งานประมูลในครั้งนี้ถูกจัดขึ้นที่โรงแรม 5 ดาวชื่อดังกลางเมือง ตอนนี้หินได้เข้ามาอยู่ในงานได้สักพักแล้ว งานประมูลยังไม่ได้เริ่มขึ้น เนื่องจากยังไม่ถึงเวลา
งานประมูลครั้งนี้เป็นงานที่หินถูกเชิญมา เขาไม่อยากสายจึงได้เผื่อเวลามาก่อนที่งานจะเริ่ม ดังนั้นเขาถึงได้มายืนเบื่ออยู่ที่ห้องโถงหน้างานในตอนนี้
วันนี้เรียกได้ว่าเป็นวันที่หินใช้เวลาแต่งตัวนานที่สุดตั้งแต่เขามาที่โลกนี้เลยก็ว่าได้ เขาถึงกับจ้างช่างฝีมือดีเพื่อมาแต่งตัวเซ็ททรงผมต่างๆ ให้เขาโดยเฉพาะ
ปกติหินไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญเรื่องพวกนี้เท่าไหร่นัก เขาเน้นที่ความสะดวกสบายมากกว่า ใส่อะไรแล้วสบายตัวเขาก็ใส่แบบนั้น เขาจึงได้ยกเรื่องพวกนี้ให้เดวิดเป็นคนตัดสินใจแทนเสมอ
แต่เนื่องจากงานนี้เป็นงานพิเศษที่เป็นศูนย์รวมของสังคมคนชั้นสูงต่างๆ ถ้าหินยังเลือกที่จะแต่งตัวตามสไตล์ของตนเอง ก็คงถูกมองไม่ดีเท่าไหร่นัก เขาน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่นี่เป็นงานของผู้ว่าเชียวที่เชิญเขามา ดังนั้นเขาจึงต้องรักษาหน้าของผู้ว่าเชียวเอาไว้ด้วย
ถึงแม้ตอนนี้งานประมูลยังไม่ได้เริ่ม แต่แขกคนอื่นๆ ก็ทยอยมาถึงกันมากพอสมควร ซึ่งส่วนใหญ่ต่างก็รู้จักคุ้นเคยกัน จึงได้จับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส บ้างก็ถามสารทุกข์สุขดิบ บ้างก็คุยธุรกิจ
ไม่ใช่ว่าหินไม่อยากไปทำความรู้จักกับคนอื่น แต่หินรู้ดีว่าสังคมชั้นสูงแบบนี้ มีแต่การสวมหน้ากากและเข้าหากันด้วยผลประโยชน์ ดังนั้นหินจึงตัดสินใจที่จะไม่ไปทำความรู้จักคนอื่น
ตอนแรกหินก็คิดจะไปพูดคุยกับผู้ว่าเชียว แต่ผู้ว่าเชียวก็ต้องไปต้อนรับแขกเหรื่อ หินถึงได้เดินเอื่อยเฉื่อยไปมาในงานด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย
ตั้งแต่สองวันก่อนที่หินพยายามนึกว่าควรจะเอาอะไรมาประมูลดี แต่เขาคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก สุดท้ายเขาจึงคิดว่ามาดูอย่างเดียวก็พอหรือถ้าหากมีของที่เขาสนใจเขาก็ค่อยประมูลแทน
เมื่อคนเริ่มมากขึ้นหินจึงหยิบแก้วไวน์มาแก้วหนึ่งก่อนจะปลีกตัวออกจากห้องโถงไปยืนอยู่ที่ระเบียงข้างนอกงานที่ไม่มีคน
“ไวน์นี่ก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ แต่ก็ยังสู้น้ำหมักผลไม้ที่ไร่ของฉันไม่ได้อยู่ดี” หินพูดขึ้นขณะที่ควงแก้วไวน์ในมือขึ้นมาดื่ม ก่อนจะใช้สายตามองออกไปนอกระเบียงที่เต็มไปด้วยตึกราและแสงสีมากมาย
