คลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี)

    แมวสามสีในความทรงจำ

    [1 กรกฎาคม]

    ท่ามกลางความมืดมิดที่ลึกสุดหยั่ง ความเงียบงันไม่ใช่เพียงแค่การปราศจากเสียง 

    แต่มันคือแรงกดทับที่บีบคั้นจิตวิญญาณให้จมดิ่งลงสู่ความว่างเปล่า 

    ทว่าทันใดนั้น แรงสั่นสะเทือนที่คมกริบดุจปลายเข็มก็กรีดผ่านม่านหมอกแห่งสติ

    ติ๊ง!

    อคินสะดุ้งสุดตัว ร่างกายของเขาดีดขึ้นจากเตียงไม้เก่าๆ ในโรงเตี๊ยมเหรียญทองราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงกระชาก 

    เขาสูดอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ทว่ามันเป็นความรู้สึกที่ประหลาด... 

    อากาศนั้นเย็นเยียบและดูเหมือนจะไหลผ่านหน้าอกไปโดยไม่สร้างความอบอุ่นให้แก่ร่างกายเลยแม้แต่น้อย 

    เขารู้สึกเจ็บแปลบที่ทรวงอกราวกับซี่โครงถูกบีบอัด แต่ความเจ็บนั้นกลับหายไปรวดเร็วพอๆ กับที่มันเกิดขึ้น

    มือขวาของเขาคว้าหมับไปที่ข้างเตียงตามสัญชาตญาณอัศวิน หมายจะหยิบด้ามดาบเล่มคุ้นมือ 

    แต่สิ่งที่ปลายนิ้วสัมผัสกลับมีเพียงความว่างเปล่าและความชื้นแฉะของผ้าห่มที่ส่งกลิ่นอับจางๆ

    เขานิ่งค้าง หอบหายใจในความสลัว พยายามปะติดปะต่อเศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกกระจายเหมือนกระจกเงาที่ถูกทุบ 

    ภาพสุดท้ายที่จำได้คือเงาทมิฬมหึมาของ ‘หมียักษ์เหล็กไหล’ ที่บดบังแสงจันทร์จนมืดมิด 

    เสียงคำรามของมันยังก้องอยู่ในหัว... และระเบิดพลังสีเขียวทองที่สว่างวาบขึ้นท่ามกลางความสิ้นหวัง

    "กลับมา... ที่นี่ได้ยังไง?" 

    เสียงของเขาแหบพร่า ราวกับเสียงกระซิบของสายลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่าง

    เขายกมือขึ้นขยี้ตาที่ยังคงพร่าเลือน ก่อนที่หน้าต่างกึ่งโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนอันคุ้นเคยจะปรากฏขึ้นเบื้องหน้า 

    มันสั่นระริกเล็กน้อยราวกับสัญญาณภาพที่ไม่เสถียร ก่อนจะค่อยๆ ปรากฏข้อมูลที่ทำให้รูม่านตาของเขาขยายกว้าง

     

    [ระยะเวลาเชื่อมต่อ: 07:59:59]

    [ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 1 กรกฎาคม]

     

    "หนึ่งกรกฎา?" 

    อคินทวนคำเบาๆ สมองที่ตื้อชาพยายามประมวลผลอย่างรวดเร็ว 

    'ฉันสลบไปตอนเช้ามืดของวันที่ 30 มิถุนายน ตามกฎที่ฉันเข้าใจ... ระยะเวลา 8 ชั่วโมงต่อคืนที่ระบบอนุญาต ฉันควรจะตื่นขึ้นมาในค่ำวันเดียวกัน... แต่นี่มันกระโดดข้ามไปหนึ่งวันเต็มๆ!'

    "ระบบ... นี่ฉันหลับไปเกือบสี่สิบชั่วโมงเลยเหรอ? เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของฉันกันแน่?" 

