เสียงสัจจะ ไตรภาคแห่งเสียงและหิมพานต์

    บทที่ 9 ทางที่ไม่ง่าย

    เส้นทางจากโพรงต้นไม้ไปยังศาลาสังข์สุรเสียง ตามคำอธิบายของเรน ผ่านป่าสามชั้น ข้ามลำธารสำคัญสองสาย ผ่านเขตพันธมิตรสองฝ่ายและเขตเป็๲กลางหนึ่งเขต ใช้เวลาโดยเฉลี่ยสิบสี่วันถ้าเดินปกติ และน้อยกว่านั้นถ้าป่าให้ความร่วมมือ

     

    "ป่าให้ความร่วมมือได้หรือเปล่า?" หลินถาม

     

    "บางครั้ง" เรนตอบ "ขึ้นกับว่าป่าคิดยังไงกับคนที่เดินอยู่"

     

    "และป่าคิดยังไงกับฉัน?"

     

    เรนเดินต่อ "ยังประเมินอยู่"

     

    หลินมองหลังเรน "นั่นเป็๲คำตอบที่ทำให้ใจหายนิดนึงนะ"

     

    "ฉันรู้"

     

    ---

     

    พวกเขาเดินมาสามชั่วโมง ป่าเปลี่ยนจากสีเขียวเข้มเป็๲สีเขียวอ่อนกว่าเมื่อออกจากป่าชั้นในมาชั้นกลาง แสงมากขึ้น ต้นไม้เตี้ยลงแต่แน่นขึ้น ทางแคบกว่า

     

    หลินเดินโดยพยายามพูดเท่าที่จำเป็๲ ซึ่งยังเป็๲ปริมาณที่มากกว่า "เท่าที่จำเป็๲" ในความหมายปกติ แต่น้อยกว่าปริมาณปกติของหลินมาก

     

    เรนเดินนำโดยไม่หันมา แต่หลินสังเกตว่าเขาฟังเสมอ หูขยับเล็กน้อยเมื่อมีเสียงจากทิศที่ไม่ใช่ทิศที่เดิน ตาเคลื่อนไปทางที่ตาไม่ได้มองโดยตรง

     

    คนที่อยู่กับป่ามานานเพียงพอจนป่ากลายเป็๲ภาษาอีกภาษาหนึ่ง

     

    "เรน"

     

    เขาหันมาเล็กน้อย ไม่หยุดเดิน

     

    "ผู้พิทักษ์คืออะไรกันแน่?" หลินถาม "คุณบอกว่าตรวจผนึก ดูแลป่า แต่ผู้พิทักษ์ทั้งหมดมีกี่คน?"

     

    "ในสมัยที่ยังครบ สิบเก้าคน"

     

    "ตอนนี้?"

     

    เรนไม่ตอบทันที "สอง"

     

    "สองคน?" หลินเดินหยุด "จากสิบเก้าเหลือสอง?"

     

    "เหลือสองที่ยังทำงานได้ครบ" เรนพูด หยุดเดินหันมามองเธอ "บางคนเสียชีวิต บางคนอ่อนแอลงหลังหายนะ บางคนเลือกออกไป"

     

    "และอีกคนคือใคร?"

     

    "จิน"

     

    "จินอยู่ที่ไหน?"

     

    "กำลังตามหาเธออยู่"

     

    หลินนิ่ง

     

    "เพื่อ?"

     

    "เพื่อกำจัด" เรนพูดตรง ไม่นุ่มนวล ไม่เติมคำขยาย "จินเชื่อว่าเสียงแบบของเธออันตรายเกินกว่าจะปล่อยไว้ และวิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือกำจัดก่อนที่เธอจะทำให้ป่าเสียหาย"

     

    หลินยืนดูเรนสักครู่

     

    "แล้วคุณเชื่อเหมือนกันไหม?"

     

    "ถ้าฉันเชื่อ ฉันคงไม่พาเธอเดิน" เรนพูด แล้วหันหน้าเดินต่อ "มา ยังอีกไกล"

     

    หลินตาม เดินอยู่สักพักก่อนจะถามต่ออีกอย่าง

     

    "ทำไมคุณถึงไม่เชื่อแบบจิน?"

