ตอนที่สี่สิบเจ็ด มินิเกมส์ฝึกพละกำลัง
เฮ้อไม่รู้ว่าส่งเจ้าแรมเบิร์ตไปจะคิดถูกหรือผิดแต่ผมจะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเอาเจ้าแรมเบิร์ตออกห่างจากสามัญชนไว้ก่อนเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว
ให้มันไปกวนคนที่เจ้ายศเจ้าอย่างน่าจะเป็นทางเลือทกี่ถูกต้องที่สุด
ฮืมหรือเราจะเปลี่ยนสายเจ้าแรมเบิร์ตกับเรนโบว์ไนท์เป้นนักการทูตดี
ให้พวกนี้มันฝึกทักษะของนักพูด Orator สักนิดน่าจะไปดได้สวย
และตอนนี้มาเรียเหงื่อไหลไคลย้อยด้วยการที่มาเรียกับผมออกแรงกันมากว่าชั่วโมงแล้ว
“อ๋อยจะไม่ไหวแล้ว”
แส้ของผมสะบัดไปที่มาเรียทันที
อ๊าย
“อย่าปล่อยอิฐลงมาจากที่อุ้ม”
คนรอบข้างก็มีท่าทางเหนื่อยอ่อนเช่นกันนี่คือการฝึกมินิเกมส์ที่จะเพิ่มค่าพละกำลังนั่นเอง ในการยกอิฐเรียงไปมา
มือของผมกลับมาอยู่ในท่ายกแบบเดิมที่ผมก็เหงื่อไหลไคลย้อยเช่นกันจากก้อนอิฐจำนวนมากที่ในโลกเก่าผมคงหลังหักก่อนยกได้แน่ๆแต่ในโลกนี้ผมแค่รู้สึกเหนื่อยสุดแรงเท่านั้น
“อีกสองเที่ยวก็ผ่านแล้วขอรับท่านดยุก”ครูฝึกด้านพละกำลังที่ผมเกณฑ์มาให้กำลังใจอันที่จริงผมมีครูฝึกส่วนตัวในด้านต่างๆอยู่แล้วแต่ไม่ค่อยได้ฝึกในด้านวิชาฝีมือการต่อสู้เท่าไร
ผมเลยเอาครูฝึกด้านต่างๆมาช่วยฝึกซ้อมในแฟมิเลียเพนดราก้อนร่วมกับผมแน่นอนจำนวนมาสเตอร์ในด้านต่างๆที่ฝึกทักษะไม่เพียงพอ ผมถึงต้องให้แรมเบิร์ตไป Scholarum เพื่อเอาบรรดาพวกอาจารย์ที่สอนทักษะด้านต่างๆมาช่วยกันมากขึ้นด้วยและบรรดาบัณฑิตและอาลักษณ์ที่มีมากเท่าไรก็ไม่พอกับปริมาณที่จะมากขึ้นเรื่อยๆหากผมต้องการฝึกพวกแฟมิเลียอย่างจริงจังในด้านต่างๆ
“ชั้นเป็นทาสรักนะค้า...นายท่านไม่เหมาะด้านพละกำลังหรอกค่ะ” มาเรียกล่าวเช่นนั้นแต่ก็แบกกองอิฐหนักเท่าๆกับผมนี่ล่ะ
“ไม่ต้องห่วงทาสรักของข้าพวกเราจะได้ร่วมรักกันนานขึ้นไงหากข้าและเจ้าแข็งแรงขึ้น”มาเรียหน้าแดงขึ้นมาทันที
“ค..ค่ะ”และยกอิฐต่อไปแบบกุลสตรีเอามากๆ
ผมก็รู้สึกฮาในฉากการฝึกในเกมส์เหมือนกันที่มาเรียยกกองอิฐขนาดยักษ์หากฝึกมินิเกมส์เพิ่มพละดำลังผ่านไปมากพอแล้ว
“เชียร์ข้าหน่อยสิ ทาสรักของข้า”ผมเริ่มลมหายใจปั่นป่วนขึ้น ดยุกหมูอ้วนนี่แรงเพิ่มขึ้นแต่การฝึกยกอิฐไปมาที่มาเรียแม้จะบ่นผมรู้ตัวดีเลยว่า เธอมีแรงเหลือเยอะมากกว่าผม ส่วนสองแขนของผมล้าราวกับเปลวไฟแล้ว
แต่ก็ต้องออกคำสั่งไป
หรือมาเรียจงใจเบนความสนใจของผมที่กำลังเหนื่อยอ่อนให้มีแรงใจสู้ต่อไป?
