ASTERRA
ภาค I — ดาวดวงแรกแห่งเซเลสเทรีย
ตอนที่ 05 — สิ่งที่ร่างกายยังจำได้ (1)
สองวันหลังจากเซลีนห้ามไม่ให้เขาออกไปดูเวียร์โฮล์ม ลูเซียนค้นพบว่าการขังคนที่กำลังอยากรู้จักโลกใหม่ไว้ในคฤหาสน์มีข้อเสียอยู่ประการหนึ่ง
เขาจะเริ่มอ่านทุกอย่างที่หาได้แทน
โต๊ะยาวในห้องหนังสือถูกยึดไปเกือบครึ่งั้แ่่สาย หนังสือประวัติศาสตร์สองเล่ม คู่มือพื้นฐานเกี่ยวกับเวทมนตร์ เอกสารการสอบของมหาวิทยาลัยหลวง และกระดาษเปล่าหลายแผ่นวางกระจายอยู่รอบตัวเขา ส่วนพื้นที่อีกด้านถูกด้วยแผนที่ขนาดใหญ่ซึ่งแกร์ริกให้นำมาส่งหลังอาหารเช้า
บิดาของเขาไม่ได้ถามว่าทำไมจู่ ๆ ลูกชายที่เคยแทบไม่แตะหนังสือถึงอยากได้แผนที่
เพียงสั่งให้คนนำมาให้
ลูเซียนนับว่านั่นเป็ความกรุณาอย่างหนึ่ง
เขาเลื่อนปลายนิ้วไปตามเส้นหมึกบนกระดาษ ชื่อ เวียร์โฮล์ม อยู่ทางเหนือ ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวเข้มของผืนป่าและแนวูเาที่ทอดยาวขึ้นไป บริเวณทั้งหมดถูกกำกับด้วยชื่อ วาเรนโฮลด์
ตรงกับสิ่งที่เซลีนบอกเขา
เมืองหลักของดินแดนเหนือ
บ้านของตระกูลเวลมอนต์
ลูเซียนเลื่อนสายตาลงมาตามแผนที่ ผ่านชื่อเมืองและดินแดนซึ่งยังไม่มีความหมายใดผูกติดอยู่ในความทรงจำ จนกระทั่งพบชื่อที่ปรากฏซ้ำหลายครั้งในเอกสารกองข้างตัว
เซเลสเทรีย
เมืองหลวง
และเป็ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยหลวง
ลูเซียนมองสองชื่อบนแผนที่สลับกัน ก่อนเหลือบไปยังกำหนดการสอบ
สองชื่อบนแผนที่อยู่ห่างกันกว่าที่เขาคิด
เสียงประตูเปิดดังขึ้นด้านหลัง
“เ้ามองแผนที่เหมือนมันทำอะไรผิด”
ลูเซียนหันไป
แกร์ริกเดินเข้ามาพร้อมเอกสารสองสามแผ่นในมือ เสื้อคลุมสีเข้มทำให้เส้นผมสีขาวเทาของเขาเด่นขึ้นกว่าเดิม
“มันไม่ได้ทำอะไรผิด” ลูเซียนตอบ “ข้าเพิ่งพบปัญหาอีกอย่าง”
“อะไร?”
ลูเซียนแตะเวียร์โฮล์ม ก่อนเลื่อนนิ้วลงไปยังเซเลสเทรีย
“เมืองหลวงไม่ได้อยู่ใกล้อย่างที่ข้าหวัง”
สายตาของแกร์ริกเลื่อนไปยังกำหนดการบนโต๊ะ
“เพราะการสอบ?”
“ใช่” ลูเซียนหยิบเอกสารขึ้นมา “จากที่นี่ไปเซเลสเทรียต้องใช้เวลาเท่าไร?”
“ขึ้นอยู่กับว่าเดินทางด้วยอะไร”
ลูเซียนเงยหน้าขึ้น
แกร์ริกวางเอกสารในมือลง แล้วโน้มตัวเหนือแผนที่
“ถ้าใช้ราชรถเหาะของตระกูล ย่อมเร็วกว่าทางพื้นดินมาก แต่จากเวียร์โฮล์มลงใต้ในฤดูนี้ เวลาที่ใช้ขึ้นอยู่กับลมและสภาพอากาศพอสมควร”
ลูเซียนเงียบไปครู่หนึ่ง
ไม่ใช่เพราะระยะทาง
“ราชรถเหาะ?”
