ใบหน้าเฉินซูย่วนเบิกดวงตากลมโต รู้สึกตกตะลึงจนกล่าวออกด้วยเสียงสั่นระรัวว่า
“อะ โอ..โอสถฟื้นฟูพลังปราณระดับเต็ม 10ส่วน..ปะ เป็ไปไม่ได้!” นางมองโอสถที่อยู่ในมือซ้ำไปซ้ำมาราวกับเป็สิ่งที่เทพเ้าสร้างขึ้น!เพราะนางคิดว่าเม็ดโอสถระดับนี้ไม่มีทางเกิดขึ้นหรือมีอยู่บนโลกใบนี้ได้!
เฉินอี้ยิ้มบางให้กับท่าทางการตอบสนองของเฉินซูย่วน ดูจากการแสดงออกแล้วเขาก็เดาความคิดของนางได้ไม่ยากนัก เขาคิดกล่าวในใจ.. “..ถ้าเป็ที่ดินแดนโลกมนุษย์แห่งนี้โอสถเม็ดนี้อาจดูเป็ของที่หายากมากจนแทบจะไม่มีอยู่เลยแต่ถ้าเป็ในดินแดนเทพาศักสิทธิ์ล่ะก็ของแบบนี้มีอยู่เต็มทั่วไปหมดเลยล่ะนะ..”
เฉินอี้ผงกหัวกล่าวจริงจัง“ใช่แล้ว.. มันเป็โอสถฟื้นฟูพลังลมปราณระดับเต็ม 10ส่วนแน่นอนอย่างที่ท่านน้ากล่าว”
ได้ยินคำกล่าวยืนยันชัดเจนเช่นนี้อีกครั้งเฉินซูย่วนก็พลันมองไปที่เฉินอี้ทันทีและเฉินเหว่ยหงเองก็ได้สติตื่นจากอาการใเก็บคางที่อ้าค้างอยู่นานแล้วของตนหันหน้ามองไปทางเฉินอี้เช่นกัน
เฉินซูย่วนยื่นมือที่คีบเม็ดโอสถไปทางด้านหน้าแล้วกล่าวถามหน้าตาจริงจังกับเฉินอี้ว่า “เฉินอี้เ้าเป็คนปรุงโอสถปาฏิหารย์เม็ดนี้จริงหรือ!?” นางอยากรู้ความจริงให้ชัดเจนอีกครั้งเพราะตอนนี้นางยังมิอาจเชื่อถือคำพูดของเขาได้เต็มที่นัก
เฉินเหว่ยหงก็กล่าวถามสบทบอีกว่า “ใช่ๆลูกอี้ เ้าป็นคนปรุงมันขึ้นมาเองจริงๆรึ!? ไม่ใช่ว่ามีผู้ใดให้มาหรือเ้าเก็บมันได้หรอกนะ?” ในความเป็จริงเขาก็ไม่คิดหรอกว่า จะมีผู้ใดที่ใจดีขนาดมอบของล่ำค่าขนาดนี้ให้ผู้อื่นง่ายๆ ส่วนการมีโชควาสนาเก็บของที่หายากนี้ได้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ล้วนเป็ไปได้ยากมากที่จะเกิดขึ้น
ตัวมันเฉินเหว่ยหงจึงแทบจะไม่เชื่อเลยว่าเฉินอี้บุตรชายตนเป็ผู้ปรุงโอสถเม็ดนี้ขึ้นมาเองเพราะแต่ไหนแต่ไรในอดีตมันไม่เคยเห็นเฉินอี้ปรุงโอสถได้มาก่อน ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงที่มันรู้ว่าเฉินอี้ในอดีตที่ตนรู้จักนั้นมันไม่เคยคิดที่จะฝึกปรุงยาเลยซะด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้มันกลับบอกว่าตัวเองเป็คนทำโอสถเม็ดนี้ขึ้นมาเองต่อให้มันเป็ถึงบิดาก็ยากที่จะเชื่อได้
เฉินอี้เริ่มรู้สึกหงุดหงิดกับคำถามซ้ำๆพวกนี้แล้วจึงหยิบโอสถขึ้นมาอีก2 เม็ดในแหวนมิติที่มันเพิ่งปรุงเสร็จเมื่อสักครู่เช่นเดียวกับโอสถที่อยู่ในมือเฉินซูย่วนพร้อมกล่าวจริงจังอีกครั้ง“ข้าเป็คนปรุงโอสถเม็ดยาฟื้นฟูพลังลมปราณพวกนี้เองนี่คือเม็ดโอสถอีก 2เม็ดที่ข้าเพิ่งปรุงเสร็จเมื่อครู่เช่นเดียวกับโอสถที่ท่านน้าถืออยู่ ”
