วันรุ่งขึ้น ทีมงานถ่ายทำโฆษณามาถึงที่เกาะLong Live แต่เช้าและเตรียมงานกันวุ่นวายไปหมดนานะซึ่งตื่นั้แ่ไก่โห่เพราะนอนไม่หลับ เดินออกมาดูการเตรียมงานเธอพบหนุ่มแสนดีเมื่อคืนกำลังยืนสั่งงานอยู่อย่างขะมักเขม้น นานะเผลอมองร่างสูงได้สัดส่วนนั่นอยู่นานก่อนจะจ้องมองแผ่นอกกว้างที่เมื่อคืนเธอใช้เป็ที่พักพิงชินดูสว่างไสวในแสงแดดยามเช้าเหลือเกิน
“อะไรเนี่ยเราว่าเราตื่นเช้าแล้ว อีตานั่นดันตื่นเช้ากว่าเราอีก” นานะบ่นพึมพำขัดกับความคิดตัวเอง
เธอนั่งมองการทำงานของชินอย่างเพลิดเพลินและรู้สึกว่ายามเขาทำงาน ช่างแตกต่างจากตอนที่อยู่กับเธอเสียจริงชินดูเอาจริงเอาจังแข็งขัน ไม่เหมือนหนุ่มช่างเย้าแหย่แบบทุกครั้งเลยสักนิดทั้งที่เมื่อวานเขายังพูดคุยร่าเริงกับเธออยู่เลย ยิ่งได้รู้จักเธอก็ยิ่งรู้สึกว่าหนุ่มหล่อคนนี้มีเสน่ห์มากขึ้นเรื่อยๆ
“อ้าว! ยัยตัวเล็ก มาั้แ่เมื่อไหร่น่ะ” ชินเพิ่งหันมาเห็นนานะนั่งมองเขาอยู่จึงรีบเดินตรงมาหาเธอทันที
“ก็ซักพักน่ะ” นานะหยีตามองร่างสูงที่ยืนค้ำหัวเธออยู่แสงแดดยามเช้าสะท้อนเส้นผมสีน้ำตาลของเขาให้ดูสว่างเป็สีทอง
“ทานอาหารเช้ารึยัง”ชินถามอย่างเป็ห่วงขณะยื่นมือส่งให้เธอ
“เอ่อ…ทานเรียบร้อยแล้วล่ะ” นานะส่งมือให้เขาจับและพยุงตัวลุกขึ้นยืน
“ก็ดี” เขามองจ้องสำรวจเธอจนนานะรู้สึกประหม่ากับดวงตาของเขาเธอเลยถามแก้เขินออกไป
“แล้วนี่จะให้ฉันเริ่มงานเลยรึเปล่าน่ะ”
“อ๋อ อีกสักพักน่ะเพราะว่าช่างกล้องยังไม่มาเลย รอเรืออีกรอบมาน่ะ…อุ๊บ!!”ชินรีบปิดปากตัวเองทันทีหลังจากเผลอหลุดพูดเื่เรือออกไป
“ว่าไงนะ!!” นานะหันขวับ เงยหน้าขึ้นจ้องชินเขม็ง
“ตะกี้ฉันว่า ฉันได้ยินนายพูดว่ามีเรือมาอีกรอบใช่มั้ย”
หนุ่มร่างสูงยิ้มแหยๆเหมือนเด็กที่ถูกจับได้ว่าโกหก
“แปลว่าเมื่อวานนายโกหกฉันว่ามีเรือมาที่เกาะนี่รอบละหนึ่งครั้งต่อวันสินะ“ เธอคาดคั้นชินทันที
“เปล่านะฉันไม่ได้โกหก… แค่พูดไม่จริงต่างหากล่ะ” เขาบอกหน้าตาเฉย
“นี่นาย!!”
“แต่ยังไงฉันก็ดีใจนะที่มาก่อนหนึ่งวันเพราะว่า…ได้กอดใครก็ไม่รู้ที่ร้องไห้ซบกับอกฉันตั้งนานแน่ะ”ชินหลิ่วตาและยิ้มล้อนานะใบหน้าเขาฉายแววเ้าเล่ห์แบบที่นานะนึกหมั่นไส้อีกแล้ว!