แกร์ริกมองเขา ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปเล็กน้อยราวกับเพิ่งนึกได้ว่าคำธรรมดาสำหรับตน อาจไม่ธรรมดาสำหรับลูกชายในตอนนี้
“เ้าจำไม่ได้”
“จากชื่อ ข้าเดาได้ครึ่งหนึ่งแล้ว”
“ครึ่งไหน?”
“ส่วนที่มันเหาะ”
มุมปากแกร์ริกขยับขึ้น
“อย่างน้อยก็ยังเดาได้ถูก”
ลูเซียนมองแผนที่อีกครั้ง ความอยากถามว่าราชรถเหาะทำงานอย่างไรผุดขึ้นมาแทบจะทันที แต่เขากดมันไว้ก่อน คำถามใหม่ในโลกนี้มีนิสัยแตกแขนงเร็วเกินไป หากปล่อยตามใจตัวเอง วันนี้เขาคงไม่ได้กลับไปอ่านเื่สอบอีก
“ถ้าอย่างนั้นข้าต้องเผื่อเวลาเดินทางด้วย”
“เื่นั้นพ่อจะจัดการ”
“หมายความว่าท่านมีแผนแล้ว?”
“มี”
“ดี”
แกร์ริกเลิกคิ้วเล็กน้อย คล้ายไม่คาดว่าการสนทนาจะจบง่ายเพียงนั้น
ลูเซียนจึงเสริม
“เพราะตอนนี้ข้ามีเื่อื่นให้กังวลมากพอแล้ว”
“เช่น?”
เขามองกองหนังสือบนโต๊ะ
แกร์ริกมองตาม ก่อนหัวเราะในลำคอ
“พ่อเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่เ้าถึงเป็ห่วง”
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไร”
“นั่นไม่เคยทำให้แม่เ้าหยุดเป็ห่วง”
ฟังดูสมเหตุสมผลอย่างน่าประหลาด
ลูเซียนเอนหลังพิงเก้าอี้ อาการตึงใต้ชายโครงยังมีอยู่ แต่เบากว่าสองวันก่อนมาก เขาเดินในคฤหาสน์ได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกว่าขาทั้งสองกำลังประท้วงทุกก้าว ถึงอย่างนั้น หมอก็ยังไม่อนุญาตให้ออกนอกบริเวณบ้าน
ระยะทางไปเซเลสเทรียจึงยังเป็ปัญหาของวันข้างหน้า
ตอนนี้แค่ถนนนอกประตูคฤหาสน์ เขายังไปไม่ถึงด้วยซ้ำ
แกร์ริกหยิบเอกสารของตัวเองขึ้นมา
“ลูเซียน”
เขาเงยหน้า
“ขอรับ?”
“อย่าฝืนตัวเองเพราะกำหนดสอบ”
“ข้าจะพยายาม”
“นั่นไม่เหมือนคำรับปาก”
“เพราะข้ายังไม่รู้ว่าต้องอ่านมากแค่ไหน”
สายตาของแกร์ริกเลื่อนไปยังกองหนังสืออีกครั้ง
“พ่อถอนคำพูดเมื่อครู่”
“เื่ไหน?”
