“อาเฉียวเป็นอะไรไปน่ะซินเยว่ เห็นนั่งหน้าซึมตั้งแต่มาถึงร้านแล้ว” หลินซูลี่กระซิบถามฟางซินเยว่
“ดูเหมือนว่าจะทะเลาะกับเยี่ยนอิงนะ แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาทะเลาะกันเรื่องอะไร ตอนที่ฉันเดินไปหา เยี่ยนอิงก็สะบัดหน้าเดินหนีฉันไปแล้ว”
“เธอไม่เข้าไปถามเขาหน่อยหรือ”
“แล้วทำไมเธอไม่ไปถามเขาเองล่ะซูลี่ อย่ามาโยนงานยากให้ฉันสิ” ฟางซินเยว่รีบพูดขึ้น
“ก็เธอกับอาเฉียวคุยกันได้ทุกเรื่องมากกว่าฉันนี่”
ฟางซินเยว่ถอนหายใจเบาๆ ก่อนที่จะเดินเข้าไปหาเหวินเฉียว “นายทะเลาะอะไรกับเยี่ยนอิงเขาล่ะ หรือว่านายไปปากเสียอะไรใส่เธอเข้าเธอถึงได้โกรธนายเอา”
“ปากเสียอะไรกันล่ะ ฉันแค่จะไปชวนเยี่ยนอิงให้มากินข้าวเย็นด้วยกันที่นี่ แต่อยู่ดีๆ เยี่ยนอิงก็มาต่อว่าฉันเสียยกใหญ่เลยว่าฉันไม่ให้เขามีเวลาส่วนตัว”
“ตอนนั้นเยี่ยนอิงกำลังยุ่งอยู่หรือ”
“ไม่รู้สิ ฉันเห็นเขากำลังนั่งอยู่กับเฉินเฮ่าจง แต่ดูท่าทางก็ไม่น่ายุ่งอะไรนะ พวกเขายังหัวเราะกันอย่างสนุกอยู่เลย”
“หืม...เฉินเฮ่าจงกลับมาเรียนได้แล้วหรือ ถ้างั้นพวกเขาก็อาจกำลังปรึกษาเรื่องรายงานกันอยู่ก็ได้ เอาไว้นายค่อยไปง้อเธอก็แล้วกัน ซื้อขนมอร่อยๆ หรือดอกไม้สวยๆ ไปฝากเธอก็ได้ ผู้หญิงทุกคนมักจะชอบของแบบนี้กันทั้งนั้น” ฟางซินเยว่แนะนำ
“เยี่ยนอิงจะชอบของพวกนี้จริงๆ หรือ ขนาดเธอเองยังไม่ชอบของพวกนี้เลยนะซินเยว่ ฉันเคยเห็นหนุ่มๆ เอาของพวกนี้มาให้เธอตั้งหลายคน แต่ก็ไม่เห็นเธอเคยรับ” เหวินเฉียวถามกลับ
“ที่ฉันไม่รับของจากคนพวกนั้นก็เพราะฉันไม่อยากให้ความหวังพวกเขาน่ะสิ ฉันไม่ได้ชอบพวกเขาสักหน่อย ถ้าขืนฉันรับของมา มีหวังพวกเขาต้องมาตามติดฉันจนกระดิกตัวไม่ได้แน่
“ว่าแต่วิธีการของเธอจะได้ผลแน่นะซินเยว่ ฉันไม่เคยเห็นเยี่ยนอิงโกรธฉันมากขนาดนี้มาก่อนเลย” เหวินเฉียวถามอย่างไม่มั่นใจ
“เชื่อฉันเถอะน่า ถ้าไม่ได้ผลเราค่อยมาลองหาวิธีใหม่ก็ได้นี่”
“ตกลง ฉันเชื่อเธอ” เหวินเฉียวตอบรับอย่างว่าง่าย
อาหารเย็นวันนั้นก็กลับมามีชีวิตชีวากันอีกครั้ง คราวนี้หลินซูลี่กับซ่งจื่อหยวนกับสังเกตเห็นอะไรบางอย่างระหว่างเหวินเฉียวกับฟางซินเยว่ แต่พวกเขาก็ไม่อยากด่วนสรุปอะไรลงไป เพราะมันอาจไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิดกันอยู่ก็ได้
