แต่ทว่าเมื่อออกมาจากดันเจี้ยนก็ได้มีทหารรอรับพวกเขาอยู่ แต่ทว่าพวกของภูมิก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เพียงจัดการทำให้พวกเขาสู้ต่อไปไม่ได้ก็เท่านั้น เมื่อจัดการเสร็จแล้วก็ออกเดินทางจากไป
โดยพวกภูมิมีเป้าหมายอยู่ที่ดันเจี้ยนสีเขียวอันอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนี้หรือจังหวัดใกล้เคียง แต่ส่วนมากมันกลับถูกจองเอาไว้ก่อนแล้ว ซึ่งถ้าไม่ใช่พวกทหารก็เป็นผู้ที่มีอิทธิพลในจังหวัดนั้นๆ หรืออำเภอนั้นๆ แต่พวกเขาก็ไม่ได้สนใจ ถ้ารับรู้ว่าเลเวลพวกที่เข้าไปไม่สูงพอที่จะปิดดันเจี้ยนได้พวกเขาก็จะเข้าไปปิดเอง
และด้วยการกระทำของเขาจึงทำให้พวกคนที่มีอำนาจไม่พอใจเป็นอย่างมากพวกมันจึงได้รวมตัวกันเพื่อที่จะจัดการกับพวกภูมิแต่ทว่าพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรกับพวกภูมิได้จึงได้แต่ปล่อยให้พวกเขาทำตามใจและเก็บความแค้นนี้เอาไว้เพียงเท่านั้น
ภูมิได้ปิดดันเจี้ยนไปหลายแห่ง ขนพอสมควรพวกเขาจึงได้หยุดล่าดันเจี้ยนสีฟ้า แล้วกลับไปล่ามอนเตอร์ที่ออกมาจากดันเจี้ยนสีเขียวที่พวกเขาหนีมาแทนเพราะพวกเขาล่าดันเจี้ยนสีฟ้าที่ไม่ได้เลเวลมานานแล้ว จึงต้องการที่จะเพิ่มเลเวลให้กับพวกตนเองบ้าง จนกระทั่ง ภูมิได้มาถึงเลเวล60เป็นแรก
"ติ่ง"
"ขอแสดงความยินดีด้วยที่ท่านได้มาถึงเลเวล 60 เนื่องจากสัตว์ซิงโครไนซ์ของท่านถึงเลเวลที่กำหนดและตัวของท่านก็ได้ถึงเลเวลที่กำหนด เริ่มกระบวนการฟิวชั่นสัตว์ซิงโครไนซ์
ท่านได้ทำการปลดล็อกร่างกายสัตว์ซิงโครไนซ์
สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้ที่หน้าต่างระบบ"
เสียงที่เงียบหายไปนานได้ดังขึ้นในหัวของภูมิอีกครั้ง จากนั้นร่างกายที่เปิดซิงโครไนซ์ร่างควายอยู่นั้นก็ได้มีปฏิกิริยาบางอย่างคือมันได้เปล่งแสงสีทองทั่วรอยสักทั้งสองรูปที่อยู่ตรงกลางหน้าอกจากนั้นมันก็ได้กลายเป็นก้อนกลมๆ มันค่อยลอบออกมาจากนั้นก็ขยายขนาดใหญ่ขึ้นๆ จนกลายเป็นปลิงที่ลอยอยู่กลางอากาศและควายเผือกตัวใหญ่ที่กำลังยืนอยู่ด้านซ้ายมือของเขา
พร้อมๆ กับที่ร่างกายของภูมิกลับเป็นมนุษย์ปกติ
"เฮ้ย พี่ภูมิเกิดอะไรขึ้นนะ "
นิกพูดด้วยความตกใจเมื่อร่างกายของภูมิมีบางอย่างแปลกๆ เกิดขึ้น
"การฟิวชั่นของสัตว์ซิงโครไนซ์นะ"
ภูมิได้กล่าวตอบ
จากร่างของทั้งสองก็ได้เปล่งแสงสีทองขึ้นอีกครั้งจากนั้นลูกบอลแสงสีทองทั้งสองลูกก็ได้ค่อยๆ ลอยเข้าหากันเรื่อยๆ มันเป็นแสงที่ไม่ทำให้แสบตาเลยสักนิด ก่อนที่มันจะผสมกันจนกลายเป็นก้อนเดียว ผ่านไปสักพักแสงก็ค่อยๆ กลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเริ่มจากขาทั้งสี่ที่ยืดจนถึงพื้นจากนั้นก็ต่อและรูปทรงทั้งหมด