เธอหันหน้ามาทางผมและยิ้มอย่างสดใสให้อีกครั้งก่อนจะวางอิฐลงอย่างง่ายดายตรงจุดที่กำหนดและชูมือสองมือขึ้นบนฟ้า
“สำเร็จแล้ว”มาเรียทำท่าทำมินิเกมส์สำเร็จโดยการชูมืออย่างยินดีตะโกนขึ้นฟ้า
กระโดดสองมือชูขึ้นฟ้า เข่าและเท้าลอยเหนือพื้นดียิ้มแย้มอย่างยินดี
อืมมองจากสายตาชาวบ้านคุณเธอคงดูทำเรื่องเว่อๆเกินไปในด้านการแสดงท่าทางต่างๆออกมาล่ะนะ
มิน่าในอินเตอร์เน็ต ผู้หญิงบางคนเลยวิจารณ์ว่าคุณเธอแรดเงียบในการอ่อยผู้ชายสารพัดจะว่าเธอกัน
ส่วนผมลากสังขารเอาก้อนอิฐมาไว้ในจุดที่กำหนด
ด้วยแขนที่ล้าราวกับไฟลุก
“บุฮิ บุฮิ บุฮิ”
ฟู่ ผมปล่อยลมหายใจออกมา
มาเรียกอดผมและยิ้มอย่างยินดีว่า
“นายท่านเก่งที่สุดแข็งแรงมากๆเลยค่ะ”เธอทำหน้าที่ทาสสาวที่ชมนายท่านอย่างดี ทั้งที่เธอแข็งแรงกว่าผมในด้านกำลังกายนี่ล่ะ
ปึง แต้มค่าพละกำลังของผมเพิ่มขึ้น
จากการคำนวณของผมเราแค่ต้องทำอย่างนี้อีก 987 ครั้งเท่านั้นเราก็สามารถชกโกเล็มตายได้ในทีเดียวด้วยหมัดเปล่าๆ ไม่เลว
เนื่องด้วยวันนี้แต่ละคนหมดความมั่นใจไปแล้ว
ผมจึงให้แต่ละคนพยายามไปฝึกในสามด้านที่คิดไว้คือ
ร่างกาย ปฏิกิริยาตอบสนองและกลยุทธ
พวกนักผจญภัยที่มีประสบการณ์กำลังถกเถียงกันภายในห้องที่ผมถ่ายภาพจากคริสตัสวีดีโอให้พวกเขาดูบางกลุ่มก็ฝึกการหลบหลีกรับลูกบอล บางกลุ่มก็ฝึกการเอาค้อนขนาดยักษ์มาทุบกันอย่างพวกพี่กล้าม
ผมใช้วิธีการกระจายกันไปในหลายกลุ่มเนื่องจากฝึกกำลังอย่างเดียวนั้นอุปกรณ์และครูฝึกหรอืพื้นที่จะไม่พอ
หากได้ครูฝึกหรือมาสเตอร์ด้านต่างๆมาน่าจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้
แต่หลักการของผมคืออย่างน้อยต้องให้คนในแฟมิเลียพัฒนาขึ้น ในด้านใดด้านหนึ่งต่อหนึ่งวันนี้
“เก่งมากมาเรีย แม่ทาสรักของข้าเรามายกกันอีกรอบ” เหลืออีก 987 รอบ
“เอ๋ ทาสรักอ่อนแออย่างชั้นไม่ไหวหรอกคะนายท่านไม่ไหวหรอกค่ะ ไปหาความสุขกันเถอะนะคะ” มาเรียพยายามกระซิบมาที่ข้างหูของผมทั้งที่คุณเธอเป็นคนเดียวที่กระโดดโลดเต้นหลังจากแบกกองอิฐขนาดใหญ่ได้
ส่วนผมที่แขนขาลุกร้อนเหมือนไฟเหงื่อออกทั้งตัวที่อยากจะนั่งพักเต็มแก่ ก็ต้องกัดฟันตามตารางที่วางแผนเอาไว้
“ถ้าหากเจ้าไม่ฝึกจะรับมือข้าคืนนี้ได้อย่างไรกัน”ผมพูดอย่างเข้มแข็งในขณะที่เหงื่อชุ่มโชกตัวและขาสั่นพั่บๆ
วางแผนการไว้หมดแล้ว ที่เหลือก็เพียงแค่มีความพยายามและใจที่มุ่งมั่นฝึกให้ได้ตามแผนเท่านั้นเอง
ทำไมในเกมส์การกดฝึกซ้ำไปมาเรื่อยๆมันง่ายดายกว่านี้นะ
สงสัยเพราะเรากดข้ามฉากไม่ได้ในชีวิตจริง