“พี่เยี่ยนอิง พี่ไปหงุดหงิดอะไรมาจากไหนหรือ” ไป๋หลิงฉีเดินเข้าบ้านมาก็เห็นพี่สาวนั่งทำหน้ายุ่งอยู่
“นายไม่ต้องมายุ่งเรื่องของฉันหรอก ว่าแต่นายเถอะหายไปไหนมา พ่อกับแม่บ่นมาหลายวันแล้วนะที่นายไม่ยอมกลับบ้าน” ไป๋เยี่ยนอิงถามน้องชาย “หลิงฉี ยังไงนายก็เป็นลูกชายคนเดียวของบ้านเรานะ ถ้านายไม่อยากเรียนหนังสือ นายก็ไปทำงานที่โรงงานกับพ่อสิ ทนทำไปอีกสักพักเดี๋ยวพ่อก็หาตำแหน่งงานดีๆ ให้นายเองนั่นล่ะ”
“พี่ก็เริ่มจะบ่นผมมาอีกคนแล้วหรือเนี่ย พี่ไม่ต้องห่วงหรอก ตอนนี้ผมไปทำงานกับเพื่อนของผมแล้ว รายได้ดีมากเลยนะ วันนี้ผมเอาเงินเดือนงวดแรกมาให้พ่อกับแม่ด้วย” ไป๋หลิงฉีส่งซองใส่เงินให้พี่สาว ทีแรกเขาตั้งใจจะทำงานกับฟางเจียงแค่ไม่นานเท่านั้น แต่รายได้และผลตอบแทนที่เขาได้รับทำให้เขาถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว เขาจึงสมัครเข้าไปทำงานในสถานบันเทิงโดยมีฟางเจียงเป็นคนแนะนำ
ไป๋เยี่ยนอิงเปิดดูเงินในซองนั้นด้วยความตกใจ “สามร้อยเหรียญ งานอะไรทำไมถึงได้เงินเดือนเยอะอย่างนี้ล่ะ พ่อเราเป็นหัวหน้าที่โรงงานยังได้เงินไม่ถึงร้อยเหรียญเลย”
“พี่ไม่ต้องอยากรู้ให้มันมากไปหรอก รับรองว่าผมไม่ได้ไปฆ่าใครหรือไปปล้นใครมาแน่ๆ” ไป๋หลิงฉีส่งถุงใส่เสื้อผ้าและเครื่องประดับให้พี่สาว “ส่วนนี่ก็ของพี่ ผมเห็นว่าพี่ไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่มานานแล้ว ความจริงพี่ก็เป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งนะ แต่ทำไมถึงไม่รู้จักดูแลตัวเองดีๆ หรือคิดว่าตัวเองมีคู่หมั้นแล้วก็เลยไม่จำเป็นต้องแต่งตัว เป็นความคิดที่ผิดมาก”
“ฉันดูแย่ขนาดนั้นเลยหรือ” ไป๋เยี่ยนอิงรีบก้มลงสำรวจตัวเอง
“คู่หมั้นพี่ไม่เคยบอกหรือไง แต่ก็อย่างว่าครอบครัวพี่เฉียวก็ไม่ได้ฐานะดีอะไรมากมาย เขาจะสิ้นเปลืองเงินทองมาซื้อของใช้ดีๆ ให้พี่ทำไมกัน หรือไม่พี่เฉียวก็คงไม่สนใจพี่มากพอ” ไป๋หลิงฉีทำหน้าสงสัย “พี่ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเดียวกัน พี่ลองสังเกตดูพี่เฉียวไว้บ้างก็ดีนะ เผลอๆ อาจจะมีสาวๆ มาหมายตาว่าที่พี่เขยผมอยู่ก็ได้ ถึงเขาจะไม่ได้ร่ำรวย แต่เขาก็หน้าตาดีเอาเรื่องอยู่”
