ตอนที่ 119 กองคาราวานของพ่อค้าฟลินต์
“วันพรุ่งข้าจะออกเดินทางไปแลกเปลี่ยนสิ่งของที่สุดขอบทุ่งหญ้ากิรารอยต่อระหว่างนครดาราฟ้าและนครแสงเทวา”
“เยี่ยมถ้าอย่างนั้นท่านยินดีจะให้ข้าคุ้มกันท่านหรือไม่”กายเผยรอยยิ้มออกมาก่อนจะเสนอตัวออกไป
นั้นทำให้ฟลินต์หรี่ตาลงอย่างสงสัยด้วยความที่เป็นพ่อค้าที่เดินทางค้าขายผ่านทุ่งหญ้ากิรามานานหลายปี ฟลินต์รู้ว่าไม่มีสิ่งใดที่ได้มาฟรีไม่มีการกระทำที่ไม่หวังผลตอบแทนในพ่อค้าและนักล่าค่าหัวก็เช่นกัน
“เราไปคุยกันที่ด้านบนเถอะ”
ฟลินต์ชี้ไปยังทางบันไดขึ้นชั้นสองกายก็พยักหน้าตกลงแต่ก่อนที่จะเดินตามฟลินต์ไปกายยกมือขึ้นมาก่อนจะบอกว่า
“รอสักครู่”กายหันหลังวิ่งออกจากร้านไปสักพักก็กลับมาพร้อมกับห่อใบไม้ขนาดใหญ่
ห่อของมีค่าหรือว่าอาวุธกัน...ฟลินต์เหลือบมองอย่างสงสัยไปที่ของในมือของนักล่าค่าหัวเดวินก่อนจะทำทางเขาขึ้นไปยังชั้นสอง
...
บนชั้นสองหลังจากฟลินต์พากายมานั่งยังชุดโต๊ะที่ทำจากไม้กลางห้องฟลินต์ก็ปากกระตุกหลายครั้งกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเพราะกายแกะห่อที่ฟลินต์สงสัยออกมาและลงมือกินขาแกะย่างอย่างเมามันโดยไม่สนใจฟลินต์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามแม้แต่น้อย
สุดท้ายพ่อค้าฟลินต์ก็ทนไม่ไหวเอ่ยปากถามออกมา
“นักล่าค่าหัวเดวินท่านเสนอตัวคุ้มกันข้าในการเดินทางพรุ่งนี้ ท่านต้องการค่าแรงเท่าไหร่”ฟลินต์ไม่ได้ถามตรง ๆ แต่เริ่มจากการถามเป็นนัยแทนฟลินต์อยากรู้ว่าชายหนุ่มคนนี้มีเหตุผลอื่นหรือไม่หรือแค่ต้องการเหรียญทองเป็นค่าตอบแทน
ถ้าเขาต้องการเหรียญทองก็ถือว่าคุ้มค่าแต่ถ้ามีเหตุผลอื่นข้าต้องระวัง...ฟลินต์เตือนตัวเอง
กายกลืนขาแกะลงท้องก่อนเงยหน้ากล่าว“เปล่า ข้าไม่ต้องการเหรียญทอง แต่กำลังขอยืมการเดินทางของท่านทำงานบางอย่าง”
“งาน? ....งานอะไรท่านบอกได้หรือไม่”
“แน่นอนข้าจะไม่ปิดบังท่าน ข้าต้องใช้พ่อค้าสักคนเป็นเหยื่อล่อเพื่อจัดการกับโจรที่มีมูลค่าหนึ่งพันเหรียญทองขึ้นไปจากนั้นก็ตัดหัวมันไปขึ้นเงินรางวัล” กายอธิบายอย่างง่าย ๆราวกับมันเป็นเรื่องพูดคุยในยามเช้าเท่านั้น
“เออ...แล้วทำไมต้องเป็นข้าด้วยเล่า”ฟลินต์ยิ้มเจื่อน ๆ
“เพราะท่านเป็นพ่อค้าคนเดียวที่ข้ารู้จัก”กายตอบหน้าตาย ทำเอาฟลินต์ร่ำไห้ในใจไม่หยุดมันไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันที่รู้จักกับนักล่าค่าหัวคนนี้ แต่พอมาคิดดูถ้าไม่เจอกับชายข้างหน้ามันคงตายไปแล้ว
ถึงแบบนั้นแผนการที่ล่อโจรระดับค่าหัวหนึ่งพันเหรียญนั้นมันอันตรายสุดๆ จนฟลินต์ลังเลสุด ๆ ไปเลย
“ข้าถามท่านได้หรือไม่?” กายถามขัดความคิดของลังเลของพ่อค้าตรงหน้า
“ท่านจะถามอะไร”
“เจ้าคิดว่าระหว่างเดินทางจากเลมิสไปที่ชายแดนมีโอกาสกี่เปอร์เซ็นต์ที่เจ้าจะเดินทางไปถึงได้อย่างปลอดภัย”กายจับจ้องไปที่ฟลินต์
ฟลินต์เงียบไปครู่ก่อนจะกล่าวตัวเลขออกมา “60-70 เปอร์เซ็นต์ไม่เกินจากนั้น ถึงอย่างนั้นพวกโจรจะไม่ฆ่าพ่อค้าพวกมันอย่างมากก็ปล้นไปจนข้าไม่เหลืออะไรก่อนจะปล่อยไปเพราะถ้าโจรพวกนั้นฆ่าพ่อค้าจนหมดพวกมันจะไม่มีใครให้ปล้นแต่มันคือความเสี่ยงที่ยอมรับได้”
“ยี่สิบ!”กายพูดออก
“อะไรคือยี่สิบ?”
