จอกที่ 3 เสียงกระซิบในเงามืด

ก่อนที่ผมจะเขียนเื่นี้ ผมคิดอยู่นานว่าควรจะเขียนดีมั้ย เพราะเื่ที่จะเขียน มันเป็เื่ที่แปลกประหลาดและไม่ค่อยจะเป็มงคลซักเท่าไหร่ แต่เมื่อถึงจุดๆหนึ่งผมก็ตัดสินใจได้ว่าลงมือเขียนจะดีกว่า
ก่อนที่จะเล่าถึงเื่ราวที่จะเกิด ผมขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่า….ผมไม่ใช่ผู้วิเศษหรือมีญาณหยั่งรู้อะไรทั้งนั้น ผมเป็แค่คนธรรมดาที่รู้จักสังเกตเหตุรอบตัวอยู่บ้างเล็กน้อย ด้วยนิสัยที่ติดมาั้แ่กำเนิด เลยทำให้ผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ไม่เว้นแม้กระทั่งเื่ราวดำมืดที่สุดแสนจะลึกลับ
แม้ผมจะยังมีวัยที่ไม่สูงมากนัก แต่ผมก็พอจะเคยได้ยินคำเตือนจากคนเฒ่าคนแก่ ความเชื่อของคนโบราณ เช่นว่า….ถ้ามีใครเรียกเราในยามพระอาทิตย์ตกดิน ก่อนขานรับก็ขอให้ดูให้ดีซะก่อนว่าคนที่เรียกเราคือใคร หรือเวลามีเสียงของหล่น เสียงแปลกๆดังขึ้นในตอนกลางคืน อย่าเผลอร้องทักส่งเดช
ด้วยความที่ผมเป็คนที่อยู่ไม่สุข ขี้สงสัย ผมเลยซักถามท่านผู้ใหญ่เ่าั้ว่าสาเหตุที่ท่านสั่งห้ามแบบนั้นคืออะไร ก็ได้ความว่า…..เขากลัวเราจะโดนสิ่งที่ไม่มีตัวตน ิญญาร้าย ผี อาถรรพ์ ไสยศาสตร์หลอกเอา และเมื่อเราเผลอร้องทัก สิ่งชั่วร้ายเ่าั้ก็จะเข้าถึงตัว
หลังจากฟังเื่ราวเ่าั้ ผมก็เกิดอารมณ์เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ใจหนึ่งผมกล่าวแย้ง เพราะเื่ดังกล่าวเป็เื่ที่เลื่อนลอย ไร้เหตุผล มองไม่เห็น แต่ใจหนึ่งผมจำต้องเชื่อ เพราะมันก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะสามารถยืนยันได้ว่าเื่ที่ท่านผู้ใหญ่เล่ามา มันไม่เป็ความจริง ดังนั้นระหว่างที่ยังสรุปไม่ได้ ผมจึงจำเป็ต้องกระทำตามที่ผู้ใหญ่ท่านตักเตือนไปก่อน
ผมใช้ชีวิตเรื่อยมาด้วยการทำตามที่ผู้ใหญ่สอนสั่งทุกประการ อาทิเช่นการรู้จักไหว้ ขอขมาและขออนุญาตสิ่งที่มองไม่เห็นในยามที่ต้องหลับนอนในสถานที่ๆเราไม่คุ้นเคย ส่วนใหญ่ก็มักไม่มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้น มีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่ต้องประสบพบเจอกับเหตุประหลาด ซึ่งบางครั้งก็ดี บางครั้งก็ร้าย แต่เพราะผมระวังตัวตามคำสอนของผู้ใหญ่ ผมเลยรู้สึกว่าสิ่งลึกลับที่ประสงค์ร้ายไม่อาจเข้าถึงตัวของผมได้
ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ผมเชื่อสุดใจว่าสิ่งที่เจอนั้นคือของจริงอยู่ดี ก็จะให้เชื่อได้ยังไง ส่วนใหญ่พวกนั้นมักจะมาแต่เสียงกระซิบ เสียงพูด บางครั้งก็มาเป็เงา มองไม่ชัด แถมทุกครั้งที่เห็นก็มักจะเป็เวลาที่อยู่ในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่น ตื่นนอนใหม่ๆ กำลังจะหลับ หรือไม่ก็ฝัน ทุกสิ่งที่ปรากฏล้วนชวนให้คิดว่าผมมโนไปเอง ดูหนังมากไป กินมากไป เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า มันไม่มีอะไรชัดเจนพอที่จะทำให้เชื่อว่ามันคือเื่จริงเลย เคยคิดเล่นๆในตอนนั้นว่าถ้าเ้าพวกนี้มีจริง ก็น่าจะมาปรากฏให้เห็นในตอนเรายังตื่น มีสติสมบูรณ์ และให้หวยรางวัลที่หนึ่งแก่เราซักสามงวด แบบนี้ผมถึงจะยอมเชื่อว่าสิ่งที่เจอทั้งหมดคือ......เื่จริง
ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับผมมีมากมาย เล่าให้ฟังทั้งวันก็คงจะเล่าไม่จบ แต่สรุปได้ว่าทุกครั้งที่เจอ มันเป็แค่อะไรที่รางเลือนและไม่มีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เชื่อ มันเกิดขึ้นเรื่อยมาจนผมเริ่มชินกับมันและคลายความรู้สึกหวาดกลัวลง บางครั้งพอผมตื่นและหลุดจากพวกนั้น ผมก็แค่รู้สึกชิวๆเหมือนเพิ่งตื่นนอนธรรมดา ไม่มีอาการเหนื่อยหอบหรือเหงื่อตกเเบบคราวที่เจอในครั้งแรกๆเลยซักนิด
ถึงเจอมามากมายขนาดนั้น ผมก็ยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ดีว่าพวกนั้นมีจริง เพราะอย่างที่เรียนให้ทราบั้แ่แรกว่าถ้าจะให้เชื่อแบบเด็ดขาด มันต้องชัดเจนระดับโผล่มาบอกหวยรางวัลที่หนึ่งให้ถูกซักสามงวด และเอาแบบเลขตรง ตำแหน่งตรง อีแบบนั้นเชื่อแน่ (ถ้าเจอแบบนั้นก็ควรจะเชื่อล่ะนะ)
อยู่มาวันหนึ่ง ผมเริ่มรู้สึกว่าตนเองเกิดอาการเหนื่อยอ่อน ปวดหัว มึนงงและในสมองมักเต็มไปด้วยความคิดด้านลบอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมันตรงกันข้ามกับความคิดโดยปกติของผม จะว่าเป็เพราะผมทำงานหรือเล่นเกมหนักเกินไป ก็ไม่น่าจะใช่ เพราะผมเคยอยู่ในภาวะเหนื่อยจากการทำงานหรือเล่นเกมมาหลายครั้ง มันให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากอาการแปลกๆในครั้งนี้โดยสิ้นเชิง
ผมพยายามเฝ้าสังเกตตัวเอง เพื่อค้นหาสาเหตุที่ตนเองต้องเป็แบบนี้โดยพิจารณาว่าเราทำอะไรบ่อยๆ ผมจึงพบว่า่นั้นกำลังบ้าฟังเื่ผีมากเป็พิเศษ
