"คิกๆๆ" เส้นเสียงหัวเราะของทารกน้อยเด็กนรกซุนนาน หัวเราะคิกคักไปมาตลอดทางเดิน สู่เรือนแช่น้ำในตำหนักอันยิ่งใหญ่ของตระกูลซุน ซึ่ง ณ ตอนนี้ช่างน่าสงสารเหล่าสตรีผู้งดงามเสียเหลือเกินที่มิอาจจะล่วงรู้จิตต่ำช้าอกุศลจิตของซุนนานบุรุษผู้ข้ามมิติผู้นี้ได้ ตัวทารกน้อยมันหาใช่ทารกน้อยไร้เดียงสาเสียที่ไหนไม่ หากแต่ใจมันนั้นเป็บุรุษหนุ่มวัยฉกรรจ์เต็มตัวที่มีความกระหายอย่างแรงกล้าต่อสตรีเพศไม่น้อยเลยต่างหาก
ในใจมันนั้นในตอนนี้ได้แต่เฝ้าคิดถึงภาพหนังสือการ์ตูนเล่มเก่าๆ ที่ตัวมันเคยหยิบยืมมิตรสหายมาอ่านสมัยวัยร่ำเรียนคราววัยหนุ่มอ่อน ฉากอาบน้ำและมีหญิงสาวสตรีงดงามมากหน้าหลายตาในนั้นยังเป็ภาพจำฝังใจของมันอยู่ หากแต่ตลอดชีวิตโลกเก่าของมันย่อมมิอาจจะมีโอกาสทำสิ่งเหล่านี้ให้เป็จริงได้เฉกเช่นในหนังสือการ์ตูนเล่มโปรดของเหล่าบุรุษเพศ เพราะทำไมนะเหรอ นั้นเพราะหนึ่งตัวมันซุนนานเนื้อแท้ก็หาใช่บุรุษผู้มีจิตใจต่ำทรามอะไรมากมายที่จะทำสิ่งนั้นอย่างไม่รู้คิด สองข้อกฎหมายบ้านเมืองก็หาใช่จะทำสิ่งเหล่านี้ได้เสียที่ไหน และสุดท้ายการกระทำเหล่านี้มันน่าละอายใจเกินไป มีแต่บุรุษต่ำช้าถึงจะกระทำได้ ซุนนานตัวตนมันในมิติก่อนไม่เคยมีความคิดเหล่านี้ในหัวสมองมันแม้แต่น้อย อาจจะมีคิดบ้างฝันบ้างหากแต่ก็เป็เพียงจินตนาการอันสุขสมชั่วครั้งชั่วคราว ไม่มีความคิดหมายลงมือจริงจัง
หากแต่ตอนนี้ดูจะต่างออกไป มันคือซุนนานบุรุษผู้ข้ามมิติ ในตอนนี้ตัวมันมิใคร่รู้สึกละอายใจ มันจึงกระทำการเช่นนี้ที่ต่างออกไปจากวิธีคิดของห้วงมิติเดิม แน่นอนซุนนานตัวมันตอนนี้มีข้ออ้างในจิตใจมากเกินไป ความคิดอ่าน ความคาดหมายในใจของมันมีข้ออ้างร้อยแปดประการ มันถือโอกาสว่าตัวมันเป็เพียงทารกเด็กน้อยผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ การอาบน้ำกับมารดา พี่สาวย่อมมิใช่สิ่งผิดปกติอันใด มันปลอบประโลมใจตัวมันเองด้วยเหตุผลเช่นนี้ นอกจากนั้นตัวมันหาได้ฝืนใจเหล่าสตรีผู้งดงามทั้งหลายเ่าั้ก็ไม่ หากแต่พวกนางต่างหากเล่าที่ปรารถนาพาตัวมันไปเอง เหอๆ ซุนนานยิ้มกรุ้มกริ่มไปกับเหตุผลของตัวมัน
แม้ส่วนหนึ่งตัวมันจะยอมรับว่าตัวมันพึงได้ทุ่มกำลังสุดชีวิตหนีตายจากเต้าอกั์ของยัยแก่แม่นมมาได้ และเลือกะโสุดเสียง ทำั์ตาน่ารักใสซื่อบริสุทธิ์ไร้เดียงสาให้เหล่ามารดาผู้งดงามได้เห็น และไม่อาจจะมองข้ามตัวมันได้ นับว่าแผนการร้ายของตัวมันซุนนานผู้ชั่วร้ายได้กระทำสำเร็จแล้ว
ตลอดทางเดิน ไปเรือนแช่น้ำร้อน ในใจของมันต้องยอมรับ มันไม่อาจจะเก็บใบหน้าต่ำทรามของมันได้ มันหัวเราะคิกๆ ไปตลอดทางพร้อมน้ำลายไหลเยิ้มอยู่ตลอด เรียกว่ามันกำลังคิดฝันถึงซึ่งที่มิควรเห็น แต่กำลังจะได้เห็นของสตรีเพศ
