จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 87 ไปอย่างสงบกับความทรงจำที่กลับมา Re

            หลังจากได้รับโอกาสอีกครั้ง  ปิงโหย่วพยายามทำทุกอย่าง  เธอฆ่าคนเหล่านั้นล่วงหน้า  แต่สุดท้ายพ่อกับแม่และพี่ชาย  ก็ถูกฆ่าโดยคนอื่น  ไม่ว่าจะเป็นถูกลูกหลงนักเรียนตีกัน  โดนกระสุนที่โจรปล้นธนาคารยิงถูกอวัยวะสำคัญ  และในตอนที่เธอไม่เหลือใคร  พระหนุ่มก็ปรากฎตัวอีกครั้ง


            “ได้โปรด  ขอให้ฉันได้โอกาสแก้ไขมันอีกครั้ง” การขอร้องของปิงโหย่วในครานี้เป็นครั้งที่ 30 แล้ว


            “หากกลับไป  สีกาก็จะทุกข์อีก  ทรมานอีก  เหตุเป็นเช่นนี้  ทำไมถึงยังยึดติดอยู่อีก” พระหนุ่มถาม


            “นายบอกเองไม่ใช่เหรอ  ความไม่แน่นอนคือสิ่งที่แน่นอน  ดังนั้นถ้าฉันทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จะต้องมีสักครั้งที่ฉันสามารถอยู่กับครอบครัวและคนที่ฉันรักได้อย่างมีความสุขจนแก่เฒ่า” ปิงโหย่วตอบ


            “แต่ความตายเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด  ไม่ว่าสีกาจะช่วยพวกเขายังไง  พวกเขาก็จะต้องตายอยู่ดี” พระหนุ่มกล่าว


            “หมายความว่ายังไงกัน  ทำไมถึงเป็นแบบนั้น”  ปิงโหย่วถามขึ้น


            “โยมพ่อของสีกา  ทำยาให้กับพรรคตะวันดับ  ทำร้ายชีวิตคนไปมากมาย  นั่นเป็นผลกรรมที่เขาต้องชดใช้  กรรมนั้นตกถึงลูก  สีกาจึงต้องกำพร้า และสูญเสียคนอันเป็นที่รัก  เหตุเป็นเช่นนี้” พระหนุ่มกล่าว


            “แล้วถ้านายส่งฉันไปก่อนที่พ่อของฉันจะทำธุรกิจกับพวกชาวยุทธล่ะ” ปิงโหย่วถาม


            “หลับตาสิ  เราจะให้สีกาได้เห็น” พระหนุ่มกล่าว  ปิงโหย่วหลับตาลง  เธอเห็นสิ่งที่ต่างออกไป  พ่อกับแม่มีร่างกายซูบผอม  นอนป่วยอยู่บนเตียง  ส่วนพี่ชายของเธอทำงานหนัก และสุดท้ายก็ตายเพราะทำงานหนักเกินไป  บวกกับพักผ่อนไม่พอ  สุดท้ายมีวันหนึ่งเขาหลับและจากไปอย่างสงบ  หลังจากนั้นพ่อกับแม่ก็ตายตามไปด้วย  ส่วนเธอสุดท้ายก็ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเพียงคนเดียว


            “ไม่จริง  ฉันไม่เชื่อ” ฉับพลันที่ปิงโหย่วตะโกนขึ้น  แล้วเธอก็มาอยู่ในช่วงเวลาก่อนที่พ่อของเธอจะทำธุรกิจกับพวกชาวยุทธ์แล้ว


            ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เธอหวัง  นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วเธอไม่อาจทราบได้  ไม่ว่าจะพยายามหรือระวังเพียงใด  สุดท้ายเธอก็สูญเสียคนที่รักไปหมดอยู่ดี  จิตใจที่แสนเจ็บปวดตอนนี้กลับไม่หลงเหลือความเจ็บปวดอีกต่อไป  ตอนนี้ปิงโหย่วนั่งอยู่บนเตียงนอนบนห้องใต้หลังคา


            “สีกา พร้อมจะลองอีกครั้งรึไม่” พระหนุ่มถามขึ้น  ปิงโหย่วมองพระหนุ่ม  ก่อนจะยกยิ้มขึ้น  เธอลงจากเตียงก่อนจะก้มลงกราบที่เท้าของพระหนุ่ม


