงสุดท้ายน่าจะโดนปล่อยก็เถอะทั้งหมดมันเพราะเธอไม่ใช่รึไง คงต้องให้รับผิดชอบหน่อยม้าง”
ทั้ง3คนผลัดกันพูดออกมาด้วยท่าทางข่มขู่โดยที่ไม่คิดจะโทษตัวเองในสิ่งที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยแต่กลับโทษรุ้งแทนว่าเป็นต้นเหตุ
“พวกนี้เป็นใครรุ้ง”คนใช้ถาม
“พวกที่ลวนลามหนูเพื่อนของไอ้คนที่ยิงพี่ลม”รุ้งตอบพลางกำหมัดแน่น
ทั้ง3คนในวันนั้นนอกจากไปล้อมลมแล้วก็ยังไม่ทันได้ทำอะไรแถมยังมีพยานว่าพวกมันพยายามห้ามเพื่อนแล้วเพราะงั้นก็เลยไม่โดนโทษอะไรหนักแค่จ่ายค่าปรับแล้วก็ปล่อยตัว
แต่ถึงแบบนั้นมันก็เข้าไปเกี่ยวกับเรื่องใหญ่ที่ให้มีคนตายคนเจ็บเพราะงั้นก็เลยโดนทางบ้านด่ายับ แถมโรงเรียนยังพักการเรียนเทอมนี้อีก สุดท้ายมันลงกับลมที่อยู่โรงพยาบาลไม่ได้ก็เลยมาลงกับรุ้งแทน
คนใช้สาวได้ยินก็ตื่นตระหนก
“พวกแกไปไกลๆเลยนะไม่งั้นฉันแจ้งตำรวจนะ”เธอร้องขู่
“แจ้งดิ ตำรวจมาแล้วไงต่อไม่ได้ทำอะไรซะหน่อยแค่มาดักขอคุยด้วยเอง”
“หรือว่าที่เปิดกระโปรงไปเมื้อกี้หรออย่างมากก็ปรับ500เอาดิแจ้งเลยฮ่าๆๆ”
ไอ้เด็ก3คนนี้ถึงแม้ว่ามันจะจะอายุเกิน14กันหมดแล้วแต่มันก็รู้ว่าพวกมันยังถือว่าเป็นเยาวชนถ้าไม่ก่อเรื่องร้ายแรงจนเกินไปก็ไม่มีทางโดนโทษหนัก
“เฮ้ยทำอะไรกัน”เสียงหนึ่งตะโกนดังออกมา
“แม่งเอ้ยไปเหอะ”พอหันไปก็พบว่าเป็นตำรวจ1ในนั้นก็ตะโกนบอกเพื่อน ถึงจะพึ่งปากดีไปแต่เอาเข้าจริงถ้าเลี่ยงได้ก็ต้องเลี่ยงหละนะ
ในช่วงเช้าแบบนี้ในตัวเมืองคนเดินทางไปมาเยอะก็จะมีตำรวจลาดตระเวนคอยดูตามจุดที่คนหนาแน่นโดยเฉพาะที่นี่ ที่เป็นหน้าโรงเรียน
พอเห็นเด็กหนุ่ม3คนกำลังล้อมเด็กสาวกับคนใช้สาวตำรวจที่ผ่านมาเลยตะโกนให้สัญญาณเสียงออกมาก่อนแล้วรีบเข้ามาดู
แน่นอนว่าพอเป็นแบบนั้นวันรุ่นทั้ง3ก็วิ่งหนีไปทันแต่ก็ยังไม่วายหันมาทิ้งท้ายเอาไว้อีกว่า“เดี๋ยวเลิกเรียนเจอกันนะ จะแวะมาหาใหม่”
“หนูรุ้งเข้าโรงเรียนไปเลยเร็วๆแล้ววันนี้ไม่ต้องไปเดินเล่นแล้วนะเดี๋ยวพี่รีบกับไปบอกคุณกร”คนใช้สาวรีบไล่รุ้งเข้าไปทันที
“ค่ะ”
…
ในขณะเดียวกัน
บ้านไร่แสงดาว
“เอาหละครบแล้วนะ”
“ครับครบตามจำนวน”
นายศิวกรกำลังคุมคนงานขนเมล็ดกาแฟให้กับบริษัทแฟรนไชส์กาแฟชื่อดังแห่งหนึ่งที่เป็นลูกค้าประจำของไร่แสงดาว
“ไอ้ลมมันไม่เป็นไรใช่มั้ยพี่กร”คนขับรถของแฟรนไชส์ที่ทำหน้าที่มารับกาแฟจากไร่เป็นประจำถาม
“เออหมอบอกว่ามันพ้นขีนอันตรายแล้วแต่จะหายดีตอนไหนก็ต้องดูต่อไปหละนะ”นายของไร่แสงดาวตอบกลับ
“ขอให้หายไวๆแล้วกัน ผมไปนะพี่ต้องขับไปเมืองหลวงอีกไกลเลย”
“เฮ้ออ ไปเหอะขอบใจนะ”นายศิวกรปาดเหงื่อเบาๆเขาไม่ได้มาคุมเองสักพักใหญ่ๆแล้วเพราะหลังจากลมเรียนจบรายนั้นก็มาช่วยงานหนักๆในไร่หลังๆเขาเลยยุ่งแต่กับพวกเอกสารแล้วก็ตัวเลขมากกว่า
พอนายศิวกรพูดจบคนขับก็ขับออกจากไร่ไป
