“เธอคิดว่าเธอเป็ใคร เก่งมากนักเหรอ เก่งมากใช่ไหม ทำไมไม่ออกไปตั้งบริษัทเองสะเลยเล่า จะมาเป็พนักงานคนอื่นไปเพื่ออะไร #%&#@...”
อ่า เริ่มอีกแล้ว ครั้งนี้ฉันทำผิดเหรอ โนๆ ไม่ใช่หรอก งั้นใครผิด ก็คนที่ด่าฉันอยู่ตอนนี้นะสิ เขาตัดสินใจตอบรับคำขอของบริษัทคู่ค้าเอง ทั้งๆ ที่ไม่ได้ปรึกษาผู้จัดการแท้ๆ แต่เพราะเขาเป็ญาติกับประธานบริษัท เขาเลยแกล้งเลอะเลือน แล้วมาด่าฉันให้คนในแผนกฟัง เพื่อโยนความผิด เหอะๆ คิดว่าคนอื่นเขาไม่รู้กันเหรอ เขารู้กันทั้งแผนก แต่เพราะทำอะไรไม่ได้ต่างหาก ถึงไม่มีใครพูดอะไร นี่มันยุคไหนกันแล้ว ยังมีคนแบบนี้โผล่มาในที่ทำงานอีกเหรอ โอ้ หรือมันไม่ได้เกี่ยวกับยุคสมัย แต่มันอยู่ที่ตัวบุคคล อืมมมม เื่นี้ช่างน่าคิดจริงๆ คิดเื่นี้ยังมีประโยชน์กว่ายืนฟังคำด่าของมั... เอิ่ม หมายถึง ของหัวหน้าแผนกเสียอีก เฮ้อออออ เวรกรรมจริง ทำไม๊ ทำไมต้องเป็ฉันที่ได้รับหน้าที่ในการประสานงานด้วยนะ ความผิดของตัวเองก็ไม่ใช่ ช่างน่ารำคาญจริงๆ แต่การโต้เถียงให้เื่ยืดยาว ทั้งๆ ที่คนทั้งแผนกรับรู้ ก็ยุ่งยาก วุ่นวายมากกว่าอีก โว๊ยยยยยย จิ๊!!!
“คุณหนึ่ง!!! คุณฟังที่ผมพูดอยู่หรือเปล่า คุณจะทำงานให้ดีได้ยังไง ถ้าคุณยังทำไม่ได้แม้แต่การตั้งใจฟังที่หัวหน้าพูด!!!”
ฉันยิ้มรับ และตอบออกไปช้าๆ “หัวหน้าคะ หัวหน้าพูดประโยคเดิมมา 5 รอบแล้วค่ะ ดิฉันจึงคิดว่าหัวหน้าอยากเพิ่มรายละเอียดในแต่ละประโยค แต่.. เฮ้อ ดิฉันแยกความแตกต่างไม่ออกในแต่ละรอบเลยค่ะ อืมมมม หัวหน้าคะ ขอความกรุณา หัวหน้าช่วยแจ้งประเด็นสำคัญโดยตรงได้ไหมคะ ดิฉันฟังสิ่งที่หัวหน้า้าสื่อไม่ออกจริงๆ ค่ะ เฮ้อ ฉันทำให้หัวหน้าและคนทั้งแผนกต้องเห็นเื่ตลกสะแล้ว เฮ้อ ต้องลำบากหัวหน้าแล้วค่ะ”
ฉันมองเขาด้วยสายตาเคารพนับถืออย่างยิ่ง รอฟังประเด็นที่เขาจะสรุปให้ฟังอย่างใจจดใจจ่อ แต่ในใจกลับคิด หัวหน้าเวรนี่ พูดมาตั้งนาน มีแต่คำด่าไร้สาระทั้งนั้น ไม่มีใจความสำคัญสักนิด อืมมมมม ทนไว้ๆ ไม่อย่างนั้นความน่ารำคาญกว่านี้จะตามมา เพราะงั้น อดทนฟังคำด่าหัวหน้าไร้ความสามารถคนนี้เอาไว้!!!
“โอ้ ในที่สุดคุณก็รับรู้แล้วสินะว่าตัวเองโง่แค่ไหน ผมละหมดคำจะพูดกับคุณจริงๆ ยืนฟังตั้งนาน แต่ไม่เข้าใจอะไรเลยเนี่ยนะ คุณนี่มัน.........” อ่า โธ่เว๊ยยยยย เริ่มอีกแล้ว เสียเวลาทำงานของฉัน!!!