เมื่อกล่าวเสร็จมันก็โยนเม็ดโอสถพวกนี้ไปให้เฉินซูย่วนพิสูจณ์อีกครั้ง
เฉินซูย่วนนางรีบร้อนรับเม็ดโอสถเ่าั้มาไว้ในมือทันทีซ้ำนางยังแอบคิดในใจด้วยว่า “ทำไมมันถึงคิดจะโยนก็โยนโอสถที่ล้ำค่าได้ง่ายขนาดนี้ราวกับเป็ของที่มีอยู่เกลื่อนทั่วไปกันนะ..”นางถือโอสถพวกนี้เอาไว้อย่างทนุถนอม
เฉินซูย่วนไม่ได้สติแตกอย่างคราวที่แล้วอีกนางสามารถควบคุมสติตัวเองได้กว่าเมื่อครู่ไม่ให้มือสั่นตัวสั่นแล้วแต่ก็ยังต้องใมากอยู่ดี
เฉินเหว่ยหงยังคงสติหลุดไปอีกอยู่เหมือนเดิมมันกล่าวเสียงดัง “โอสถฟื้นฟูพลังลมปราณถึง 3 เม็ด!?”
เฉินซูย่วนไม่กล้ากล่าวออกมาไปสักแปป นางแบมือก้มจ้องมองโอสถกล่าวอย่างพึมพำ“โอสถในระดับสูงเต็ม 10 ส่วนถึง 3 เม็ดเื่จริงหรือนี่!?” เห็นครั้งนี้นางถึงกับไม่ยอมรับความจริงไปเลยเพราะว่ามันน่าเหลือเชื่อมากกว่าสักครู่อีกนางคิดในใจว่าแม้แต่ตนยังไม่ได้มากขนาดนี้เลย!
เฉินอี้กล่าวอธิบายเพิ่มเติม “พวกท่านคงััได้ถึงกลิ่นอายปราณบริสุทธิ์ของโอสถที่ส่งออกมาอย่างแรงและเข้มข้นนี้ได้มันเป็สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อเมื่อเพิ่งปรุงเสร็จเพียงไม่นานเท่านั้นพวกมันจึงเห็นได้ชัดว่าเป็ข้อพิสูจณ์อีกอย่างว่าข้าเป็คนที่ปรุงพวกมันขึ้นเอง” มันกล่าวเพื่อให้กระจ่างสักที
เฉินเหว่ยหงได้ยินคำอธิบายของเฉินอี้ก็ได้สติอีกครั้งผงกศีรษะกล่าว “อย่างนี้นี่เอง งั้นเ้าก็เป็คนปรุงมันขึ้นจริงๆสินะ”มันเริ่มเชื่อที่เฉินอี้กล่าวมานี้แล้ว
เฉินอี้มองไปที่น้าเฉินซูย่วนยิ้มกล่าว“ถ้าท่านน้าเฉินซูย่วนยังไม่อาจทำใจเชื่อได้ล่ะก็..” มันหยุดคิดกล่าวไปสักพัก “งั้นข้าจะปรุงโอสถอีกครั้งต่อหน้าพวกท่านก็ย่อมได้”
คำพูดของมันนี้ทำเฉินซูย่วนที่ก้มหน้าจ้องมองโอสถอยู่ถึงกับสะดุ้งขึ้นเงยหน้ามองไปที่เฉินอี้ด้วยประกายตาแวววาวที่เต็มไปด้วยการรอคอยทันที
เฉินซูย่วนกล่าวอย่างตื่นเต้นเสียงดัง“จริงหรือ!?งั้นเ้าช่วยแสดงให้ข้าเห็นเดี๋ยวนี้เลย!” นางกล่าวอย่างดีอกดีใจมากที่จะได้เห็นวิธีการปรุงนั้นว่าเป็อย่างไรทำยังไงถึงได้โอสถระดับเต็ม 10 ส่วนที่น่าเหลือเชื่อนี้
เฉินอี้ที่ยกแขนกำลังจะเอาเตาหม้อปรุงยาออกมาจากแหวนมิติ.. ก็พลันได้ยินเสียงของเฉินลู่เอ่ยขึ้น
“พี่ใหญ่ ท่านพ่อ ท่านน้า.. พวกท่านมีเื่อะไรกันเหรอถึงเสียงดังกันจัง?”เฉินลู่ตัวน้อยเดินขยี้ตาสลึมสลือออกมาจากห้องข้างๆกลางดึก เพราะได้ยินเสียงพูดคุยที่ดังเกินไป
พวกเฉินอี้เห็นแบบนี้ต่างก็เงียบลงไปประเดี๋ยวทันที....
