เมอยาฟชะงักฝีเท้ากะทันหันเมื่อเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญแต่บังเอิญมานั่งเต๊ะท่าน่าเตะอยู่บนโซฟาตัวยาวภายในเขตห้องพักส่วนตัวของเขาั้แ่เมื่อไหร่ไม่รู้
“มาไงดาห์เรน” คนฟังหรี่ตามองใบหน้ายุ่งเหยิงของเพื่อนรักด้วยความฉงน
“โอ้โห! หายตัวมามั้ง ก็ใช้กุญแจไขเข้ามาน่ะสิถามได้ลืมแล้วหรือว่าฉันเข้าออกห้องนี้ได้ทุกเวลา”ทนายหนุ่มชูพวงกุญแจขึ้นพลางควงเล่นเย้ยคนที่ทำท่าว่าจะสมองเสื่อม
ทั้งที่เป็คนให้มาเอง
และก่อนที่ทั้งคู่จะได้สนทนากันต่อระรินดาวก็วิ่งพรวดออกมาจากห้องทำสองหนุ่มหันมองเป็ตาเดียว
“คุณคะอย่าเพิ่งไป คุณต้องทำแผลก่อน”ดาห์เรนถลึงตาตะลึง ปลายนิ้วชะงักจนพวงกุญแจหลุดพลิ้วมากองตรงแทบเท้าเมอยาฟ
นี่ไอ้เพื่อนยากของเขาเผด็จศึกเ้าหล่อนไปแล้วจริงๆ หรือ!
“เมื่อวานฉันแค่พูดเล่น แต่นี่นายเอาจริงง่ะ” เมอยาฟนิ่วหน้า
วอนซะแล้วไอ้นี่
มองแค่แวบเดียวก็รู้ว่าดาห์เรนกำลังคิดอะไรมันน่าอยู่หรอก..ก็แม่คุณเล่นเดินโทงๆ ออกมาจากห้องนอนของเขา ถ้าบอกว่าไม่มีอะไรกันคงยากจะเชื่อ
เมอยาฟก้มตัวลงหยิบกุญแจที่ปลายเท้า แล้วหย่อนลงกระเป๋าเสื้อแทนการส่งคืน
เข้าทาง
“มันก็น่าสนไม่ใช่เหรอ ขอชื่นชม..นับว่านายแนะนำได้ดีทีนี้คงรู้นะว่าไม่ควรเป็ก้าง” ดาห์เรนอยากตรงเข้าแจกศอกคนปากดีสักดอกหากไม่ติดว่ามีสุภาพสตรีน่ารักอยู่ด้วย
คุยกับคนน่ารักดีกว่า น่าคุยกว่ากันเยอะ
“สวัสดีครับ คุณรินนา” ระรินดาวทิ้งสีหน้าเหลอหลาขณะยกมือขึ้นกระพุ่มไหว้บอกถึงการถูกอบรมสั่งสอนมาอย่างดี
“สวัสดีค่ะ คุณดาห์เรน” แม้ยังไม่มีการแนะนำตัวกันอย่างเป็ทางการแต่หญิงสาวก็จำชื่อเสียงเรียงนามของเขาได้
ดาห์เรนแก้อาการเขินเล็กๆ ของตัวเองด้วยการปรี่เข้าหาเพื่อนรักแต่ปากยังคงยื่นยาวคุยกับสาวเ้าไม่เลิก
“แล้วที่ว่ายังไม่ได้ทำแผลเนี่ย ไม่ทราบว่ามีใครเป็อะไรหรือครับ”เมอยาฟเหล่
เอากับมันสิไอ้คนนี้
“ที่แขนขวาคุณเมอยาฟน่ะค่ะ”คำตอบทำดาห์เรนรีบถลกแขนเสื้อคนใกล้ตัวขึ้นดูตามวิสัยสายอาชีพที่้าเห็นหลักฐานเป็สิ่งสำคัญอันดับแรก
“เฮ้ย! นี่นายไปโดนอะไรมาวะ!”คำถามทำให้แลเห็นอากัปกิริยาแปลกๆ ของคนทั้งคู่ในทันที อย่างนี้พอเดาออก
