เฉินเหวินมองตาของเฉินเหมียวเหมี่ยวเช่นกัน ทว่ากลับรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา ราวกับถูกนางมองทะลุเข้าไปถึงจิติญญา ดังนั้นเขาจึงรีบเอ่ยขึ้น “ผู้น้อยจะกล้าโกหกผู้าุโได้อย่างไรกันขอรับ”
“ข้ารู้มาจากปากของหม่าจิ๋งอวี่ว่า เมื่อสามปีก่อนตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวของเ้ายังลำบากและยากจนอยู่เลย แต่เพราะจู่ ๆ เ้าก็เริ่มร่ำเรียนการหลอมโอสถ อีกทั้งโอสถที่หลอมออกมาก็มีคุณภาพดีอย่างมาก ทำให้ความเป็อยู่ของตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวจึงค่อย ๆ ดีขึ้น ใช่หรือไม่?”
เื่ที่จู่ ๆ ตระกูลเฉินแห่งอวิ๋นหลัวผงาดขึ้นมาทุกคนต่างก็รู้กันดี ต่อให้เฉินเหวินอยากจะปฏิเสธก็คงทำไม่ได้ จึงทำได้เพียงเอ่ยว่า “ใช่...ใช่ขอรับ!”
“เช่นนั้นก็หมายความว่า...สามปีก่อนเ้าก็ยังหลอมโอสถไม่เป็ แต่เ้ากลับใช้เวลาเพียงสามปี จากคนไม่มีความรู้ กลายมาเป็นักหลอมโอสถระดับห้าได้เลยงั้นหรือ?”
เฉินเหวินรู้สึกเย็นวาบไปทั้งร่าง แต่ก็ยังต้องกัดฟันตอบกลับไป “ใช่...ใช่ขอรับ”
“ข้าไม่เชื่อ” เห็นได้ชัดว่าหลังจากที่ถูกหลอก เฉินเหมียวเหมี่ยวก็ฉลาดขึ้น นางเอ่ยเสียงเย็น “เ้าทำลายชื่อเสียงของข้าจนป่นปี้ นอกเสียจากเ้าจะหลอมโอสถหนึ่งเม็ดต่อหน้าข้าตรงนี้ ไม่ต้องเป็โอสถระดับห้าหรือระดับสี่ก็ได้ ไม่ใช่สิ จะเป็โอสถระดับสามหรือระดับสอง หรือแม้แต่โอสถระดับหนึ่งก็ได้ ขอเพียงเ้าหลอมออกมาได้ ข้าจะยอมเชื่อเ้าอีกครั้ง”
เฉินเหวินหลอมโอสถเป็ที่ไหนกันเล่า!
เพื่อรักษาฐานะนักหลอมโอสถของเขา ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดที่จะศึกษาการหลอมโอสถ ทว่าเขากลับไร้พร์ หลังจากพยายามอยู่หลายครั้ง ใช้สมุนไพรไปไม่น้อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับทำให้เฉินเหวินปวดใจเจียนตายครั้งแล้วครั้งเล่า ดังนั้นเขาจึงเลิกล้ม ไม่ศึกษาต่ออีก
อีกอย่าง สถานที่ห่างไกลอย่างตำบลอวิ๋นหลัว ตระกูลเฉินว่าอย่างไรก็ต้องเป็ไปตามนั้น ไม่มีผู้ใดกล้าเป็ปรปักษ์กับเขา ดังนั้นเขาจึงค่อย ๆ คลายความกังวลในเื่นี้ลง
คิดไม่ถึงว่าวันหนึ่งจะทำให้ตนต้องตกที่นั่งลำบากเช่นนี้
ตัวของเขาเริ่มสั่นเทา พลางกระซิบออกมายากลำบาก “ผู้าุโขอรับ พวกเรากลับบ้านแล้วค่อยว่ากันเถอะขอรับ...ผู้น้อยมีเื่ปิดบังท่านจริง ๆ ทว่าไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรขอรับ”
ขอเพียงสามารถกลับตำบลอวิ๋นหลัวได้อย่างปลอดภัย เขามั่นใจว่าจะสามารถควบคุมคนโง่ผู้นี้ได้อีกครั้งอย่างแน่นอน
อย่างไรเสียผู้าุโชุดขาวก็ใช้ตบะบารมีของตนสบถสาบานเอาไว้แล้ว นางไม่มีทางทิ้งเขาอย่างแน่นอน!
เฉินเหมียวเหมี่ยวก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ก่อนจะเอ่ยอย่างน่าเกรงขาม “ข้าสั่งให้เ้าหลอมโอสถเดี๋ยวนี้ อย่าลืมว่าผู้ที่ข้าสาบานว่าจะปกป้อง คือนักหลอมโอสถระดับห้า อย่าทำให้ข้ากลายเป็ตัวตลกเด็ดขาด!”
ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมา เฉินเหวินเกือบเข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้น เขาลอบกลืนน้ำลายลงคอ สุดท้ายจึงทำได้เพียงนำหม้อโอสถสีดำสนิทใบหนึ่งออกมาจากถุงเฉียนคุน ด้วยร่างกายที่สั่นเทา
หม้อโอสถใบนี้งดงามอย่างมาก ้าสลักลวดลายดอกกล้วยไม้เอาไว้ แต่เห็นได้ชัดว่าไม่มีร่องรอยการถูกความร้อนมาก่อนแม้แต่น้อย
“นี่คือหม้อโอสถของเ้างั้นหรือ?” อวี่ฟางเว่ยเดินไปตรงหน้าเขา พลางพิจารณาหม้อโอสถใบนั้นอย่างละเอียด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ย “เ้าแน่ใจนะ?”
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำลง สายตาจ้องเขม็งไปที่เฉินเหวิน ไม่ให้โอกาสเขาได้หลบเลี่ยง
เฉินเหวินขบกรามแน่น “เอ่อ...ใช่ ใช่แล้ว มีปัญหางั้นหรือ?”
อวี่ฟางเว่ยได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เข้มขึ้นทันที ก่อนจะตะคอกใส่เฉินเหวินอย่างไม่ไว้หน้า “เ้าช่างเหลวไหลสิ้นดี! หม้อโอสถใบนี้ ตระกูลอวี่ของข้าเป็คนขายมัน ใบละหนึ่งหมื่นหินิญญา สามารถใช้หลอมโอสถได้เพียงระดับสามลงไปเท่านั้น หากนี่เป็หม้อโอสถของเ้าจริง เช่นนั้นเ้าบอกข้ามาซิว่าโอสถระดับสี่และระดับห้าของเ้ามาจากที่ใด ยิ่งไปกว่านั้น เ้าไม่แม้แต่จะเคยใช้หม้อใบนี้ด้วยซ้ำ เป็เพียงของประดับสำหรับเ้าก็เท่านั้น!”
เฉินเหวินตกตะลึงเป็อย่างมาก เขาคิดไม่ถึงว่าหม้อโอสถจะมีการแบ่งระดับเช่นนี้ด้วย
เอ่อ...
เฉินเหวินหันไปมองเฉินเหมียวเหมี่ยวตามสัญชาตญาณ เมื่อเห็นท่าทางที่ยากจะคาดเดาของนาง ก็รีบวิ่งไปตรงหน้าของนางราวกับทำอะไรไม่ถูก พลางเอ่ยอย่างละล่ำละลัก “ข้า...ข้า...ผู้าุโขอรับ ข้าอธิบายได้นะขอรับ”
“อธิบายงั้นหรือ?” เฉินเหมียวเหมี่ยวเลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงยังคงจับอารมณ์ไม่ถูก นางเอ่ยออกมาอย่างช้า ๆ “ได้ หากเ้าหลอมโอสถตรงนี้ แล้วข้าจะฟังที่เ้าอธิบาย”
“ข้า...ข้า...”
สายตาของเฉินเหวินพลันล่อกแล่ก เหงื่อชุ่มโชกไปทั้งตัว
“ข้า...ข้า...”
เมื่อเห็นเฉินเหวินเ้าเล่ห์เพทุบายเช่นนี้ องค์ชายสามผู้ที่เป็แขกคนสำคัญของงานก็หมดความอดทน ก่อนจะเอ่ยด้วยความไม่พอใจ “แม่ทัพเนี่ย จับเ้าชั่วช้าที่พูดจาซี้ซั้วผู้นี้ซะ และเปิดถุงเฉียนคุนของเขาออกดู ข้าอยากรู้ว่าเศษสวะที่หลอมโอสถไม่เป็ กลายมาเป็นักหลอมโอสถระดับห้าได้อย่างไรกัน!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ที่สวมเกราะเหล็กผู้หนึ่ง เดินออกมาจากทางด้านหลังขององค์ชายสาม เพียงแค่เขายื่นมือออกไปก็บีบเข้าที่คอของเฉินเหวินในทันที จากนั้นก็ยกเฉินเหวินจนตัวลอยขึ้นจากพื้น
เฉินเหวินผู้เย่อหยิ่งเมื่ออยู่ในกำมือของเขา ก็ราวกับลูกไก่ที่ไม่อาจขัดขืนได้ตัวหนึ่งเท่านั้น
ส่วนวันนี้เป็งานมงคลหรือไม่เขาสนใจที่ไหนกัน ไม่นานเขาก็ทำการค้นตัวของเฉินเหวิน ของภายนอกที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งหมดล้วนถูกนำออกมา หนึ่งในนั้นมีของที่เป็ ‘เป้าหมาย’ ของเฉินเหมียวเหมี่ยวด้วย นั่นก็คือ ประคำสีดำธรรมดาเส้นนั้น
แต่เนื่องจากประคำเส้นนั้นไม่มีไอิญญาและไม่เปล่งแสงใด ๆ จึงถูกโยนไปด้านข้างอย่างส่ง ๆ และบนตัวเฉินเหวินก็มีถุงเฉียนคุนทั้งเล็กใหญ่ซ่อนเอาไว้รวมแล้วกว่าห้าถุง จำนวนไม่ใช่น้อย ๆ เลยทีเดียว
“องค์ชาย เชิญทอดพระเนตรพ่ะย่ะค่ะ”
ฉู่ชิงอวิ๋นระงับโทสะลง “เปิดออกได้เลย ไม่ต้องปิดบังอะไร”
คนที่ถูกนักหลอมโอสถระดับห้าจอมโกหกผู้นี้หลอก ไม่ได้มีเพียงชาวแคว้นต้าฉู่ ยังมีผู้บำเพ็ญเพียรนิกายต่าง ๆ และผู้าุโลึกลับ ในฐานะราษฎรของแคว้นต้าฉู่ เฉินเหวินทำเื่ที่น่าอับอายเช่นนี้ ทำให้คนทั้งดินแดนตงโจวรู้กันทั่วหมดแล้ว หากฉู่ชิงอวิ๋นไม่รีบจัดการเื่นี้เสีย ย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกบรรดาพี่น้องของเขานำเื่นี้ไปกล่าวหาเขาต่อหน้าเสด็จพ่อเป็แน่
มีอย่างที่ไหนกัน หากรู้แต่แรกว่าจะมีเื่สกปรกเช่นนี้ เขาก็คงไม่มา!
