ตอนที่แปดสิบ สินเชื่อคือเรื่องเดียวที่พระเยซูโมโหปรี๊ดแตก
“เอาเป็นว่าข้าจะบุกเบิกในพื้นที่ภายในของแคว้นที่ต้องการคนไปเป็นระดับมาสเตอร์หัวหน้าหมู่บ้านก่อน หากมีคนที่สนใจจะมียศแค่ระดับนั้นก่อนในแคว้นก็แนะนำข้าได้ข้าจริงจังมาก จะลองทดลองในพื้นที่ใกล้ๆและใกล้เขตมอนสเตอร์ก่อนเจ้าก็เข้าใจตามแบบอย่างของนักผจญภัยที่จะบุกเบิกดินแดนนั่นล่ะเราต้องยึดครองพวกมอนสเตอร์และกึ่งมนุษย์หรือชนเผ่าป่าเถื่อนต่างๆ”
ผมพยายามเกลี้ยกล่อมแต่ท่าทางจะไม่จำเป็นเท่าไรฮาฟัดท่าทางจะรู้อยู่แล้ว
“ไม่ต้องห่วงขอรับท่านดยุกข้ารู้ว่าควรจะทำอย่างไร ทรัพย์สมบัติของข้าทั้งหมด พร้อมให้ท่านใช้ได้เต็มที่แล้ว”
ฮาฟัดคิดในใจการไปซื้อที่ดินในแคว้นทิเลียกับเอสตาเลียนั้นสามารถกลายเป็นพาร์ติสานหนึ่งในสภาผู้ครองแคว้นได้ก็จริงแต่หากมองในภาพรวมแล้วการเป็นขุนนางนั้นจะมีระบบที่มั่นคงกว่าหากมีอำนาจและศักดิ์ฐานะของขุนนางแล้วจะกลัวไปทำไมว่าจะหาสมบัติเพิ่มไม่ได้
นี่คือการเดิมพันไม่สิการลงทุน
ว่าทรัพย์สมบัติของเขาจะสามารถนำมาซึ่งตำแหน่งขุนนางได้
จากคำพูดของท่านดยุกที่ว่าไม่ใช่ได้มาฟรีๆแต่คือการต้องบุกเบิกที่ดินนั้นสำหรับฮาฟัดแล้วฟังดูน่าเชื่อถือกว่าการซื้อที่ดินและเป็นพาร์ติสานสมาชิกของสภาของทางทิเลียและเอสตาเลียหรือทางนครอิสระ
เพราะมีความมั่นคงกว่าแม้ตัวเงินจะน้อยกว่าก็ตาม
แต่ตราบใดที่เขาทำการค้าและรักษาที่ดินและตำแหน่งไว้ได้เงินทองก็ไม่ต้องกลัวว่าจะรักษาไว้ไม่ได้
แน่นอนเขาอาจจะต้องจัดงานเลี้ยงให้ของขวัญพวกขุนนางที่บริเวณใกล้เคียงต่างๆเพื่อรักษาตำแหน่งของตนเองให้มั่นคงด้วย
“และเจ้ารู้ไว้เถอะกองทัพของข้าและขุนนางทุกคนในแคว้นจะสนับสนุนเจ้าเสมอไม่ว่าเจ่าจะไปทำการค้าอีกที่ไหนเพราะข้าจะถือว่าเจ้าทำเพื่อประโยชน์ของแคว้นเรา”
“รับทราบขอรับท่านดยุก..ไม่สิขอบคุณขอรับนายท่าน”
ฮาฟัดคุกเข่าก้มศีรษะคารวะ
“”ดีมากต่อไปนี้ข้าจะแต่งตั้งเจ้ามียศทางทหารคือนายกองมีหน้าที่จัดหาผู้คนที่สนใจจะไปบุกเบิกที่ดินและจัดตั้งกองเสบียงพลาธิการอาหารต่างๆและเพื่อทั้งทดสอบฝีมือของเจ้าและจูงใจเจ้าไปหาคนที่พร้อมจะเป็นหัวหน้าหมู่บ้านในหุบเขาที่อย่าได้กังวลเรื่องรายได้ เพราะภาษีของการไปขุดเหมืองแร่และป่าไม้ต่างๆในหุบเขาจะเป็นของพวกเจ้าด้วยเงินสนับสนุนเท่านี้”
ผมชูนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
“หนึ่งหมื่นเหรียญทองคำเยี่ยมเลยครับท่านดยุกเอ่อนายท่าน”
ผมส่ายศีรษะ
“หนึ่งแสนหรือขอรับนั่นจะไม่มากไปหรือขอรับ?”กับหมู่บ้านระดับแรกฮาฟัดยังรู้สึกว่ามันมากเกินไป
ส่วนใหญ่จะต้องเป็นสิ่งก่อสร้างพื้นฐานรั้วและไร่นาต่างๆก่อนและที่สำคัญคนที่บุกเบิกมักจะมาจากคนที่ไม่ค่อยมีอะไรติดตัวต้องการทรัพย์สมบัติเพิ่มมากขึ้นเพื่อหาที่ดินของตนเอง
หลังจากนั้นค่อยๆขยับขยายเกณฑ์ผู้ยากไร้มาหักล้างถางพง
“หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งล้านเหรียญทองในการลงทุนด้านสิ่งก่อสร้างโรงทำอิฐ โรงเลื่อยไม้ โรงทำเครื่องหนังโรงสีต่างและเครื่องมืออุปกรณ์ในการทำไร่นา โบสถ์ สถานที่ทำงานของหัตถ์ดยุกและพวกยามรักษาการณ์ต่างๆด้วย”
ฮาฟัดตกใจหากหนึ่งหมื่นเหรียญทองสามารถเนรมิตให้พื้นที่รกร้างเป็นหมู่บ้านขนาดเล็กได้ในหนึ่งปี
แต่จากคำกล่าวของท่านดยุกหนึ่งล้านเหรียญทองนี่ไม่เท่ากับครึ่งปี..ไม่สิสักสามเดือนก็จะได้หมู่บ้านขนาดใหญ่มาแล้ว
ก่อนที่ฮาฟัดจะทันรู้ตัวผมก็ทำท่าแอบกระซิบที่ข้างหูของเขาว่า
“และไม่ต้องห่วงคนที่เป็นลุกน้องของข้า ข้าจะมีแหล่งเงินทุนราคาถูกให้ด้วยเจ้ารู้จักแนวทางของพวกสหพันธ์การค้าอยู่ใช่ไหม?”
