เขาพูดพลางส่งสายตาหยาดเยิ้มให้นวล
นวลส่ายหน้าด้วยความไร้เดียงสา
“ไม่เป็นไรค่ะ! นวลจะไม่บอกใครเลยนวลจะเป็นคนดูแลปรนนิบัติพ่อเกื้อเอง”
ในใจของพ่อเลี้ยงเกื้อนั้นอยากจะจับเธอตอกอัดให้จมมิดเสียตั้งแต่วินาทีนี้แต่เขาจำต้องหักห้ามใจไว้
เพราะเขายังมีพันธะสัญญาที่ให้ไว้กับพัฒนะเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทว่าจะยกนวลให้แต่งงานกับพัฒนะ
เขาจึงจำต้องหักห้ามใจไว้ ได้แค่ลูบ ๆคลำ ๆ สั่งสอนให้เธอปรนเปรอเขาด้วยโอษฐ์กาม
และล่วงเกินนวลแต่เพียงพอดีไม่ถึงกับสอดใส่เข้าไปในร่องสวาทของนวล
เขาจะได้ไม่รู้สึกผิดต่อพัฒนะมากจนเกินไป...อย่างน้อยก็ในตอนนี้
…
เพียงไม่กี่วันหลังเหตุการณ์ในห้องทำงานพ่อเลี้ยงเกื้อยังคงอดกลั้นความปรารถนาในการครอบครองเนื้อนวลได้อยู่
ความสัมพันธ์ลับ ๆระหว่างเขากับนวลดำเนินไปอย่างเงียบเชียบทุกครั้งที่เขาแสดงท่าทีว่าตนเองเริ่มมีอาการ “เจ็บปวด”นวลก็จะรีบเข้ามาปรนนิบัติด้วยความเต็มใจและทุกครั้งเธอก็จะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวนไม่น้อยจากเขา
ทว่า...ความสุขสมที่ซ่อนเร้นนี้ไม่ได้อยู่ยั่งยืนนานนัก
คุณนายประยงค์ ผู้เป็นเจ้าของเรือนและภรรยาหลวงของพ่อเลี้ยงเกื้อแม้จะแยกไปอยู่เรือนเล็กในสวนแต่ทุกเช้าเธอก็ยังคงกลับมานั่งเป็นเจ้าบ้านที่เรือนใหญ่สายตาคมกริบของเธอกวาดมองไปทั่วบริเวณบ้าน ไม่เว้นแม้แต่บ่าวไพร่
เช้าวันหนึ่งขณะที่นวลกำลังเดินผ่านห้องโถงเพื่อนำสำรับว่างไปเก็บ สายตาของคุณนายประยงค์ก็เหลือบไปเห็นเข้า
นวลในวัยที่กำลังแตกเนื้อสาวผิวพรรณเปล่งปลั่งขึ้นผิดหูผิดตา เรือนร่างที่เคยดูบอบบางเมื่อปีที่แล้วบัดนี้กลับดูอวบอิ่มไปทุกสัดส่วนขึ้นทุกวัน
ทรวงอกที่เต่งตึงเคลื่อนไหวตามจังหวะการก้าวเดิน สะโพกผายได้รูปผึ่งผายขึ้นอย่างเห็นได้ชัดความงามตามธรรมชาติของเธอเริ่มฉายแววออกมาอย่างไม่สามารถเก็บงำได้อีกต่อไป
คุณนายประยงค์จ้องมองนวลด้วยความหมั่นไส้และริษยา
“นี่! แม่นวล!”
คุณนายประยงค์เรียกเสียงห้วนใบหน้าบูดบึ้ง
“แกจะเดินอวดหุ่นอะไรของแกนักหนา!ชะม้อยชม้ายชายตาแบบนี้ คิดจะจับผู้ชายหรือไงยะ!”
นวลสะดุ้งสุดตัว เธอไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ คุณนายถึงได้ต่อว่าเธอเช่นนี้
“นวล... นวลเปล่านะคะคุณนาย...”
นวลตอบเสียงสั่นน้ำตาเริ่มคลอเบ้าด้วยความเสียใจ
“ไม่ต้องมาทำเป็นบีบน้ำตาสำออย!แกนี่มันมารยาจริง ๆ!”