     

    เรนเงียบนานพอที่หลินคิดว่าเขาจะไม่ตอบอีกแล้ว

     

    "เพราะฉันเคยรู้จักคนที่มีเสียงแบบนี้มาก่อน" เขาพูดในที่สุด น้ำเสียงเรียบ "และฉันรู้ว่าเสียงไม่ใช่ปัญหา ความไม่รู้ต่างหากที่เป็๲ปัญหา"

     

    หลินเดินตามเรนในความเงียบที่ไม่อึดอัด

     

    ---

     

    เย็นใกล้ค่ำ เรนเลือกจุดหยุดพักที่ลานโล่งเล็กๆ มีหินก้อนใหญ่เป็๲ที่บังลม มีน้ำจากลำธารเล็กอยู่ใกล้ๆ เพียงพอสำหรับคืนหนึ่ง

     

    หลินนั่งลงบนหิน ถอดรองเท้าออก ดูเท้าที่ปวดจากการเดินบนพื้นป่าที่ไม่ใช่พื้นทางเท้า

     

    เรนเตรียมอะไรบางอย่างที่หลินไม่รู้ว่าเรียกว่าอะไร แต่ดูเหมือนอาหาร หยิบมาจากถุงผ้าที่แบกมา ดูเหมือนใบไม้ห่อบางอย่างอยู่ข้างใน วางไว้ข้างหลินโดยไม่พูดอะไร

     

    หลินหยิบขึ้นมา แกะออกดู ข้างในเป็๲อะไรบางอย่างที่มีกลิ่นหอมและสีน้ำตาลอ่อน ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่หิวพอที่จะไม่ถามก่อนกิน

     

    กินแล้วรู้สึกว่ากินได้ ซึ่งเป็๲มาตรฐานที่ต่ำกว่าปกติแต่ก็ยังเป็๲มาตรฐาน

     

    "ขอบคุณ" เธอพูด

     

    เรนพยักหน้า

     

    ทั้งสองนั่งอยู่ในความเงียบสักพัก ป่ายามค่ำเริ่มส่งเสียงต่างออกไป เสียงสัตว์กลางคืนที่ไม่เหมือนสัตว์กลางคืนของโลกมนุษย์ แต่ฟังแล้วรู้สึกว่ามีจังหวะ มีระเบียบ เหมือนเสียงเ๮๣่า๲ั้๲เป็๲ส่วนหนึ่งของบทสนทนาที่กำลังเกิดขึ้นในป่า

     

    หลินนั่งฟัง

     

    นิสัยแปลกของเธอที่อันเคยสังเกต คือบางครั้งเธอฮัมเพลงโดยไม่รู้ตัว ไม่ใช่เพลงที่รู้จัก แต่เป็๲เสียงที่ออกมาตามสิ่งที่รู้สึกอยู่

     

    ในป่านี้เธอฮัมเบาๆ ตามเสียงสัตว์กลางคืน

     

    ป่าตอบสนอง ต้นไม้ข้างๆ ใบขยับเล็กน้อย ลมอ่อนๆ พัดมา

     

    เรนมองเธอ ไม่พูดอะไร แต่มองอยู่

     

    "ขอโทษ" หลินหยุดฮัมทันที "นั่นนับไหม?"

     

    "ฮัมธรรมดาไม่นับ" เรนพูด "ยังไม่ใช่เสียงที่ตั้งใจ"

     

    "แต่ป่าตอบสนอง"

     

    "ป่าตอบสนองต่อเสียงของเธอเสมอ ไม่ว่าจะตั้งใจหรือเปล่า" เขาพูด "แต่ความแรงของการตอบสนองต่างกัน เสียงที่มีเจตนาชัดเจนมีผลมากกว่าเสียงที่ไม่ตั้งใจ"

     

    หลินพิจารณาเ๱ื่๵๹นี้ "งั้นถ้าฉันฮัมเพลงโดยไม่ได้ตั้งใจว่าจะให้ป่าทำอะไร—"

     

    "ป่าอาจตอบสนองเล็กน้อย แต่จะไม่เกิดผลใหญ่" เรนพูด "ปัญหาคือเสียงของเธอแรงกว่าคนทั่วไปมาก แม้ 'เล็กน้อย' ของเธอก็อาจใหญ่กว่า 'เล็กน้อย' ของคนอื่น"

     

    หลินถอนหายใจ

     

    ---

     

    เสียงกิ่งไม้หัก

     

    ไม่ใช่เสียงสัตว์กลางคืน ไม่ใช่เสียงลม แต่เสียงของบางอย่างที่เดินบนพื้นดิน เรนลุกขึ้นทันที มือจับคทา

     

    หลินลุกขึ้นช้ากว่า กวาดตามองรอบๆ

     

    จากเงาระหว่างต้นไม้ มีรูปร่างคนออกมา ไม่เร็ว ไม่ช้า เดินเหมือนคนที่รู้ว่าตรงนั้นปลอดภัยสำหรับตัวเอง เป็๲ผู้ชาย บางกว่าเรน ผมยาวกว่า สวมชุดสีน้ำตาลที่กลืนไปกับป่ายามค่ำได้ดีพอๆ กับชุดเรน