ฉู่ชิงอวิ๋นมองไปยังเซิ่งเฟิงที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเล็กน้อย หากไม่ใช่เพราะ้าให้เซิ่งเฟิงซาบซึ้งในน้ำใจ เขาก็คงไม่ต้องมาเจอเื่ยุ่งยากเช่นนี้
ชิ ช่างน่าปวดหัวจริง ๆ
แม่ทัพเนี่ยทำตามคำสั่ง ทำลายตราประทับจิติญญาบนถุงเฉียนคุน ท่ามกลางสายตาที่ทั้งใและหวาดกลัวของเฉินเหวิน ก่อนจะเทของทั้งหมดในถุงเฉียนคุนออกมา
และแล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึง...
กล่องหยก
กล่องหยกที่กองพะเนินราวกับูเา!
“นี่มัน...เหตุใดถึงมีกล่องหยกมากมายเช่นนี้ได้ ด้านในกล่องคงไม่ใช่โอสถทั้งหมดหรอกกระมัง?”
“ล้อกันเล่นหรืออย่างไร เฉินเหวินหลอมโอสถไม่เป็ไม่ใช่หรือ?”
แม่ทัพเนี่ยหยิบกล่องหนึ่งในนั้นมาเปิดดู
ด้านในเป็โอสถจริง ๆ
แต่ประเภทของโอสถกลับมีมากมายราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า แม่ทัพเนี่ยเองก็ไม่ได้รู้จักทั้งหมด
ฉู่ชิงอวิ๋นหันกลับมาแล้วเอ่ยขึ้น “ท่านอวี่ รบกวนท่านช่วยข้าตรวจสอบที ว่าด้านในมีโอสถอะไรบ้าง”
อวี่ฟางเว่ยเืในกายพลุ่งพล่านตั้งนานแล้ว เขารีบย่อตัวลงไปตรวจสอบทันที เดิมเขายังมีท่าทีสงบนิ่งอยู่ ทว่าไม่นานสีหน้าของเขาก็ค่อย ๆ บิดเบี้ยว มุมปากกระตุกอย่างรุนแรง เขารู้ว่าคงไม่สามารถนับคนเดียวได้หมด จึงขอให้ผู้าุโคนอื่น ๆ ของตระกูลอวี่มาช่วยนับด้วย
คนกลุ่มนั้นใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยาม ในที่สุดก็นับเสร็จ
ฉู่ชิงอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยถาม “เป็เช่นไร ในนั้นมีโอสถอะไรบ้าง?”
อวี่ฟางเว่ยสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามไม่ให้ตนเองเสียมารยาท “ทูลองค์ชายสาม ในนี้มีโอสถระดับหนึ่งขั้นกลางหนึ่งร้อยห้ากล่อง โอสถระดับหนึ่งขั้นสูงหนึ่งร้อยกล่อง โอสถระดับสองขั้นกลางสองร้อยแปดสิบห้ากล่อง โอสถระดับสองขั้นสูงสามร้อยกล่อง โอสถระดับสามขั้นกลางหนึ่งร้อยเก้าสิบห้ากล่อง โอสถระดับสามขั้นสูงสองร้อยห้ากล่อง โอสถระดับสี่ขั้นกลางแปดสิบแปดกล่อง โอสถระดับสี่ขั้นสูงหนึ่งร้อยห้าสิบกล่อง โอสถระดับห้าขึ้นไปไม่มีพ่ะย่ะค่ะ”
“แต่ละ...” ฉู่ชิงอวิ๋นมองอวี่ฟางเว่ยอย่างนิ่งงัน ก่อนจะพึมพำเบา ๆ “แต่ละ...แต่ละกล่องมีโอสถเท่าใด?”
“อย่างมากมีหนึ่งร้อยเม็ด อย่างต่ำมีสิบเม็ดพ่ะย่ะค่ะ”
มหาสมุทร!
ถุงเฉียนคุนของเฉินเหวินมีมหาสมุทรโอสถที่ไร้ขอบเขตอยู่!!!