“คุณหนึ่งคะ ผู้จัดการ้าให้คุณไปชี้แจงเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวานค่ะ ต้องขอโทษหัวหน้าแผนกด้วยนะคะ ดิฉันขอยืมตัวคุณหนึ่งสักครู่ค่ะ เื่นี้เป็เื่ด่วนจริงๆ ค่ะ” พี่เมย์ เลขาของผู้จัดการ ยิ้มและพูดกับหัวหน้าแผนกอย่างสุภาพ อ่า พี่เมย์ วันนี้ฉันจะเลี้ยงกาแฟพี่เอง!!!
“เหอะ เชิญเถอะ ถึงผมจะพูดไปมากกว่านี้ นังคนโง่เง่านี่ก็ฟังไม่เข้าหัวสักประโยค” อืมมมม ประโยคนี้ช่าง.... ฉันก็อยากตอบกลับเหลือเกิน ไอ้คุณหัวหน้าเว๊ย คุณมึงพูดหาสาระไม่ได้มาได้นานขนาดนี้ ช่างเป็ความสามารถที่น้อยคนอยากเอาเป็แบบอย่างจริงๆ
ฉันหายใจเข้าลึกๆ อย่างเงียบๆ “ถ้าอย่างนั้นหัวหน้าคะ ดิฉันขอตัวนะคะ” ยิ้มไว้ หนึ่ง ยิ้มเข้าไว้ ไม่งั้นการอดทนฟังจะเสียเปล่า!!!
“พี่เมย์ ไปกันค่ะ” ช้าอยู่ไย รีบไปจากตรงนี้กันเถอะ กว่าจะหลุดพ้นออกมาได้ ไม่ง่ายเลยยยยย
“ขอบคุณนะคะพี่เมย์ เที่ยงนี้หนึ่งเลี้ยงกาแฟพี่เอง ถ้าพี่ไม่มา หนึ่งคงต้องสรรหานิยายที่เคยอ่านอีกหลายเื่มานึกไว้ในใจแน่ๆ ช่าง... เฮ้อ หมดหนทางจริงๆ” ฉันแกล้งเล่นใหญ่กับพี่เมย์อย่างตลก
“55555 ไปขอบคุณผู้จัดการเถอะ เขาเห็นว่านานแล้วแต่ไม่เห็นมีใครรายงานเื่เมื่อวานสักที ก็เลยให้พี่ลงมาดู”
“เฮ้ออออ พูดตามตรงนะคะ หนึ่งฟังที่หัวหน้าพูดมาเกือบชั่วโมงแล้ว แต่หนึ่งยังไม่รู้เลยค่ะ ว่าต้องจัดการเื่นี้ยังไง อ่า ระดับการแก้ปัญหาขึ้นอยู่กับระดับความสัมพันธ์ เื่นี้ช่าง... จะให้เขียนรายงานเื่นี้ยังไงกันคะ? หนึ่งละอยากยื่นฟอร์มเอกสารให้หัวหน้า แล้วบอกว่า เชิญหัวหน้ากรอกรายการตาม้า พร้อมระบุด้วยว่าเป็ผู้รับผิดชอบทุกอย่างแต่เพียงผู้เดียวจริงๆ เฮ้ออออ แต่มันจะเป็ไปได้ด้วยเหรอคะ ถึงจะรู้ว่าความผิดเป็ของใคร ปัญหาอยู่ตรงไหน แต่เอกสารยังต้องเป็ไปตามระบบ แล้วจะให้พวกเราทำยังไงคะ? ไปเจรจาก็ตอบมาแค่ว่าหัวหน้าเห็นชอบแล้ว พอบอกว่าดิฉันไม่สิทธิ์แก้ไข order ก็บอกว่า order นี้ผ่านการตัดสินขั้นสุดท้ายมาแล้ว เหลือแค่ทำเอกสารเท่านั้น ถ้างั้นทำไมไม่ส่ง order ใหม่จากทางนั้นพร้อมหนังสือชี้แจงมาละ ไม่ใช่ว่าไม่้ารับผิดชอบ ถ้าของที่ส่งมามีปัญหาไม่ใช่หรือไง หนึ่งก็ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน คิดว่าอย่างน้อย หัวหน้าน่าจะบอก แต่... เฮ้อออออ” นาทีนี้ ถอนหายใจได้เท่านั้น
“เฮ้อออ ลำบากกันไปหมด” พี่เมย์ก็มาร่วมถอนหายใจ ไปด้วยกันอีกคน
“ช่างเถอะๆ ความน่ารำคาญเ่าั้ก็ให้เบื้องบนเขาไปแก้เอาเองเถอะ หนึ่งทำงานของหนึ่งก็พอ” หมดแรงใจจะพัฒนาจริงๆ เจอหัวหน้าแบบนี้ ถ้าทำดี นั่นคือความดีของหัวหน้า แต่ถ้าพลาดนั่นต้องรับผิดชอบเอง เื่นี้ก็ไม่อะไรหรอก แต่ต้องรับความผิดของคนอื่นนี่มัน อ๊ากกกกกก ฉันเป็เด็กน้อย ที่ไม่อยากรับรู้โลกของผู้ใหญ่!!! ต่อให้อายุ 25 ก็จะเป็เด็กน้อยต่อไป โลกของผู้ใหญ่ช่างน่ารำคาญ วุ่นวายจริง!!!
