วันต่อมา...เมื่อตะวันเริ่มคล้อยต่ำลงและเงามืดเริ่มทอดยาวไปตามท้องถนน...สามพี่น้องจอมยุทธ์พเนจรก็ได้ออกจากโรงเตี๊ยมที่ซอมซ่อ มุ่งหน้าไปยังย่านที่เสื่อมโทรมและอันตรายที่สุดของเมืองหมอกพิษ...ที่ตั้งของตลาดมืด
ตลาดมืดแห่งนี้ไม่ได้เป็นลานกว้างสำหรับซื้อขายของเหมือนตลาดทั่วไป แต่มันคือเครือข่ายของตรอกซอกซอยที่มืดและคับแคบ ทางเดินใต้ดินที่อับชื้น และกระท่อมลับที่ต้องใช้รหัสผ่านในการเข้าออก บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความโลภ ความรุนแรง และความลับ ชายฉกรรจ์ในชุดคลุมที่ปิดบังใบหน้ายืนอยู่ตามมุมมืดราวกับรูปปั้น ทุกสายตาที่มองมาล้วนเต็มไปด้วยการประเมินค่าและความไม่ไว้ใจ
นี่คือโลกใต้ดินที่กฎหมายของยุทธภพทั่วไปไม่มีความหมาย...ที่นี่...เงินตราและกำปั้นคือสิ่งที่ตัดสินทุกอย่าง
"แยกกันลงมือ" หลินเฟิง...หรือ "เย่เฟิง"...กระซิบสั่งเพื่อนทั้งสองคน "จางหู่ ท่านไปแถวร้านตีเหล็กและค้าอาวุธ ลองสืบดูว่ามีใครสั่งทำกรงเหล็กขนาดใหญ่หรืออุปกรณ์แปลกๆ ในช่วงเดือนที่ผ่านมาหรือไม่ สือเหล่ย เจ้าไปทางตลาดค้าสัตว์อสูรและอาหารสัตว์ ลองดูว่ามีใครกว้านซื้อเนื้อสัตว์คุณภาพต่ำในปริมาณมหาศาลบ้าง...ส่วนข้า...จะไปทางย่านค้าสมุนไพรพิษ"
เขาแจกแจงแผนการที่วางไว้ตั้งแต่เมื่อคืน "อีกสองชั่วยาม เรามาพบกันที่โรงน้ำชาเก่าๆ ตรงหัวมุมนั่น...จงระวังตัวให้ดี อย่าให้ใครจับได้ และถ้ามีปัญหา...ให้หนีทันที"
ทั้งสามคนพยักหน้ารับแล้วแยกย้ายกันไปอย่างรวดเร็ว กลืนหายเข้าไปในเงามืดของตลาดที่วุ่นวาย
เย่เฟิงดึงฮู้ดของเสื้อคลุมลงมาปิดบังใบหน้าให้มิดชิดยิ่งขึ้น เขาเดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่เฉอะแฉะ มุ่งหน้าไปยังโซนที่อันตรายที่สุด...แหล่งค้าสมุนไพรต้องห้ามและชิ้นส่วนอสูรวิญญาณ
ที่นี่...เขาได้เห็นของที่ไม่มีทางได้เห็นในโลกภายนอก...รากไม้ที่มีรูปร่างเหมือนทารก, เห็ดที่ส่องแสงสีม่วงเรืองรอง, และหัวใจของอสูรที่ยังคงเต้นตุบๆ อยู่ในโหลแก้ว...