แม้ใบหน้าของมันจะต่ำทรามเป็ที่สุด เสียงหัวเราะในจิตของตัวมันก็แสนจะชั่วร้าย แต่อนิจจาเหล่าสตรีผู้งดงามทั้งแปดนางกับมองเห็นเนื้อแท้ที่ต่ำทรามของมันไม่ มีแต่กล่าวชมเชยในความน่ารักน่าเอ็นดูของทารกน้อย บอกกล่าวว่ามันช่างเป็ทารกน้อยผู้น่ารักน่าเอ็นดู และแลดูเฉลียวฉลาดและอารมณ์ดียิ่งนัก อายุเพียงแค่เพียง 6 เดือนกว่าก็ร้องเรียกมารดาได้แล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้สร้างความประทับใจแก่เหล่าสตรีผู้งดงามทั้งหลายยิ่งนัก
เหล่าสตรีผู้งดงามต่างแย่งกันอุ้มกอดตัวมันหมายจะให้มันเรียก "ท่านแม่ ท่านแม่" ให้ได้ยินบ้าง
เ้าซุนนานบุรุษผู้ชั่วร้าย ตัวมันก็ช่างรู้ความ แม้หน้าตาและปากมันจะเต็มไปด้วยรอยยิ้มและน้ำลายไหลเยิ้ม หากแต่สตรีนางใดปรารถนาให้มันเรียกท่านแม่ มันก็เรียกพวกนางในทันที รอยยิ้มต่ำทรามของมันกลายเป็ของน่ารักน่าชังสำหรับพวกนาง น้ำลายไหลเยิ้มของมันกลับทำให้ตัวมันยิ่งดูใสซื่อไร้เดียงสายิ่งกว่าเดิมสำหรับเหล่าสตรีผู้งดงามทั้งหลาย
นอกจากนั้นตัวมันถึงกับกรุ้มกริ่มเป็ที่สุด เพราะสตรีแต่ละนางก็ตบรางวัลให้มันอย่างถึงใจ พอได้ยินคำเรียกท่านแม่ๆ แต่ละนางก็ดึงร่างมันขึ้นมากอดบ้าง หอมบ้างเป็ฟอดใหญ่ หึหึ บุรุษใดในโลกหล้า ณ ตอนนี้ที่จะมีความสุขมากล้นเช่นมันบ้างจะมีไหมหนอในตอนนี้
ในใจของซุนนานบุรุษผู้ชั่วร้ายตัวมันได้แต่บอกตัวเองในใจว่า 'ชีวิตนี้คุ้มค่าแล้ว คุ้มค่าจริง ฮะฮาๆๆๆ' ไม่ช้าเหล่าสตรีผู้งดงามก็เดินมาถึงเรือนแช่น้ำ มันเป็เรือนป่าจัดสวนกลางแจ้ง ประดับไปด้วยโขดหิน ต้อนไม้และดอกไม้สวยงาม ตรงกลางเป็บึงแช่น้ำ หากแต่ตอนนี้บึงน้ำนี้ยังเย็นเฉียบอยู่ ดูไม่เหมาะแก่การอาบแช่เลยแม้แต่น้อย ตัวของซุนนานเองก็ยังไม่เข้าใจถึงธรรมเนียมและวิธีการแช่น้ำของคนบ้านนี้เมืองนี้ซักเท่าไหร่นัก มันจึงดูสนอกสนใจใคร่รู้วิธีการลงไปแช่น้ำของบรรดาหญิงสตรีงดงามของบ้านเมืองนี้อยู่ไม่น้อย
เมื่อเข้ามาถึงเหล่าสตรีผู้งดงามแม่เล็กแม่ใหญ่ของตัวมันต่างก็ยังไม่ลงไปแช่น้ำในทันที หากแต่พวกนางต่างนั่งพักตรงตัวเรือน และพูดสั่งบางอย่างกับเหล่าสตรีบริวารคนสนิทของตน ผ่านไปครู่ใหญ่ก็มีเหล่าบริวารบุรุษเพศหลายสิบคน แบกกล่องไม้ใบใหญ่มา
เมื่อเปิดกล่องออกภายในมีศิลาที่้าสลักด้วยลวดลายสวยงามเป็รูปกิเลน เป็หินสีออกๆ นิลดำ ตรงฐานมีอักษรตัวหนึ่งเขียนคำว่า "ไฟ" เมื่อเหล่าบริวารนำศิลานี้ไปยังแท่นมุมหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ง่ายข้างๆ บึงแช่น้ำ ศิลารูปกิเลนที่มีอักษรเขียนว่าไฟที่ด้านล่าง ก็ค่อยๆ ทำให้เกิดปฏิกิริยาแปลกประหลาด ที่ด้านข้างแท่นนั้นปรากฏอักขระอักษรค่อยๆ ทอแสงสีแดงอ่อนๆ ออกมา เมื่อสังเกตดีๆ ซุนนานในร่างทารกน้อยก็พอแกะคำอ่านออกอยู่บ้าง เพราะมันเป็อักษรในภาษาบ้านเกิดของตัวมัน แม้จะเป็ในรูปภาษาโบราณก็ตาม เพราะสมัยก่อนตัวของซุนนานในชาติภพนั้นก็นับว่าเป็ผู้ใฝ่ศึกษา ตัวมันจึงผ่านตาอักษรเหล่านี้และใคร่ศึกษามาไม่น้อย
มันเขียนมีความหมายว่า "ขอนอบน้อมอัญเชิญจิตอัคคี และพลังแห่งอัคคีสถิต ณ ที่แห่งนี้เถิด" อักษรเหล่านี้เขียนซ้ำไปซ้ำมารายล้อมรอบฐานที่ใช้วางศิลากิเลน ในตอนแรกซุนนานในร่างทารกมิได้สังเกตเห็นมันเลยแม้แต่น้อย หากแต่เมื่อศิลากิเลนที่มีอักษรไฟด้านล่างที่เขียนว่าไฟถูกวางบนแท่น อักษรเหล่านี้จึงค่อยๆ ทอแสงออกมาให้เห็น มันเหมือนกับหินร้อนที่กำลังเผาไหม้ และตัวศิลากิเลนเองก็เช่นกัน เมื่อมันได้อยู่บนแท่นศิลากิเลนก็ราวกับได้รับพลังบางอย่าง หรืออาจจะเป็ศิลากิเลนเองด้วยซ้ำที่กำลังค่อยๆ ปลดปล่อยพลังธรรมชาติบางอย่าง ทำให้ศิลาที่เป็รากฐานค่อยๆ ร้อนขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ช้าสตรีนางหนึ่งก็ค่อยๆ เอามือจุ่มลงไปในสระน้ำ นางรู้สึกยังไม่พอใจในความร้อนของน้ำ นางจึงสั่งให้บริวารบุรุษเพศแบกศิลากิเลนไปเพิ่มบนแท่นอีก ศิลาเหล่านี้มีขนาดไม่ใหญ่ มันแค่มีขนาดพอดีมือ หากแต่น้ำหนักของมันกลับต้องใช้คนธรรมดาสองคนแบกหาม สิ่งนี้สร้างความแปลกใจให้แก่ซุนนานในร่างทารกไม่น้อยเลย เมื่อวางศิลากิเลนได้ ห้า ชิ้น ดูเหมือนสตรีรับใช้จะพอใจแล้ว จากนั้นนางก็เดินไปหาฮูหยินใหญ่ซุนลี่หรูด้วยความนอบน้อม ก่อนจะเชิญนางไปตรวจอุณหภูมิน้ำในสระแช่ ไม่ช้าดูเหมือนฮูหยินใหญ่จะพอใจแล้ว จึงให้เหล่าบริวารบุรุษเพศออกไปเสียให้หมด เมื่อเหล่าสตรีรับใช้ตรวจสอบว่าในเรือนแช่น้ำไม่มีบุรุษใดอยู่ใกล้แล้ว พวกนางหลายสิบคนจึงเริ่มเดินไปช่วยเหล่าบรรดานายหญิงของพวกนางเตรียมการแช่น้ำร้อน
เป็โชคร้ายของพวกนางเหลือเกิน แม้จะตรวจสอบไล่เล่าบุรุษบริวารชายไปหมดแล้ว หากแต่พวกนางก็หารู้ไม่ยังมีสายตาอันชั่วร้ายอีกคู่หนึ่งที่ยังไม่จากไป แม้จิตใจของมันในตอนนี้จะชั่วร้ายหากแต่ดวงเนตรของมันในตอนนี้กับดูกลมมนสดใสน่ารักเสียเหลือเกิน จนใครๆ ก็มิอาจจะมองข้ามมันและกล้ากล่าวหาว่าดวงเนตรคู่นี้ของมันคือดวงเนตรที่แสนชั่วร้ายไปได้ หากแต่ถ้ามองลึกลงไปจริงๆ พวกนางก็จะรู้ได้ว่าดวงเนตรสดใสของทารกนั้นแท้จริงเป็ั์ตาของบุรุษเ้าชู้ลามกต่างหากละ
ซุนนานตอนนี้มันอยู่ในอ้อมอกของสตรีรับใช้นางหนึ่ง ที่นางได้อุ้มมันออกมาจากเหล่าแม่เล็กและแม่ใหญ่ของมัน ที่กำลังเตรียมตัวจะแช่น้ำ ไม่ช้าก็มีสตรีรับใช้นางหนึ่งมาถอดชุดของมันออก หากแต่ตัวของซุนนาน ตัวมันหาได้สนใจไม่ ณ ตอนนี้มันกำลังเหม่อมองเหล่าสตรีผู้งดงามมารดาทั้งหลายของมันที่กำลังจะเปลื้องผ้าเปลื้องผ่อนที่ปกปิดสิ่งลี้ลับของสตรีออก
และในไม่ช้าตัวมันซุนนานก็ถึงกับต้องตื่นตะลึง หน้าของมันแดงจนถึงหู ก็ทำไมนะเหรอ นิเป็ครั้งแรกในชีวิตของมันเลยมั่งที่ได้เห็นเรือนกายของสตรีเปิดเผยถึงเพียงนี้ นอกจากนั้นมันก็ยังได้เห็นสิ่งที่ไม่คาดคิด แม้มันจะทำใจเตรียมพร้อมมาบ้างแล้วก็ตาม
'นิ... นิมัน...!!!ตู้โตว!!!ตู้โตวจริงๆ ด้วย' เสียงกรีดร้องในหัวใจของซุนนานบุรุษผู้ข้ามมิติร้องดังลั่น ใน่หนึ่งตอนมายังโลกใบนี้ของมันก็ได้แต่แอบคิดว่าเหล่าสตรีโบราณในโลกใบนี้สวมใส่ชุดสตรีด้านในกันอย่างไร พอวันนี้มันได้เห็นกับตา ในหัวใจมันก็นับว่าสิ่งนี้เป็สิ่งที่สองในความฝันของมันที่ได้เป็จริงแล้ว ที่ได้เห็นร่างสตรีงดงามที่สวมตู้โตวโดยมียอดอกยอดปทุมถันตั้งเต้างดงามชูช้อสวยงามเด่นตระหง่านแบบนี้ หากแต่มันก็คงลืมคิดไปมันเคยเห็นตู้โตวของสตรีอื่นในโลกใบนี้มาแล้ว หากแต่ด้วยสตรีนางนั้นมอบฝันร้ายให้มันมากเกินไปมันจึงลืมจดจำนางเสียสิ้น ส่วนนางนั้นคือใครนะหรือ นางก็คือ แม่นมของตัวมันอย่างไรเล่า... หึหึ
เรือนกายของเหล่าบรรดาแม่เล็กแม่ใหญ่ สตรีผู้งดงามทั้งแปดนาง เมื่อได้ปลดเปลื้องผ้าชุดนอกและชุดคลุมออก แผ่นหลังที่ขาวราวหยกเนื้อดีก็เผยให้เห็น ตู้โตวหรือก็คือผ้าคาดอกที่ราวกับเป็เสื้อชั้นในของสตรีโบราณก็ช่างบางไม่น้อย ซุนนานทารกน้อยเด็กนรกก็ได้แต่คิดในใจ 'ข้าก็คิดแล้วเชียว ตอนััทรวงอกของเหล่าสตรีโลกนี้ มันช่างนุ่มนิ่มหน้าััเหลือเกินและเวลาพวกนางเดินเหินก็คล้ายๆ เต้าอกคู่งามจะกระเพื่อมไปมาอยู่ตลอด และก็เป็จริงดังคาด โลกใบนี้มันยังไม่มีชุดชั้นในสตรี แต่ไม่คาดเลยว่าเหล่าสตรีในโลกนี้จะสวมตู้โตวเป็เสื้อใช้ในกันจริงๆ วันนี้นับว่าเป็บุญตาข้าจริงๆ เหอะๆ'
สายตาแทะโลมของซุนนานทารกน้อยเด็กนรกกำลังเปล่งประกายอย่างเต็มที่ราวกับดวงดาราที่กำลังกะพริบแสงทอประกาย ตัวมันซุนนานยามนี้มันกำลังเสพรับความสุขจากการจ้องมองเรือนกายอันงดงามของสตรีเพศเป็ทัศนียภาพที่เกินบรรยายด้วยตัวอักษรและพู่กันหมึกจริงๆ มันมิได้คิดเลยว่าบรรดาสตรีโบราณผู้งดงามทั้งหลายเหล่านี้ มันนับว่าเป็มารดาของเอ็งนะโว๊ย
หากแต่มิจฉาทิฐิในใจของทารกน้อยเด็กนรกซุนนานก็ได้แต่รอบร้องบอกกล่าวเหตุผลแก่ตัวมันเอง หากวันนี้ตัวมันไม่จ้องมอง ตัวมันก็นับว่าผิดต่อความเป็บุรุษเพศของตัวมันเอง ผิดต่อฟ้าดิน และผิดต่อความนึกคิดในใจบุรุษของตัวมันเองยิ่งนักแล้ว
ไม่นานนักหนึ่งในบรรดาแม่เล็กของซุนนานทารกน้อย เมื่อนางได้เหลียวมองกลับมายังทารกน้อยก็พบว่าทารกน้อยมีดวงตาใสแป๋วกำลังจ้องมองมาทางพวกนาง นางจึงบิดกายแล้วหันเดินมาทางทารกน้อยซุนนานอย่างเป็ห่วง
เหตุเพราะอะไรนะเหรอ นั่นก็เพราะใบหน้าและใบหูของทารกน้อยนั้นแดงก่ำเหลือเกิน... นางเกรงทารกน้อยนั้นจะป่วยไข้หรือไม่
หากแต่เมื่อนางเดินมาชุดเสื้อผ้าที่นางเหลืออยู่ก็มีเพียงตู้โตวผ้าคาดอกผืนบาง ที่เมื่อเดินไปมาอย่างรวดเร็ว อกสตรีก็กระเพื่อมสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด เต้าอกธรรมชาติที่ไร้การเติมแต่งด้วยก้อนพลาสติกหรืซิลิโคนเหลวของยุคสมัยใหม่ มันช่างเป็ภาพที่ชวนมองเสียเหลือเกิน
หากแต่สิ่งที่ทำให้ซุนนานทารกน้อยเด็กนรกถึงกับต้องล่องลอย ราวกับกาลเวลาได้หยุดนิ่งลง กับเป็ส่วนล่างบริเวณดินแดนเร้นลับสตรีเพศของแม่เล็กมันที่กำลังเดินมาหาตัวมันเอง กางเกงยาวขาวบางเนื้อผ้าสลวยพริ้วไหวของนางที่สวมใส่ กับเป็สิ่งที่ซุนนานบุรุษข้ามมิติไม่เคยคาดคิดถึง... เพราะมันคือ "ไคตังคู่" กางเกงตัวในที่แตกต่างจากกางเกงธรรมดาตรงที่ ไคตังคู่นั้นจะมิมีการเย็บตะเข็บตรงเป้า และนั้นจะทำให้เป้าหรือส่วนตรงหว่างขาของสตรีนั้นเปิดโล่ง ซึ่งไคตังคู่นั้นเป็ที่นิยมของสตรีโบราณในบ้านเกิดของมัน ว่ากันว่าที่เป็เช่นนี้เพื่อความสะดวกของเหล่าสตรียุคโบราณเพื่อสะดวกในการขับถ่าย หากแต่ในยามนี้เมื่อซุนนานทารกน้อยเด็กนรกได้เห็นจริงๆ ในใจของตัวมันก็พองโตยิ่งนัก
สายตามิอาจจะละออกจากส่วนเร้นลับของสตรีได้เลย ภาพคล้ายเห็นมิคล้ายเห็นทำให้หัวใจมันวุ่นวายยิ่งนักยามแม่เล็กเดินย่างก้าวด้วยกางเกงไคตังคู่มาหามัน ซุนนานตัวมันอย่างมีกล้องวิดีโอสามมิติในมือเหลือเกิน เพราะมันจะได้เก็บภาพชะวับชะแวมนี้แล้วกดหยุดนิ่ง มันมั่นใจแน่นอนว่า มันจะได้เห็นดินแดนลับของสตรีของแม่เล็กผู้งดงามนางนี้แน่นอน
ยามที่แม่เล็กเจ็ด [ซุนจิ้งหร่าน] เดินก้าวไปมา เมื่อไม่มีชุดคลุมและเสื้อกระโปรงอยู่ กางเกงไดตังคู่ก็มิอาจจะปิดซ่อนจุดเร้นลับของสตรีได้อย่างสมบูรณ์ และยิ่งเมื่อนางรีบเดินกรีดกรายรีบเร่งมาหาทารกน้อย
ภาพคล้ายเห็นมิคล้ายเห็นยิ่งสร้างความตื่นตะลึงและกระสันระทวยให้ซุนนานทารกน้อยเด็กนรกผู้ข้ามชาติภพอย่างแท้จริง
ซุนนาน ณ ตอนนี้จึงได้แต่รอบร้องในใจ 'แม่เล็กท่านช่างทำร้ายข้าเหลือเกิน' หากแต่ภาพของแม่เล็กเกรงว่าจะถูกประทับอย่างไม่ลืมเลือนในความทรงจำของตัวมันซุนนานแล้ว จุดเร้นลับอันเรียบเนียนของนางที่แดงคลิปชมพูอ่อนไร้ผืนหญ้านานาพันธุ์ อวบอิ่มงดงามได้รูปแม้ซุนนานจะเห็นสิ่งนี้ไม่ชัดแค่เพียงชะวับชะแวม หากแต่ในใจซุนนานมันยามนี้ก็พลันนึกคิดบางอย่างขึ้น มันคล้ายอยากจะเห็นหน้าตาบิดาตัวมันจริงๆ บิดามันช่างมีวาสนานัก สตรีแต่ละนางที่บิดามันตบแต่งงดงามตระการตาเหลือเกิน และนี่ก็ทำให้มันซุนนานเริ่มตั้งใจมั่นพร้อมปณิธานอันกล้าแกร่งจะเอาบิดามันเป็แบบอย่างหาภรรยาเคียงคู่ให้ได้แบบนี้สักเจ็ดแปดคนบ้าง
ไม่ช้าเสียงของแม่เล็กเจ็ดซุนจิ้งหร่านก็ดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยยิ่งนัก "กุ้ยเออร์เหตุใดซุนน้อยจึงหน้าตัวแดงแบบนี้เล่า เหตุใช่เพราะซุนน้อยตัวร้อนเจ็บไข้หรือไม่"
กุ้ยเออร์สตรีรับใช้รีบเอามือทาบหน้าผากทารกน้อยด้วยความใ หากแต่เมื่อนางเอามือทาบเสร็จไม่ช้านางก็ถอนหายใจโล่งอก ทารกน้อยหาได้เจ็บป่วยไข้ที่ไหนไม่ อาจจะเป็เพราะภายในนี้อากาศเปลี่ยนเร็ว ใบหน้าของคุณชายน้อยซุนนานจึงแดงก่ำเช่นนี้ นางรีบให้เหตุผลในใจตนเองก่อนจะรีบแจ้งอาการของทารกน้อยให้ซุนจิ้งหร่านผู้เป็นายหญิงของนางทราบ "นางหญิงจิ้งหร่านเ้าคะ คุณชายน้อยมิได้ป่วยเป็ไข้และตัวร้อนใดๆ เ้าคะ อาจจะเป็เพราะในนี้อากาศเปลี่ยนเร็วใบหน้าของคุณชายน้อยจึงแลดูแดงก่ำเช่นนี้" นางมิได้พูดเปล่าหากแต่ยื่นร่างของทารกน้อยให้นายหญิงเจ็ดซุนจิ้งหร่านของตัวนางลองอุ้มทารกน้อยดู
ไม่ช้าแม่เล็กเจ็ดซุนจิ้งหร่านของซุนนานทารกน้อยก็ถึงกับต้องถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะบอกว่า "ดีแล้ว ดีแล้วที่ซุนน้อยไม่เป็อะไร" จากนั้นนางก็หยิกแก้มของทารกน้อยเบาๆ พร้อมมองจ้องไปที่ั์ตาหวานเยิ้มเปล่งประกายดวงกลมโตใสแป๋วของทารกน้อยที่กำลังมองจ้องใบหน้าของนางด้วยรอยยิ้มอันน่ารักเอิบอิ่ม พร้อมเสียงหัวเราะคิกคักแบบเด็กๆ
แม่เล็กเจ็ดซุนจิ้งหร่านนั้นอดใจไม่ได้ที่จะแอบมันเขี้ยวจึงได้เอาใบหน้าของตัวนางเองเข้าไปหอมแก้มทารกน้อยฟอดใหญ่เสียงดัง พร้อมกับกล่าววาจาด้วยความรักเอ็นดูกับเ้าทารกตัวน้อยของนาง "ซุนน้อยนิมิใช่เ้าหลงเสน่ห์ความงดงามของแม่เจ็ดแล้วหรอกรึ ไยเ้าจึงจ้องมองแม่เจ็ดเสียไม่วางตาแบบนี้ ั์ตาของเ้าช่างร้ายนักแลดูเหมือนบุรุษเ้าสำราญจริงๆ โตขึ้นเ้าต้องรักแม่เจ็ดมากๆ รู้ไหม" แม่เล็กเจ็ดซุนจิ้งหร่านพูดกล่าวพร้อมใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มอันสดใสและงดงามของนาง ซึ่งงดงามตระการตาเกินจะกล่าว
หากจะพูดกล่าวว่าแม่เจ็ดของตัวมันซุนนานงดงามถึงเพียงไหน ในใจซุนนานก็ได้แต่คิด หากนางนั้นดูโตกว่านี้สักหน่อย ได้รูปกว่านี้อีกสักนิดเปล่งประกายเช่นสตรีเต็มวัย เกรงว่านางนับเป็สตรีงามล่มเมืองได้แล
ส่วนในใจของซุนนานตัวน้อยยามนี้ ตัวมันนั่นกำลังยิ้มเคลิบเคลิ้มสดใส พร้อมพยักหน้ารับแม้เจ็ดซุนจิ้งหร่านของตัวมัน พร้อมส่งเสียง "ฮือๆ" แม้จะเป็คำไม่เป็คำ หากแต่มันก็ช่างน่าดูน่าชม ราวกับว่าทารกน้อยซุนนานตอบรับคำของแม่เล็กเจ็ดซุนจิ้งหร่านยังไงยังงั้น
ดวงเนตรและใบหน้าของแม่เจ็ดพลันสดใสและยิ้มร่าเริงยิ่งกว่าเดิมในทันที ทารกน้อยผู้นี้ช่างเฉลียวฉลาดยิ่ง นางแม้จะมิคิดว่าการพยักหน้ารับของทารกน้อยนั้นเป็ไปเพราะรู้ความ รับรู้คำพูดและประสงค์ของนางหรือไม่ หากแต่การกระทำแบบนี้ของทารกนั้นทำให้นางนั้นทั้งรักทั้งหลงทารกน้อยอย่างเอ่อล้นมากมายยิ่งนัก ในยามนี่ซุนนานทารกน้อยสำหรับนาง ตัวมันได้รับความรักจากแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านมิได้ต่างกับบุตรแท้ๆ ของนางเลย
หากแต่ถ้านางได้ยินเสียงในใจของไอ้ทารกเวรตะไลนี่ นางอาจจะปามันทิ้งแทน พร้อมทั้งจับหน้าทารกน้อยผู้ต่ำทรามผู้นี้กระแทกพื้นพร้อมเหยียบซ้ำเป็แน่
'แม่เล็กเจ็ดท่านช่างงดงามตระการตานัก ในบรรดามารดาทั้งหลายของข้า ข้าให้แม่เล็กเจ็ดเป็ที่หนึ่งในใจข้าเลยนะขอรับ ท่านช่างงดงามตระการตาเป็ที่สุดแม้ท่านจะยังดูเยาว์วัยเกินไปอยู่บ้างก็ตาม หากแต่แม่เล็กเจ็ดตัวข้าซุนนาน ด้วยนามในชาตินี้ของข้า ข้าขอสัญญาว่าตลอดชีวิตนี้จะรักแม่เล็กเจ็ดมากๆ เมื่อข้าโตขึ้นข้าจะดูแลท่านอย่างดีขอรับ ตอบแทนที่ท่านทำความฝันในวันวานของข้าให้เป็จริง เรือนกายของท่านนี้ข้าจะจดจำมิลืมเลือนและหากำไรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ท่านแม่เล็กเจ็ดซุนจิ้งหร่านท่านไม่ต้องกังวลนะขอรับบุตรคนนี้รู้ความยิ่งนัก คิคิ'
จากนั้นไม่ช้าซุนนานบุรุษผู้ชั่วร้ายก็เริ่มคิดต่อ มันเริ่มเปรียบเทียบเรือนกายของบรรดาแม่ๆ ของตัวมันอย่างไม่ยำเกรงฟ้าดิน 'แม่ใหญ่ [ซุนลี่หรู] ช่างสมเป็สตรีที่งดงามที่พรั่งพร้อม เรือนกายทั้งมวลล้วนได้สัดส่วน ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป ผิวพรรณก็กระจ่าง ตัวข้าแทบดูไม่ออกเลยว่าแม่ใหญ่นั้นอายุเท่าไหร่อย่างแท้จริง บางทีก็ดูคล้ายดังสตรี 18 19 บางครั้งก็คล้าย 23 - 24 หรือว่าความงามของแม่ใหญ่นั้นข้ามกาลเวลาดุจวรรณกรรมในโลกผู้ฝึกยุทธ์ ที่ยิ่งฝึกฝนไปสู่ระดับขั้นสูงมากเท่าไหร่อายุขัยและความงดงามเยาว์วัยก็ยิ่งยืดยาวตามออกไป' ซุนนานได้แต่ขบคิดเื่นี้ในใจ มันพึงอยู่โลกใบนี้ได้ราว 3 เดือนเศษ มันจึงยังไม่แน่ชัดในเื่นี้ หากแต่ความจริงแล้วแม่ใหญ่ของมันนั้นอายุจะใกล้ 40 แล้ว นางอายุเท่าๆ กับบิดาของตัวมัน ส่วนบรรดาแม่ๆ คนอื่นๆ อายุก็ลดหลั่นกันมา
...
หากแต่ตัวของซุนนานบุรุษผู้ข้ามมิติก็หาได้สนใจอายุของเหล่ามารดาของมันไม่ สิ่งที่มันสนใจแท้จริงกลับมีแต่เพียงความงดงามตระการตาที่มันไม่เคยพบเจอ และอีกสิ่งหนึ่งที่มันรู้แจ้งคือบรรดาแม่ๆ ของตัวมันนั้นมีการฝึกฝนพลังหรือลมปราณอย่างในนวนิยายที่มันรู้จักอย่างแน่นอน แต่ตัวมันก็ไม่มั่นว่าเพราะสิ่งนี้รึเปล่าที่ทำให้เหล่าบรรดาแม่ๆ มารดาทั้งหลายของตัวมันไม่ว่าจะเป็แม่เล็กหรือแม่ใหญ่จึงดูเยาว์ยิ่งนักจนมิอาจจะล่วงรู้อายุแท้จริงของพวกนางได้ด้วยการมองทางสายตา โดยเฉพาะแม่เจ็ด ที่ไม่ว่าตัวมันซุนนานจะมองส่วนไหนมันก็ได้แต่มองไม่ออก และได้แต่คิดว่าเรือนกายของแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านไม่ว่าจะมองอย่างไรแม่เจ็ดก็ดูราวกับยังเป็เด็กหญิง เป็สตรีเพศที่อายุราว 14 - 15 ปี เท่านั้น
และแน่นอนในภายหลังสิ่งที่ตัวมันซุนนานก็ได้รู้แจ้งประจักษ์ชัด
หนึ่งคือผู้คนในดินแดนนี้แบ่งออกเป็สองกลุ่มใหญ่ คือหนึ่งกลุ่มคนธรรมดา สองคือผู้ฝึกยุทธ์ โดยผู้ที่ฝึกยุทธ์นั้นมีอายุขัยได้มากกว่าผู้ไม่ฝึกยุทธ์ คาดหมายได้ว่าหากไม่ถูกฆ่าตาย หากฝึกยุทธ์เข้าสู่ขอบเขตสูงสุดของดินแดนนี้ ว่ากันว่าสามารถมีอายุขัยได้เกิน 200 ปีได้นิดหน่อย หากแต่ขอบเขตโดยประมาณโดยทั่วไปของชาวยุทธ์พื้นฐาน ประเมินกันว่ามีอายุ 120 - 150 ปี เพราะไม่อาจจะไปถึงขอบเขตสูงสุดกันได้เป็เสียส่วนใหญ่ หากมิได้มีโอสถวิเศษยืดอายุหรือเก่งกล้าเป็อัจฉริยะในการฝึกปราณ ขอบเขต 200 ปี คืออายุขัยของผู้ฝึกยุทธ์เป็อายุขัยขอบเขตสูงสุดของดินแดนนี้