“เข้าไปเถอะ ผู้จัดการรออยู่” เดินไปคุยไปก็มาถึงหน้าห้องผู้จัดการสะแล้ว
“ค่ะ” ฉันหายใจเข้าลึกๆ ก่อนพี่เมย์จะเคาะประตู
“ผู้จัดการค่ะ พนักงานแผนกจัดซื้อมาแล้วค่ะ”
“เชิญ”
เมื่อเดินเข้าไป ผู้ชายหน้าหล่อ แต่มาดขรึมนั่งอยู่หลังโต๊ะ โอ้ ถึงจะเป็อาหารตาชั้นดี แต่มองนานก็ไม่ได้ มารยาทยังต้องมีติดตัวไว้บ้าง ถึงจะน้อยนิดก็เถอะ 5555 อ่า เล่นตลกให้ตัวเองฟังแก้เครียด
“คราวนี้ order มีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้างครับ”
โอ้ ตรงประเด็น เห็นชัดทุกปัญหาเลยค่ะ ไม่ต้องถามที่มาที่ไปก็รู้อยู่แล้วสินะคะ เื่นี้จะว่าจัดการง่ายก็ง่าย เพราะเป็แค่สัญญาปากเปล่า แต่จะว่ายากก็ยาก เพราะต้องใส่ใจเื่เครดิตของบริษัท แถมยังต้องรักษา connection เอาไว้ด้วย แต่อ่า... นั่นนอกเหนืออำนาจของฉัน น่าสงสารก็แต่ผู้จัดการ ต้องคอยเก็บกวาดให้หัวหน้าแผนกทุกรอบ อืมๆๆๆ โลกนี้นั้นคนที่ลำบาก ไม่ได้มีแค่เราคนเดียว บรรลุสัจธรรมแล้วหนึ่ง นาทีนี้ต้องตลกกันต่อไป แก้เครียด
“จากที่ดิฉันได้คุยกับทางนั้น มีเวชภัณฑ์ที่ทางเราไม่ได้สั่งเพิ่มเติมมาอีกมากกว่า 10 รายการ ของที่เรา้าจัดซื้อบางรายการมีปริมาณมากเกินจำเป็... มากกว่าเดิม 4-5 เท่า บางรายการไม่ได้ระบุแหล่งที่มา จึงไม่อาจทราบว่าจะมีคุณภาพระดับใด อีกทั้ง... ทางนั้นระบุให้เราเป็คนส่งคำขอ order เพิ่มเติมเหล่านี้ไปให้บริษัทเขาอีกครั้ง เขาบอกว่าเื่นี้หัวหน้าแผนกได้ยืนยันกับทางประธานของเขาแล้ว แค่เปลี่ยนแปลงรายการและส่งไปให้เขาใหม่ก็พอ เื่อื่นเขาจะคุยกับหัวหน้าแผนกเองค่ะ”
เมื่อพูดจบ ฉันก็ไม่สบตากับผู้จัดการอีก ไม่ได้หรอก เดี๋ยวภาพลักษณ์อันหล่อวัวตายควายล้มของผู้จัดการในใจฉันจะเสียหาย เพราะ... อืมมมม ต้องโกรธแน่ ต้องโกรธแน่ๆ สัญญาจัดซื้อที่เห็นกันอยู่ชัดๆ ว่าทางเราเสียเปรียบ และขาดทุน หัวหน้าแผนกก็ยังรับปากไปอย่างหน้าใหญ่ใจโต แล้วบอกว่าจะจัดการให้เอง เหอะๆ ใครที่จัดการนะ เหลือจะกล่าวจริงๆ อ่า ผู้จัดการคนหล่อที่น่าสงสารของฉันนนนน
“ผมทราบแล้ว ผมจะให้เมย์ส่ง order ใหม่ไปให้ หลังจากเจรจากับทางนั้นอีกครั้ง... ส่งให้คุณโดยตรง คุณแค่ต้องส่งไปให้ทางนั้น ส่วนเื่ที่เหลือ... ยื่นนามบัตรของประธานให้เขาแทนแล้วกัน” อืมมมม ทำไมประโยคหลังๆ เหมือนจะกัดฟันพูดนะ อืมมมม ฉัน... ไม่เข้าใจความนัยใดใดทั้งสิ้น!!!