เฉินอี้มองกล่าวกับเฉินซูย่วน “พวกเราย้ายสถานที่กันดีหรือไม่?..”
เฉินซูย่วนพยักหน้าตอบ “ก็ได้..ไปที่ตำหนักโอสถตระกูลเฉินของข้าล่ะกัน”จากนั้นนางค่อยมองไปที่เฉินลู่
เฉินซูย่วนย่อตัวก้มหน้ากล่าวอย่างเอ็นดูกับเฉินลู่ “เฉินลู่เ้าไปนอนต่อเถิด พวกน้าแค่มีเื่ต้องคุยกันน่ะจ่ะ”นางใช้น้ำเสียงที่อ่อนหวานกล่าวออกไปแตกต่างจากที่เคยพูดกับเฉินอี้เลย
เฉินอี้เห็นแบบนี้ก็หลับตายิ้มบางคิดว่ามันเป็เื่ที่ช่วยไม่ได้
“ทัศนคติที่ท่านน้าเฉินซูย่วนมีต่อข้าคงจะแก้ไขไม่ได้ง่ายๆ..” เฉินอี้คิดอย่างถอนหายใจออกมา
เฉินลู่ผงกหัวกล่าว “งั้นลู่จะกลับไปนอนต่อ.. พวกท่านก็นอนหลับฝันดีน้าา..”เฉินลู่กล่าวพร้อมกับหมุนตัวโซเซเดินกลับไปที่ห้องของตัวเอง
“จ๊ะ เ้าก็หลับฝันดีเช่นกันนะเฉินลู่” เฉินซูย่วนยิ้มโบกมือกล่าวบอกเสียงหวานกลับไป
เฉินอี้และเฉินเหว่ยหงเห็นภาพเหล่านี้ต่างก็อดที่จะยิ้มอย่างอบอุ่นไม่ได้ปกตินางจะเป็คนที่ห้าวโผงผางและเ็าแท้ๆแต่กับเฉินลู่กลับปฎิบัติอย่างอ่อนโยนอย่างมากนัก
เฉินอี้ยิ้มคิดในใจ “เพราะเฉินลู่เป็เด็กที่ใสซื่อและน่ารักมากทุกคนในตระกูลถึงเอ็นดูเป็อย่างดีล่ะนะ”
หลังมองเฉินลู่เดินกลับเข้าห้องไปแล้วพวกเฉินอี้จึงเดินไปยังตำหนักโอสถทันที
ที่ตำหนักโอสถตระกูลเฉินแห่งนี้เป็ที่เอาไว้ใช้ค้นคว้าศาสตร์การปรุงยาของคนในตระกูลเฉินและเป็ที่ปรุงโอสถออกขายเองภายในเมืองเซียงหนานแห่งนี้โดยมีทั้งวางขายจากที่เป็ร้านค้าของตระกูลเฉินเองและสมาคมการค้าจันทร์เสี้ยวรับไปขายอีกทีแล้วแบ่งกำไรกัน..