"รูปร่างกำลังเปลี่ยนไป"
แพรที่ตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกับเขย่าแขนน้ำเบาๆ
เมื่อแสงสีทองได้หายไปสัตว์ซิงโครไนซ์ของเขาก็ได้ปรากฏรูปพรรณสู่สายตาของภูมิ มันมีขาที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามของควายและยังเป็นสีขาวอมชมพูไปจนถึงข้อเข่าแต่ต่ำกว่าข้อเข่าลงมากลับกลายเป็นสีดำพร้อมขนสั้นๆ เหมือนใส่ถุงเท้าและกีบเท้าได้หายไปแทนที่ด้วยกรงเล็บอันแหลมคนที่จิกลงพื้นจนเป็นรอยซึ่งเป็นเหมือนกันเหมือนทั้งสี่ข้าง
ลำตัวของมันยังคงล่ำบึ้กเป็นควายที่ตัวโตเต็มวัยเหมือนดั้งเดิมแต่กลับมีเกล็ดของปลิงซึ่งมีสีเผือกเกิดขึ้นทั่วทั้งลำตัวอันใหญ่ หางที่ยาวเกือบ 2 เมตรยาวนั้นมีสีขาวอมชมพูได้ถูกมันกวัดแกว่งไปมาซ้ายขวาเหมือนจะโชว์พู่หางสีดำอันงามของมัน
ปีกค้างคาวของมันซึ่งไม่รู้ว่ามาได้ยังไงกำลังกางออกขนาดกับพื้นนั้นมีความยาวจากปลายถึงปลายเกือบ 5 เมตร มันมีสีขาวอมชมพูเหมือนสีเผือกของควายก่อนหน้านี้พร้อมกับมีพังผืดแบบค้างคาวที่มีกระดูกแทงออกมาเพื่อยึดปีก มันดูแหลมคมเป็นอย่างมากในแต่ละอันที่เชื่อมพังผืดเอาไว้
ส่วนใบหน้าของมันนั้นมีลักษณะยื่นออกมาแบบควายและยาวหลายเซนติเมตร มีฟันที่แหลมคมเหมือนฟันหมาป่าอยู่เต็มปากจนดูน่ากลัวดู หูทั้งสองยืดยาวขึ้นมันมีสีดำและมองเห็นเส้นเลือดในแบบของหู ขนาดของมันใหญ่มากน่าจะใหญ่กว่าฝ่ามือของภูมิเล็กน้อยและมีเขาที่ยาวเกือบสองเมตรสีเผือกที่โค้งงอได้รูปมีปลายที่แหลมจมเหมือนไม้ที่ถูกเหลาปลายมาอย่างดี
มันได้ยื่นหน้ามาคลอเคลียเขาเหมือนลูกแมวที่ออดอ้อนเจ้าของ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการที่เกิดจากการฟิวชั่นของสัตว์ซิงโครไนซ์
"น่ารักมากเลยพี่"
นุชที่ยืนลุ้นอยู่ทางด้านซ้ายของภูมิได้เอ่ยขึ้นเบาๆ
"กรุณาตั้งชื่อสัตว์ซิงโครไนซ์"
เสียงในหัวของภูมิที่กำลังยืนลูบหัวเจ้าควายผสมค้างความอยู่นั้นทำให้เขาได้สติอีกครั้ง
"เป็นการผสมระหว่าง ทอง และ ไอ้ดำ ถ้าอย่างนั้น เอาเป็นว่าชื่อ ทองดำ ก็แล้วกัน"
ภูมิพึมพำอย่างแผ่วเบาที่ได้ยินเพียงเขาคนเดียวแล้วได้ตั้งชื่อนี้ให้สัตว์ประหลาดที่ยืนอยู่ตรงหน้าที่หลังกับพื้นห่างกันสองเมตรกว่าๆ
"ยืนยันสำเร็จ สัตว์ซิงโครไนซ์ ชื่อ ทองดำ "
" ชื่อโคตรเชยเลยพี่ เซ่นในการตั้งชื่อไม่มีเลยอะ"
แพรทำหน้าเซ็งๆ เมื่อได้ยินชื่อที่ภูมิตั้งให้สัตว์ซิงโครไนซ์
"ปะไปต่อจะได้เลเวลอัพกัน"
ภูมิกล่าวตัดบททันที ทำให้แพรทำหน้าเสียดายออกมาเหมือนว่าตัวเองยังไม่ได้เล่นกับมัน อะไรประมาณนั้น