ไป๋เยี่ยนอิงกำมือแน่น คำพูดของน้องชายกระแทกใจเธออย่างแรง และใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอยู่ตลอดของเหวินเฉียวและฟางซินเยว่ก็เด่นชัดขึ้นในใจของเธอทันที เธอก้มลงสำรวจดูตัวเองก็เห็นว่าตัวเองแต่งตัวได้สุดแสนจะเชยจริงๆ และเมื่อนึกถึงฟางซินเยว่อีกครั้ง ‘นังซินเยว่ ฉันจะน้อยหน้าเธอไม่ได้ อยากได้อาเฉียวหรือ รอให้ฉันทิ้งเขาไปก่อนก็แล้วกัน’
“ไอ้หนุ่ม ทำไมวันนี้ถึงได้ดื่มเหล้าเข้าไปเยอะอย่างนั้นล่ะ มีเรื่องกลุ้มใจอะไรปรึกษาลุงได้นะ” จ้าวหย่งถามเฉินเฮ่าจงอย่างอารมณ์ดี วันนี้ตลอดบ่ายเขาก็ไปหาความสุขกับจ้าวหวั่นฮุ่ยมาอีกแล้ว และดูเหมือนช่วงนี้เธอจะยินยอมพร้อมใจและให้ความร่วมมือกับเขาเป็นอย่างดี ทำให้ความสุขที่เขาตักตวงเอาจากเธอมีสีสันและกระตุ้นความอยากให้เขาได้ไม่รู้เบื่อเลย
“คุณเป็นใคร?” เฉินเฮ่าจงถามกลับ ก่อนที่จะยกเหล้าขึ้นดื่มต่อ “คุณรู้จักผมหรือ?”
“ฉันเป็นเจ้าของที่นี่” จ้าวหย่งตอบ “ฉันเคยเห็นนายหลายครั้งแล้ว สาวๆ ที่นี่ต่างก็ชอบใจหนุ่มกระเป๋าหนักอย่างนาย ในเมื่อนายเป็นลูกค้าชั้นเยี่ยมของฉัน วันนี้ฉันจะเลี้ยงเหล้านายเอง”
เฉินเฮ่าจงก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขานั่งดื่มเหล้ากับจ้าวหย่งอย่างสนุก ทั้งสองคุยกันอย่างถูกคอ จ้าวหย่งยังใจดีเรียกสาวๆ อีกหลายคนให้มาคอยบริการเฉินเฮ่าจงอีกด้วย สุดท้ายคืนนั้นเฉินเฮ่าจงก็ค้างที่ห้องพักพิเศษของสถานบันเทิงกับสาวๆ พวกนั้น
“คุณเฮ่าจง!” ไปเยี่ยนอิงเรียกเฉินเฮ่าจงอย่างตกใจ “ทำไมคุณถึงเป็นอย่างนี้ล่ะคะ คุณไม่สบายอีกแล้วหรือ ฉันบอกแล้วว่าถ้าคุณยังไม่หายดี คุณไม่ต้องมาช่วยงานฉันก็ได้”
“ผมแค่รู้สึกเสียใจน่ะครับ” เฉินเฮ่าจงดูอ่อนเพลียจริงๆ เพียงแต่ไม่ใช่เพราะเขาไม่สบาย แต่เป็นเพราะเขาดื่มและเที่ยวมาอย่างหนักติดต่อกันหลายวันแล้วต่างหาก ตอนนี้เขาเป็นแขกคนพิเศษของสถานบันเทิงไปแล้ว และลุงจ้าวหย่งยังให้เขาลงบัญชีค่ากินเที่ยวของเขาไว้ได้อีกด้วย