ระดับโอสถที่วางขายภายในเมืองเซียงหนานทั่วไปจะอยู่ที่ระดับ4 ส่วน เป็อย่างต่ำและอย่างสูงมากที่เคยมีก็ระดับ 6 เท่านั้นส่วนโอสถั้แ่ระดับ 7 ขึ้นไปจะมีอยู่แค่ภายในสำนักฝึกยุทธ์เป็ส่วนใหญ่
ถึงแม้จะเป็แบบนั้นสำนักใหญ่ในดินแดนโลกมนุษย์นี้ก็ทำโอสถได้สูงสุดแค่9 ส่วน แล้วโอสถระดับเต็ม 10ส่วนก็แทบจะไม่มีอยู่ให้เห็นเลยเรียกได้ว่ามันคือสมบัติล่ำค่าระดับตำนานก็ได้ถ้ามีคนที่ปรุงมันได้ขึ้นมา
เฉินอี้มาถึงตำหนักโอสถแล้วมองดูไปรอบๆก็เห็นแต่ตำราโอสถและตำราสมุนไพรเต็มไปหมดแถมได้กลิ่นยาและสมุนไพรฟุ้งเลย เขาเพิ่งเคยมาที่ห้องนี้เป็ครั้งแรกเพราะจากความทรงจำเฉินอี้คนเก่าแล้วมันแทบไม่เคยโผล่มายังที่แห่งนี้เลย
เฉินซูย่วนกล่าว“ห้องนี้ไม่เหมาะกับการปรุงยาเพราะมีตำราเก่าแก่อยู่มากมาย ลงไปชั้นใต้ดินกันเถอะ”
เฉินอี้และเฉินเหว่ยหงเดินตามเฉินซูย่วนไปยังชั้นใต้ดินของตำหนักโอสถตระกูลเฉิน
เฉินอี้มาถึงก็เห็นที่ชั้นใต้ดินเรียงรายไว้ด้วยเตาหม้อปรุงยามากมายมีถึง4 เตาด้วยกัน
เห็นได้ชัดว่ายังมีคนปรุงยาคนอื่นในตำหนักนี้อยู่อีก3 คน นอกจากเฉินซูย่วนที่อยู่กับพวกเขา
เฉินซูย่วนหันมากล่าวอธิบาย “ตอนนี้คนอื่นๆในตำหนักไม่ได้อยู่ที่นี่.. พวกนั้นไปรับการทดสอบระดับที่สมาคมปรุงยาอยู่..เดี๋ยวอีกไม่นานก็คงจะกลับมากัน..”
เฉินอี้นึกได้จากความทรงจำของเฉินอี้คนเก่าว่าคนเ่าั้เป็คนของตระกูลเฉินที่ปรุงยาออกขายแต่ก็ไม่ค่อยได้เจอหน้าหรือรู้จักกันสักเท่าไร แม้จะอยู่ในตระกูลเดียวกัน
เฉินเหว่ยหงพยักหน้ารับตอบ “อื้มงั้นเหรอ หวังว่าพวกเขาจะทำได้ดีนะ..”
เฉินอี้เดินไปที่เตาปรุงยาจากหนึ่งในนั้นแล้วจ้องมันอยู่นาน... ซึ่งเป็เตาของเฉินซูย่วน
เฉินซูย่วนเห็นท่าทางของเฉินอี้แล้วจึงกล่าวออกไป“อ๊ะ นั่นเป็เตาของข้าเอง เป็ของดีใช่มั้ยล่ะ” นางยิ้มยืดตัวกอดอกกล่าวด้วยท่าทางภาคภูมิใจ
เฉินอี้มองดูอย่างผ่อนคลายในใจ“อื้ม.. เป็เตาที่ดีทีเดียว.. ดีกว่าของที่ข้ามีอีก.. ถ้าเป็เตานี้คงสามารถปรุงยา 2 ชนิดพร้อมกันได้โดยที่ตัวเตาไม่แตกออกก่อน..” เขามองไปยังเตาที่มีรูปสลักัสีดำลวดลายสวยงามวิจิตรนี้
เฉินอี้หันมากล่าว“ข้าขอยืมใช้เตานี้ในการปรุงยาให้ท่านรับชมได้มั้ย?” เขาอยากใช้เตาหม้อปรุงยานี้ในการปรุงโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณและยาเพิ่มระดับขั้นพลังปราณเฉพาะของตัวเองพร้อมกัน
เฉินซูย่วนได้ยินก็ประหลาดใจไปแปปนึงเพราะคิดว่าเฉินอี้จะใช้เตาของตัวเองในการปรุงโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณเต็ม10 ส่วนเหมือนเมื่อสักครู่ซะอีก
เฉินซูย่วนพยักหน้ากล่าว“ได้สิ ถ้าเ้า้าแบบนั้น”นางให้ยืมเพราะตนเองก็ไม่ใช่คนขี้เหนียวหวงของอะไรมากนัก
เฉินอี้ได้ยินการอนุญาตจากนางแล้วก็เริ่มลงมือทันทีมันเอาขวดที่ใส่พิษตะขาบสายฟ้าออกมาแล้ววัตถุดิบออกมา 2 ชุดชุดแรกเป็ของที่ใช้สำหรับโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณและชุดที่สองเป็โอสถพิษเพิ่มพลังลมปราณของตัวเอง
เมื่อเฉินเหว่ยหงและเฉินซูย่วนเห็นการกระทำของเฉินอี้แล้วต่างก็ต้องยืนงงไปตามกัน
โดยเฉพาะเฉินซูย่วน..นางมีความสงสัยเต็มไปหมดว่า เฉินอี้ตั้งใจคิดจะทำอะไร ถึงเอาวัตถุดิบออกมาถึง 2 ชุด.. และยังมีขวดปริศนาใบนั้นอีก.. นางไม่รู้เลยว่ามันคือสิ่งใด?