“ถ้าข้าไปด้วยข้ารับประกันว่าเปอร์เซ็นต์ในการขนสินค้าของท่านจะเพิ่มอีก 20 เปอร์เซ็นต์”กายกล่าวออกมาอย่างมั่นใจก่อนจะหยิบใบไม้ที่ห่อข้าแกะมาเช็ดมือจากนั้นก็เลื่อนกระดูกขาแกะย่างตรงหน้าออกไปด้านข้างกายรอคำตอบของพ่อค้าฟลินต์ตรงหน้าอย่างใจเย็น
“ท่านรู้ใช่ไหมว่าสิ่งที่ท่านพูดมันหมายความว่ายังไง”
“แน่นอนจริงสิท่านพ่อค้าฟลินต์อาจจะยังไม่รู้เมื่อวานนี้ข้าตัดหัวกระทิงโหลิตและกระทิงแดงมา”
เมื่อได้ยินสองชื่อโจรชื่อดังที่ชายตรงหน้าบอกว่าพึ่งฆ่าไปฟลินต์ก็อึ้งจนปากสั่นกล่าวอย่างติดขัด “ท่านบอกว่า...พึ่งฆ่ากระทิงโลหิตกับกระทิงแดงมาพูดจริงใช่ไหม”
“แน่นอนแต่ข้าได้ให้หัวของเขาไปกับสหาย ดังนั้นข้าจึงต้องมาหาท่านยังไง”
“ตกลง”ฟลินต์กล่าวออกมาในทันที ก่อนจะย้ำอีกครั้ง “ข้าตกลง แต่มีเงื่อนไขของที่ได้จากการฆ่าโจรท่านขายให้ข้าได้หรือไม่”
กายยิ้มออกมาในทันทีที่จริงแล้วเขาคิดจะยกให้ฟลินต์ไปเลยด้วยซ้ำหลังจากเลือกของบางอย่างแล้วเท่านั้นละนะแต่ในเมื่อฟลินต์เสนอมาเช่นนั้น กายก็ยินดีอยู่แล้ว
“แน่นอน”
กายยื่นมือออกไปทำข้อตกลงกับฟลินต์ทั้งสองจับมือกันหลังจากได้ข้อตกลงที่พอใจทั้งสองฝ่าย ฟลินต์ไม่รู้เลยว่ากายยังมีแผนการบางอย่างต่อจากบางส่วนที่เขาบอกอยู่ด้วย
...