เมอยาฟเอ้ย..เจอฤทธิ์แม่สาวมูลีเน็กเข้าให้แล้ว
เห็นทีคนที่ต้องวิ่งหนีไปจนสุดขอบทะเลทรายจะไม่ใช่ใครอื่นดาห์เรนฉีกยิ้มกว้างอย่างนึกสนุกก่อนแกล้งตีหน้าเครียด
“นายถูกลอบทำร้าย” แล้วหันหน้ามาถามอีกคน “ใช่ไหมครับคุณรินนา มีใครได้รับาเ็หรือเป็อะไรอีกไหม”
คนถูกถามได้แต่อึกอักจึงไม่ทันได้ตอบเพราะคนถามเบือนหน้ากลับไปแล้ว
“นี่ไม่ใช่เื่เล็กๆ นะที่นายถูกทำร้ายจนาเ็ สงสัยเป็ฝีมือพวกคู่ค้าที่นายไปขวางผลประโยชน์มันไว้แน่ๆฉันจะดำเนินคดีเอาผิดคนทำให้ อย่างน้อยโทษเบาะๆ ก็ถูกตัดมือ”แค่นั้นก็ทำให้คนร้อนตัวแอบซุกสองมือเล็กๆ ของตัวเองไว้แนบอก
“ว่าไงเมอยาฟ”
“เื่ไม่ใช่เื่น่ะ นายอย่าไปสนใจเลย”
“เฮ้ย! ไม่สนได้ไง ความปลอดภัยของนายมันคือหน้าที่หลักของฉันอีกอย่างขืนปล่อยไว้คุณรินนาอาจจะเป็อันตรายไปด้วย”
เมอยาฟเขม่นมองคนขึงขังต่อภาระหน้าที่ของตัวเองอย่างเสียมิได้กฎหมายของที่นี่เป็ที่เลื่องลือว่าเคร่งครัดอย่างที่สุด
หากผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนต้องถูกลงโทษอย่างหนัก ไม่เว้นกระทั่งความผิดเล็กๆน้อยๆ ทำให้ผู้คนขยาดกลัวต่อการกระทำ สิ่งดีงามจึงเป็ที่ยึดถือปฏิบัติกันเรื่อยมาหล่อหลอมให้ทุกชีวิตในดินแดนนี้ดำรงอยู่ในวิถีอันเรียบง่ายและสงบสุข
รัฐเล็กๆ ที่ไม่ได้ปิดกั้นตัวเองจากโลกภายนอกจึงเปิดประตูเมืองต้อนรับผู้คนจากต่างถิ่นทั่วสารทิศแต่บุคคลเ่าั้ก็ต้องพึงปฏิบัติตามกฎหมายของที่นี่อย่างเคร่งครัดด้วยเช่นกันมิฉะนั้นจะได้รับโทษเป็ทวีคูณ
เข้าใจหาเื่มาข่มขวัญ
ยิ่งเวลานี้หญิงสาวหน้าถอดสีจนซีดขาวเมอยาฟตวัดมือลงบ่าเพื่อนเต็มแรง
“ขืนยังพูดไม่รู้ฟังฉันนี่ล่ะจะเป็คนเอาเื่นายก่อนเลยคนแรก” ดาห์เรนกระตุกยิ้มชอบใจ
มีปกป้องกันด้วย
“อ่ะๆ โอเค ไม่ก็ไม่ อย่าเพิ่งหงุดหงิดสิเพื่อนวันนี้นายยังมีอะไรต้องคิดอีกเยอะ โดยเฉพาะเื่หนักๆ ที่บริษัทเดี๋ยวได้วงแตกกลางที่ประชุมกันพอดี” เมอยาฟผ่อนลมหายใจแรงเมื่ออีกฝ่ายตัดบทด้วยเื่งาน ก่อนตวัดตาคมกริบขึ้นมองคนตื่นกลัว
“จะทำแผลไหม อยากทำก็มาเร็วเข้า ฉันต้องรีบไป” ระรินดาวเหมือนได้สติกลับคืนถึงกับง่วนกับภารกิจที่ถูกอนุญาต
