บทที่ 1 ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองกลายเป็ตัวประกอบอ้วนดำน่าเกลียด
"ยัยเด็กบ้า! ตัวเองอ้วนเป็หมูแบบนี้ มีคนมาขอแต่งงานก็บุญแล้ว ยังจะคิดฆ่าตัวตายอีก"
"รู้ไหมว่าหลายปีมานี้ ฉันต้องถูกคนนินทาลับหลังเพราะแกมากแค่ไหน?"
"อย่าคิดว่าแกล้งนอนเป็ศพแล้วจะรอดไปได้นะ ถ้าแกไม่แต่งงาน ฉันจะสั่งสอนแกให้รู้สำนึก!"
ซูซ่านนอนอยู่บนเตียง ฟังเสียงด่าทออยู่ข้างหูปวดหัวจนแทบแตก
หล่อนเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้สองชั่วโมงแล้ว และกำลังทำความเข้าใจกับพล็อตเื่บ้าๆนี้อยู่
เมื่อคืนหล่อนยังเป็บอดี้การ์ด คอยคุ้มกันบุคคลสำคัญอยู่เลย ใครจะไปคิดว่าข่าวจะรั่วจนถูกยิงตาย
พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองอยู่ในนิยายยุค 70 กลายเป็ตัวประกอบอ้วนดำน่าเกลียด
เ้าของร่างเดิมก็ชื่อซูซ่าน ติดตามแม่คือเจียงอวี้หรงแต่งงานใหม่เข้าตระกูลหยาง
น้องสาวต่างแม่หยางหย่าลี่ เป็คนขาวสวย เมื่อเทียบกันแล้วแม่ของซูซ่านก็ยิ่งเกลียดซูซ่านมากขึ้นไปอีก บวกกับที่คนอื่นชอบนินทาลับหลังว่าหล่อนอ้วนดำ ซูซ่านก็เลยกลายเป็ขยะในสายตาแม่
ส่วนสาเหตุที่ดื่มยาฆ่าตัวตายในครั้งนี้ เป็เพราะลู่จ้านตง คู่หมั้นทหารของหยางหย่าลี่ ได้รับาเ็ที่ขาจากการปฏิบัติภารกิจ พิการตลอดชีวิต ลุกไม่ได้อีกแล้ว
แต่ตระกูลหยางรับสินสอดจากตระกูลลู่ไปแล้ว ทั้งจักรยาน นาฬิกาข้อมือ จักรเย็บผ้า รวมแล้วสี่ร้อยหยวน รวมกับสินสอดก่อนหน้านี้ก็เป็หกร้อยหยวน เจียงอวี้หรงไม่คิดจะคืนสินสอดแน่นอน แต่การแต่งงานกับทหารก็ไม่สามารถยกเลิกได้ง่ายๆ จึงคิดแผนการร้าย ให้ซูซ่านแต่งงานแทน
บังคับให้หล่อนแต่งงานกับลู่จ้านตงคนพิการ
แบบนี้ก็ไม่ต้องคืนเงิน แถมยังกำจัดลูกสาวอ้วนดำคนนี้ออกไปจากบ้านได้ด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
ซูซ่านนึกถึงเนื้อเื่ในนิยาย ซูซ่านตัวจริงหลังจากดื่มยาฆ่าตัวตายก็รอดมาได้ แต่ก็ยังไม่ยอมแต่งงาน สุดท้ายโดนเจียงอวี้หรง แม่แท้ๆ ลงโทษให้อดอาหารจนตาย
ตอนใกล้ตายก็ถูกส่งไปที่บ้านตระกูลลู่ ด้วยอากาศที่ร้อนจัดทำให้ซูซ่านป่วยหนักและเสียชีวิตที่บ้านของลู่จ้านตง
ส่วนคุณค่าของซูซ่านในนิยายเื่นี้ ก็คือการใช้ความตายของหล่อนเพื่อเน้นย้ำความเห็นแก่ตัวและไร้หัวใจของหยางหย่าลี่และครอบครัว
ซูซ่านคำนวณเวลา เหลือเวลาอีกแค่ครึ่งเดือนหล่อนก็จะป่วยตาย
ชาติก่อนเพิ่งโดนยิงตาย ได้โอกาสเกิดใหม่ทั้งที กลับต้องมาอดตายอีก
แค่แต่งงานกับคนพิการเอง ทำไมจะทำไม่ได้?
หล่อนแต่งก็ได้
"แม่... ฉันจะแต่ง..."
ซูซ่านพยายามลืมตา มองเจียงอวี้หรงที่กำลังด่าทออยู่ข้างๆ แล้วพูดขึ้น
เจียงอวี้หรงชะงัก คิดว่าตัวเองหูฝาด "แกพูดให้ชัด ๆ อีกทีสิ!"
"แม่ ฉันยอมแต่งงานกับลู่จ้านตงแทนหยางหย่าลี่..."
เจียงอวี้หรงจ้องหล่อนเขม็ง "นี่แกพูดเองนะ! ห้ามกลับคำเด็ดขาด!"