เช้าวันต่อมาก่อนแสงแรกของวันใหม่จะฉายแสงคาราวานของพ่อค้าฟลินต์ก็ออกเดินทางจากเลมิสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
กายเข้าร่วมคาราวานของฟลินต์ด้วยและเนื่องจากเดินทางใกล้กายจึงเลือกจะนั่งหนึ่งในรถม้าลากหกล้อของฟลินต์และสัมภาระส่วนใหญ่ก็ถูกโยนขึ้นมาบนรถม้าส่วนเจ้าหมอกและเจ้าถึกก็ถูกผูกสายบังเหียนให้เดินตามมาอยู่ด้านข้างเนื่องจากเจ้าหมอกนั้นดูเหมือนจะใกล้พัฒนาเป็นระดับ 3 แล้วมันจึงฉลาดมากกว่าเมื่อก่อนพอสมควร
เจ้าหมอกจะคอยเดินประกบข้างเจ้าถึกให้มันเดินไปข้างรถม้าลาก
นอกจากรถม้าหกล้อที่เหมือนกับเกวียนมีหลังคาขนของขนาดใหญ่ที่กายนั่งอยู่นี้มันก็มีรถม้าแบบนี้อยู่อีกทั้งหมด 4 คันในรถม้าพวกนี้มีสินค้าแทบจะทุกชนิดบรรทุกมา
ทำให้นอกจากพ่อค้าฟลินต์และกายยังมีคนงานอีก 8 คนมาด้วย คนพวกนี้ทำหน้าที่ทั้งขับรถม้า คอยดูแลรถม้าและสินค้ายังมีพ่อครัว และช่างซ่อมรถม้าเดินทางมาด้วย
นอกจากนั้นในคาราวานไม่ได้มีแค่กายที่มาคอยทำหน้าที่คุ้มกันเพราะยังมีทหารรับจ้างที่ฟลินต์จ้างมาคุ้มกันอีกทีด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นเพราะทหารรับจ้างพวกนี้คือกลุ่มผู้เล่นที่ใช้ชื่อว่า “มีดสั้นสีเงิน”
กลุ่มมีดสั้นสีเงินคือกลุ่มทหารรับจ้างที่เราเคยช่วยเหลือไว้ตอนที่สเวนโจมตีพวกเขาสินะถ้าจำไม่ผิดผู้เล่นที่ชื่อหัวเหล็กคือหัวหน้ากลุ่มสินะและก็สมาชิกในทีมอีกสามคน
กายนึกย้อนไปตอนที่เดินทางมาถึงเลมิสวันแรกที่เข้าไปขัดขวางสเวนในการปล้นฟลินต์
ดูเหมือนพ่อค้าฟลินต์จะมีการค้าขายขนาดใหญ่ที่จุดหมายปลายทางสินะของพวกนี้คงมีค่าสักหมื่นเหรียญทองเห็นจะได้หวังว่าข่าวที่เราฝากเด็กน้อยนั้นไปจะไม่สูญเปล่า
ชายหนุ่มพลางหวนนึกถึงเรื่องเมื่อวานหลังจากออกจากร้านของฟลินต์แล้วเขาก็เดินหาเด็กนำทาง เกร็นเพื่อให้ช่วยปล่อยข่าวลือไปถึงสายของพวกโจรว่ามีสินค้าจำนวนมากกำลังออกเดินทางจากเลมิสไปที่ชายแดน
นี่คือเรื่องที่กายไม่ได้บอกแก่ฟลินต์แม้จะบอกยังไงกายก็จะทำแบบนี้อยู่แล้วสู้ให้เขาไม่รู้จะดีซะกว่ายิ่งแผนการที่คนรู้น้อยมากเท่าไหร่ยิ่งดี
ส่วนเรื่องที่ว่าแผนนี้อาจจะทำอันตรายต่อฟลินต์นั้นกายคิดว่ามันมีโอกาสน้อยมากเนื่องจากด้วยจำนวนคนและกองกำลังที่ฟลินต์พามาในตอนนี้มันมีไม่มากจึงไม่ใช่เป้าหมายที่โจรต้องยกกองกำลังมานับร้อยคนในการจัดการอย่างน้อยกายก็ทำให้พวกมันคิดแบบนั้น
เพราะจากการสังเกตของกายเขาพอจะมีข้อมูลโจรในทุ่งหญ้ากิรามาบ้างจากทั้งผู้เล่นที่โพสต์ในอินเทอร์เน็ตหรือช่องทางอื่นๆ เกี่ยวกับทุ่งหญ้ากิรา กายรู้มาว่า โจรจะไม่ออกล่าเกิน 50 คนและที่ว่า 50หมายถึงเป็นโจรกลุ่มใหญ่จริง ๆ
ส่วนมากจะอยู่ที่ไม่เกิน20-30 คนซะมากกว่า เพราะถ้าพาคนมามากเกินไปมันอยากจะซ่อนตัวได้
การเดินทางผ่านเข้ามาถึงช่วงเที่ยงของวันสภาพอากาศของทุ่งหญ้ากิรานั้นร้อนมากจนแม้แต่กายก็คิดว่าตัวเขานั้นเข้ามาอยู่ในโรงตีเหล็กไม่มีผิด
พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากหาที่พักหยุดหลบแดดกันก่อนแต่ด้วยสภาพพื้นที่ส่วนใหญ่ที่เป็นทุ่งโล่งกว้างจึงยากจะเห็นต้นไม้ใช้หลบแดดได้สักต้น
ถึงอย่างนั้นฟลินต์ก็คล้ายจะเตรียมรับมือกับเรื่องนี้มาก่อนแล้วเขามีจุดพักผ่อนที่เคยมาพักอยู่หลายครั้ง
“ไปที่ด้านหน้ามีกลุ่มต้นไม้อยู่ที่นั่นมีร่มไม้ให้หลบแดด”
...