หากผู้ว่าเชียวมาได้ยินที่หินพูดคงเจ็บช้ำใจตายเป็นแน่ ไวน์ที่หินดื่มอยู่นี้เป็นไวน์ชั้นยอดเลยทีเดียวและราคาของมันในตลาดก็แพงมาก ถ้าไม่ใช่เพราะว่างานประมูลในครั้งนี้เป็นงานสำคัญ ไม่มีทางที่ผู้ว่าเชียวจะยอมกัดฟันควักเงินตัวเองมาซื้อมันแน่นอน
หินเองนั้นรู้ว่าตัวเองคออ่อนจึงได้กินยาต้านเมาเข้าไปก่อนแล้ว ดังนั้นคืนนี้ไม่มีทางที่เขาจะเมาได้ ตั้งแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ไร่ในวันนั้น เขาก็พกยาต้านเมาติดตัวไว้เสมอ..ในขณะเดียวกันท่ามกลางแขกมากมายในห้องโถง หญิงสาวคนหนึ่งกำลังถูกรายล้อมไปด้วยชายหนุ่มมากมาย ที่พยายามเข้ามาพูดคุยกับเธอ พร้อมกันนั้นก็มีสายตาจากหญิงสาวมากมายบริเวณนั้นที่มองมาที่เธอด้วยความอิจฉา
“ลี่อิง เสร็จจากงานนี้ คุณพอจะมีเวลาว่างรึเปล่า”
“คืนนี้คุณดูสวยมากเลยนะ ลี่อิง”
“ลี่อิงในงานคุณมีที่นั่งหรือยัง ถ้ายังไปนั่งกับผมไหม? ”
“ลี่อิง….”
“ลี่อิง...”
หญิงสาวผู้ที่เป็นดาวเด่นในงานคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เธอคือ หยาน ลี่อิง ดาราสาวซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งของจีนนั่นเอง เรียกได้ว่าถ้าหากถามใครในจีนก็ไม่มีใครไม่รู้จักเธอ
ในเวลานี้เธอตกอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มมากมายที่พยายามจะจีบเธอ แต่หยาน ลี่อิงก็สมกับเป็นซูเปอร์สตาร์ดัง ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอโดนผู้ชายพยายามเข้ามาจีบเกี้ยวพาราสีเธอ เธอจึงใช้ประสบการณ์ที่เธอมีรับมือได้อย่างไม่ยากเย็น
แม้เธอจะเป็นดาราดังแค่ไหน แต่ในงานที่เป็นงานรวมบุคคลชั้นสูงของสังคมแบบนี้ เธอไม่สามารถไปล่วงเกินใครได้ ผู้ชายแต่ละคนที่เข้ามาจีบเธอ ต่างมีพื้นเพพื้นหลังที่ไม่ธรรมดา มีทั้งอำนาจและเงินตรา หากเธอไปทำให้พวกเขาไม่พอใจ มันก็คงไม่ดีต่อเธอนัก
ดังนั้นเธอจึงได้ปฏิเสธคนเหล่านี้อย่างสุภาพและพยายามปลีกตัวออกมาจากการรายล้อมของชายหนุ่มเหล่านี้
“ลี่อิงขอตัวก่อนนะคะ” ลี่อิงยิ้มขึ้นบางๆ
รอยยิ้มของเธอแทบจะทำให้ใจของชายในที่นี้หลอมละลายไปตามๆ กันและเปิดทางเดินให้เธอโดยไม่รู้ตัว ลี่อิงจึงได้เดินจากไปอย่างรวดเร็ว
ลี่อิงเองก็ไม่ชอบความวุ่นวายเช่นกัน เธอจึงมองไปรอบๆ ตัวเพื่อหาสถานที่เงียบๆ อยู่รองานประมูลเริ่ม สายตาของเธอเหลือบไปเห็นระเบียงของโรงแรมที่ไม่มีคน เธอจึงได้รีบเดินตรงไปทางนั้น