“คุณเสียใจเรื่องอะไรหรือคะ”
“ผมเสียใจที่ผมรู้จักคุณช้าไป”
“ช้าไป” ไป๋เยี่ยนอิงทวนคำเสียงเบา ก่อนที่เธอจะหน้าแดงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว “อะไรคือช้าไปหรือคะ ฉันไม่เข้าใจ”
“วันนี้คุณดูสวยมากเลยนะครับ กระโปรงชุดนี้เหมาะกับคุณมาก ทำไมเมื่อก่อนคุณไม่เคยแต่งตัวแบบนี้เลยล่ะ อ๋อ...ผมเข้าใจแล้ว วันนี้คุณเยี่ยนอิงคงนัดกับคู่หมั้นไว้ใช่ไหมครับ” เฉินเฮ่าจงก้มหน้าลงอีกครั้ง
“ไม่ค่ะ ฉันไม่ได้มีนัดกับใคร อีกอย่างชุดนี้ก็เป็นน้องชายของฉันที่ซื้อให้” ไป๋เยี่ยนอิงรีบตอบ
เฉินเฮ่าจงเงยหน้าขึ้นยิ้ม “ไม่สำคัญว่าใครจะเป็นคนซื้อเสื้อผ้าชุดนี้ให้คุณ เพราะถึงยังไงผมก็ไม่มีโอกาสที่จะหาของดีๆ อย่างนี้ให้คุณใช่ไหมล่ะครับ เพราะพวกเราเป็นแค่เพื่อนกัน”
“คุณเฮ่าจงหมายถึง?” ไป๋เยี่ยนอิงซ่อนรอยยิ้ม
“ช่างมันเถอะครับ ผมก็พูดไปอย่างนั้นเอง คนไม่มีสิทธิ์อย่างผมจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ได้”
“คุณเฮ่าจงอยากจะมีสิทธิ์อะไรล่ะคะ”
เฉินเฮ่าจงเอื้อมมือไปกุมมือหญิงสาวไว้หลวม “คุณจะให้ผมพูดว่ายังไงดีล่ะคะ คุณอยากได้ยินคำตอบแบบไหน”
“นี่นายกำลังทำอะไรน่ะเฉินเฮ่าจง!” เสียงของฟางซินเยว่ดังขึ้นขัดจังหวะของทั้งสองคนพอดี “นายรีบปล่อยมือเยี่ยนอิงเดี๋ยวนี้เลย นายไม่รู้หรือไงว่าเยี่ยนอิงมีคู่หมั้นแล้ว”
“นี่ล่ะครับคุณเยี่ยนอิง ที่ผมบอกว่าผมไม่มีสิทธิ์ เพราะคุณเป็นคนมีเจ้าของแล้วยังไงล่ะครับ” เฉินเฮ่าจงพูดพร้อมปล่อยมือ
ไป๋เยี่ยนอิงมองตามมือนั้นอย่างนึกเสียดาย เธอหันไปต่อว่าฟางซินเยว่ “ซินเยว่ เธอไม่ต้องเข้ามายุ่งเรื่องของฉันได้ไหม”
“เธอหมายความว่ายังไงเยี่ยนอิง นี่ฉันกำลังช่วยเธออยู่นะ เธอมีคู่หมั้นอยู่แล้ว และเฉินเฮ่าจงก็มีคู่หมั้นแล้ว พวกเธอทำอย่างนี้มันเหมาะสมแล้วหรือ”
“ซินเยว่พูดถูกแล้วล่ะครับคุณเยี่ยนอิง ถึงผมกับคู่หมั้นกำลังจะถอนหมั้นกันแล้ว แต่คุณยังมีคู่หมั้นอยู่” เฉินเฮ่าจงพูดขึ้น
“คุณกำลังจะถอนหมั้นหรือคะ” ไป๋เยี่ยนอิงถาม
“เยี่ยนอิง! นี่เธอ” ฟางซินเยว่แทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน