ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 62 พระราชวังเชียงฟ้า

    เจ้าหญิงเมธิกา อัสนีแม่ทัพชาลี พอลงจากเครื่องก็นั่งรถทหารเข้าไปในวังหลวงที่ห่างจากสนามจอดเฮลิคอปเตอร์ไม่ไกลแต่พอมาถึงก็เห็นทหารองครักษ์รักษาวังหลวงส่วนนอก ที่ไม่คุ้นเคย

    “ หยุดก่อนห้ามผู้ใดเข้าจนกว่า จะได้รับคำสั่งจากท่านผู้บัญชาการ”

    ทหารองครักษ์รักษาวังภายนอกมีจำนวนเกือบร้อยนาย ยืนเรียงรายกันเต็มไปหมด ฝ่ายเจ้าหญิงเมธิกา ที่มีคนมาแค่ 3คน ถึงกับตกใจไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้

    “ บังอาจนี่พวกแกกล้าขวางทางเสด็จ เจ้าหญิงเมธิกา พระราชธิดาของกษัตริย์แห่งเชียงแสนเชียวรึ?”

    ทหารองครักษ์ยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยไม่สนคำพูดของ แม่ทัพชาลี

    “ ขออภัยครับท่านผมได้รับคำสั่งมาเช่นนี้ ไม่มีข้อยกเว้นใดใดทั้งสิ้น”

    แม่ทัพชาลีถึงกับโมโห แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรพวกมัน เพราะอาวุธปืนนับร้อยตอนนี้จ่อมาที่พวกเขาทั้งสามคนทันใดนั้นเอง ก็มีนายทหารคนหนึ่งกับชายหนุ่มคนหนึ่งเดินยิ้มมาแต่ไกล

    “ ขอต้อนรับเจ้าหญิงเมธิกากลับวังหลวง กระหม่อมไม่ทราบว่าท่านจะเสด็จมาเลยไม่ได้เตรียมตัวต้อนรับ เชิญเจ้าหญิงด้านในเลยพะยะค่ะ”

    “ ผู้พันม่อฉิน แกมาทำอะไรที่นี่”แม่ทัพชาลีเอ่ยอย่างสงสัย เพราะผู้พันม่อฉินเป็นคนของพระอนุชาเจ้าแสนคำฟ้าประจำตำแหน่งชายแดนเหนือ

    “ ต้องขออภัยจริงๆตอนนี้ผมได้รับตำแหน่งเป็นแม่ทัพประจำเมืองหลวงแล้ว ขอให้ท่านแม่ทัพชาลีโปรดเรียกตำแหน่งของผมให้ถูกต้องด้วย”

    “ ตำแหน่งแม่ทัพ ต้องมีพระราชโองการแต่งตั้งทำไมเราไม่เห็นรู้เรื่องเลย”

    “ ตำแหน่งของกระหม่อมได้รับพระราชโองการจากผู้สำเร็จราชการ แต่งตั้งอย่างถูกต้องเจ้าหญิงหายตัวไปหลายวัน เลยยังคงไม่ทราบ”

    ทั้งสามคนมองหน้ากัน

    แต่อัสนีกลับมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนคู่กับแม่ทัพม่อฉินเพราะมันคือ คุณชายใหญ่สมภพของตระกูลหาญเทวัณ มันมาทำอะไรที่นี่

    “ ใจเย็นๆ  ให้ผมรักษาเจ้าแสนสินชัยก่อน ค่อยว่ากัน”อัสนีเอ่ยเบาๆ

    เจ้าหญิงเมธิกากับแม่ทัพชาลี ได้แต่พยักหน้า

    “ รีบพาเราไปพบเสด็จพ่อเดี๋ยวนี้”

    แม่ทัพม่อฉินผายมือเชิญเจ้าหญิงเมธิกาเข้าไปด้านใน แต่พออัสนีจะเข้าไป ก็ถูกขวางเอาไว้

    “คนผู้นี้ดูแล้วไม่น่าใช่พลเมืองเชียงฟ้า ไม่อนุญาตให้เข้าไป”

    “ เขาเป็นหมอที่เราพามาทำไมจะเข้าไปไม่ได้” เจ้าหญิงเมธิกาตวาดเสียงดัง ทำเอาแม่ทัพม่อฉินถึงกับลนลานถอยหลังไปสองสามก้าว แต่พอตั้งหลักได้ ก็เอ่ยออกมาว่า

    “ ถ้าเช่นนั้นก็เชิญ”