            “ไม่ต้องอีกแล้ว  ฉันเข้าใจที่ท่านพูดแล้ว  จริงอย่างที่ท่านว่าทุกอย่าง  ถ่านร้อนถือไว้มีแต่จะลวกมือ  ทิ้งมันลงเสียก็ไม่เจ็บตัว” ปิงโหย่วกล่าว  ก่อนจะเงยหน้ามองพระหนุ่ม


            “ในที่สุดเธอก็เข้าใจเสียที” จากนั้นร่างกายของพระหนุ่มก็ค่อย ๆ แก่ลง ๆ จนสุดท้ายเริ่มเน่า  มีหนอนขึ้น  จนเหลือแต่กระดูกและแตกสลายออกกลายเป็นผงธุลี  ปิงโหย่วไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย  เธอเห็นมามากพอแล้ว


            “ไม่มีอะไรทำให้ฉันกลัวได้อีกแล้วค่ะท่าน” ปิงโหย่วกล่าวขึ้น


            “หลับตาลงเสีย  การเดินทางของเธอได้สิ้นสุดแล้ว” พระหนุ่มได้ปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง  แต่คราวนี้เขาเปลี่ยนกลายเป็นพระที่ดูแก่ชราอย่างมาก


            “ร่างที่ท่านแสดงให้เห็นจนถึงตอนนี้  เป็นเพียงภาพมายา  ตามแต่จิตของคนจะนึกใช่หรือไม่” ปิงโหย่วถาม  พระตรงหน้าเธอพยักหน้า  ก่อนจะพูดขึ้น


            “เราเคยทำกรรมไว้กับสีกา  จึงได้มาชดใช้โดยการชี้ทางแห่งการหลุดพ้นให้  ตอนนี้พวกเราไม่มีอะไรติดค้างกันแล้ว  เราจะบอกความลับให้ 2 สิ่ง”  กล่าวจบปิงโหย่วก็ได้ล่วงรู้สิ่งที่ไม่น่าเชื่อ  ทำให้เธอเข้าใจแล้วว่าพระรูปนี้มาช่วยเธอทำไม  นอกจากนี้พระรูปนี้ยังได้มอบของสิ่งหนึ่งให้เธอด้วย


            “ฉันขออโหสิกรรมให้ และขอบคุณที่บอกเรื่องของพี่ชายให้ฉันรู้  มีเพียงทุกข์เท่านั้นที่เกิด  มีเพียงทุกข์เท่านั้นที่ดับ  นอกจากทุกข์  ไม่มีอะไรเกิด  ไม่มีอะไรดับ” กล่าวจบปิงโหย่วยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะหลับตาลง  เมื่อเธอหายใจออก  ร่างกายของเธอก็กลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง  แตกกระจายและระเหยไปในอากาศ


            เมื่อปิงโหย่วจากไปยังแดนอันเป็นนิรันดร์แล้ว  ห้องใต้หลังคาก็กลายสภาพกลับมาเป็นชั้นที่ 7 ของเจดีย์อีกครั้ง  บนเตียงคือร่างของปิงโหย่วที่เหลือแต่ร่างไร้วิญญาณไปแล้ว  ไท่ซื่อคงมองไปยังร่างของปิงโหย่ว  ก่อนจะหายตัวไปจากเจดีย์


            “ท่านเจ้าอาวาส” ไท่ซื่อคงปรากฏตัวข้างหลังทำให้เจ้าอาวาสหันกลับมาและปล่อยฝ่ามือโจมตีทันที  หากแต่ทั้งหมดกลับทะลุร่างของไท่ซื่อคงไปจนหมด


            “ท่านไท่ซื่อคง  เป็นยังไงบ้าง  หวังว่านางคงไม่ได้ล่วงเกินท่านนะ” เจ้าอาวาสถาม


            “นางเข้าสู่แดนนิรันด์ไปแล้ว” ไท่ซื่อคงตอบ


            “ทะ....ท่านว่ายังไงนะ” เจ้าอาวาสตาโตด้วยความตกใจ  เวลาเพียงแค่ 5 นาที  ทำไมนางมารปิงโหย่วถึงได้ไปยังแดนนิรันดร์  หมายความว่านางตายแล้ว  โดยบรรลุธรรมสูงสุดที่บรรพชิตทุกรูปมุ่งหมายอีกด้วย


