เสียงหัวเราะของสุริยันทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นถึงกับตัวแข็งทื่อเบิกตาโต คุณแสงทิพย์กับคุณนิกรก็เช่นกัน เพราะนานแล้วที่ไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของเขา
" ถึงกับร้องไห้เลยหรือคุณ " คุณนิกรเข้ากอดภรรยาที่ตอนนี้นั่งเช็ดน้ำตาตัวเองปอยๆ
" ก็ฉันดีใจ...ฉันนึกว่าจะไม่ได้ยินเสียงหัวเราะของเขาอีกแล้ว " คุณแสงทิพย์พูดไปก็สืบน้ำมูกฟึดฟัดไป
" มีหนูอันนามาช่วยดูแล อีกไม่นานมันคงเดินได้ อย่าห่วงไปเลยนะ " คุณนิกรพูดถึงอันนายังไม่ขาดคำท่านก็เห็นเธอเดินตัวเปียกโชกออกมาจากห้องของสุริยัน... ที่หัวเราะเมื่อกี้คงชอบใจที่ได้แกล้งเธอสินะ ลูกชายของท่านคนนี้มันน่าจับตีก้นนัก!
" เห็นคุณบ่นคิดถึงหลาน เราไปเยี่ยมพวกเขาไหม? " คุณแสงทิพย์เงยหน้ามองสามี คิดถึงก็คิดถึงอยู่หรอก แต่จะให้ท่านทิ้งทางนี้ไปท่านก็ทำไม่ได้ ไปเจอหลานทีท่านก็ต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับมาทุกที ยิ่งตอนนี้มีแต่คนน่ารักน่าชัง ท่านยิ่งไม่อยากจากพวกเขาไปไหน แต่ห่วงสุริยันก็ห่วงแถมคุณนิกรต้องอยู่ทางนี้ดูแลรีสอร์ตกับไร่แทนสุริยันอีก เป็ไปได้อยากจะแยกร่างด้วยซ้ำไป
" คุณอย่าห่วงไปเลย ดูสิหนูอันนามาทำงานยังไม่ถึงวันยังทำให้มันหัวเราะได้เลย ไปกับผมเถอะนะ แล้วหากเกิดอะไรขึ้นจากกรุงเทพมานี่ก็แป๊บเดียวเอง หรือจะให้ไวเฮลิคอปเตอร์เราก็มี " คุณนิกรเองก็คิดถึงหลาน และท่านก็คิดว่าคนอย่างอันนาสามารถรับมือกับสุริยันได้อย่างสบาย
" พ่อกับแม่จะไปเยี่ยมหลานที่กรุงเทพ ไม่กี่วันก็กลับ อยู่คนเดียวได้นะ " สุริยันเงยหน้าจากจานข้าวมองพ่อ ก่อนจะถอนหายใจ เข้าใจว่าพวกท่านห่วงแต่แค่อยู่คนเดียวทำไมเขาจะอยู่ไม่ได้ คนก็ออกเต็มบ้าน
" ไปสิครับ อยู่หลายๆ วันก็ได้ ไม่ต้องห่วงผม "
" อืม...งั้นทานข้าวเสร็จเราไปกันเลยนะคุณ " คุณแสงทิพย์มองสามีอย่างไม่เข้าใจ ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย และก็ดูเหมือนสามีจะรู้ความคิดท่าน
" ผมคิดถึงหลาน ไปถึงกรุงเทพก็พอดีกับเวลาที่นับดาวเลิกเรียนเราจะได้ไปรับที่โรงเรียนไง " สุริยันส่ายหน้าให้กับคนติดหลาน นี่หากเขาไม่ประสบอุบัติเหตุก็คงจะไม่พากันกลับมาอยู่ที่นี่
" แล้วนี่หนูอันนาไปไหนทำไมไม่มาทานข้าวเที่ยงด้วยกันล่ะ " คุณแสงทิพย์ถามสุริยันแต่เขากลับทำเพียงแค่ยักไหล่
" คุณหมอไปเตรียมรถครับ " ปั้นรายงานแทนเ้านาย