ดาห์เรนลอบอมยิ้มและถอนหายใจในเวลาเดียวกัน ช่างน่าเห็นใจคนคู่นี้จริงๆคนสองคน..บนทางเส้นขนานที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมากันได้
รักแต่เหมือนไม่มีวันได้เริ่ม
ไม่นานระรินดาวก็แยกตัวนำชุดยาไปเก็บหลังจากทำแผลเสร็จส่วนสองชายหนุ่มต่างพากันเดินออกไป
“สนุกนักหรือไง” คำสั้นๆ ถามขึ้นอย่างคนรู้กันเท่านั้นเข้าใจ“ถ้าเป็คนอื่นฉันอาจจะให้นายจัดการส่งเข้าห้องมืดแบบขังลืมแต่สำหรับผู้หญิงคนนี้..ไม่ต้อง” ดาห์เรนยักไหล่
“รู้อยู่แล้วว่านายไม่ทำแบบนั้น” แล้วล้อเลียนด้วยการค้อมตัวคำนับ“ใครจะไปกล้ายุ่งกับผู้หญิงของนายท่านล่ะขอรับ”
เมอยาฟคงได้คลี่ยิ้มไปแล้วหากสายตาของเขาไม่เหลือบไปสะดุดเข้ากับภาพถ่ายครอบครัวในกรอบหรูอย่างดีที่ประดับอยู่บนผนังระหว่างทางไปลิฟต์
‘ครอบครัว’ ที่เขาสูญเสียไปพร้อมกับภาพอันเลวร้ายในอดีต
‘ครอบครัว’ ที่เขาไม่มีวันได้กลับคืนมา
มันเจ็บข้างในเหลือเกิน
“พูดอะไร ใคร! ผู้หญิงของฉัน”คนฟังสะดุ้งนิดหนึ่งแต่ไม่ทันได้เอะใจถึงความผิดปกติในแววตาอีกฝ่าย
“ก็ใครล่ะที่นายไปป่าวประกาศไว้จนเขาลือกันให้แซดข้างล่าง..ก็คนนั้นแหละ” คนฟังรู้สึกร้าวลึกจนเก็บอาการไม่อยู่
เมื่อภายในปั่นป่วนหนักอันเกิดจากหัวใจกับความคิดห้ำหั่นกันเองจนบันดาลโทสะ
เ้าพายุแห่งทะเลทรายกำลังถูกปลุกให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีก
‘พายุ’ ที่พร้อมทำลายทุกอย่างให้พังพินาศ
ระรินดาวรีบวิ่งตามออกมาเพื่อท้วงพวกเขาว่าน่าจะลืมกระเป๋าเอกสารไว้ที่โต๊ะทันใดนั้นของที่เธอถือติดมือมาด้วยก็ถูกมือหนาตวัดปัดกระจาย
“ไม่มีทั้งนั้น!” เสียงคำรามทำคนรอบตัวนิ่งงัน
หญิงสาวยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ ได้แต่กลอกตามองพวกเขาด้วยใจระส่ำระสาย
อารมณ์ไหนเนี่ย
ดาห์เรนเริ่มกลืนน้ำลายฝืดคอ การคบหากันมาเนิ่นนานทำให้รู้ว่ายามที่เ้าของดวงตาดำขลับปรายวาบแบบนี้คราใด..จงเตรียมร้อนๆหนาวๆ กันไว้ให้ดี
“ฉันเก็บเอง เดี๋ยวถือไปให้”
“ไม่ต้อง!” งานอาสาของดาห์เรนถูกปฏิเสธด้วยน้ำเสียงห้วนจัด “แค่เก็บมาก็พอฉันถือเองได้จะมาห่วงอะไรนักหนา..ฉันไม่ตายเพราะไอ้แผลเล็กๆ บ้าบอนี่หรอก!”