เฉินอี้เริ่มจากขจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ในสมุนไพรออกไปก่อน.. โดยที่ครั้งนี้เขาจะทำต่างออกไปจากเดิมด้วยการใส่สมุนไพรทั้งหมดสองชุดนั้นลงไปในเตาหม้อก่อน จึงค่อยใช้ฟืนจุดไฟแทนการจุดไฟจากนิ้วชี้ขวาของตนอย่างที่ทำเมื่อตะกี้..เพราะ้าปิดบังความสามารถบางส่วนของตนไว้...
เขารู้ว่าถ้าขืนปรุงยาด้วยวิธีการจุดไฟที่นิ้วล่ะก็ อาจทำให้เกิดปฎิกิริยาตอบสนองจนเป็เื่ใหญ่ขึ้นได้.. เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่จะตามมามากไปกว่านี้จึงจำเป็ต้องเปลี่ยนวิธีการปรุง
เฉินอี้เลยเลือกการปรุงยาด้วยวิธีทั่วไปแทน..แต่ถึงจะเป็แบบนั้นตัวเขาก็ยังคิดว่าจะยังคงทำได้ดีอยู่..
เฉินซูย่วนได้เห็นสิ่งที่เฉินอี้กำลังจะทำ จึงตาโตอุทานเสียงดังขึ้น
“เ้าบ้า! ถ้าเ้าโยนพวกมันไปทั้งแบบนั้น มีหวังสมุนไพรได้ไหม้กันหมดนะสิ!” นางกล่าวอย่างร้อนรน เพราะกลัวว่าสมุนไพรจะไหม้ก่อน
เฉินอี้ได้ยินแล้วก็ยกยิ้มบนใบหน้าขึ้นกล่าวขณะจ้องมองเตา “ถ้าท่านคิดอย่างงั้นล่ะก็..ก็เชิญมาดูให้ใกล้ยิ่งกว่านี้สิ” เขากำลังตั้งสมาธิควบคุมความร้อนและขจัดสิ่งสกปรกไปพร้อมๆกัน
เฉินซูย่วนและเฉินเหว่ยหงที่มองอยู่ห่างออกไป..เห็นเพียงเฉินอี้กำลังใช้มือขวาทำอะไรบางอย่างกับสมุนไพร และใช้มือซ้ายควบคุมฟืนให้ความร้อนภายในเตาไปพร้อมกันเท่านั้น
แต่เมื่อพวกเขาเขยิบเข้ามามองดูให้เห็นภายในปากหม้อ ก็ต้องเกิดอาการตกตะลึงไปในทันที!
เฉินซูย่วนเห็นภายในเตาตัวสมุนไพรค่อยๆถูกชำล่ะล้างสิ่งสกปรกออกไปทีละนิดโดยที่เขาใช้มือขวาในการขจัดสิ่งสกปรกด้วยลมปราณที่ปล่อยออกมาอย่างช่ำชอง..และมือซ้ายยังขยับฟืนอย่างเป็จังหวะสามารถควบคุมไฟส่งความร้อนเข้าไปในเตาได้อย่างแม่นยำ ราวกับรู้อุณภูมิที่แน่นอนอยู่ตลอด
ที่สำคัญตัวเฉินอี้ได้แบ่งช่องสมุนไพรในเตาหม้อไว้ 2 ช่องด้วยเป็การปรุงยา 2 ชนิดพร้อมๆกัน!!
เฉินซูย่วนเห็นวิธีการปรุงยาของเฉินอี้ใกล้ๆแล้วก็ถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออกไปเลย..