" จะไปไหนกันรึ? " ั้แ่เกิดอุบัติเหตุสุริยันก็ไม่ยอมไปไหน ขนาดไปโรงพยาบาลยังต้องเกือบลากถึงจะไป หากไม่มีหมอพัฒนาคอยมาตรวจป่านนี้ไม่ต้องตัดขาไปแล้วรึ
" คุณหมอจะพาคุณสุริยันไปเอกซเรย์ขาครับ " คุณแสงทิพย์กับคุณนิกรมองหน้ากันตาโตก่อนจะเปลี่ยนเป็รอยยิ้ม แล้วพากันนั่งทานข้าวเงียบๆ
หลังจากทานข้าวเสร็จคุณแสงทิพย์กับคุณนิกรก็ออกมาคุยกับอันนาแล้วพากันขึ้นรถขับเข้ากรุงเทพ ส่วนเธอก็พาสุริยันไปโรงพยาบาลโดยมีปั้นเป็คนขับ
" ปั้นพาคุณสุริยันไปรอหน้าห้องตรวจนะ เดี๋ยวฉันคุยกับพยาบาลก่อน " คุยกับพยาบาลเสร็จอันนาก็เดินมาหาเขา ดีที่โทรนัดไว้แล้วจึงไม่ต้องรอนาน และเพราะเป็โรงพยาบาลเอกชนทุกอย่างเลยรวดเร็ว เพียงไม่นานพยาบาลก็ออกมาเรียกพวกเธอ
" ไงสุริยัน ไม่นึกว่ามึงจะมาหากูได้ " สองคนนี้รู้จักและสนิทสนมกัน นั่นคือความรู้สึกที่บอกเธอ
" ตอนนี้กูเปลี่ยนใจ เลยอยากจะหายไวๆ ใครบางคนจะได้ไปไกลๆ จากกูเสียที " อันนากลืนก้อนสะอื้นลงคอ ก่อนจะพูดกับคุณหมอ
" สวัสดีค่ะ ดิฉันอยากให้คุณหมอทำการเอกซเรย์ใหม่ทั้งหมดแล้ววางแผนการทำกายภาพบำบัดให้ด้วยค่ะ " พัฒนามองสาวสวยตรงหน้าตาค้างก่อนจะรีบแนะนำตัวเอง
" เอ่อ... สวัสดีครับผมพัฒนาครับ หรือเรียกแค่พัฒก็ได้ครับ เป็หมอประจำตัวของสุริยันครับ...คุณคือ? " คุณหมอหน้าตาดีผิวพรรณขาวใสจนผู้หญิงอย่างเธอยังอายถามเธอ ถึงจะปิดคนอื่นได้แต่เขาปิดเธอไม่ได้แน่นอน แล้วไหนจะสายตาที่แอบมองสุริยันนั่นอีก... กล้าพนันร้อยบาทให้ล้านว่าเป็ชายรักชาย
" ดิฉันอันนาค่ะเป็..."
" คนใช้ " สุริยันโพล่งขึ้นดักเธอ
" ตามนั้นแหละค่ะ " เขาจะให้เป็อะไรมันก็ไม่สำคัญสำหรับเธอ
" ว๊าว คุณอันนานี่สวยจังเลยนะครับ อยากมีคนใช้อย่างงี้บ้างจัง " อันนาแอบขำให้กับคนแอ๊บแมน รอยยิ้มที่ส่งมาถึงคนอื่นจะมองไปทางชู้สาวแต่สำหรับเธอมันคือรอยยิ้มของเพื่อนสาวมากกว่า เธอที่บ่อยครั้งปลอมตัวออกทำงานคลุกคลีกับเพื่อนสาวมาเยอะมีหรือจะไม่รู้จักพวกเขาดี พวกเขาเป็เพื่อนที่น่ารักของเธอเสมอ
" มึงจะตรวจกูได้หรือยัง! " สุริยันเห็นพัฒนายิ้มหวานให้อันนาก็ถึงกับอารมณ์เสีย ส่วนเธอก็ยิ้มอ่อยผู้ชายอยู่นั่นแหละ
" มึงนี่ใจร้อนจริง " พูดจบพัฒนาก็ดึงแก้มสุริยันทีหนึ่ง... นั่นไง มีโมเม้นแอบแต๊ะอั๋งกับเขาด้วย
ผลการตรวจเอกซเรย์ออกมาดีเกินคาด กระดูกของเขาต่อกันแล้ว แต่ที่เดินไม่ได้นั้นเป็เพราะความรู้สึกที่บริเวณขาลดลง และเืไปเลี้ยงขาไม่เพียงพอเพราะไม่ยอมทำกายภาพบำบัดและนั่งกับนอนตลอด ต่อจากนี้เขาต้องได้รับการนวดและการฝึกขาทุกวัน หากเขาหมั่นฝึกอีกไม่นานเขาคงกลับมาเดินได้เหมือนเดิม