“อึ๊ก!!” เธอสะอึก หน้าแดงเขินจัดเมื่อนึกถึงเื่เมื่อคืน
“ฮึๆ” ชินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“แหม…คุยกันสนุกสนานจังเลยนะคะ ถ้าจะร่วมวงด้วยคนจะว่าอะไรมั้ย” เสียงแหลมประชดประชันของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นด้านหลังนานะทั้งคู่หยุดชะงักการพูดคุยทันที
“เซระ!! เคน!!” นานะอุทานออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา เมื่อพบว่าคนที่มาขัดจังหวะการสนทนาของเธอกับชินคือใคร
“คุณมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ”ชินถามเซระเสียงเ็า หน้าตาขรึม
“แหม…ทำไมจะมาไม่ได้ล่ะ ในเมื่อแฟนฉันเป็ช่างกล้องที่จะมาถ่ายภาพให้กับนานะนี่คะ”เซระยิ้มหวานอย่างเป็ต่อให้กับชินก่อนจะมองไปที่นานะด้วยสายตาเป็ศัตรู
“แปลกจริง คุณทานากะมาไม่ได้เหรอ”ชินเลิกคิ้วพลางมองหน้าเคนซึ่งใบหน้าไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
“คุณทานากะไม่สบายบริษัทเลยส่งผมมาแทน” เคนตอบเสียงห้วน ขณะสายตาเรียวคมของเขาจ้องมองไปทางนานะที่ยืนหลบตาอยู่ข้างๆชิน
“อ้อ” ชินพยักหน้ารับรู้และครุ่นคิด
“คุณจะเอาแฟนของคุณมาด้วยผมไม่ว่าหรอกนะ แต่หวังว่าแฟนคุณคงไม่มาทำร้ายนางแบบของผมเหมือนวันนั้นอีกล่ะ”ชินเตือนเสียงขรึมหลังจากที่เขาเห็นฤทธิ์ของเซระวันนั้น
“อุ๊ยตาย!! อะไรกันคะ แหม พูดยังกับฉันเป็ผู้ร้ายอย่างนั้นล่ะ”
“หึ เห็นคุณวันนั้นแล้วมันก็คงไม่แตกต่างหรอกครับ” ชินยิ้มเยาะอย่างรู้ทันทำเอาเซระอึ้งและชักสีหน้าไม่พอใจทันที
“แหม…เข้าใจล้อฉันเล่นนะคะ” เซระสะกดความไม่พอใจเอาไว้และส่งยิ้มหวานให้ชินอย่างยั่วยวนอีก
“แล้วแต่จะคิดครับผมขอตัวพานางแบบไปเตรียมตัวก่อนละกัน เชิญคุณทั้งคู่ตามสบาย” ชินโอบไหล่พานานะเดินออกมาจากตรงนั้น เธอหันไปมองเคนนิดหนึ่งก่อนหันกลับและเดินตามชินไป
“แหม…สนิทสนมกันเหลือเกิน แบบนี้สงสัยที่เขาลือกันว่ายัยเด็กนั่นเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้ได้งานครั้งนี้คงเป็จริงซะล่ะมั้งคุณคิดอย่างนั้นมั้ยคะ เคน” เซระถากถางนานะทันทีที่เธอเดินจากไปแต่เคนก็ยังคงนิ่งเงียบ
ไม่ได้ตอบคำถามเธอ
“เคน!!!!” เซระะโเรียกเคนเสียงดัง
เคนสะดุ้ง “หือ? คุณว่าอะไรนะ เซระ”
“นี่คุณไม่ได้ฟังที่ฉันพูดเลยใช่มั้ยคะ”เธอจ้องหน้าเคนอย่างจับผิด