            “ท่านได้ยินไม่ผิด  ตอนนี้ร่างของนางอยู่บนเจดีย์ชั้นที่ 7  ขอให้ท่านนำร่างของนางมาจัดการตามพิธีด้วย  เมื่อจัดการเรียบร้อยแล้ว  เราจะมาพบท่านอีกครั้ง” กล่าวจบไท่ซื่อคงก็หายไปต่อหน้าต่อตาของเจ้าอาวาส


            “มีใครอยู่แถวนี้บ้าง” เจ้าอาวาสตะโกนขึ้น  ไม่นานก็มีพระหลายรูปรีบเดินมาหา


            “ท่านเจ้าอาวาส  มีอะไรรึเปล่าครับ” พระรูปหนึ่งถามขึ้น


            “นางมารปิงโหย่วตายแล้ว  นางตายโดยบรรลุธรรมขั้นสูงสุดโดยการชี้นำของท่านไท่ซื่อคง  ท่านขอให้ทางเราn.  จัดพิธีศพให้นางตามประเพณีด้วย  ตอนนี้ร่างของนางอยู่ในเจดีย์ชั้นที่ 7  จงถือป้ายนี้ไปด้วย  ไม่อย่างนั้นด้วยค่ายกลในเจดีย์ที่ฟื้นฟูกลับมาทรงพลังดังเดิม  จะทำให้พวกท่านไม่สามารถขึ้นไปถึงชั้นที่ 7 ได้” เจ้าอาวาสหยิบป้ายไม้ที่เต็มไปด้วยอักขระลมปราณเปล่งแสงสีทองออกมาให้พระรูปหนึ่ง


            หลังจากนั้นที่เส้าหลินก็วุ่นวายกันใหญ่   เพราะต้องเตรียมพิธีตามประเพณีให้กับร่างไร้ลมหายใจของนางมารปิงโหย่ว  ส่วนท่านเจ้าอาวาสได้ให้คนนำข่าวการตายของนางมารปิงโหย่วไปแจ้งกับทางสมาคมการค้าตะวันจันทรา  หากแต่ท่านไม่ได้แจ้งเรื่องหลวงจีนลึกลับไท่ซื่อคงแต่อย่างใด  เพราะคิดว่าไท่ซื่อคงเป็นผู้รักสันโดด  ท่านจึงไม่คิดสร้างความเดือดร้อนให้


            ที่ชั้นใต้ดิน  คฤหาสน์ตระกูลฟาง

            อี้หานที่เพิ่งฝึกเสร็จ  เขากลับมาอาบน้ำแต่งตัวในห้องส่วนตัวของเขา  วันนี้เหลาเหล่าให้เขาพัก  ไม่ต้องไปปรนนิบัติ  เขาจึงใช้เวลาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลาย  ส่วนโรงเรียนที่เขาเลือกคือโรงเรียนมิดการ์ดเช่นเดียวกับไป่ฉี


            ตอนนี้เขาไม่ได้มองว่าไป่ฉีคือศัตรู  แต่มองเป็นคู่แข่งที่เขาจะต้องเอาชนะให้ได้  ทั้งวรยุทธ์และการศึกษา


            เมื่ออ่านหนังสือมาได้สักพัก  อี้หานรู้สึกเมื่อยล้าที่ดวงตา  เขาจึงได้ปิดหนังสือและเดินไปยังเตียงนอน  เขาคิดทบทวนเกี่ยวกับเหลาเหล่า  เขารู้สึกแปลกใจมาก  ทั้ง ๆ ที่ต้องมีอะไรกับเหลาเหล่าเป็นประจำ  เขากลับไม่ได้รังเกียจเหลาเหล่าเหมือนตอนแรกที่เจอ  เขาพยายามหาความรู้สึกของตัวเองอยู่สักพัก  ในที่สุดเขาก็ผลอยหลับไป


            'เธอคืออี้หานสินะ ฮิฮิ' เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังอยู่ในหัวเขา  อี้หานจึงลืมตาตื่นขึ้น  เขาพบหญิงสาวอายุราว 15 ปี  ยืนยิ้มให้เขา


            'ทำไมกัน  ทำไมเราถึงใจเต้นรัวขนาดนี้กัน' อี้หานแปลกใจมาก  เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน


            'ครั้งก่อนฉันมาหาเหลาเหล่า  แต่เธอไม่อยู่  คิดดูแล้วก็ถือว่าโชคดีที่ฉันไม่ได้ทำร้ายจิตใจเธอ' หญิงสาวกล่าว