แสงแดดย่ามเที่ยงวันร้อนจนพื้นทุ่งหญ้ากิราที่แห้งแล้งมีคลื่นความร้อนกระจายออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนกายที่ใส่เกราะเกล็ดทมิฬ ซึ่งมันดูดแสงพอสมควรนั้นทำให้เขาร้อนมากกว่าปกติแม้ตัวเกราะจะระบายอากาศได้ดีแล้วก็ตามแต่
นั้นทำให้กายไม่มีทางเลือกนอกจากเอาผ้าคลุมสีเทาขึ้นมาคลุมบังแดด
กายจูงเจ้าหมอกและเจ้าถึกเข้ามาหลบแดดก่อนจะเอาน้ำเทให้พวกมันกินและธัญพืชเพิ่มพลังให้กับพวกมันอีกนิดหน่อย
“สมกับที่เจ้าเป็นม้าสายพันธุ์มัสแตงแห่งทุ่งหน้ากิรายังมีแรงได้แม้อากาศจะร้อนขนาดนี้”กายกล่าวชมเจ้าหมอกที่มันเดินไปมาอย่างสบายใจสำรวจรอบข้าง
ส่วนเจ้าถึกนั้นเป็นม้าสายพันธุ์คลายเดสเดลที่เกิดบนเข้าเทือกเขาก่อกำเนิดมันชอบอากาศเย็น ๆ ซะมากกว่าจึงหอบพอสมควร
กายจุ่มมือไปในชามน้ำของมันก่อนจะลูปไปที่ตัวของเจ้าถึกเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายให้กับหลังจากดูแลม้าทั้งสองแล้วเขาก็หาที่นั่งให้กับตัวเองจัดการหยิบคุกกี้ที่หาซื้อมาจากฟลินต์ขึ้นมากินก่อนจะหามุมพักผ่อน
“ท่านเดวินพวกข้านั่งด้วยได้หรือไม่” หัวเหล็กของผู้นำมีดสั้นสีเงินกล่าวออกมาขณะที่ด้านหลังยังมีกลุ่มผู้คุ้มกันของตนอีกสามเดินตามหลังมา
“เชิญ”กายพยักหน้าให้กับพวกเขาอย่างไร ที่ตรงนี้ก็พอแบ่งให้นั่งหลบแดดกันอยู่แล้ว
หัวเหล็กที่เห็นว่ากายอนุญาตให้นั่งแล้วก็รู้สึกยินดีมากเพราะอย่างน้อยมันก็เป็นการเริ่มต้นที่ดีในการผูกมิตรกับ NPC นักล่าค่าหัวที่แข็งแกร่ง(witterry : หัวเหล็กและคนอื่น ๆ คิดว่ากายเป็น NPC)
“ท่านเป็นนักล่าค่าหัวใช่ไหมถ้ามีอะไรให้พวกเราช่วยสามารถบอกมาได้เลยนะ พวกเราสี่คนยินดีช่วยเหลือเต็มที่”
กายเห็นเจตนาที่ไม่ปิดบังของหัวเหล็กก็ได้แต่ยิ้มๆ ออกมา เขาลองมาคิดดูว่าถ้าตัวเองเป็น NPC จะมอบเควสแบบไหนกัน“จงไปขุดแร่เหล็กให้ข้า 10 กิโลกรัม รางวัลคือ สอนทักษะของช่างโลหะ”
กายรีบสลัดหัวละทิ้งความคิดบ้าๆ นั้นทิ้ง ความรู้ของช่างโลหะมีค่ามาก แม้จะมีผู้เล่นได้เป็นช่างโลหะแต่ไม่ใช่เพราะแค่การหาแร่เหล็ก 10 กิโลกรัมมาให้แน่นอน
แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ควรจะพูดดีๆ กับพวกเขาหน่อยละกันในฐานะเพื่อนร่วมทางที่น่าจะทำประโยชน์ให้เราได้ล่ะนะ
กายยิ้มปั้นหน้าก่อนจะตอบกลับไป
“แน่นอนถ้าเกิดพวกโจรบุกเข้ามา ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะช่วยข้าตัดหัวพวกมันโดยเฉพาะโจรที่มีค่าหัวมากกว่าหนึ่งพันเหรียญทอง ข้าจะมีรางวัลตอบแทนให้อย่างแน่นอน”
เมื่อได้ยินที่กายกล่าวทั้งสี่คนก็ตาเป็นประกายขึ้นมาในทันทีพากันพยักหน้ารับปากอย่างหนักแน่น
ส่วนกายตอนนี้เขาเผยยิ้มมุมปากราวกับนักต้มตุ๋นที่พึ่งหลอกคนมาเป็นแรงงานโดยที่ทั้งสี่ไม่ทันได้สังเกตเห็น