เมื่อสุดยอดนักฆ่ามาเป็นหนุ่มออฟฟิศ

    บทที่ 38 ช่วยพูดอะไรที่มันปกติ

    บทที่ 38 ช่วยพูดอะไรที่มันปกติ


    เมื่อหลี่เฟิงถูกโจมตีที่เป้ากางเกง น้องชายของเขาก็ขยับเล็กน้อยโดยไม่ได้ตั้งใจ


    “คุณไม่ต้องตรงไปตรงมาขนาดนี้หรอก ถ้าคุณเป็นคนตรงแบบนี้ ผมจะเขินเอานะ” หลี่เฟิงพูดพร้อมกับใบหน้าสีเขินอาย


    สวีอี๋จือชักมือกลับอย่างรวดเร็วจ้องมองหลี่เฟิงราวกับจะพ่นไฟออกมา “หลี่เฟิง คุณตั้งใจทำ!”


    หลี่เฟิงทำหน้าเหมือนตัวเองถูกใส่ร้าย “เสี่ยวอี๋จือ พูดแบบนี้ได้ยังไง? ผมไม่ได้ตั้งใจนะ แค่คุณเร่งรีบเกินไป”


    สวีอี๋จือโกรธจนหน้าซีด “นี่คุณยังจะพูดอีกเหรอ! เมื่อกี้คุณโกหกฉัน ฉันรู้สึกว่าไอ้นั่นของคุณมันขยับด้วยซ้ำ มันไม่เป็นอะไรสักหน่อย!”


    หลี่เฟิงทำหน้าเหมือนเพิ่งรู้ตัว “โอ้ จริงเหรอ? ถึงว่าเมื่อกี้ผมก็รู้สึกแปลก ๆ ไม่รู้ทำไมมันถึงมีปฏิกิริยาขึ้นมาทันที ที่ไหนได้ต้องใช้มือของสาว ๆ วางลงไปกระตุ้นมันสินะ เฮ้อ…ผมนี่ไม่มีประสบการณ์เลยที่แท้ต้องตรวจสอบแบบนี้นี่เอง ครั้งนี้ต้องขอบคุณมากที่ช่วยตรวจสอบให้ผม คุณช่างเป็นคนรอบรู้จริง ๆ”


    เห็นหลี่เฟิงพูดเพ้อเจ้อไม่หยุด สวีอี๋จือโมโหขึ้นมาทันที “หลี่เฟิง ลงจากรถเดี๋ยวนี้!”


    หลี่เฟิงยิ้มแห้งพร้อมเกาหัวแล้วพูดว่า “เอ่อ…เสี่ยวอี๋จือแต่รถคันนี้เป็นของผมนะ”


    ทันใดนั้นสวีอี๋จือก็รู้สึกโมโหจนแทบพูดไม่ออก เธออยากจะลงจากรถแต่ก็กลัวจะกระทบกับอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า จึงได้แต่กัดฟันพูด “หมู่บ้านซิ่งฝู!”


    หลี่เฟิงสตาร์ทรถไปพลางถอนหายใจไป “เฮ้อ…หมู่บ้านซิ่งฝูที่แปลว่าชุมชนแห่งความสุข แต่ดูจากท่าทางคุณแล้วไม่มีความสุขเลยสักนิด หรือว่าฮวงจุ้ยของหมู่บ้านคุณมีปัญหา? ไม่งั้นคุณพิจารณาลองย้ายหมู่บ้านดูไหม?”


    ในตอนนี้สวีอี๋จือมีสีหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้ว เธอพูดกับหลี่เฟิงว่า “หลี่เฟิง ฉันขอร้องละอย่าทำแบบนี้ได้ไหม ถ้ายังเป็นแบบนี้อีกฉันจะสติแตกแล้ว”


    สวีอี๋จือตอนนี้ยอมแพ้ให้กับหลี่เฟิงแล้ว ผู้ชายคนนี้เป็นตัวตลกจริง ๆ แต่เขากลับมีฝีมือการต่อสู้ที่ดีขนาดนั้นได้ เธอไม่รู้เลยว่าเขาฝึกฝนมาได้อย่างไร


    หลี่เฟิงพยักหน้าตอบทันที “เพื่อเห็นแก่ความสวยของเสี่ยวอี๋จือ ผมจะเชื่อฟังคุณสักครั้งและผมจะไม่ส่งเสียงแล้ว”


    สวีอี๋จือได้ยินหลี่เฟิงพูดแบบนี้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก


    ผลปรากฏว่าหลี่เฟิงทำตามที่พูดจริง ๆ เขาไม่พูดอะไรเลย นอกจากเวลาที่เจอทางแยกจะถามทางสวีอี๋จือ นอกนั้นหลี่เฟิงก็เหมือนคนใบ้ไม่ส่งเสียงอะไรออกมาอีกเลย


    จากนั้นสวีอี๋จือก็เริ่มทนไม่ไหวอีกครั้ง “หลี่เฟิง ทำไมคุณไม่พูดอะไรเลย”


    หลี่เฟิงได้ยินคำพูดของสวีอี๋จือ เขาก็ต้อบรับด้วยเสียงฮึมฮัมอยู่ในลำคอสองที


    สวีอี๋จือรู้สึกกหงุดหงิดขึ้นมาทันที “ฉันถามว่าทำไมคุณถึงไม่พูดอะไรเลย”


    หลี่เฟิงตอบ “ก็คุณบอกไม่ให้ผมพูดไม่ใช่เหรอ?”


    สวีอี๋จือมองค้อนใส่หลี่เฟิงแล้วพูดว่า “ฉันหมายถึงไม่ให้คุณพูดอะไรแปลก ๆ แต่ช่วยพูดอะไรที่มันเหมือนคนปกติพูด”



    คล้ายกับเรื่องเมื่อสุดยอดนักฆ่ามาเป็นหนุ่มออฟฟิศ ที่คุณอ่าน