"ฉันตายมาแล้วครั้งหนึ่ง... คิดได้แล้วค่ะ"
เจียงอวี้หรงจึงยิ้มออกมา "ยัยเด็กบ้า ในที่สุดก็รู้จักเหตุผลซะที พักผ่อนให้สบาย อีกสองวันฉันจะไปส่งแกที่สถานีรถไฟเอง"
หล่อนไม่อยากเห็นยัยเด็กอ้วนดำคนนี้อยู่ในบ้านแม้แต่วันเดียว
ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้ซูซ่านยังขยับตัวไม่ได้ เจียงอวี้หรงคงส่งหล่อนไปบ้านตระกูลลู่แล้ว
"แม่ต้องเตรียมเงินให้ฉันหนึ่งพันหยวน"
หลังจากลู่จ้านตงขาพิการ เขาก็ถูกส่งกลับบ้านเกิดที่ชนบท หล่อนไม่มีเงินติดตัวไปคงใช้ชีวิตไม่ได้หรอก
"หนึ่งพันหยวน? นี่แกคิดจะปล้นฉันหรือไง! ฉันไม่มี!"
เจียงอวี้หรงโกรธจนขนลุกชัน หล่อนไม่อยากเสียเงินให้ยัยเด็กคนนี้แม้แต่สตางค์แดงเดียว
"แม่ก็รู้ว่าฉันกินเยอะ ก่อนไปที่นั่นต้องซื้อของกินติดตัวไปบ้าง ถ้าฉันอดตายระหว่างทางแล้วหนีกลับมา ก็ไม่ใช่ความผิดของฉันนะ"
หล่อนไม่ใช่คนโง่ ในเมื่อหยางหย่าลี่ไม่ยอมแต่งงานกับลู่จ้านตง แสดงว่าที่นั่นคงไม่ได้ลำบาก
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนั้นลู่จ้านตงซื้อของให้ตระกูลหยางเยอะแยะ หล่อนจะไม่ยอมให้ตระกูลหยางได้เปรียบ
"ยัยเด็กบ้า! แกไม่รู้จักค่าของเงินหรือไง? บ้านเรามีเงินไม่ถึงพันหยวนด้วยซ้ำ!"
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่เจียงอวี้หรงก็มีเงินเก็บอยู่บ้าง
แต่ต่อให้มีเงินมากแค่ไหน หล่อนก็ไม่คิดจะใช้กับลูกสาวอ้วนๆคนนี้แม้แต่หยวนเดียว
"ถ้าไม่มีก็ช่างเถอะ พอฉันหายดีแล้ว ฉันจะไปขอยืมเงินผู้กำกับฟางที่บ้านพักหนึ่งพันหยวน"
" แกอยากตายหรือไง? ฉันจะบอกให้นะ ถ้าแกกล้าไปหาผู้กำกับฟาง ฉันจะฆ่าแก!"
"ถ้าแม่ไม่ให้เงินฉัน ฉันก็มีทางเดียวคืออดตาย แต่ถ้าไปหาผู้กำกับฟาง อย่างน้อยก็ยังมีทางรอด"
ถ้าไม่ได้เงินจากยัยนี่ หล่อนไม่มีทางยอมไปง่ายๆ แน่นอน
เจียงอวี้หรงโมโหจนกัดฟัน เื่แต่งงานของหยางหย่าลี่กับลู่จ้านตงก็เป็ผู้กำกับฟางกับเพื่อนทหารของเขาที่แนะนำให้รู้จักกัน ถ้าซูซ่านไปขอยืมเงินเขา หน้าหล่อนก็คงไม่เหลือ
เจียงอวี้หรงมองซูซ่านบนเตียง กัดฟันพูด "ให้มากสุดแค่สามร้อยหยวน! ไม่เอาก็ไม่ต้องเอา!"
สามร้อยหยวนก็น่าเสียดายจะแย่ แต่ถ้ากำจัดตัวปัญหาออกไปได้ แล้วยังช่วยให้หยางหย่าลี่หลุดพ้นจากขุมนรกนี้ ยังไงก็คุ้ม
"ตกลง สามร้อยก็สามร้อย"
จริงๆ แล้วหล่อนก็ไม่ได้หวังว่าจะได้ถึงพันหยวน ด้วยนิสัยของเจียงอวี้หรง เป็ไปไม่ได้แน่นอน
ซูซ่านนอนพักบนเตียงอีกหนึ่งวัน วันรุ่งขึ้นก็เอาเงินไปซื้อของ ก่อนไปยังขอตั๋วต่างๆ จากเจียงอวี้หรงอีก
ที่นี่อยู่ในเมือง ซื้อของได้สะดวก
ซูซ่านซื้อของกินของใช้ ยัดใส่กล่องใบใหญ่สองกล่องเต็ม แถมยังมีห่อผ้าอีกห่อหนึ่ง
เจียงอวี้หรงมองจนตาถลน แต่หล่อนก็ทนได้ เพราะยังไงซูซ่านก็ไปแล้วไปลับ ไม่กลับมาอีก
เช้าวันที่สาม หลังจากกินข้าวเจียงอวี้หรงกับสามีก็ขนสัมภาระของซูซ่านไปส่งหล่อนที่สถานีขนส่ง
รถจากตัวเมืองตรงไปยังตัวจังหวัด ไม่ได้ผ่านหมู่บ้านของลู่จ้านตง แต่เจียงอวี้หรงวันนี้ดูเอาใจเป็พิเศษ บอกซูซ่านว่าพอถึงชุมชนกวางิให้ลงรถ แล้วเดินตามทางขึ้นเขาไปอีกห้านาทีก็จะถึงหมู่บ้านเถาฮวา
ซูซ่านไม่เคยไปหมู่บ้านเถาฮวา แต่ไม่เป็ไร เดี๋ยวค่อยถามทางเอา
เจียงอวี้หรงเฝ้ามองรถจนลับตาไป จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หยางหย่าลี่ที่แอบอยู่ข้างหลังเดินออกมา "แม่ ยัยอ้วนนี่จะหนีกลับมาไหม?"