แรกเริ่มผมก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็เพราะเหตุนี้หรือเปล่า เพราะแต่เดิมผมก็มักจะฟังเื่พวกนี้เป็ประจำอยู่แล้ว แต่มันก็ไม่เคยทำให้รู้สึกแย่แบบนี้มาก่อน ผมเลยตัดสินใจที่จะหยุดฟัง และหันไปฟังอย่างอื่นแทน คุณเชื่อมั้ยเพียงสามวัน อาการดังกล่าวหายเป็ปลิดทิ้ง ผมกลับมาเป็คนเดิมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม
ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่แน่ใจอยู่ดุจเดิม มันเกิดคำถามในหัวตลอดว่า….เฮ้ย เราคิดไปเองเปล่าวะ บ้าน่า เราก็ฟังเื่เล่าผีมาั้แ่เรายังเป็เด็กน้อยนี่นา แต่ตอนนั้นเราไม่เป็อะไรเลย ทำไมเพิ่งมาเป็เอาตอนนี้ เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงกลับไปทดลองฟังเื่ผีแบบติดๆดูอีกที เพียงไม่กี่วัน อาการดังกล่าวก็กลับมาเยือนผมอีกครั้ง นับว่าเป็เื่ที่น่าประหลาดเป็อย่างยิ่ง
ถ้าจะบอกว่าผมฟังแล้วเกิดความเครียด จึงเป็เหตุให้เกิดอาการดังกล่าว ผมเถียงตายเลยว่าไม่จริง เพราะงานเขียนที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้ มันเครียดและกินพลังสมองมากกว่าการฟังเื่ผีเยอะ ผมยังไม่เคยมีอาการประหลาดหลังการทำงานแบบติดๆเลยซักครั้ง ไหนจะเื่ราวที่ผมเปิดฟังทุกวัน อาทิเช่น…..การเมือง ประวัติศาสตร์ ข่าว จิตวิทยา…..อื่นๆอีกมากมาย แต่ละอย่างล้วนชวนให้ผู้ฟังปวดหัวได้โดยง่าย แต่ก็ไม่เคยมีเื่ใดเลยที่ทำให้ผมมีอาการแปลกๆเฉกเช่นการฟังเื่ผี
ผมหยุดฟังเื่ผี และพยายามหาคำตอบว่ามันเป็แบบนี้เพราะอะไร ไม่นานนักก็มีพี่สาวคนหนึ่งให้คำตอบว่า……เื่เล่าที่เราฟังกันอยู่ บางเื่มันก็มาจากเื่จริง เวลาที่เราฟังเื่เล่าเ่าั้ เ้าของเื่เล่าที่ตายไปแล้วก็อาจรับรู้และมาเยือนเราได้ แต่ถ้าไม่ใช่เ้าของเื่มาหา มันก็อาจจะเป็สิ่งที่มองไม่เห็นตนอื่นๆมาเยือนเราก็เป็ได้ เพราะเวลาที่เราฟังเื่เ่าั้ จิตเราจะสื่อและฝักใฝ่กับสิ่งๆนั้น เป็ผลให้ดึงดูดเขาเข้ามาเรา
ผมฟังแล้ว ก็เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งตามสันดานนั่นแหละ เพราะอะไรก็ตามที่มันยังดูลอยๆ ไม่ชัดเจน ผมจะไม่ปักใจเชื่อมันเด็ดขาด แต่เมื่อพิจารณาไปให้ลึกๆ มันก็เข้าเค้าอยู่เหมือนกัน เพราะเคยมีคำกล่าวว่าถ้าจิตเรามุ่งอยู่กับสิ่งใด สิ่งๆนั้นก็มักจะถูกดึงดูดเข้าหาเรา อาทิเช่น…..ถ้าเราอยากเก่งอะไรซักอย่างแบบจริงจัง กระบวนการฝึกฝนในด้านนั้นๆก็มักจะวิ่งเข้าหาเราเสมอ