ส่วนเฉินเหว่ยหงนั้นเป็เ้าเมืองที่ไม่ค่อยรู้ถึงเื่การปรุงยามากนัก ก็ยังมองอย่างปากอ้าตาค้างเพราะคิดว่าการกระทำของเฉินอี้นี่มันสุดยอดเหนือคำบรรยายจริงๆ!
เฉินอี้ขจัดสิ่งสกปรกที่อยู่ในสมุนไพรเสร็จ จากนั้นก็ถึงเวลาใส่พิษตะขาบสายฟ้าเข้าไปฝั่งช่องสมุนไพรยาเพิ่มพลังลมปราณของตัวเองแล้วปิดฝาหม้อลงรอเวลา.. ขณะที่มือของเขายังคงปล่อยพลังปราณควบคุมทุกอย่างอยู่ตลอด
การปรุงยา 2ชนิดพร้อมกันนี้เป็เื่ที่ค่อนข้างยากมากนัก ยิ่งเฉินอี้ไม่ได้ใช้พลังที่จุดไฟจากนิ้วก็ทำให้ลำบากเข้าไปอีกการปรุงยาครั้งนี้ต้องแบ่งหนึ่งใจเป็สองเพื่อควบคุมให้เกิดผลสำเร็จ
เฉินอี้ต้องใช้สมาธิเป็อย่างมากไม่คิดสนใจการแสดงท่าทางตอบสนองจากพวกที่อยู่ภายนอกเลย
เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!
หลังจากที่ใส่พิษปิดฝาแล้วภายในเตาหม้อก็เกิดประกายสายฟ้าขึ้นมาล้อมรอบครึ่งเตาปรุงยา
ปรากฎการณ์นี้ทำให้เฉินอี้ต้องขมวดคิ้วจริงจังมากขึ้นมาทันที
เฉินอี้ยิ้มมุมปากกล่าว“เป็ผลจากพิษของตะขาบสายฟ้าสินะ.. เหมือนว่าใกล้จะเริ่มผสานกันแล้ว..” เขาบังคับขยับมือควบคุมความร้อนให้พอดีกันอยู่เสมอแล้วหมุนมือส่งพลังปราณเข้าไปภายในเตา..
ตัวสมุนไพรกับพิษจึงค่อยๆเริ่มผสานกันจนเกิดเป็ยาเม็ดโอสถขึ้นอย่างช้าๆทีละฝั่งพร้อมกัน
เตาหม้อเริ่มสั่นประกายสายฟ้าหายไปเกิดเสียงชี่ลากยาวดังขึ้นจึงค่อยสงบลง...
เหตุการณ์พวกนี้ทำเฉินซูย่วนและเฉินเหว่ยหงเบิกตาโพรงโตและต้องถอยห่างออกไปหลายก้าวจากเตาสักพักแล้วเพราะกลัวว่ามันจะะเิขึ้นมา
เฉินอี้ยิ้มกว้างกล่าว “เอาล่ะเสร็จแล้ว!” เขาเปิดฝาขึ้นมาดูก็มองเห็นตัวเม็ดโอสถทั้ง 4 เม็ด ที่มีโอสถสีขาว 3 เม็ด เป็โอสถฟื้นฟูพลังลมปราณระดับเต็ม 10 ส่วนอยู่ฝั่งหนึ่ง
แล้วอีกเม็ดหนึ่งที่อยู่ข้างๆก็คือโอสถสีดำออกฟ้าแล้วมีประกายสายฟ้าแปร๊บๆให้เห็น.. เป็โอสถเพิ่มระดับขั้นลมปราณเฉพาะตัวของเฉินอี้เท่านั้น
เฉินอี้ยื่นมือไปหยิบเม็ดโอสถในเตาปรุงยาคีบไว้ระหว่างนิ้วทั้ง5 แล้วยื่นมือออกไปทางด้านหน้าโชว์ให้เฉินซูย่วนและเฉินเหว่ยหงเห็นพลางกล่าว“พวกนี้คือโอสถที่ข้าปรุงขึ้นเองกับมือ.. พวกท่านได้เห็นกับตาแล้วเชื่อรึยังล่ะ?”
เมื่อพวกเขาทั้งสองคนได้ยินและเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า..ก็เกิดอาการเงียบกริบเหงื่อซึมหน้าผาก ต่างคนต่างจ้องมองอย่างแข็งค้างไปที่เม็ดโอสถในมือของเฉินอี้กันอยู่ตอนนี้....