            'เธอเป็นใครกัน  หรือว่าเธอคือนางมารปิงโหย่วที่อาจารย์พูดถึง' อี้หานตกใจ  เขาเริ่มระวังตัวทันที  แต่ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าหญิงสาวตรงหน้าดูไม่ได้อันตรายเหมือนที่อาจารย์ของเขาบอก


            'ฮิฮิ ฉันไม่ได้มาเพราะเรื่องนั้นหรอกนะ  ฉันมาบอกลาน่ะ' ปิงโหย่วกล่าว


            'ทำไมต้องมาบอกฉันล่ะ  ไปบอกอาจารย์ไม่ดีกว่าเหรอ  รายนั้นถึงขนาดนอนไม่หลับไปหลายวันเพราะกลัวคุณจะมาโจมตีสำนักอีก' อี้หานกล่าว


            'เพราะฉันไม่มีธุระกับเขา  แต่มีกับเธอต่างหาก' ปิงโหย่วกล่าว


            'มีธุระกับฉัน' อี้หานถาม  ฉับพลันก็มีกระจกเงาปรากฎขึ้นตรงหน้าของเขา  หากแต่สิ่งที่สะท้อนอยู่ในกระจกกลับไม่ใช่ตัวเขา  แต่เป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่อายุประมาณ 18 ปี  ใบหน้าหล่อเหลากว่าเขามาก  หรืออาจจะเป็นเพราะชายหนุ่มในกระจกนั้นโตกว่าเขา  เลยทำให้ดูดีกว่า


            'ใช่จริง ๆ ด้วยสินะ  ต่อหน้ากระจกแห่งความจริงที่จะฉายอดีตชาติของคน ๆ นั้นออกมา  สุดท้ายพี่ก็เลือกเหลาเหล่ามากกว่าฉันสินะ' ปิงโหย่วตรงหน้าอี้หานยิ้มบาง ๆ ออกมา


            'ไม่ใช่นะ เอ๊ะ!' อี้หานรู้สึกแปลกใจ  ทำไมเขาถึงต้องแก้ตัว  พี่ชายของปิงโหย่วเกี่ยวอะไรกับเขา


            'อี้หาน  เธอลองสัมผัสกระจกแห่งความจริงนั่น  แล้วเธอจะรู้คำตอบในสิ่งที่ฉันพูดไปเมื่อกี้' ปิงโหย่วกล่าว


            อี้หานยังคงงงอยู่  แต่เขาคิดว่าแค่แตะกระจกคงไม่เป็นอะไร  เขาจึงยื่นมือไปแตะที่กระจก  หลังจากนั้นความทรงจำของคน ๆ หนึ่งรวมถึงความคิด  ความรู้สึกก็ไหลเข้ามาในหัวของเขา  จนเขาต้องผละออกจากกระจก  และเอามือกุมหัวไว้  เพราะตอนนี้เขาปวดหัวมาก  ส่วนปิงโหย่วก็ยังคงมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้า  เธอเดินเข้ามาหาเขาก่อนจะย่อตัวลงไปอยู่ใกล้ ๆ


            'พี่(ปิง)หานชิง  พี่ต้องค่อย ๆ เรียบเรียงความทรงจำเดิม  ตอนที่พี่จำทุกอย่างได้  ฉันคงไม่ได้อยู่ดูความรักของพี่  แต่มีหลวงจีนรูปหนึ่งให้โอสถคืนวัยนี้มา  ตอนนี้พี่กับเหลาเหล่าอายุห่างกันหลายสิบปี  ยานี้จะช่วยให้เขาหวนคืนสู่วัยแรกรุ่นอีกครั้ง  ส่วนผลอีกอย่างเดี๋ยวพี่ก็จะรู้เอง  ฉันต้องไปแล้ว  ลาก่อนนะพี่ชาย' กล่าวจบปิงโหย่วก็จุมพิตที่หน้าผากของอี้หาน  ก่อนที่ร่างของเธอจะกลายเป็นเกล็ดหิมะและสลายหายไป


            อี้หานจมอยู่กับภาพ และความรู้สึกที่ถูกส่งผ่านมาจากกระจกที่เขาสัมผัสเมื่อครู่  หลังจากผ่านไปแล้วสักพักอาการปวดหัวก็หายไป  พร้อมกับตัวเขาที่สะดุ้งตื่นขึ้น  อี้หานมีเหงื่อออกทั่วทั้งตัว  หางตาของเขามีน้ำตาไหลออกมา