ถ้ามีคำถามว่าถ้าอยากรวย แล้วทำไมเงินมันไม่วิ่งเข้าหาบ้างล่ะ เมื่อถามมาแบบนี้ ผมก็ตอบกลับไปเช่นกันว่า…..คุณน่าจะยังสนใจหรือมุ่งมั่นกับสิ่งๆนั้นไม่มากพอ เพราะถ้าคุณมุ่งมั่นกับการอยากรวยอย่างเต็มที่ คุณก็คงเพียรพยายามหาความรู้ หาลู่ทางพัฒนาตัวเองให้เหมาะสมกับเงินที่ได้รับมากขึ้น แต่ถ้าคุณยังมีเวลาที่จะหาความสนุกให้กับตัวเองมากเกินไป ใช้ชีวิตแบบชิวๆ มันก็คงจะพูดไม่ได้ว่าคุณมุ่งมั่นที่จะรวยจริงๆ ทว่าเวลานี้เราจะไม่คุยกันในเื่นี้ เพราะมันไม่ใช่ประเด็น วรรคนี้ผมแค่เขียนไว้เล่นโก้ๆเท่านั้น เผื่อมีใครนึกสงสัย เอาล่ะ กลับเข้าเื่ที่้าเล่ากันต่อดีกว่า
แม้จะคิดได้ดังนั้น แต่ผมเองก็ยังไม่แน่ใจนัก ผมทดลองหยุดฟังเื่ผีอีกครั้ง เพราะยามที่ฟังมันสามวันติด ผมจะเกิดความรู้สึกว่าตนเองแย่ลงมากในหลายๆด้านเช่น ร่างกายอ่อนแอ ไม่มีแรง ไม่มีพลังใจอย่างที่เคย วันทั้งวันนึกอยากแต่จะนอน ซึ่งตอนที่ผมยังปกติ การนอนคือการกระทำที่ผมเกลียดมาก แถมเวลาที่ผมขับรถก็มักจะป้ำๆเป๋อๆจนเกิดเื่ราวอัปมงคลอยู่หลายครั้ง
ชีวิตผมกลับมาเป็ปกติ แต่ด้วยความที่ผมเคยฟังเื่พวกนี้มาั้แ่เด็ก ผมจึงอยากที่จะฟังมันต่อไป ผมแอบแวะมาฟังเื่ผีเป็บางครั้งบางคราว เชื่อมั้ยล่ะ ถ้างวดไหนผมฟังติดๆกันถึงสามวัน อาการแบบนี้จะกลับมาเยือนผมทุกที
ผมวนเวียนอยู่กับเื่ที่ผมไม่แน่ใจและหาคำตอบไม่ได้มานาน อยู่มาวันหนึ่งผมก็มีเหตุต้องมาอยู่เป็เพื่อนแฟนที่บ้านของเขาเป็เวลาเกือบอาทิตย์ ่นั้นผมกับแฟนดูหนังผีในตอนกลางคืนถึงห้าวันติดๆ แน่นอนว่าทุกอาการแย่ๆที่เคยเกิดขึ้นกับผม มันกลับมาเยือนผมอีกครั้ง แต่ที่แย่หนักกว่านั้นก็คือแฟนผมก็มีอาการแบบนี้ด้วย เขาถึงกลับป่วย มีไข้และอ่อนเพลีย ทั้งที่ใน่นั้นเขาไม่ได้โดนน้ำฝนเลยซักหยดเดียว
เออ…..ผมลืมบอกไป แฟนผมเขามีรสนิยมคล้ายๆกับผมก็คือ…..ชอบไหว้พระ สวดมนต์ นั่งสมาธิและฝักใฝ่ในพุทธศาสนา เขามักมีจิตัั เห็น ได้ยินเสียงของสิ่งที่ไม่มีตัวตน อันที่จริงจิตเขาสื่อกับเื่พวกนี้ได้ดีกว่าผมซะอีก
เราคุยและปรึกษากันถึงเหตุประหลาดที่เกิดขึ้น จึงพบว่าร่างกายของเราอ่อนแอลงพร้อมๆกันโดยไม่ได้นัดหมาย ผมเลยลองถามเขาเล่นๆว่ามันเป็แบบนี้เพราะอะไร ด้วยผม้าหยั่งเชิงความคิดที่ไม่ทันตั้งตัวของเขา ซึ่งผมก็ได้รับคำตอบว่า……
ที่เป็แบบนี้เป็เพราะหนังผีที่เราดู มันทำให้เราหมกมุ่นกับสิ่งอัปมงคล เป็เหตุให้ดึงดูดสิ่งที่ไม่มีตัวตนเข้าหาเรา และเ้าพวกนั้นก็พยายามทำให้เราอ่อนแอลงด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆนาๆ แต่หลักๆก็คือถ้าเราอ่อนแอลง เขาจะติดต่อสื่อสารกับเราได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็คาดว่าเื่ที่พวกเขาเ่าั้้าจะบอกเราก็คงจะหนีไม่พ้น…..ขอความช่วยเหลือ
ผมค่อนข้างที่จะเชื่อในคำพูดของเขานะ เพราะแฟนผมเขามักมีอะไรแปลกๆที่อธิบายด้วยเหตุผลไม่ได้อยู่หลายครั้งแล้ว และผมก็ชอบใช้เขาเป็เรดาร์ดักจับเื่พวกนี้มาโดยตลอด งวดนี้ผมก็คิดว่าคงไม่คลาดแคล้วจากความจริงเท่าไหร่นัก
เมื่อเป็ดังนั้น เราจึงตัดสินใจที่จะหยุดยุ่งกับเื่พวกนี้ไปซักพักใหญ่ ทว่าเื่ประหลาดมันเหมือนจะยังไม่จบลงแต่เพียงเท่านี้
ในวันที่ผมเขียนเื่นี้ เป็วันที่พ่อตา แม่ยายของผมกลับมาที่บ้านแฟนพอดี และหลังจากผู้ใหญ่ทั้งสองท่านกลับมา ผมและแฟนก็รู้สึกตรงกันว่าบ้านดูสดใสขึ้น อาการประหลาดที่เกิดขึ้นกับผมและแฟนก็พลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็เพราะอะไร แต่ถ้าให้คาดเดา ก็อาจเพราะพวกผู้ใหญ่เขาเพิ่งผ่านการทำบุญมาหมาดๆ มันเลยมีอะไรบางอย่างในตัวพวกเขาที่สามารถขับไล่สิ่งอัปมงคลออกไปได้
แต่นั่นก็เป็เพียงการคาดเดาเล่นๆที่ไร้แก่นสาร แต่ถ้าบังเอิญมันเป็ความจริง ผมก็อยากจะบอกกับทุกท่านว่า.....ไม่ต้องกลัวหรือกังวลไปหรอกครับ เพราะคนที่เสพเื่พวกนี้แล้วมีอาการแบบนี้ มันไม่ค่อยมีหรอก ส่วนใหญ่ฟังแล้วก็จะรู้สึกเพลิดเพลินลุ้น อึ้ง ทึ่งเสียวกันไปตามเื่ตามราว ถึงกระนั้นผมก็ยังไม่เชื่อเต็มร้อยอยู่ดีว่าเหตุทั้งหมด มันจะเป็ไปตามที่ผมพยายามสื่อ
ผมเชื่อว่า….ถ้ายังฝึกฝนจิตของตนเองไปเรื่อยๆ ซักวันหนึ่งจิตของผมจะได้ระดับจนถึงขั้นที่สามารถติดต่อกับสิ่งที่มองไม่เห็นได้ เมื่อถึงวันนั้นผมคงได้ทุกคำตอบที่พยายามตามหา แต่ถ้ายังไม่ถึงเวลา ผมก็คงต้องคิดไปก่อนว่าทุกความอ่อนแอที่เกิดขึ้น มันเป็เพียงการพ่ายแพ้ต่อใจตัวเอง แพ้ต่อความี้เี แพ้ต่อความเหนื่อยล้าและอุปสรรคที่เข้ามา ผมจะต้องรีบรวบรวมกำลังใจเพื่อทำลายความอ่อนแอนี้ให้จงได้
ทว่าส่วนหนึ่งในใจก็ยังแอบสอนสั่งผมเอาไว้ว่า…..คนอย่างผมไม่ควรเสพสิ่งเหล่านี้ต่อเนื่องกันนัก เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่า…….เสียงกระซิบในเงามืด จะเป็สิ่งที่มีอยู่จริงมั้ย
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalandoนักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