ฮาฟัดเคยได้ยินมา
“ตระกูลเมดิซี่และทิเลียมีแนวคิดเรื่องสหพันธ์การค้าต่างๆอยู่ขอรับนายท่าน”ฮาฟัดคือตระกูลผู้ค้าขายจากทางอาระเบียหนีภัยสงครามมาในดินแดนแถบนี้ที่อยู่ได้อย่างสงบสุขมากกว่า
“ถ้าอย่างนั้นเจ้าคงเข้าใจได้ไม่ยากในเรื่องของสหพันธ์ของเมดิซี่เน้นการค้าขายส่วนข้าสหกรณ์นั้นเน้นการเกษตรและการผลิตอาหารต่างๆ..”
ผมพยายามอธิบายถึงสหกรณ์การเกษตรและที่ดินต่างๆ
ทางเดินของทุนนิยมตามชื่อคือคนที่มีทุนจะได้เปรียบการจะก้าวข้ามพ้นฐานการเงินเดิมมีเลขศูนย์ตัวหนึ่งต่อท้ายเพิ่มขึ้นคือการที่จะต้องทำกำไรเพิ่มขึ้นให้ได้อย่างน้อยสิบเปอร์เซ็นตลอดสิบปี...โอ๊ะคำนวณผิด อย่างนั้นอย่างมากก็ได้แค่เงินทุนเป็นสองเท่าเพียงเท่านั้นเองยังไม่ถึงสิบเท่าที่มีเลขศูนย์เพิ่มมาหนึ่งตัว
หรืออีกทางใช้เงินกู้จำนวนมากกว่านั้นเพื่อเอาสินทรัพย์ตนเองค้ำประกันเพื่อแสดงสินทรัพย์ที่สามารถเป็นหลักประกันเงินกู้ได้
รัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็ก
แต่ทางสายนิติกรจะบ่นว่า “แผงลอยของแม่ค้าในตลาดนั้นเช่ามาไม่สามารถยึดเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าได้”
แต่ทำไมเงินกู้นอกระบบปล่อยดอกเบี้ยสูงถึงทำกำไรมหาศาลตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันเพราะคนธรรมดาไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้นั่นเอง สำหรับคนจนในเมืองหลวงคือคนจนอย่างแท้จริงนั่นเองที่ไม่มีสินทรัพย์อย่างชาวนา
และธนาคารเพื่อการเกษตรจะมีสินทรัพย์สูงสุดเพราะสามารถได้ที่ดินที่เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันหากเงินกู้ของทางเกษตรกรไม่สามารถชำระหนี้ได้
หมายความว่าจะมากจะน้อยให้เงินกู้แก่เกษตรกรหรือคนที่มีสินทรัพย์เช่นโรงงานหรือบ้านที่ดินต่างๆไว้จะไม่ขาดทุนนั่นเอง
ดังนั้นผมวางแผนไว้จะให้พวกพ่อค้าที่มีสินทรัพย์ที่ดินค้ำประกันอย่างฮาฟัดหรือพ่อค้ามีกิจการต่างๆทำการกู้เงินเท่านั้น
ส่วนประชาชนคนธรรมดาอย่างจนน่ะหรือ?
ชาติหน้าก็ค่อยเกิดมาเป็นคนรวยละกันบุฮิ บุฮิ บุฮิ
มันมีเหตุผลอยู่ที่ทำไม usury ถึงเป็นการกระทำที่ทำให้พระเยซูที่มีเมตตาปรี๊ดแตกถึงขั้นล้มโต๊ะและเอาแส้ฟาดไล่คนออกจากโบสถ์วิหารได้
ปัจจุบันยังมีมาตรการมากมายออกมาเพื่อป้องกันการที่คนปล่อยเงินกู้“เชิญลูกของคนที่กู้เงินไปกินอาหารและบอกว่าไม่ใช่การข่มขู่ให้จ่ายเงิน”จนปัจจุบันต้องออกมาตรการต่างๆมานั่นเอง
จนมาตรการปัจจุบันแม้กระทั่งคนธรรมดาไม่ใช่สถาบันการเงินยังไม่สามารถประกาศทวงเงินทางหนังสือพิมพ์ได้เลยด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้ผมมีอำนาจทหารในมือในฐานะผู้ครองแคว้นนะบุฮิ บุฮิ บุฮิ
ผมจะปราบคนทำธุรกิจเงินกู้ดอกเบี้ยสูงในแคว้นของผมทั้งหมดเพื่อให้ผมสามารถทำเรื่องนี้ได้คนเดียว