ด้วยความรู้จากนิยายในหัว ทำให้เขาสามารถเดินดูของเหล่านี้ได้อย่างสบายใจ ไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกเหมือนคนอื่น เขารู้จักชื่อและสรรพคุณ (ที่เป็นอันตราย) ของมันเกือบทั้งหมด ซึ่งในสายตาของพ่อค้าแม่ค้าแถบนี้...ท่าทีที่ดู "รู้จริง" ของเขาทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาหาเรื่อง
เขาเดินสำรวจไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านแห่งหนึ่งที่ใหญ่และดูน่าเกรงขามที่สุด มันเป็นร้านขายยาเก่าๆ ที่มีชายชราหน้าตาซูบซีดเหมือนโครงกระดูกนั่งเฝ้าอยู่หลังเคาน์เตอร์...แม้จะดูเหมือนใกล้ตาย แต่พลังปราณที่แผ่ออกมาจางๆ กลับทำให้เย่เฟิงรู้ว่าชายชราคนนี้แข็งแกร่งอย่างน่ากลัว...เถ้าแก่กุ่ย (ภูตผี) เจ้าของร้านที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมและเจ้าเล่ห์ที่สุดในย่านนี้
เย่เฟิงเดินเข้าไปอย่างไม่เกรงกลัว...แผนการ "ตกปลา" ของเขาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
"ท่านเถ้าแก่" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ถูกดัดให้แหบพร่าเล็กน้อย "ข้าต้องการ 'บุปผาโลหิตอสูร' จำนวนมาก...ด่วนที่สุด"
เถ้าแก่กุ่ยค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองเขาอย่างเชื่องช้า "บุปผาโลหิตอสูร...ของต้องห้ามชั้นสูง...เจ้าหนูเช่นเจ้ารึจะหาซื้อของเช่นนี้?"
เย่เฟิงแสร้งทำเป็นหัวเสียเล็กน้อย เขาโยนถุงเงินที่ได้จากท่านอาวุโสไป๋ลงบนเคาน์เตอร์เสียงดัง "เคร้ง!"
"ข้ามีเงินจ่ายก็แล้วกัน!" เขาแสดงท่าทีของลูกหลานตระกูลเศรษฐีที่เอาแต่ใจ "อาจารย์ของข้ากำลังต้องการมันอย่างเร่งด่วนเพื่อทำการทดลองขั้นสุดท้าย...ข้าได้ยินมาว่าช่วงเดือนที่ผ่านมามีลูกค้ารายใหญ่กว้านซื้อของชนิดนี้ไปจนเกือบหมดตลาด...ข้าก็เลยหวังว่าที่ร้านใหญ่เช่นท่านอาจจะยังพอมีเหลืออยู่บ้าง"
นี่คือการ "หยั่งเชิง" ที่แยบยล...การอ้างถึง "ลูกค้ารายใหญ่" เพื่อดูปฏิกิริยาของเถ้าแก่กุ่ย
และมันก็ได้ผล!
แววตาของเถ้าแก่กุ่ยเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินคำว่า "อาจารย์" และ "การทดลอง" เขามองเย่เฟิงด้วยสายตาของพ่อค้าที่กำลังประเมินลูกค้ารายใหม่
"อ้อ...เจ้าคงจะหมายถึงนายน้อยในชุดขาวท่านนั้นสินะ" เถ้าแก่กุ่ยกล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก แต่สำหรับเย่เฟิงแล้ว...นี่คือข้อมูลชิ้นแรก! "ใช่...ช่วงเดือนที่ผ่านมานายน้อยท่านนั้นกว้านซื้อบุปผาโลหิตอสูร, หญ้าเหล็กดำ, และเถาวัลย์กินซากไปจนหมดเกลี้ยงจริงๆ...เป็นลูกค้ารายใหญ่ที่ใจป้ำมากทีเดียว...ของที่ร้านข้าก็เพิ่งจะหมดไปเมื่อสามวันก่อนนี่เอง"
'นายน้อยชุดขาว...หวังเทียนแน่ๆ!' เย่เฟิงดีใจจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ แต่ก็ยังคงตีหน้าผิดหวังต่อไป
"บัดซบ! แล้วข้าจะทำอย่างไรดี!" เขากล่าวอย่างหัวเสีย "ท่านพอจะรู้หรือไม่ว่าข้าจะไปหาเขาได้ที่ไหน? ข้าอาจจะขอแบ่งซื้อต่อจากเขาได้"
"เรื่องนั้นข้าไม่รู้หรอก" เถ้าแก่กุ่ยส่ายหน้า "ลูกค้าระดับนั้นย่อมต้องมีความเป็นส่วนตัวสูง...ข้ารู้เพียงแค่ว่าคนของเขามักจะมารับของที่สั่งไว้เสมอ...และที่พักของเขาก็อยู่ในย่านที่หรูหราและอันตรายที่สุดของเมืองนี้...ย่านสตรีแดง"
ย่านสตรีแดง!