“พวกผู้ชายนี่ก็เลว เจ้าชู้เหมือนกันหมดจริงๆ ” ลี่อิงบ่นขึ้นเมื่อเดินมาถึงระเบียง ก่อนหน้านี้ที่เธอตกอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มเหล่านั้น แต่ละคนก็ใช้สายตามองมาที่เธออย่างหื่นกระหาย
แม้ในตอนนั้นใบหน้าของเธอจะยิ้มแย้มแต่ในใจของเธอกลับรู้สึกรังเกียจคนเหล่านั้นมาก พวกคนที่คิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าคนอื่น คิดว่าตัวเองหล่อ รวย เลยจะทำอะไรกับใครก็ได้ มองผู้หญิงเป็นเพียงแค่ของเล่น เธอรังเกียจคนประเภทนี้ที่สุด
“ถ้าไม่ใช่เพราะผู้ว่าเชียว ฉันไม่มางานน่าเบื่อแบบนี้แน่” ลี่อิงเอ่ยขึ้นก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
หลังจากได้ระบายออกไปลี่อิงก็รู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย เธอจึงได้มองไปรอบๆ ตัวก่อนจะพบว่ามีชายคนหนึ่งกำลังยืนถือแก้วไวน์มองมาที่เธอด้วยท่าทีอ้ำอึ้ง ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาไม่ถึงเมตรด้วยซ้ำ…
ลี่อิงมองชายคนนั้น ชายคนนั้นก็มองมาที่ลี่อิงเช่นกัน ทั้งคู่กำลังมองกันและกันด้วยความรู้สึกตกตะลึง
ตอนแรกที่ลี่อิงเดินมาที่ระเบียงเธอก็เห็นว่าไม่มีใคร เมื่อมาถึงเธอจึงได้ระบายความในใจเธอออกมาทันที เธอไม่ทันได้สังเกตด้วยซ้ำว่ามุมขวาของระเบียงมีคนยืนอยู่
ชายคนที่ว่าก็คือหินนั่นเอง หินเองก็ไม่นึกเช่นกันว่าจะมีคนมาระบายความอัดอั้นในใจระยะเผาขนใกล้เขาขนาดนี้ ตอนแรกที่เขาเห็นหญิงสาวคนนี้เดินเข้ามา เขาก็ตั้งใจจะเดินกลับเข้าไปในงานแล้ว แต่ว่าเธอดันพูดขึ้นมาซะก่อน…
หินจึงตัดสินใจที่จะยืนนิ่งๆ เป็นอากาศและหินก็ภาวนาเป็นอย่างมากว่าให้หญิงสาวคนนี้มองไม่เห็นเขาเช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าคำภาวนาของเขาจะไม่เป็นผลเพราะตอนนี้เธอเห็นเขาแล้ว
“...” หิน
“...” ลี่อิง
ในตอนนี้เวลาทุกอย่างเหมือนหยุดเดิน ลี่อิงไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนยืนอยู่ข้างๆ เธอ นั่นหมายความว่าชายคนนี้ต้องได้ยินสิ่งที่เธอพูดออกไปเมื่อสักครู่แน่ๆ
‘เมื่อกี๊ฉันก็ไม่ได้พูดดังมาก เขาอาจจะไม่ได้ยินก็ได้’ ลี่อิงปลอบตัวเองขึ้นในใจ
‘เวรล่ะ ทำไงดีๆๆ ทำเป็นไม่ได้ยินละกัน’ หินได้สติขึ้นมาก่อนจึงได้รีบมองขึ้นฟ้าก่อนเอ่ยออกมา
“คืนนี้พระจันทร์สวยดีจังเลย” หินเอ่ยขึ้นทำเหมือนว่าเมื่อสักครู่นี้เขากำลังชื่นชมพระจันทร์บนท้องฟ้า ไม่ได้ยินสิ่งที่หญิงสาวคนนี้พูดเลยแม้แต่น้อย