“ตอนนี้พ่อเข้าใจแม่เ้าแล้ว”
ประตูปิดลงตามหลังเขา
ลูเซียนมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลับมาที่แผนที่
ระหว่างเขากับเซเลสเทรียมีทั้งระยะทาง สภาพอากาศ และร่างกายที่ยังไม่พร้อมเดินทาง
อย่างน้อยสองเื่แรกมีคนจัดการให้ได้
เื่ที่เหลือ เขาคงต้องเริ่มด้วยตัวเอง
ลูเซียนดึงกระดาษเปล่ามาหนึ่งแผ่น
ถ้าปัญหามีหลายอย่าง อย่างน้อยก็ควรแยกพวกมันออกจากกันก่อน
✦
หนึ่งชั่วโมงต่อมา กระดาษแผ่นนั้นมีเส้นแบ่งเป็สี่ส่วน
้าแต่ละช่องมีข้อความสั้น ๆ
รู้และอธิบายได้
รู้ว่ามี แต่ยังไม่เข้าใจ
ไม่รู้
ส่วนช่องสุดท้าย ลูเซียนปล่อยว่างไว้อยู่นาน
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขาไม่มีความรู้เลย
ตรงกันข้าม บางเื่เขารู้มากกว่าที่ควรรู้เสียด้วยซ้ำ
เขาอ่านตัวอักษรของโลกนี้ได้โดยแทบไม่ต้องคิด รู้วิธีใช้สิ่งของหลายอย่างในคฤหาสน์ รู้มารยาทพื้นฐานบางส่วน และบางครั้งชื่อสถานที่หรือคำศัพท์ก็มีความหมายขึ้นมาเองทันทีที่เห็น
แต่ถ้าถามว่าเรียนรู้สิ่งเ่าั้มาตอนไหน—
ไม่มีอะไร
เหมือนหนังสือเล่มหนึ่งถูกฉีกออกไปเกือบทั้งหมด เหลือเพียงข้อความไม่กี่บรรทัดกระจัดกระจายอยู่บนหน้าที่รอดมา
ลูเซียนหมุนปากกาในมือ
สองวันก่อน เท้าของเขารู้ทางไปห้องอาหาร
มือรู้ว่าลิ้นชักเก็บเสื้ออยู่ตรงไหน
ร่างกายรู้จังหวะการเคลื่อนไหวหลายอย่างโดยไม่ต้องรอให้เขาคิด
สุดท้ายเขาเขียนลงในช่องที่สี่
ร่างกายจำ แต่ข้าไม่จำ
เขามองข้อความนั้นอยู่ครู่หนึ่ง
“น่ารำคาญ”
“อะไรน่ารำคาญ?”
เสียงเซลีนดังจากประตู
ลูเซียนเงยหน้าขึ้น
นางเดินเข้ามาพร้อมถาดชา โดยมีคนรับใช้ชายเดินตามมาถืออีกถาดหนึ่ง
ลูเซียนมองถาดทั้งสอง
“ข้าควรถามหรือไม่ว่าทำไมชาหนึ่งมื้อต้องใช้คนสองคน?”
“ถาดนั้นไม่ใช่ชา”
เซลีนพยักหน้าให้คนรับใช้วางของบนโต๊ะ
เมื่อผ้าคลุมถูกเปิดออก ลูเซียนเห็นผลึกใสขนาดประมาณไข่ไก่วางอยู่บนฐานโลหะสีเข้ม ข้างกันมีหนังสือปกบางอีกหนึ่งเล่ม
เขามองแม่
“ข้ายังไม่ได้ขอ”
“แม่รู้”
“แล้วนี่คือ?”
“ของที่เ้าจะขอหลังอ่านหนังสือเล่มนั้นไปอีกไม่กี่หน้า”
ลูเซียนมองคู่มือเวทมนตร์ซึ่งเปิดค้างอยู่ตรงหน้า
“ท่านรู้จักข้าดีกว่าที่ข้ารู้จักตัวเองอีกแล้ว”
“ตอนนี้เื่นั้นไม่ยากนัก”
เขาไม่อาจเถียงได้
เซลีนหยิบกระดาษสี่ช่องขึ้นมาอ่าน สายตาหยุดตรงช่องสุดท้าย
“ร่างกายจำ แต่ข้าไม่จำ”
“ข้ายังหาคำที่สั้นกว่านี้ไม่ได้”
“เ้ากำลังแบ่งความทรงจำออกเป็หมวด?”
“ข้ากำลังพยายามหาว่าต้องเรียนใหม่มากแค่ไหน”
“แล้วคำตอบ?”