หากแต่เื่ที่น่าใเป็ที่สุด กลับเป็อายุขัยของคนธรรมดา ที่ในโลกเก่าของซุนนานบุรุษที่เคยเป็สุภาพชนในดินแดนนั้นซึ่งมักมีอายุกันโดยเฉลี่ยประมาณ 80-85 ปีกันจึงแก่ตาย หากแต่มา ณ บัดนี้ เมื่อตัวมันได้มาโลกใบใหม่มิติใหม่ เมื่อมันได้รู้ว่าคนธรรมดาในโลกใบนี้มีอายุขัยเพียง 60 - 65 ปี ตัวมันเองก็ถึงกับตกตะลึงไม่น้อย นับได้ว่าอายุขัยของคนธรรมดากับผู้ฝึกยุทธ์นั้นมีความแตกต่างกันมากเหลือเกิน
หากแต่อีกเื่ที่ซุนนานบุรุษผู้ข้ามมิติใเป็ที่สุดเมื่อได้รู้ในภายหลัง คือแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านของตัวมันในตอนนี้มีอายุเพียง 13 ปี นางตบแต่งเข้าตระกูลซุนตอนอายุ 9 ขวบ ซึ่งตอนที่มันรู้เื่นี้ในครั้งแรกมันรอบด่าบิดาผู้เลี้ยงดูมันในใจไม่น้อยว่าช่างต่ำช้า เด็กอายุ 8 9 ขวบ ไยบิดามันถึงกล้าจับนางแต่งงานทำเป็อนุภรรยาช่างเป็บุรุษเพศผู้หื่นกระหายมากล้นเสียเหลือเกิน
หากแต่เมื่อในภายหลังมันได้รับรู้ความจริง มันจึงได้แต่กล่าวขอโทษ ขอขมาบิดาของมันผู้นี้ยกใหญ่ นั่นเพราะแม่เล็กเจ็ดซุนจิ้งหร่านของตัวมันสาเหตุที่ตบแต่งกับบิดามันเหตุผลเพราะบิดามันปรารถนาช่วยเหลือรักษาสายเืของสหายผู้หนึ่ง ที่ถูกอาญาแผ่นดิน บุรุษในตระกูลถูกปะาสิ้น สตรีถูกเกณฑ์เข้าวังบ้าง ขายเป็ทาสสตรีในเรือนหรือหอโคมแดงที่ประมูลซื้อบ้าง ไม่ต้องคิดเลยว่าชีวิตภายในนั้นยากลำบากเพียงไหน
ด้วยตัวบิดามันมีตำแหน่งใหญ่โตไม่น้อยเป็ถึงแม่ทัพรักษาเมือง จึงสามารถอ้างความดีขอพระราชทานบุตรของสหายตบแต่งเป็รางวัล อ้างว่านางงดงามถูกใจ มิได้กล่าวถึงว่านางมีความสัมพันธ์อันใดกับตนในฐานะบุตรของสหายด้วยเกรงอาญาแผ่นดินของตระกูลนางจะเข้าตัว สิ่งที่ทำได้จึงมีเพียงข้ออ้างขอตบแต่งนางเพราะอ้างความงดงามปรารถนาจะได้นางเป็อนุภรรยาเพียงอย่างเดียว
สิ่งนี้ทำให้ตัวบิดามันถูกตราหน้าด่าว่าลับหลังว่าต่ำทรามวิปริตไม่น้อย หากแต่บิดามันก็เลือกแบกรับ รับแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านของมันมาเป็อนุ
หากแต่เมื่อได้ตบแต่งนางเข้ามาในตระกูล ตัวบิดามันก็มิได้เคยแตะต้องแม่เจ็ดซุนจิ้งหร่านเลยแม้แต่น้อย เหตุเพราะนางคือบุตรของสหายสนิทที่เคยร่วมเป็ร่วมตายกันมาเื่ราวนี้ยังฝังใจบิดามัน จึงทำให้แม่เจ็ดซุนจิ้งหร่าน นางจึงยังเป็สตรีผู้งดงามที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่ แม้จะมีฐานะเป็อนุภรรยาในบ้านตระกูลซุนแห่งนี้ก็ตาม ทั้งนางยังอ่อนเยาว์ที่สุดในบรรดาภรรยาทั้งแปดของบิดามันด้วย