    เจ้าหญิงเมธิกามองหน้าผู้พันม่อฉิน ด้วยความโมโห แล้วเดินนำหน้าทุกๆ คนเข้าไป

    “ ไปรายงานเจ้าแสนคำฟ้าเจ้าหญิงเมธิกามาถึงแล้ว”   นายสมภพเอ่ยออกมา

    แม่ทัพม่อฉิน ก็สั่งลูกน้องทันที

    ที่ประทับของกษัตริย์เชียงฟ้าเจ้าแสนสินชัย ตอนนี้มีทหารคอยคุ้มกันเต็มไปหมดทหารเหล่านี้ล้วนเป็นทหารของพระอนุชาแสนคำฟ้า ทั้งนั้น  ซึ่งพอเข้าห้องพระบรรทมมาได้  แม่ทัพชาลี ก็ถึงสบถออกมา

    “ ไอ้พวกบ้านี้มันคิดกบฏหรือไงนะ”

    “ พวกมันไม่ได้แค่คิดมันกบฏแล้ว”  อัสนีตอบแทนฝ่ายเจ้าหญิงเมธิกานั้นไม่สนใจเรื่องอื่น เข้ามานั่งข้างเตียงของกษัตริย์แสนสินชัย ที่ตอนนี้นอนหลับสนิทบนเตียง หายใจแผ่วเบา อัสนีมองปราดเดียวก็รู้ได้ทันที หากไม่รีบรักษาต้องตายอย่างแน่นอน

    ไม่ทันที่อัสนีจะเข้ามาตรวจก็มีชายแต่งกายด้วยชุดทรง คล้ายกษัตริย์เดินเข้ามา พร้อมกับผู้ติดตามเกือบสิบคน มีอยู่1 คนแต่งกายด้วยชุดสีขาวมีหนวดเครายาวคล้ายพวกพราหมณ์

    “ เจ้าหญิงน้อยของอากลับมาเสียทีนะ  เจ้าหลวงทรงงานหนักมากพระวรกายทรุด หลานทำใจเถอะนะ” พระอนุชาแสนคำฟ้า เอ่ยพร้อมกับแสร้งทำน้ำตาไหล

    ไม่คาดคิดว่าจะมีใครออกมาจากหุบเขาแห่งความตายได้ จึงได้คิดวางแผนยึดอำนาจซะเลย

    เจ้าหญิงไม่สนใจเอ่ยถามหมอหลวงแทน

    “ เสด็จพ่อเป็นอะไรแค่เราไปไม่กี่วัน ทำไมถึงได้ทรุดลงเร็วเช่นนี้

    “ เจ้าหลวงทรงเป็นไข้มีเลือดออกในกระเพาะ มาหลายวันแต่ไม่มีใครรู้ พอพระองค์เกิดอาการกรดไหลย้อนก็เลยทำให้อาเจียนออกมาเป็นเลือด พวกเราได้ทำการตรวจทีซีสแกน จึงได้พบว่าเลือดไหลเข้าไปในปอด ทำให้เกิดติดเชื้อในกระแสเลือด ตอนนี้แม้นให้ยาฆ่าเชื้อแต่อาการพระองค์ไม่ดีขึ้นเลยคณะแพทย์ได้ประชุมกันแล้วมั่นใจว่าพระองค์จะไม่ผ่านพ้นในคืนนี้พระองค์ก่อนเข้าโรงพยาบาลได้มีพระราชดำรัสว่า ไม่ว่าอย่างไรพระองค์จะรอเจ้าหญิงกลับมาที่พระราชวังหลวง แม้นจะสิ้นลมหายใจก็ตาม”

    “ เสด็จพ่อ”เจ้าหญิงเมธิกา กอดพระบิดาร้องไห้ออกมา

    “แล้วองครักษ์ภายนอกหายไปไหนหมด”

    แม่ทัพชาลีเอ่ยถามหัวหน้าองรักษ์ฝ่ายในทีแสดงสีหน้าวิตกกังวลเป็นอย่างมาก

    “เจ้าหลวงมีพระราชดำรัส ส่งพวกเขาออกตามหา เจ้าหญิงเมธิกาจนหมด แม่ทัพชาลีไม่เห็นพวกเขาบ้างเลยหรือครับ” หัวหน้าองครักษ์เอ่ยเสียงเครียด