คุณนายประยงค์โมโหหนักขึ้นเมื่อเห็นน้ำตาของนวล แทนที่จะสงสาร กลับยิ่งโกรธเกลียด
นวลเป็นหญิงสาวหน้าตาดีแถมยังได้รับความเอ็นดูจากพ่อเลี้ยงเกื้อยิ่งทำให้ความริษยาในใจของคุณนายประยงค์ปะทุขึ้นมา
ในมือของคุณนายประยงค์มีถ้วยขนมกล้วยบวชชีที่เพิ่งจะตักขึ้นมาจากหม้อใบใหญ่
เธอหงุดหงิดจากการทะเลาะกับสามีเรื่องเมียน้อยมาหลายวันอยู่แล้วประกอบกับความหมั่นไส้ในความสวยของนวล ทำให้เธอขาดสติ
“นี่! รับไปซะ ขนมกล้วยบวชชีนี่แหละเหมาะกับคนอย่างแก!”
คุณนายประยงค์กรี๊ดเสียงสูงยกถ้วยขนมกล้วยบวชชีขึ้นเหนือหัวนวลแล้วสาดลงมาราดรดทั่วหน้าอกและเสื้อคอกระเช้าของนวลจนเปียกชุ่ม
น้ำกะทิสีขาวขุ่นเหนียวเหนอะหนะไหลย้อยลงไปตามร่องอกและทรวงอกของเธอ
นวลยืนนิ่งตัวแข็งทื่อทั้งตกใจและอับอาย เธอไม่เคยถูกกระทำเช่นนี้มาก่อน
น้ำตาเม็ดโตไหลอาบแก้มเธอไม่พูดอะไรสักคำได้แต่วิ่งร้องไห้ออกไปหลังครัวด้วยความเสียใจที่ถูกประจานเช่นนั้น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในสายตาของบ่าวไพร่หลายคนพวกเขามองนวลด้วยความเห็นใจ แต่ก็ไม่กล้าปริปากพูดสิ่งใดเกรงจะถูกคุณนายประยงค์เล่นงานไปด้วย
การปลอบโยนและพิธีเรียกขวัญ
เสียงสะอื้นของเนื้อนวลยังคงดังแผ่วๆมาจากหลังครัว พ่อเลี้ยงเกื้อที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆได้ยินทุกคำด่าทอและการกระทำของคุณนายประยงค์
เขาไม่พอใจเป็นอย่างมากที่เมียแก่บังอาจมาทำร้าย“ของรัก” ของเขาต่อหน้าต่อตา แม้เขาจะยังไม่ได้ครอบครองเธออย่างสมบูรณ์ แต่หัวใจของเขาก็ได้ยกให้นวลไปหมดแล้ว
เมื่อคุณนายประยงค์เดินกระแทกเท้าออกไปจากห้องโถงตรงดิ่งกลับไปเรือนหลังเล็กของเธอเอง
พ่อเลี้ยงเกื้อก็รีบลุกขึ้นเขาเดินตรงไปที่ครัว เห็นเนื้อนวลกำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่มุมห้องเสื้อคอกระเช้าของเธอเปียกชุ่มไปด้วยน้ำกะทิเหนียวเหนอะหนะ หยดลงไปบนพื้นเป็นดวงๆ
“นวล... ลูก... มานี่สิ...”
พ่อเลี้ยงเกื้อพูดเสียงอ่อนโยนราวกับจะปลอบขวัญลูกในไส้
นวลเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำบวมช้ำจากการร้องไห้ เธอเช็ดน้ำตาป้อยๆ แล้วค่อยๆลุกขึ้นเดินตามพ่อเลี้ยงเกื้อไปที่ห้องทำงานของเขาด้วยความรู้สึกสับสน
เมื่อเข้ามาในห้องทำงานพ่อเลี้ยงเกื้อปิดประตูลงเบาๆ เขาเดินไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วหยิบปึกธนบัตรสีแดงออกมา แบงก์ร้อยบาทจำนวนสิบใบ ถูกวางลงบนฝ่ามือของเขา
“นี่... รับไปนะลูก...”
พ่อเลี้ยงเกื้อพูดพลางยื่นเงินหนึ่งพันบาทให้นวล
“เก็บไว้เป็นค่าทำขวัญนะ...ที่โดนเมียแก่ของพ่อด่าฟรี โดยที่นวลไม่ได้ทำอะไรผิดเลย...”
ดวงตาของนวลถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นเงินจำนวนมากตรงหน้าเธอไม่เคยได้รับเงินมากขนาดนี้มาก่อนในชีวิตความเสียใจเมื่อครู่พลันมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความดีใจจนแทบเนื้อเต้น
เธอรีบพนมมือขึ้นไหว้รับเงินด้วยความเคารพอย่างสูงสุด
“ขอบพระคุณค่ะพ่อเกื้อ ขอบพระคุณมากๆ เลยค่ะ”
พ่อเลี้ยงเกื้อยิ้มอย่างพึงพอใจที่เห็นนวลมีความสุขเขาดึงร่างบอบบางของนวลเข้ามา สวมกอดปลอบใจ อย่างแผ่วเบา
“ขวัญเอ๊ย ขวัญมานะลูก...ไม่ต้องกลัวนะ... พ่อเกื้อจะทำพิธีเรียกขวัญให้นวลเองนะจ๊ะ”
เขาพูดพลางจับร่างของนวลให้นั่งลงบนตักของเขา โดยที่นวลไม่ได้ขัดขืนเธอตัวแข็งทื่อด้วยความประหม่าแต่ก็ซึมซับเอาไออุ่นและอ้อมกอดปลอบโยนของเขาไว้เต็มที่
มือหนาของพ่อเลี้ยงเกื้อเริ่มลูบคลำไปทั่วกายของนวลอย่างช้า ๆ แผ่วเบา จากแผ่นหลังที่บอบบางลงมาถึงเอวคอดกิ่วแล้วเลื่อนขึ้นไปลูบไล้แขนเรียว จนนวลรู้สึกขนลุกเกรียวไปทั้งตัว ความรู้สึกแปลกๆวิ่งพล่านไปทั่วร่างของเธอ
นวลนั่งอยู่บนตักของพ่อเลี้ยงเกื้อร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความประหม่าปนความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่คุ้นเคยมือหนาของเขาที่ลูบไล้ไปทั่วกายของเธอทำให้นวลรู้สึกขนลุกเกรียว
แต่ท่าทางที่อ่อนโยนและคำปลอบโยนที่แสนอบอุ่นจากชายผู้เป็นนายทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยและวางใจ
พ่อเลี้ยงเกื้อลอบยิ้มมุมปากเขามองเสื้อคอกระเช้าของนวลที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำกะทิและเศษขนมกล้วยบวชชีที่ถูกคุณนายประยงค์สาดใส่
“โอ้โห... ลูกเอ๊ย...เสื้อเปียกปอนหมดเลยนะนี่... เปียกแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดเอาหรอก...”
พ่อเลี้ยงเกื้อแสร้งทำเป็นห่วงใยก่อนจะพึมพำกับเด็กสาวว่า
“พ่อล่ะอยากกินขนมกล้วยบวชชีพอดีเลย...เสียดายจัง... อดกินฝีมือนวลเลยนะ เพราะเมียแก่พ่อสาดทิ้งไปหมดเสียก่อน”
เขาพูดพลางก้มหน้าลงดูดยอดอกของนวลผ่านเสื้อที่เปียกชุ่ม เสียงจ๊วบจ๊าบเบา ๆ ดังขึ้นเมื่อริมฝีปากของเขาครอบครองยอดถันที่อยู่ภายใต้เนื้อผ้าบางเบา
“อื้อออ... พ่อเกื้อคะ”
นวลร้องครางด้วยความเสียวซ่านที่แล่นแปลบเข้ามาทันทีที่ยอดอกของเธอถูกดูดดึงแม้จะมีเสื้อคอกระเช้าบดบังอยู่ แต่สัมผัสที่เร่าร้อนของเขาก็สามารถทะลุผ่านไปได้
เมื่อเห็นว่านวลมีปฏิกิริยาตอบสนองที่ดีพ่อเลี้ยงเกื้อก็ยิ้มอย่างพึงพอใจเขาใช้มือเลิกเสื้อคอกระเช้าของนวลขึ้นไปกองเหนือหน้าอกเผยให้เห็นสองเต้าอวบอิ่มที่เปลือยเปล่าผุดขึ้นมาต่อหน้าต่อตา