" เราจะเริ่มจากเบาไปหายาก เพราะฉะนั้น่นี้ฉันจะทำการนวดขาให้คุณทุกเช้า และต่อด้วยการฝึกตีขาในน้ำ " เธอบอกเขาเมื่อเข้ามานั่งในรถ แต่เขากลับนังทำหน้าบึ้งตึงเหมือนกับโกรธคนทั้งโลก เห็นเขาเป็แบบนี้เธอเองก็ี้เีพูดจึงนั่งหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่าง
" ฮึ! เธอนี่ก็ร่านไม่เบา อ่อยผู้ชายเล่นไปทั่วทั้งโรงพยาบาล " เขาว่าเธอเสียงเข้มลอดไรฟัน อันนาหันขวับมามองเขาอย่างนึกเคือง เขาใช้อะไรมองถึงหาว่าเธออ่อยผู้ชาย
" เด็กใจแตกอย่างฉันมันก็เป็ธรรมดา ที่จะชอบให้ท่าผู้ชาย " อันนายกยิ้มให้เขาอย่างท้าทาย จนเขาทนไม่ไหวกระชากแขนเธอเข้าหาตัว
" ปากดีนักนะ! " เขาบีบแขนเธอแน่น แต่เธอก็ตีหน้านิ่งถึงแม้จะเจ็บแค่ไหนก็ตาม
" คุณก็เคยลองชิมมาแล้ว... ดีไหมล่ะคะ " ใบหน้าเชิดหยิ่งนั่นมันทำให้เขาแทบจะระงับอารมณ์ไม่อยู่
" ของเน่าๆ อย่างเธอฉันไม่เสียเวลามาวัดค่าหรอกว่าดีไม่ดี " คำพูดของเขาทำให้เธอถึงกับสะอื้นไห้ในใจ ความบริสุทธิ์ที่มอบให้ไป เขากลับมองมันเป็ของเน่าไร้ค่า
" ก็ดีค่ะ ที่พูดแบบนี้ ฉันเองก็ไม่คิดจะกลับไปกินของเดิมๆ เหมือนกัน " สุริยันเหวี่ยงตัวเธอออกเต็มแรงด้วยความโกรธ จนแผลที่ไหล่ปริแตกเืไหลซึมลงมาตามแขน
" จอดรถ! " เขาสั่งปั้นเสียงเหี้ยม จนปั้นต้องรีบขับรถเข้าจอดข้างทาง
" เก่งนักก็เดินกลับไปเอง...ลงไป! " อันนาขบปากมองเขานิ่งอย่างโกรธเคืองก่อนจะเปิดประตูรถลงไป แล้วปิดประตูรถเสียงดังอย่างควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ทั้งโกรธแค้นเสียใจ ผิดหวัง ทุกความรู้สึกมันถาโถมเข้ามาจนเธอไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี ท้องฟ้าที่มืดมัวกับเม็ดฝนที่เริ่มเทลงมามันช่างเหมือนกับใจของเธอตอนนี้เสียจริง
รอยเืหยดที่ติดอยู่บนเบาะสีนวลกับฝนที่ตกพรำลงมา ทำให้ร่างหนาถึงกับเกร็งตัวกำมือแน่น อารมณ์โกรธเคืองที่ลดลงทำให้เขานึกขึ้นได้ว่าได้พูดได้ทำอะไรลงไป รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็คนแรกของเธอ แต่เขาก็ยังพูดทำร้ายจิตใจเธอเพียงแค่คิดว่าเธอมีคนอื่นนอกจากเขา
" กลับรถ! " ปั้นรีบทำตามที่เ้านายสั่งเพราะตัวเขาเองก็ห่วงอันนาเหมือนกัน แต่พอมาถึงที่อันนากลับไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้ว
สุริยันขบกรามแน่น หัวใจแกร่งสั่นไหวอย่างนึกห่วง ถึงเธอจะเก่งแค่ไหนแต่เธอก็เป็เพียงผู้หญิง
" บัดซบเอ๊ย! "