เย่เฟิงได้ข้อมูลชิ้นที่สองที่สำคัญที่สุดมาแล้ว!
เขาแสร้งทำเป็นถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง "เช่นนั้นก็ช่วยไม่ได้...ขอบคุณสำหรับข้อมูลท่านเถ้าแก่"
เขากล่าวจบก็เก็บถุงเงินแล้วเดินออกจากร้านไปทันที ทิ้งให้เถ้าแก่กุ่ยมองตามหลังไปด้วยแววตาครุ่นคิด...
อีกสองชั่วยามต่อมา...ณ โรงน้ำชาเก่าๆ ที่นัดหมายไว้
ทั้งสามคนกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และต่างก็นำข้อมูลที่ได้มาแลกเปลี่ยนกัน
"ข้าไปสืบมาแล้ว!" จางหู่เริ่มต้นก่อน "มีร้านตีเหล็กสามร้านที่ได้รับใบสั่งทำ 'แท่งเหล็กเสริมความแข็งแกร่ง' และ 'กลอนประตูกลไก' จำนวนมากเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน...ผู้สั่งเป็นคนลึกลับ แต่สถานที่จัดส่งคือลานเรือนส่วนตัวแห่งหนึ่งใน...ย่านสตรีแดง!"
"ทางข้าก็เหมือนกัน!" สือเหล่ยกล่าวอย่างตื่นเต้น "มีพ่อค้าเนื้อรายใหญ่เพิ่งจะได้รับลูกค้ารายใหม่ที่สั่งซื้อเนื้อสัตว์คุณภาพต่ำครั้งละมากๆ ทุกสามวัน! และให้คนไปส่งที่...ย่านสตรีแดงเช่นกัน!"
และสุดท้าย...เย่เฟิงก็นำข้อมูลที่เขาได้มาเล่าให้ทุกคนฟัง
จิ๊กซอว์ทั้งหมด...ต่อกันเป็นภาพที่สมบูรณ์แล้ว!
แหล่งกบดานแห่งใหม่ของหวังเทียน...ที่เพาะเลี้ยงอสูร...และห้องทดลองวิชามาร...ทั้งหมดล้วนอยู่ในที่เดียวกัน! ลานเรือนส่วนตัวลึกลับแห่งหนึ่งในย่านสตรีแดง!
ภารกิจขั้นแรก...การหาข่าว...สำเร็จลุล่วงแล้ว!
บรรยากาศบนโต๊ะเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนตึงเครียด ย่านสตรีแดงนั้นขึ้นชื่อว่าเป็นถิ่นของเหล่าเศรษฐีและยอดฝีมือที่ชั่วร้ายที่สุดในเมือง การจะบุกเข้าไปในสถานที่เช่นนั้น...ไม่ต่างอะไรกับการเดินเข้าไปในปากเสือ
เย่เฟิงคลี่แผนที่เมืองที่เขาซื้อมาออก...แล้วใช้นิ้วชี้ไปยังพื้นที่สีแดงเข้มที่ถูกทำเครื่องหมายไว้
"เราเจอรังของมันแล้ว..." เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง "ขั้นต่อไป...คือการหาทางเข้าไปข้างใน...เพื่อหาหลักฐานที่เราต้องการ...โดยที่ไม่ถูกจับได้และถูกฆ่าเสียก่อน"