            “ขอบใจนะปิงเอ๋อ  พี่ชายคนนี้จะไม่ลืมเธออีกแน่นอน” อี้หานยิ้มอย่างออนโยนออกมา  เขาเข้าใจความทรงจำทุกอย่างแล้ว  นางมารปิงโหย่วที่จริงคือน้องสาวของเขาเมื่อชาติที่แล้ว  ส่วนตัวเขาคือปิงหานชิงที่กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง  เท่านี้เขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงไม่รังเกียจเหลาเหล่า  นั่นเพราะในอดีตเหลาเหล่าได้ซื้อเขามาจากคน ๆ หนึ่ง และทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่สูญเสียความทรงจำอย่างเขาดีขึ้น  เขาจึงสำนึกบุญคุณของเหลาเหล่า  เขาตัดสินใจจะดูแลผู้มีพระคุณคนนี้  จนกระทั่งเขาพบว่าแท้จริงแล้วเขารักเหลาเหล่า  แต่ตัวเขาก็ตายเพราะคนที่เขารัก  ไม่คิดเลยว่าเขาจะได้โอกาสอีกครั้งจากน้องสาวของเขา


            อี้หานลุกไปอาบน้ำอีกครั้ง  ก่อนจะแต่งตัวด้วยเสื้อกล้ามสีขาว  กางเกงขาสั้นสีดำ และเดินออกจากห้องของตนไปตามทางเดินจนถึงห้องหนึ่งที่หน้าห้องเขียนว่า เหลาเหล่า


            แกร่ก ๆ


            อี้หานพยายามบิดลูกบิดเพื่อเปิดประตู  แต่พบว่ามันล็อกอยู่  แถมเขายังได้ยินเสียงดังมาจากในห้อง  เสียงนั้นทำให้เขามีสีหน้ามืดครึ้มลง  ก่อนจะโคจรพลังปราณแล้วต่อยไปที่ลูกบิดอย่างแรง


            แกร๊ง  แกรก  แอ๊ด


            เมื่อประตูเปิดออก  สิ่งที่เขาเห็นคือศิษย์พี่ของเขาคนหนึ่งกำลังใช้แกนกายสอดเข้าไปยังช่องทางลับของเหลาเหล่า  อี้หานไม่รอช้าเดินเข้าไปอย่างรวดเร็ว


            “อี้หาน วันนี้นายได้พักนี่” ศิษย์พี่ถามขึ้น


            “งั้นผมขอแลกเวรเลยก็แล้วกันนะครับ  ต่อจากนี้ทุกวันผมจะเป็นคนเข้ามาปรนนิบัติเอง  ตอนนี้ผมมีธุระเร่งด่วนต้องคุยกับเหล่าเอ๋อเสียหน่อย” อี้หานยิ้ม


            ศิษย์พี่รีบใส่เสื้อผ้าและออกไปทันที  เขาว่าบรรยากาศของอี้หานวันนี้ดูน่ากลัวแปลก ๆ หรือเขาจะทะเลาะกับอาจารย์กันนะ


            “หานหาน  นี่มันอะไรกัน  แล้วเรียกฉันว่าอะไรนะ  เหล่าเอ๋อ  ฉันอายุเยอะกว่าเธอนะจ๊ะ” เหลาเหล่าแปลกใจมาก  เพราะคนที่เรียกเขาว่า เหล่าเอ๋อ มีเพียงปิงหานชิงเท่านั้น


            “ถ้าอย่างนั้นผมจะทำให้จำได้เอง” อี้หานยกยิ้มขึ้น  ถึงคราวเขาเอาคืนก่อนหน้านี้ที่เหลาเหล่าลงโทษเขาบ้าง


            ในคืนนั้นเสียงร้องของเหลาเหล่าก็ดังไปทั่ว  เพราะลูกบิดถูกพังไป  ทำให้เสียงเล็ดลอดออกมาจากภายในห้อง  มันเป็นเสียงของความสุขสมของเหลาเหล่า  ซึ่งดังต่อเนื่องตลอดทั้งคืนจนถึงเช้า  เหล่าศิษย์ในสำนักต่างอยู่แต่ในห้องไม่กล้าโผล่ออกไปดู  เพราะกลัวโดนเหลาเหล่าเห็นแล้วจะลงโทษพวกเขา