"ถ้ามันกล้ากลับมา ฉันจะฆ่ามันซะ"
หยางหย่าลี่ยิ้มแล้วควงแขนหล่อน "แม่ ต่อไปนี้ครอบครัวเราสามคนแม่ลูกก็อยู่กันอย่างสุขสบายเสียที ยัยอ้วนนั่นคงไม่รู้ตัวจนกระทั่งตาย ว่าฉันต้่งหากที่เป็ลูกแท้ๆ ของแม่"
เจียงอวี้หรงยิ้มอย่างพอใจ "สมองมันโง่เหมือนหมู จะไปคิดอะไรออก"
นอกจากคนในครอบครัวสามคนนี้แล้ว ไม่มีใครรู้ว่าซูซ่านไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเจียงอวี้หรง
...
จากตัวเมืองไปชุมชนกวางิ ระยะทางแค่สามสิบกว่ากิโลเมตร แต่ระหว่างทางมีคนโบกรถเยอะ แถมรถยังต้องอ้อมไปอีกหลายหมู่บ้าน ใช้เวลาเกือบชั่วโมงกว่าจะถึง
ก่อนลงจากรถ ซูซ่านถามพนักงานขายตั๋ว จึงรู้ว่าไม่เป็อย่างที่เจียงอวี้หรงบอก
จากชุมชนกวางิขึ้นไป ต้องผ่านอีกสองหมู่บ้าน เดินอีก 6 กิโลเมตร ถึงจะถึงหมู่บ้านเถาฮวาที่ลู่จ้านตงอยู่ แถมทางเป็เขาทั้งหมด
ซูซ่านร่างกายหนักเกือบร้อยกิโลกรัม แบกกล่องหนักๆ สองกล่อง แบกห่อผ้า เดินไปได้แค่สองนาทีก็เหนื่อยหอบแล้ว
ถ้าเดินต่อไปแบบนี้ คงจะตายกลางทางก่อนถึงหมู่บ้านเถาฮวา
หล่อนรออยู่ข้างทางพักหนึ่ง ในที่สุดก็มีเกวียนผ่านมา ลุงคนขับเกวียนพอรู้ว่าหล่อนจะไปหมู่บ้านเถาฮวา ก็ให้หล่อนขึ้นรถอย่างเต็มใจ
บนเกวียนยังมีผู้หญิงวัยกลางคนอีกสองคน เป็ชาวหมู่บ้านเถาฮวา เห็นหล่อนอ้วนตุ๊ต๊ะ แบกสัมภาระมากมาย ก็ถามว่าหล่อนจะไปทำอะไรที่หมู่บ้านเถาฮวา
พอรู้ว่าหล่อนจะไปแต่งงาน แถมยังแต่งกับลู่จ้านตงในหมู่บ้าน ทั้งสองคนก็อดไม่ได้ที่จะเล่าเื่ราวต่างๆ
ตอนนี้ลู่จ้านตงไม่ใช่แค่ขาพิการ แต่ก่อนหน้านั้นตอนที่ขาเขายังดีอยู่ เขายังรับเลี้ยงเด็กกำพร้าสามคนซึ่งเป็ลูกของเพื่อนทหารที่เสียชีวิต
เพราะเด็กทั้งสามไม่ใช่ลูกแท้ๆของตระกูลลู่ จึงถูกคนในครอบครัวรังเกียจ
คนพิการเลี้ยงเด็กสามคน ชีวิตช่างน่าเวทนา
สองสาวใหญ่เล่าเื่พวกนี้ สายตาที่มองซูซ่านมีความรู้สึกที่หลากหลาย
ลู่จ้านตงเลี้ยงเด็กสามคนก็แทบจะอดตายอยู่แล้ว นี่ยังมีภาระเพิ่มอีกคน ต่อไปชีวิตของเขาจะลำบากขนาดไหน ไม่ต้องคิดก็รู้
ซูซ่านไม่สนใจสายตาของพวกเขา สำหรับหล่อนแล้ว การได้หนีรอดจากเงื้อมมือของเจียงอวี้หรงถือว่าโชคดีมากแล้ว
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ไม่นานก็ถึงหมู่บ้านเถาฮวาพอดี