ระรินดาวยังคงยืนนิ่งด้วยความใ หากแต่ไม่นานก็เริ่มเข้าใจทุกอย่างเมื่อเธอลากสายตาไปเห็น‘ภาพบานใหญ่’ ที่ผนังทางเดิน
ไม่ถูกฆ่าทิ้งก็บุญแล้ว
ดาห์เรนผ่อนลมหายใจยาวยาวมาก..มันยาวกว่าครั้งไหนๆ ที่เขาเคยผ่อนเชียวแหละ
แน่นอนว่าเขาเห็นใจผู้หญิงตัวเล็กๆที่บัดนี้ยืนก้มหน้างุดอย่างคนที่ทำอะไรไม่ถูก และไม่มีวันรู้เลยว่าในเวลาต่อๆ ไปเธอต้องเจอกับอะไรอีกบ้าง
แม้ตอนแรกเขาจะใช้แง่กฎหมายพูดแหย่ให้เธอตื่นกลัว นั่นก็แค่ ‘หยอกเล่น’แล้วดูตอนนี้สิ..เ้าหล่อนดูตระหนกตกตื่นและเสียขวัญทั้งที่เพื่อนของเขาพูดไปแค่ไม่กี่คำ
เมอยาฟกระชากข้อมือระรินดาวเข้าลิฟต์ไปพร้อมกันโดยไม่พูดไม่จา ทำให้ดาห์เรนต้องรีบวิ่งตามเข้าไป
ภายในลิฟต์..ห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ทำให้ผู้โดยสารได้ใกล้ชิดกันแค่เอื้อมได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายใจของกันและกัน แต่กลับเหมือนอยู่ห่างกันแสนไกล
หญิงสาวพยายามสะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา
อย่าร้องไห้เด็ดขาด
ภายในหนึ่งปีนี้เธอต้องเข้มแข็งและต้องยอมรับสภาพที่เป็ให้ได้ระลึกไว้ให้มากว่าตัวเองคือใคร มันเป็สิทธิ์ของเขาที่จะทำอะไรเธอก็ได้
ทันทีที่ถึงปลายทาง หญิงสาวถลาออกมาราวถูกเหวี่ยงจนคนที่ยืนรอรับยังผงะครั้นจะเข้าไปช่วยพยุงก็ต้องชะงักไว้เมื่อเหลือบเห็นสายตาขุ่นเขียวของคนเป็นาย
“อาลี! อาลี!” เสียงลั่นๆ ของเมอยาฟทำพนักงานชายหญิงบริเวณนั้นเสียวสันหลังวาบ
คนถูกเรียกปราดเข้ามาทันเวลา โชคดีที่ไม่ได้ยินชื่อตัวเองเป็หนที่สามไม่อย่างนั้น!
“จัดชุดพนักงานเสิร์ฟให้ ‘คนงานใหม่’ นี่ด้วย”อาลีมองคนที่เ้านายหอบหิ้วมาด้วยอย่างงงๆ
ก็นี่ผู้หญิงของนายนี่นา
“ในเมื่อเขาอยากทำนัก ฉันก็จะให้ทำ!”เขาจ้องเธอด้วยแววขึงขัง “บรรจุให้เป็พนักงานคนหนึ่งของโรงแรมทำหน้าที่เสิร์ฟเฉพาะกะกลางวัน ให้ทำทุกวันไม่มีวันหยุด เข้าใจไหม”คนฟังได้แต่อ้าปากค้าง
กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตอนที่คนร่างเล็กถูกผลักให้มายืนอยู่ตรงหน้าส่วนคนเป็นายชิงเดินจากไปโดยที่เขายังไม่ได้เอ่ยปากรับทราบคำสั่งสักคำ
อาลีได้แต่ทำตาปริบๆ และไม่รู้จะพูดอะไรดีนอกจาก..
“เฮ้ออออ! มันอะไรกันล่ะ” ระรินดาวฝืนยิ้มออกมา
“ก็อย่างที่คุณได้ยินล่ะค่ะ ฉันเป็คนงานใหม่”
ผู้จัดการเริ่มปวดหัวตุ้บๆ เข้าให้แล้ว ตกลงผู้หญิงคนนี้เป็ใครกันแน่สถานภาพของคนเราเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบเพียงนี้เชียวหรือ
เห็นทีต้องลาพักผ่อนบ้างแล้วเรา
ดาห์เรนเดินตามเ้าพายุไปด้วยใจหวาดหวั่น เขารู้สึกไม่สบายใจนักที่เห็นเมอยาฟเป็แบบนี้แล้วก็พานึกห่วงไปถึงแม่ลูกหนี้สาวแสนสวยด้วย
จะทนรับอารมณ์เพื่อนของเขาไปได้สักเท่าไหร่กัน