ลูเซียนพยักหน้าไปทางช่อง ไม่รู้
มันมีข้อความมากที่สุดอย่างเห็นได้ชัด
เซลีนยิ้มบาง ๆ
“อย่างน้อยเ้าก็รู้ว่าต้องเริ่มจากไหน”
“ท่านพูดเหมือนมันเป็ข่าวดี”
“ถ้าเ้ายังไม่รู้แม้แต่ว่าไม่รู้อะไร นั่นต่างหากที่น่ากังวล”
ลูเซียนมองกระดาษอีกครั้ง
“ข้าเริ่มเข้าใจแล้วว่าข้าได้นิสัยชอบทำให้เื่ร้ายฟังดูดีมาจากใคร”
“จากพ่อเ้า”
คำตอบมาเร็วเกินไป
ลูเซียนหัวเราะเบา ๆ
เซลีนวางกระดาษกลับลงที่เดิม แล้วแตะหนังสือหลักเวทพื้นฐาน
“อ่านไปถึงไหนแล้ว?”
“พอจะรู้ว่าคำทุกคำเข้าใจได้ แต่พอรวมกันเป็ประโยคแล้วไม่แน่ใจว่ามัน้าอะไรจากข้า”
“ตรงไหน?”
ลูเซียนหมุนหนังสือให้นางดู
หน้ากระดาษอธิบายเื่การรับรู้และควบคุมกระแสเวท มีภาพร่างมนุษย์พร้อมเส้นบางหลายสายพาดผ่านแขน ลำตัว และลำคอ
เขารู้ว่าเส้นเ่าั้แสดงทางที่กระแสเวทเคลื่อนผ่านร่างกาย
ความรู้นั้นมีอยู่
แต่เมื่อพยายามถามว่าต้องทำอย่างไรให้พลังเคลื่อนตามเส้นเ่าั้ ความว่างเปล่าก็ตอบกลับมา
“ข้ารู้ว่าภาพนี้คืออะไร” เขาบอก “รู้ด้วยว่าถ้าควบคุมกระแสไม่สม่ำเสมอ เวทอาจล้มเหลว”
เซลีนพยักหน้า
“แต่?”
“ข้าไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรให้มันสม่ำเสมอ”
นางเงียบไปเล็กน้อย
“เหมือนเ้าจำผลลัพธ์ได้ แต่จำวิธีไม่ได้?”
“บางครั้ง”
ลูเซียนเหลือบมองผลึกบนถาด
“ข้าเลยสงสัยว่ามันเหมือนเื่ทางในบ้านหรือไม่”
เซลีนตามสายตาเขาไป
“หมายถึง?”
“ถ้าร่างกายจำว่าห้องอาหารอยู่ทางไหน…”
เขาแตะปลายนิ้วลงบนภาพเส้นกระแสเวท
“มันจะจำเื่นี้ด้วยหรือไม่?”
คราวนี้เซลีนไม่ได้ตอบทันที
นางมองเขา แล้วมองผลึก
“แม่ถึงให้คนนำมันมา”
ลูเซียนเลิกคิ้ว
“แสดงว่าท่านก็อยากรู้”
“แม่อยากรู้ว่าเ้าจำได้แค่ไหน”
“ต่างกันตรงไหน?”
“แม่เป็แม่เ้า จึงมีสิทธิ์ใช้ถ้อยคำที่ฟังดีกว่า”
เขายอมแพ้ด้วยการยกมือข้างหนึ่ง
เซลีนหันไปหาคนรับใช้
“ไปตามหมอมา”
ชายคนนั้นก้มศีรษะ
“ขอรับ”
ประตูปิดลงตามหลังเขา
ลูเซียนมองผลึกอีกครั้ง ความอยากรู้อยากเห็นเพิ่มขึ้นทันที
เซลีนเห็นสีหน้าเขา
“ห้ามแตะจนกว่าหมอจะมา”
“ข้ายังไม่ได้ทำอะไร”
“เ้ากำลังคิด”
“ท่านห้ามเื่นั้นด้วยหรือ?”
“ถ้าจำเป็”
ลูเซียนถอนหายใจ
ดูเหมือนทุกครั้งที่ลูเซียนคิดหาอะไรทำ เซลีนจะมีกฎใหม่รออยู่เสมอ
✦
• • •