“หือเจ้าเด็กนั่นแวะมาสินะ”พอมองไปตรงหน้าบ้านก็พบรถหรูแล่นเข้ามาจอดเขาเลยเดินกลับบ้านไปขณะคิดถึงสิ่งที่รับรู้มาเมื่อวาน
…
“ออส จูนเข้ามาก่อนสิ อ้ะพี่ฝนแค่นี้ก่อนนะ”คนที่มาเปิดประตูให้คือฟ้านั่นเองซึ่งตอนนี้เธอเหมือนจะคุยโทรศัพท์กับใครค้างอยู่
“คุยกับใครหรอฟ้า”ออสถาม
“พี่ฝนหนะ พี่เขาโดนส่งไปดูงานต่างประเทศกลับมายังไม่ได้ตอนนี้ก็เลยโทรถามเรื่องพี่ลมวันนึงหลายรอบเลย”ฟ้าตอบกลับ
พี่ฝนหรือพี่สาวคนโตของบ้านเธอแต่งงานออกไปแล้วและตอนนี้ก็โดนส่งไปดูงานต่างประเทศพอได้ยินเรื่องเข้าก็เป็นห่วงแต่กลับมาไม่ได้ก็เลยได้แต่โทรถามอาการเป็นระยะๆ
“อ้าวมาแล้วหรอ ฟ้าบอกอยู่ว่าจะมาเข้ามาสิฉันพึ่งอบขนมเสร็จพอดี”อีกเสียงดังออกมาจากข้างในบ้านหลังจากที่ออสกับจูนก้าวเข้ามา
พอมองไปก็พบว่าเป็นนางสายหมอกนั่นเอง
เรื่องนี้ทำเอาออสกับจูนหันมามองหน้ากันตาปริบๆเพราะก่อนหน้านี้เธอยังพยายามจะไล่พวกเขาเหมือนหมูเหมือนหมาอยู่เลย
“ครับ/ค่ะ”ออสกับจูนถึงจะสงสัยนิดหน่อยแต่ก็ตอบรับโดยดี
“ไปกัน”ฟ้ายิ้มออกมาแล้วดึงจูนเข้าไปก่อนทันที
“แล้วเป็นยังไงบ้างสบายใจขึ้นรึยัง พี่ชายเธอตอนนี้ปลอดภัยแล้วนี่”ออสหันไปถามฟ้าขณะเข้าไปนั่งในห้องนั่งเล่น
“อื้อตอนแรกฟ้าตกใจมากเลยแหละดีนะที่ออสกับพวกคุณอีฟอยู่ด้วยไม่งั้นพี่ลมแย่แน่เลย”ฟ้าที่คิดถึงเรื่องเมื่อตอนนั้นก็ซึมลงเล็กน้อย
ออสเห็นแบบนั้นก็ดึงฟ้าเข้ามากอดปลอบเบาๆแล้วก็ต้องรีบปล่อยเนื่องจากสังเกตุเห็นว่าแม่ของเธอกำลังเดินมา
เธอเดินเข้ามาพร้อมกับจานขนม2จาน
“เอ่อ..ขอบใจนะเรื่องที่ช่วยลมไว้”พอเอาพวกขนมที่พึ่งจะทำเสร็จมาตั้งเรียบร้อยแล้วก็เธอก็พูดออกมาเบาๆด้วยความกระดากอายเล็กน้อยเนื่องจากก่อนหน้านี้เธอยังพยายามไล่สองคนนี้ให้อยู่ห่างๆฟ้าอยู่เลย
“ไม่เป็นไรครับ”ออสตอบ
เขาเข้าใจถึงท่าทางที่เปลี่ยนไปทันที
ยังไงเธอก็เป็นแม่ของลม พอลูกตัวเองถูกช่วยไว้อคติที่มีก็หายไปแทบหมดทันที พอคิดๆอยู่ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจ ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่เธอบังคับฟ้าให้ไปทำโน่นนี่ตามที่ร่างทรงบอกก็เพราะเชื่อว่าจะทำให้ฟ้าปลอดภัยไม่ใช่ว่าทำเพื่อตัวเองหละนะ
“งั้นก่อนกลับเข้าไปเอาในครัวเพิ่มนะฉันอยากจะฝากให้แม่สาวผมทองแล้วก็พวกที่ช่วยห้ามเลือดให้ลมวันนั้นด้วย”นางสายหมอกกล่าวถึงแม้ว่าเธอจะไม่อยู่ในเหตุการณ์แต่ก็ได้ยินมาหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“เข้าใจแล้วครับ”ออสตอบรับเพราะเข้าใจว่าเธอพยายามจะแสดงความขอบคุณคนที่ช่วยลูกชายเธอ
พอถึงตรงนี้ออสก็อดหันไปยิ้มให้ฟ้าไม่ได้ซึ่งเธอก็ยิ้มตอบกลับมาเช่นกัน
นางสายหมอกเห็นเข้าก็คิ้วกระตุก
“นี่ให้มันน้อยๆหน่อยไม่ได้หมายความว่าฉันจะให้พวกแกคบกันนะ”