    แม่ทัพชาลีส่ายหัวคิดว่า พวกเขาคงไม่รอดกลับมาอีกแล้ว

    “เชิญทุกท่านออกไปให้หมด เราจะให้หมออัสนีรักษาพระบิดา”

    ทุกๆคนได้แต่ทยอยกันออกไป ส่วนพระอนุชาเจ้าแสนคำฟ้า มองหน้าชายชุดขาว

    แล้วเอ่ยว่า

    “ อาจารย์คง แน่ใจนะว่าเสด็จพี่จะไม่ฟื้นขึ้นมาอีก”

    “ แน่ใจเป็นอย่างยิ่งหนอนไหมปีศาจตัวนี้ เป็นหนอนพิษที่ผมเลี้ยงมันมาเป็นสิบปีให้มันกลืนกินพิษมากมายหลายชนิดเพื่อให้มันเจริญเติบโต พอมันอายุได้ 10 ปี มันก็จะเริ่มคายพิษของมันออกมากระจายไปทั่วร่างกาย จากนั้นมันก็จะกลายร่างเป็นหนอนปีศาจ ค่อยๆฉีกร่างกายของคนที่กลืนกินมันและออกมากลายเป็นผีเสื้อปีศาจ ไม่มีใครรักษาได้ แม้แต่ผมเองที่เป็นเจ้าของก็ได้แต่รอให้มันออกมาจากร่างกายของคนที่มันกลืนกินเข้าไปเอง  หมอธรรมดาทั่วไป ยากที่จะตรวจพบอย่างแน่นอนและอีกอย่าง พิษได้แทรกซึมเข้าไปทั่วร่ายกายเจ้าหลวงแล้วมีเพียงพระเจ้าเสด็จลงมาเท่านั้น ถึงจะรอด”

    “ ดีมากอาจารย์คงผมจะตอบแทนท่านและคุณชายใหญ่อย่างเต็มที่เลยทีเดียว”

    ที่แท้เป็นคนที่คุณชายใหญ่สมภพแห่งหาญเทวัญ เป็นคนพาหมอชั่วมานี่เอง

    ฝ่ายอัสนีเพียงแค่มองสภาพร่างกาย เขาก็สัมผัสได้ถึงเลือดของเจ้าหลวงที่เป็นพิษ และมองเห็นหนอนตัวใหญ่ที่ตอนนี้มันอยู่ในรังหนอนของมันใกล้จะลอกคราบแล้ว

    “ เจ้าหลวงถูกวางยาสั่ง”

    “ อะไรนะเป็นไปได้ยังไง หมอหลวงบอกว่า เสด็จพ่อป่วยเป็นโรคกระเพาะทำให้ติดเชื้อในกระแสเลือดเท่านั้นนี่”

    “ รายละเอียดค่อยว่ากันตอนนี้ผมต้องรีบรักษาพระองค์ก่อน แม่ทัพเฝ้าประตูห้องเอาไว้ห้ามผู้ใดเข้ามาเป็นอันขาด”

    อัสนีถอดเสื้อของกษัตริย์เจ้าแสนสินชัย ออก เผยให้เห็นผิวกายที่เริ่มเขียว คล้ำ แสดงว่าพิษกระจายไปทั่วร่างกายอย่างที่หมอหลวงบอกจริงๆ

    อัสนีนำเข็มรักษาออกมา1 เข็ม แล้วแทงไปที่หนอนปีศาจที่มันกำลังลอกคราบ

    มันถึงกับดิ้นพล่านในท้องของเจ้าหลวง ทุกๆ คนเห็นว่ามีตัวประหลาดพยายามจะพุ่งตัวออกมาจากท้องของ เจ้าหลวงแต่ถูกอัสนี ปักเข็มขังมันเอาไว้ทำให้มันไม่สามารถออกมาได้ จนกระทั่งอัสนีใช้เข็มปักเข้าใส่มันทีเดียว ห้าเข็ม ทำให้มันไม่อาจเคลื่อนไหวต่อได้จากนั้นเขาก็ใช้มีดกรีดที่ท้องของเจ้าหลวง แล้วดึงเจ้าหนอนปีศาจออกมาจากนั้นเขาก็รีบเย็บปิดแผลเอาไว้

    เจ้าหนอนปีศาจพยายามจะลอกคราบ เพื่อบินหนี แต่มันไม่สามารถไปไหนได้เพราะถูกเข็มปักเข้าที่ตัวของมันถึงห้าเข็ม จนมันค่อยๆ  นิ่งสนิท