ลี่อิงเห็นว่าชายคนนี้พูดถึงเรื่องอื่นจึงได้พูดสนับสนุนขึ้นมาทันที
“นั่นสิคะ คืนนี้พระจันทร์สวยมากเลย” เธอพูดขึ้นพลางมองขึ้นฟ้าเช่นกัน
แต่ทั้งคู่กลับพบว่า ไม่มีพระจันทร์อยู่บนท้องฟ้า…
‘เอ่อ...ดอกเตอร์ครับ คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด...’ เดวิดเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลำบากใจ
“...” หิน
“...” ลี่อิง
‘วันตั้งมากมายทำไมต้องมามืดวันนี้’ หินคร่ำครวญขึ้นในใจ
‘โอเค เขาได้ยินทั้งหมดสินะ..’ ลี่อิงรู้สึกอายเป็นอย่างมาก ถ้าเขาได้ยินแต่แสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเพื่อช่วยเธอถ้าหากว่ามันสำเร็จก็ดีไป แต่นี่มันล้มเหลว มันเลยทำให้เธอรู้สึกว่า ชายคนนี้พยายามโกหกเพื่อช่วยเธอ มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกอายขึ้นไปอีก
“เมื่อกี๊ฉันไม่ได้หมายถึงคุณนะคะ” ลี่อิงเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีลำบากใจ ในเมื่อชายคนนี้ได้ยินที่เธอพูดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเเสแสร้งอีกต่อไปแล้ว
“ผมเข้าใจครับ ฮะฮะฮะ” หินยิ้มแห้งๆ ออกมา
‘แต่เมื่อกี๊เธอพูดว่าผู้ชายทุกคนเลยนะ...’ หินแย้งคำพูดตัวเองขึ้นในใจ
เมื่อหินเอ่ยจบแล้วก็ไม่ได้เอ่ยอะไรขึ้นมาอีก ทำให้บรรยากาศกลับมาดูอึมครึมอีกครั้ง
‘เขาไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยเหรอ’ ลี่อิงคิดขึ้นด้วยความสงสัย ปกติพวกผู้ชายเมื่อเห็นเธอต่างก็ต้องรีบเข้ามาทำความรู้จักเธอ แต่ผู้ชายคนนี้กลับนิ่งมันทำให้ลี่อิงอดแปลกใจขึ้นมาไม่ได้
แน่นอนถ้าเป็นคนอื่น เมื่อมีสาวสวยระดับนี้มายืนอยู่ใกล้ๆ คงไม่สามารถห้ามใจตัวเองไม่ให้ทักเธอได้ แต่นี่คือหิน หินผู้ไม่ค่อยสันทัดเรื่องของความรักและปกติเขาไม่ค่อยพูดมากอยู่แล้วด้วย ดังนั้นนี่จึงเป็นเรื่องปกติสำหรับหิน
“ทำไมคุณมายืนอยู่ข้างนอกคนเดียวล่ะคะ? ” เมื่อหินไม่มีทีท่าจะพูดอะไรต่อ ลี่อิงจึงเอ่ยขึ้นมาแทน
“น่าจะเหตุผลเดียวกันกับคุณนะครับ” หินตอบขึ้น
ลี่อิงหน้าแดงขึ้นเล็กน้อยด้วยความเขินอาย นี่ยิ่งตอกย้ำว่าหินได้ยินที่เธอพูดเมื่อกี๊อย่างแน่นอน
“งานยังไม่เริ่มฉันก็เลยรู้สึกเบื่อน่ะค่ะ” ลี่อิงยิ้มขึ้น
“ฉันไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลย คุณเป็นแขกของผู้ว่าเชียวเหรอคะ? ” ลี่อิงถามขึ้น เธอเป็นดาราดัง ออกงานพบเจอคนอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นนักธุรกิจ ผู้ดีมีตระกูล ผู้มีอิทธิพลต่างๆ เรียกได้ว่าคนดังๆ ไม่มีใครที่เธอไม่รู้จัก แต่เธอกลับไม่เคยเจอหน้าชายหนุ่มคนนี้มาก่อน มันทำให้เธอประหลาดใจเล็กน้อย
“อ๋อ ใช่ครับ ผมเป็นแขกของผู้ว่าเชียว แล้วคุณล่ะครับ” หินถามกลับตามมารยาท
“ฉันก็เป็นแขกของผู้ว่าเชียวเหมือนกันค่ะ” ลี่อิงตอบขึ้นก่อนจะถามต่อ
เมื่อได้ยินว่าหญิงสาวตรงหน้าก็เป็นแขกของผู้ว่าเชียวเช่นกัน หินก็เพียงแค่พยักหน้าเข้าใจหนึ่งครั้งแล้วไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมาอีก ซึ่งมันทำให้ลี่อิงประหลาดใจมาก
‘อะไรกัน เขาไม่รู้จักเราเหรอ? ’ ลี่อิงนึกขึ้นในใจด้วยความสงสัย
นอกจากเธอจะเป็นซูเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งในจีนแล้ว เธอก็ยังติดอันดับต้นๆ ของเอเชียอีกด้วย น้อยนักที่จะมีใครไม่รู้จักเธอ แต่ทว่าชายตรงหน้าก็ทำเหมือนว่าไม่รู้จักเธอจริงๆ
‘หรือบางทีเขาอาจจะเคยได้ยินชื่อเราแต่ไม่เคยเห็นหน้า’ ลี่อิงคิดขึ้นในใจอีกครั้งก่อนจะเอ่ยขึ้น
“เมื่อกี๊ฉันยังไม่ได้แนะนำตัวเลย ฉันชื่อ หยาน ลี่อิง ค่ะ” ลี่อิงยิ้มขึ้น
เธอเป็นซูเปอร์สตาร์ชื่อดังอันดับหนึ่งในจีนและติดอันดับต้นๆ ของเอเชีย ถึงแม้บางคนจะไม่เคยเห็นหน้า แต่ชื่อของเธอ เธอคิดว่าต้องเคยผ่านหูของเขาบ้างแน่
“ผม ไตรภพ ครับ” หินยิ้มขึ้นเช่นกัน
“เอ๊ะ คุณไม่ใช่คนจีนเหรอคะ? ”
“ผมเป็นคนไทยครับ”
ลี่อิงทั้งรู้สึกประหลาดใจและชื่นชม สำเนียงการพูดจีนของหินนั้นยอดเยี่ยมมาก มากซะจนเธอคิดว่าหินเป็นคนจีนจริงๆ แต่ที่เธอประหลาดใจมากกว่าก็คือ เมื่อหินได้ยินชื่อเธอแล้วกลับไม่ได้มีท่าทีอะไรพิเศษเช่นเคย
“คุณไม่เคยได้ยินชื่อฉันมาก่อนเลยเหรอคะ? ” ลี่อิงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
“จำเป็นต้องเคยได้ยินด้วยเหรอครับ” ที่หินถามออกมานั้นหินไม่ได้ตั้งใจจะดูแคลนลี่อิง เขาเพียงแค่สงสัยจริงๆ
“อ๋อ ไม่ค่ะ ไม่จำเป็น” ลี่อิงรู้สึกเหวอเลยทีเดียว คนที่มางานระดับนี้ได้ แต่กลับไม่รู้จักเธอ นี่บ้านเขาไม่มีทีวี ไม่มีอินเทอร์เน็ตใช้บ้างหรืออย่างไร
เรื่องนี้จะโทษหินก็ไม่ได้ ขนาดนาเดียร์ที่เป็นดาราระดับต้นๆ ของไทย หินที่เป็นคนในประเทศเองก็ยังไม่รู้จัก ไม่ต้องพูดถึงดารานอกประเทศ เขาแทบจะไม่ได้ให้ความสนใจเรื่องอะไรแบบนี้เลย...