“เปล่าๆ ฟัง… เอ้อ ใกล้เริ่มงานแล้ว ผมขอไปเตรียมตัวก่อนนะ” เคนรีบตัดบทสะพายเป้ แล้วหยิบกระเป๋าเครื่องมือเดินตรงไปที่กองถ่ายทันทีทิ้งให้เซระฮึดฮัดไม่พอใจอยู่คนเดียว
“ว้าว! น่ารักสุดๆเลย ยัยตัวเล็ก” ชินร้องทักขึ้นเมื่อเดินเข้ามาเรียกนานะในห้องแต่งตัว
นานะหันไปมองหนุ่มร่างสูงที่เดินเข้ามาแล้วก็หันกลับไปถอนหายใจอย่างเซ็งๆ
“เราไปเริ่มถ่ายกันเลยดีกว่า”
“ชิน!! ฉันไม่ถ่ายได้มั้ย” นานะคว้าแขนชินเอาไว้ ก่อนที่เขาจะเดินออกไป
“ทำไมล่ะเธอกลัวกล้องเหรอ” ชินล้อเธอยิ้มๆ
“…”
“ไม่ต้องกลัวน่าฉันอยู่ด้วยทั้งคน” เขายิ้มให้กับนานะที่ยังคงยืนนิ่งเงียบอยู่“ไปเถอะ”
“ฉันทำไม่ได้!!!!!!!!” นานะโพล่งขึ้นมา ทำให้ชินชะงักหันมามองอย่างสงสัย
“ฉันยิ้มต่อหน้ากล้องที่เคนเป็คนถ่ายไม่ได้…ฮือๆ” นานะร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้นในความรู้สึกของตัวเอง
“นานะ”
ชินก้มลงมาทำให้หน้าของเขาอยู่ใกล้กับเธอ นานะเงยหน้าขึ้นมองเขาทั้งน้ำตา
“ฉันรู้ว่าเธอคงลำบากใจแต่ว่าการหนีปัญหามันไม่ใช่วิธีแก้ปัญหานะ” เขาเช็ดน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน
“ฮือๆๆๆๆ”
“เธอควรสู้ปัญหามากกว่าเพราะยังไงเธอก็ต้องเจอกับพวกเขาสองคนอยู่ดี” ชินแนะด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“…”
“เอางี้สิ!! ถ้าเธอยิ้มไม่ออก ลองนึกถึงเหตุการณ์อะไรก็ได้ที่สนุกๆ สิ”
แล้วจู่ๆนานะก็หัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งน้ำตาและเหล่มองชิน เขาจึงรู้สึกสงสัย
“ขำอะไรน่ะ” ชินขมวดคิ้วถามด้วยความอยากรู้
“ขำนายน่ะสิตอนที่เมื่อวานนายถือลูกชิ้นปิ้งอยู่ในมือ แล้วอยู่ๆ ก็มีหมามาจากไหนไม่รู้วิ่งมาคาบไม้ลูกชิ้นจากมือนายไป ฮะๆ แถมนายยังวิ่งไล่ตามหมาอีกคนอะไรก็ไม่รู้แย่งกระทั่งหมา ฮ่าๆ” นานะหัวเราะออกมาในที่สุด
“ก็มันเสียดายนี่นายังไม่ได้กินเลยซักลูก” ชินทำหน้าปูเลี่ยนๆ เกาหัวเก้อๆนานะชอบใจกับท่าทางของเขาและขำมากขึ้น จนลืมไปว่ากำลังร้องไห้อยู่
“ดีขึ้นแล้วใช่มั้ย”ชินยิ้มเมื่อเห็นเธอหยุดร้องไห้แล้ว
“อื้ม! ตกลง ฉันจะทำตามที่นายบอก” นานะพูดน้ำเสียงหนักแน่นแววตาเป็ประกายมุ่งมั่นอย่างคนตัดสินใจแล้ว
“ต้องอย่างนี้สิยัยตัวเล็ก” ชินยกนิ้วโป้งให้เธอ
นานะตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่หนีการเผชิญหน้ากับเคนและเซระอีกต่อไป