    จากนั้นอัสนี ก็นำเข็มเงินออกมาอีกเป็นร้อยเข็ม แล้ว ปักไปทั่วหน้าอกของเจ้าแสนสินชัยแล้วก็วางมือไปบนศรีษะของพระองค์ ปล่อยพลังปราณบริสุทธิ์เข้าไปในร่างกายผลักดันพิษให้ไหลออกไปทางเข็มเงิน ซึ่งเวลานี้ค่อยๆมีเลือดไหลซึมออกมาตามเข็มเป็นจำนวนมาก

    ไม่นานเข็มทั้งร้อยแปดเล่มก็กลายเป็นเข็มสีดำไปจนหมด

    อัสนีใช้พลังดูดูเข็มจนลอยลงมาตกอยู่ในอ่างล้างหน้าที่ใสสะอาดพอเข็มตกลงไป ก็กลายเป็นสีดำไปทั่วกาละมัง

    อัสนีหยิบยาเม็ดรักษาภายในใส่ปากของเจ้าแสนสินชัน ร่างกายที่เขียวคล้ำก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป กลับมาเป็นเหมือนคนปกติ

    “นี่เราเป็นอะไรไปนี่”

    “ เสด็จพ่อ”

    “ ลูกหญิง ลูกมาแล้วเอ๊ะ พ่อป่วยอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้รู้สึกว่า ไม่เป็นอะไรเลย”

    “ นี่คือหมออัสนีที่ลูกเชิญมา รักษา เสด็จพ่อถูกวางยาพิษ”

    “ ฮึ่ม ใครกันมันกล้า เราจะสั่งประหารมันทิ้งทันที”

    “ ทรงพระทัยเย็นก่อนกระหม่อมคิดว่า..” อัสนีกระซิบบอกแผนการณ์ให้กับกษัตริย์เจ้าแสนสินชัย  ทำให้ทุกๆ คนต่างก็พยักหน้า

    แม่ทัพชาลีเดินออกไปด้านนอกทุกๆ คนมองมาหาเขา

    “ เจ้าหลวงเสด็จสวรรคตแล้ว”  แม่ทัพชาลีเอ่ยจบ ก็ร้องไห้ออกมาแล้วเดินออกไปจากพระราชวังราวกับคนเสียสติ ระหว่างทางเดิน ก็ประกาศว่ากษัตริย์เสด็จสวรรคคต ทหารองครักษ์ภายนอกได้แต่มองหน้ากันเลิกลั่กแล้วทำเป็นคุกเข่าเสียใจ ปล่อยให้แม่ทัพชาลีเดินออกจากพระราชวังไปโดยไม่มีการห้ามอีก

    “ ปล่อยเขาไปแบบนี้จะไม่พากำลังทหารเข้ามาจัดการกับพวกเราหรือครับ”

    คุณชายใหญ่สมภพเอ่ยอย่างสงสัย

     

    “ ไม่ต้องห่วงคนของเราตอนนี้ควบคุมตัวองค์รัชทายาทมังตราและองค์หญิงเอาไว้แล้วเหลือแค่ตอนนี้บีบบังคับให้เจ้าหญิงเมธิกา แต่งงานกับ คุณชายสมภพ แล้วย้ายถิ่นฐานตามพระสวามีไป ประเทศเชียงฟ้า ก็จะตกเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว ฮ่าฮ่า ฮ่า”  เจ้าแสนคำฟ้าเอ่ยอย่างมั่นใจ

    “แต่ว่าเจ้าหญิงจะยอมง่ายๆ อย่างนั้นหรือครับ” คุณชายสมภพเอ่ยอย่างสงสัย

    “ ไม่ยอมแน่นอนแต่หากไม่ยอม พวกเราก็จะค่อยๆเฉือนเนื้อขององค์รัชทายาทมังตราดูซิว่านางจะยอมหรือไม่ ได้เวลาแตกหักกันแล้ว”

    พระอนุชาเจ้าแสนคำฟ้าเดินนำมีคุณชายสมภพและ แม่ทัพม่อฉิน อาจารย์คง นำกำลังทหารองครักษ์ภายนอกเข้ามาพร้อมกับอาวุธนับร้อย บุกเข้ามา ทหารองครักษ์ภายในไม่ทันได้ตั้งตัวถูกปลดอาวุธไม่ทันได้ขัดขืน

    “ เจ้าหลวงก็สิ้นพระชนม์แล้ว หมอหลวงตรวจสอบให้แน่ชัดอีกทีซิ”………