    เขาถามออกไปในความเงียบอันมืดมิดของห้องพัก

    ความเงียบปกคลุมอยู่ครู่หนึ่ง เป็นความเงียบที่ยาวนานจนน่าอึดอัด 

    ก่อนที่ข้อความใหม่จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นช้าๆ ราวกับเครื่องจักรโบราณที่ต้องใช้พลังงานอย่างหนักในการกลั่นกรองถ้อยคำ

     

    [...แจ้งเตือน... ร่างกายของเจ้าได้รับภาระหนักเกินพิกัดจากการ 'หยิบยืมพลัง' เกินขีดจำกัดถึง 2 ครั้งในภารกิจก่อนหน้า... กระบวนการ 'ซ่อมแซมและปรับจูนความเสถียร' จึงต้องใช้เวลามากกว่าปกติเพื่อป้องกันการแตกสลายของภาคส่วนวิญญาณ...]

     

    อคินขบกรามแน่น ความกังวลมลายหายไปและถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่เอ่อล้นขึ้นมาในอก... 

    มันคือความปลาบปลื้มใจที่เขาได้รับความใส่ใจจากเบื้องบน 

    เขากำหมัดแน่น สัมผัสถึงพละกำลังที่ไหลเวียนอยู่ในกล้ามเนื้อที่เย็นเฉียบราวกับหินสลัก

    'พลังเทพนั่น... สร้างภาระขนาดนี้เชียว' 

    เขาคิดในใจด้วยความฮึกเหิม 

    'ระบบคงพยายามช่วยชีวิตฉันไว้สินะ... ต่อไปคงต้องระวังกว่านี้ แต่เพื่อปกป้องเพื่อนๆ... มันก็คุ้มค่า'

    ...

    [19:15 น.]

    เสียงไม้กระดานลั่นดัง เอี๊ยด ทันทีที่อคินก้าวออกจากห้องพัก 

    รองเท้าบูตหนังของเขาเหยียบลงบนพื้นไม้ของทางเดินในโรงเตี๊ยมเหรียญทอง 

    ขนาบข้างด้วย ‘โบ้’ เจ้าหมาโกลเด้นที่เดินส่ายหางหน้าตั้งด้วยท่าทีร่าเริงเกินปกติ 

    และ ‘บัวลอย’ แมวสามสีที่เยื้องย่างด้วยท่าทางสงบนิ่งทว่าน่าเกรงขาม

    อคินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อพบว่าสัตว์เลี้ยงทั้งสองดูจะเกาะติดเขามากกว่าทุกครั้ง 

    โดยเฉพาะบัวลอยที่คอยเหลือบมองแผ่นหลังของเขาอยู่เป็นระยะด้วยดวงตาที่เป็นประกายวูบไหวในความมืด

    ทว่าความสนใจของเขาถูกขัดจังหวะด้วยร่างท้วมของ ‘ป้าเม้ย’ เจ้าของโรงเตี๊ยมที่ยืนดักอยู่ตรงหัวมุมทางเดิน 

    เธอกอดอก ใบหน้าบึ้งตึงภายใต้แสงตะเกียงพลังเวทที่สลัวราง 

    ป้าเม้ยหรี่ตามองเขาอย่างมีพิรุธ ราวกับพยายามจะมองให้ทะลุเข้าไปในชั้นผิวหนังของเขา

    "พ่อหนุ่มอคิน..." 

    ป้าเม้ยเอ่ยเสียงแข็ง พลางก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว 

    "เดือนนี้ป้าต้องขอเก็บค่าเช่าเพิ่มนะ"

    อคินขมวดคิ้ว 

    "อ้าว? ทำไมล่ะครับป้า? ผมก็จ่ายล่วงหน้าไปครบแล้วนี่ครับ สัตว์เลี้ยงของผมก็ไม่เคยทำข้าวของพัง"

    ป้าเม้ยขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด 

    กลิ่นน้ำมันมวยและควันธูปเข้มข้นที่ติดตัวนางปะทะเข้ากับจมูกของอคินจนเขาต้องเบือนหน้าหนีเล็กน้อย 

    แต่เธอกลับลดเสียงลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบที่สั่นพร่า

    "ก็เมื่อวานตอนกลางวันน่ะสิ... ป้าเห็น 'แมว' อีกตัว วิ่งออกมาจากห้องเธอ"

    หัวใจของอคินกระตุกวูบ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดไปตามไขสันหลัง 

    "แมวตัวอื่น? ป้าแน่ใจเหรอครับ?"

    "ไม่ใช่หนูบัวลอย ส้มซ่า หรือปลาเผาแน่ๆ" 

    ป้าเม้ยบ่นพึมพำ ใบหน้าของนางดูซีดเซียวลงเมื่อต้องเอ่ยถึง 

    "มันมีสามสี... ตัวเล็กและน่ารักเชียว แต่มันดูซูบเซียวจนเห็นซี่โครง เหมือนแมวที่ป่วยหนักจนจวนจะตายยังไงบอกไม่ถูก แต่มันวิ่งไว... ไวอย่างกับผี ป้าจะไล่จับก็คว้าได้แต่ธาตุอากาศ"

    เธอเงยหน้ามองอคินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความระแวง 

    "กฎของที่นี่คือคิดราคาตามจำนวนหัว ไม่แยกคนหรือสัตว์ ป้าเห็นว่าเธอเป็นอัศวินที่ช่วยชาวบ้าน ป้าเลยไม่ว่าเรื่องที่แอบเลี้ยงไว้เพิ่ม... แต่ ยังไงเธอก็ต้องจ่ายตามระเบียบ!"

    ความร้อนรนแผ่ซ่านไปทั่วอกของอคิน เขาโผเข้าหาป้าเม้ยจนนางผงะไปชนผนัง 

    "แมวสามสี? ตัวเล็กๆ ... ป้าครับ! เขามีลายพาดขวางที่โคนหางด้วยใช่ไหม? แล้วตาก็สีเขียวอมเหลืองเหมือนมรกตใช่ไหมป้า!?"

    ป้าเม้ยกะพริบตาถี่ๆ ด้วยความตกใจ 

    "เออ... มั้ง ป้าเห็นแวบเดียว มันมุดหายไปทางหลังตลาดนั่นแหละ..."

    "แต้ม! ต้องใช่แต้มแน่ๆ!" 

    อคินตะโกนออกมาอย่างลืมตัว ความดีใจที่เอ่อล้นทำให้เขาลืมสิ้นซึ่งความเหนื่อยล้าจากการพักฟื้น 

    เสียงของเขาดังกังวานผิดปกติ จนบัวลอยต้องรีบแสร้งทำเป็นตะกุยพรมเพื่อกลบเกลื่อนอาการสะดุ้งของตัวเอง

    โบ้รีบเข้าไปคลอเคลียขาของอคิน พยายามดันตัวเจ้านายให้รีบเดินออกจากจุดนั้น 

    สุนัขแสนรู้ครางหงิงในลำคอราวกับจะเตือนว่าป้าเม้ยเริ่มสังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ปกติในตัวเขาแล้ว

    อคินล้วงเหรียญพฤกษาออกจากกระเป๋ามิติ ส่งให้ป้าเม้ยกำใหญ่โดยไม่เสียเวลาตรวจนับ 

    "จ่ายครับป้า! ผมยอมจ่ายเพิ่มสามเท่าเลย! แต่ผมขอร้อง..." 

    เสียงของอคินเริ่มสั่นเครือ แววตาของเขาดูวูบไหวราวกับเด็กหลงทาง 

    "ป้าช่วยจับตาดูเขาให้ผมที ถ้าเขาโผล่มาอีก ช่วยเรียกชื่อเขา... เรียกเขาว่า 'แต้ม' นะครับป้า เขาเป็นเพื่อนที่สำคัญที่สุดในชีวิตผม ถ้าป้าจับเขาได้... ฝากให้อาหารเขาเยอะๆ ด้วยนะครับ ผมจะรีบกลับมา"

    ป้าเม้ยมองเหรียญพฤกษาในมือสลับกับใบหน้าของอัศวินในชุดออฟฟิศสีขาวที่เหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ 

    ความโลภในใจมลายหายไปชั่วขณะเมื่อเห็นความโศกเศร้าที่จริงแท้ในดวงตาของชายหนุ่ม 

    ป้าเม้ยพยักหน้าส่งๆ 

    "เออๆ ... รู้แล้ว ถ้าป้าเจออีกจะเรียกไว้ให้ ไปเถอะ ไปทำหน้าที่ของเธอ"

    อคินกล่าวขอบคุณซ้ำๆ ก่อนจะรีบหันหลังวิ่งลงจากโรงเตี๊ยมไปทันที 

    พลังงานแห่งความหวังขับเคลื่อนให้เขาหายลับไปในเงามืดของเมืองยามค่ำคืน

    ทว่า... ในวินาทีที่แผ่นหลังของอคินหายลับไป 

    เงาสีทองของ ‘มามาเลด’ ที่แอบซุ่มอยู่บนคานไม้ด้านบนก็กระโดดวูบลงมาตรงหน้าป้าเม้ยอย่างไร้เสียง 

    แมวส้มในชุดเกราะที่ดูองอาจสบตาป้าเจ้าของโรงเตี๊ยมด้วยแววตาที่เคร่งเครียดเกินกว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง

    "ป้า... เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยกัน เป็นความลับที่อาจจะเปลี่ยนชะตาของเมืองนี้" 

    มามาเลดเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำผิดจากปกติ ป้าเม้ยสะดุ้งโหยงก่อนจะพยักหน้าช้าๆ 

    แล้วทั้งคู่ก็ถอยหายเข้าไปในห้องส่วนตัวเบื้องหลังประตูที่ปิดสนิท

    ...

    [19:45 น.]

    ที่ค่ายฝึกอะนีมาเนีย บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของพลังเวทที่เข้มข้น 

    ออร่าสีดำจางๆ จากการเลื่อนระดับอาชีพโอบล้อมร่างของ ‘ปลาเผา’ แมวหนุ่มที่บัดนี้ดูรวดเร็วและอันตรายขึ้นในฐานะปรมาจารย์นักฆ่า

    อคินวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหาเพื่อนร่วมทีมด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข 

    "พวกนาย! ฉันมีข่าวดี! แต้มยังอยู่! เขาไม่ได้ทิ้งฉันไป เขาแอบตามฉันมาที่โรงเตี๊ยมด้วย!"

    ปลาเผาที่กำลังใช้หินฝนมีดสั้นอยู่ถึงกับชะงัก มีดคมปลาบหยุดนิ่งอยู่บนเนื้อหิน 

    ใบหน้าคมเข้มภายใต้ผ้าคลุมนิ่งสนิทไปครู่ใหญ่ 

    แววตาของมันวูบไหวด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ก่อนจะแสร้งทำเป็นสนใจอาวุธในมือต่อ

    "งั้นเหรอ..." 

    ปลาเผาเอ่ยเสียงต่ำพลางมองอคินที่กำลังร่ายยาวเรื่องลักษณะของแต้มด้วยแววตาเป็นประกาย 

    "ดีใจด้วยนะอคิน... แสดงว่าหมอนั่นคง 'อยู่แถวนี้' ตลอดเวลานั่นแหละ"

    ปลาเผาชำเลืองสายตาไปทางโบ้และบัวลอยที่เดินตามหลังอคินมาติดๆ 

    โบ้รีบเบือนหน้าหนีไปมองนกบนยอดไม้ทันที 

    ส่วนบัวลอยก้มลงเลียอุ้งเท้าหน้าอย่างตั้งใจราวกับมันคือภารกิจระดับชาติ ทั้งคู่ไม่ยอมสบตาปรมาจารย์นักฆ่าแม้แต่น้อย

    "วันหนึ่งเขาจะยอมเจอหน้าฉันตรงๆ ใช่ไหมปลาเผา? หรือว่าเขายังโกรธที่ฉันดูแลเขาไม่ดีพอตอนเกิดเรื่อง?" 

    อคินถามด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นที่แฝงไปด้วยความกังวล

    "เขาไม่ได้โกรธเจ้าหรอก... เชื่อข้าเถอะ" 

    ปลาเผาเปลี่ยนเรื่องทันทีเพื่อตัดบทบทสนทนาที่เริ่มจะอันตรายต่อความลับ 

    "นี่เจ้ามาถึงนี่แล้วไม่สังเกตเห็นอะไรหน่อยเหรอ? ข้ากับมามาเลดเลเวล 80 แล้วนะ ดูนี่... ข้าคือ 'ปรมาจารย์นักฆ่า' เต็มตัวแล้ว"

    ปลาเผาโชว์การควงมีดสั้นที่รวดเร็วจนมองไม่เห็นใบมีด 

    ก่อนจะสะบัดมือปามีดเสียบใบไม้ที่กำลังร่วงหล่นจนติดหนึบไปกับต้นไม้ใหญ่ในความมืดอย่างแม่นยำ

    "สุดยอดไปเลย!" 

    อคินอุทาน 

    "แล้วส้มซ่าล่ะ? ฉันยังไม่ได้บอกเขาเรื่องแต้มเลย"

    "อ้อ... มามาเลดน่ะเหรอ..." 

    ปลาเผาตอบอย่างตะกุกตะกัก 

    "อาจจะสวนทางกับเจ้ามั้ง เห็นว่าจะไปเช็กความเรียบร้อยที่โรงเตี๊ยมนิดหน่อย"

    อคินไม่ได้สังเกตเห็นท่าทีที่ผิดปกติของเพื่อนร่วมทีมแม้แต่น้อย 

    เขาพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะขอตัวเดินทางต่อ 

    "งั้นฉันไปหาเขาที่นั่นนะ ต้องบอกเรื่องนี้กับทุกคนให้ได้!"

    ...

    [20:15 น.]

    อคินเดินทอดน่องไปตามถนนที่เริ่มมีชีวิตชีวาของเมืองปราจีนบุรี 

    แสงไฟจากตะเกียงพลังเวทขับเน้นให้เห็นร่องรอยการสร้างเมืองใหม่ท่ามกลางซากปรักหักพังของโลกเก่า 

    ตึกแถวที่เคยพังทลายถูกค้ำยันด้วยรากไม้เวทมนตร์และแผ่นเหล็กอสูร

    เขาบังเอิญพบกับ 'ลุงร้านขายยา' ชายวัยกลางคนที่เสียแขนไปข้างหนึ่งซึ่งเขาเคย ให้อาวุธเก่าๆกับเขาในค่ายลี้ภัยช่วงหลายเดือนก่อน

    "อ้าว! พ่อหนุ่มอัศวินขาว!" 

    ลุงทักทายด้วยรอยยิ้มกว้าง 

    "มาๆ มานั่งคุยกันก่อน ไม่เจอกันเสียนาน"

    พวกเขานั่งลงบนขอนไม้หน้าบ้านพักชั่วคราว 

    ลุงแนะนำตัวเองว่าเชื่อ เกริกเกียรติ และเล่าถึงชีวิตใหม่ที่ดูเรียบง่ายแต่เปี่ยมสุข 

    ลูกสาวของลุงได้แต่งงานกับช่างเหล็กฝีมือดี 

    และลุงเองก็กำลังสร้างครอบครัวใหม่กับป้าแย้ม ช่างทอหลวงที่อพยพมาพร้อมกัน

    "โลกมันพังไปแล้วนะพ่อหนุ่ม แต่มันก็เหมือนป่าที่ถูกไฟไหม้... เดี๋ยวต้นไม้ใหม่ๆ ก็จะงอกเงยขึ้นมา" 

    ลุงเกริกหัวเราะเบาๆ พลางชี้ให้ดูร้านรวงที่กำลังก่อสร้าง 

    ลุงเกริกขยับไหล่ข้างที่ว่างเปล่าพลางมองไปที่โครงสร้างร้านใหม่ด้วยแววตาเป็นประกาย 

    "เดี๋ยวลุงจะได้เปิดร้านยาใหม่ที่นี่แล้วล่ะอคินเอ๋ย... ทุกอย่างกำลังไปได้ดี เรามีที่อยู่ที่กินแบบไม่เสี่ยงอันตรายเหมือนตอนอยู่ในค่ายลี้ภัยนั่น... นี่แหละคือความสงบสุขที่แท้จริงที่ลุงโหยหามาตลอด"

    อคินพยักหน้าช้าๆ เขารู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แผ่ออกมาจากการได้เห็นชีวิตที่กำลังเริ่มต้นใหม่ "ผมดีใจกับลุงจริง ๆ ครับ"

    "แต่จะว่าไป..." 

    ลุงเกริกหันมามองอคิน ตั้งแต่หัวจรดเท้า 

    "ชุดอัศวินของเจ้าน่ะ ร่องรอยการต่อสู้มันเยอะเหลือเกินนะ ทั้งรอยบิ่นรอยไหม้ ลุงคุยกับลูกเขยแล้ว รายนั้นมันบ้าพลังพอกัน มันบอกว่าอยากจะตีชุดเกราะชุดใหม่ให้เจ้าเป็นการตอบแทนที่เจ้าเคยช่วยพวกเราไว้ รวมถึงเครื่องประดับเสริมพลังให้เจ้าโบ้กับบัวลอยด้วย"

    อคินชะงักไปครู่หนึ่ง 

    "ลุงครับ... แต่วัสดุพวกเกราะหนักระดับนั้นมันราคาสูงมากนะครับ"

    ลุงเกริกหัวเราะร่วนพลางตบไหล่อคินเบาๆ 

    "เรื่องแร่เหล็กพื้นฐานหรือหนังอสูรต่างมิติเกรดธรรมดา และหายากพวกเราพอมีสต็อกอยู่น่ะ แต่มันขาด 'หัวใจ' ของอุปกรณ์... เจ้ารู้ใช่ไหมว่าชุดเกราะชั้นดีในโลกนี้มันต้องมีตัวประสานพลังเวทที่ยอดเยี่ยม"

    ลุงเกริกหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถึงสิ่งที่ต้องการ 

    "ถ้าจะให้ชุดใหม่ของเจ้าทนทานต่อพิษและแรงกระแทกจากพวกมินิบอส ลุงอยากได้ 'แร่เวทมนตร์' กับ 'ชิ้นส่วนอสูรในดันเจี้ยน' มาเป็นส่วนผสมหลักในการชุบแข็งวัสดุ... วัสดุพวกนี้มันหายากและเสี่ยงเกินไปสำหรับคนธรรมดาอย่างพวกเรา"

    ลุงหยุดเว้นจังหวะ แล้วมองหน้าอคินอย่างจริงจัง 

    "ถือว่าลุงขอแรงเจ้า ไปหาวัสดุหายากพวกนี้มาให้ทีสิอคิน... ให้มันเป็นการประเดิมฝีมือร้านใหม่ของลูกเขยลุง และเป็นการยืนยันว่าอัศวินของพวกเราจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม"

    อคินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาพองโตด้วยความหวังที่ดูเหมือนจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น 

    เขาไม่ได้มองว่ามันคือภารกิจ แต่มันคือการสร้าง 'บ้าน' และ 'ครอบครัว' ที่เขาสูญเสียไปให้กลับคืนมาอีกครั้ง

    "วัสดุหายากเหรอครับ..." 

    อคินยิ้มออกมา แววตาของเขามุ่งมั่นจนสังเกตได้ชัด 

    "ผมจะหามาให้ดีที่สุดเลยครับลุง... ผมอยากให้ทุกคนที่นี่มีชีวิตที่ดี และผมจะพิสูจน์ให้เห็นว่าความสงบสุขที่ลุงสร้างขึ้น ผมจะเป็นคนปกป้องมันเอง"

    อคินยกมือขึ้นทำความเคารพลุงเกริกอย่างนอบน้อม 

    ก่อนจะล่ำลาแล้วเดินหันหลังกลับมุ่งหน้าสู่โรงเตี๊ยม ท่ามกลางแสงไฟสลัวของเมืองปราจีนบุรีที่กำลังตื่นจากการหลับใหล

    ความตื่นเต้นที่จะได้พบแต้มและความหวังในการสร้างชีวิตใหม่ทำให้เขาลืมความแปลกประหลาดของร่างกายตัวเองไปจนหมดสิ้น

    เขาไม่เฉลียวใจเลยแม้แต่น้อยว่า... ทุกย่างก้าวที่เขาเหยียบลงบนพื้นดินที่ชื้นแฉะจากน้ำค้างยามค่ำคืน 

    กลับไม่มีรอยเท้าของเขาทิ้งไว้เลยแม้แต่รอยเดียว 

    พื้นดินนั้นราบเรียบราวกับไม่มีสิ่งใดเคยสัมผัส 

    มีเพียงรอยเท้าของ ‘โบ้’ และ ‘บัวลอย’ ที่ติดตามมาด้านหลังเท่านั้นที่กดลึกเข้าไปในเนื้อดิน

    คล้ายกับเรื่องคลื่นอสูรยึดโลก : อัศวินรัตติกาล (อ่านฟรี) ที่คุณอ่าน

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852