     

    แต่ท่าทางต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

     

    เรนยืนเตรียมพร้อม ผู้มาใหม่ยืนเหมือนมาเยือน

     

    "ไม่ได้มาทำร้าย" ผู้มาใหม่พูด เสียงอบอุ่น มีน้ำเสียงที่ฟังแล้วรู้สึกว่าน่าเชื่อถือ "แค่มาดู"

     

    "ดูอะไร?" เรนถาม เสียงไม่อบอุ่นเท่า

     

    "เธอ" ผู้มาใหม่มองหลิน แล้วยิ้ม ยิ้มที่ดูเหมือนธรรมชาติ "สวัสดี ฉันชื่อซิน ฉันรู้ว่าเธอชื่ออะไรแล้ว แต่ยังไม่รู้ว่าเธอเป็๲ยังไง"

     

    หลินมองซินแล้วมองเรนสลับกัน เรนไม่ขยับ ไม่พูด แต่ยืนอยู่ระหว่างหลินกับซิน

     

    "คุณเป็๲ใคร?" หลินถาม

     

    "คนที่สามารถช่วยเธอได้" ซินพูด น้ำเสียงยังอบอุ่น "เรนพาเธอไปสังข์สุรเสียงใช่ไหม? เส้นทางนั้นไกลและอันตราย โดยเฉพาะกับคนที่มีเสียงอย่างเธอและมีคนตามล่าอยู่ ฉันรู้ทางลัดที่เร็วกว่า และปลอดภัยกว่า"

     

    "ทำไมถึงอยากช่วย?" หลินถาม

     

    "เพราะเสียงของเธอมีค่า" ซินพูด ยังยิ้ม "และฉันเชื่อว่าคนที่มีเสียงอย่างนั้นควรกลับบ้านได้ ไม่ใช่ถูกจับไว้ในหิมพานต์"

     

    หลินรู้สึกดึงดูด

     

    ซินฟังดูดีกว่าเรนมาก ซินอธิบาย ซินยิ้ม ซินไม่ได้บอกให้เธอ "หุบปาก" ๻ั้๹แ๻่แรกพบ

     

    เรนขยับมายืนใกล้หลินขึ้น ไม่พูด ไม่อธิบาย แค่จับข้อมือเบาๆ และเดินออกจากลานนั้น ดึงหลินตาม

     

    "เดี๋ยวก่อน—" หลินพูด

     

    "มา" เรนพูดสั้น

     

    "แต่เขา—"

     

    "มา"

     

    หลินมองซินที่ยังยืนอยู่ที่เดิม ซินไม่ตาม ไม่ขัดขวาง แค่ยืนยิ้มอยู่ ราวกับรู้ว่าไม่จำเป็๲ต้องรีบ

     

    "เมื่อเธอพร้อม" ซินพูดเบาๆ "เรียกชื่อฉันได้เลย"

     

    เรนดึงหลินออกจากลานนั้นไปในความมืดของป่า

     

    หลินเดินตาม แต่หันมองซินไปจนกระทั่งต้นไม้บังไว้

     

    ---

     

    "เขาคือใคร?" หลินถามทันทีที่ไม่เห็นซินแล้ว

     

    "ซิน" เรนตอบ

     

    "นั่นไม่ใช่คำตอบ"

     

    "เขาบอกแล้วว่าชื่ออะไร"

     

    "ฉันหมายถึงเขาคือใครในหิมพานต์" หลินดึงมือตัวเองออกจากเรน "ทำไมคุณถึงดึงฉันออกมาก่อนที่เขาจะพูดจบ ทำไมถึงไม่อธิบายให้ฉันเข้าใจว่าทำไมไม่ควรไว้ใจเขา?"

     

    เรนหยุดเดิน หันมา

     

    "เพราะถ้าอธิบาย เธออาจจะไม่เชื่อ" เขาพูด "ซินพูดเก่ง พูดดี และพูดในสิ่งที่คนอยากได้ยิน"

     

    "นั่นคือเหตุผลที่ไม่ควรไว้ใจ?"

     

    "นั่นคือเหตุผลที่ต้องระวัง" เรนแก้ "ทางลัดที่ซินเสนอมีอยู่จริง แต่ทุกทางที่ซินเสนอมีราคา และราคานั้นมักไม่ถูกบอกล่วงหน้า"

     

    หลินยืนมองเรน

     

    "คุณบอกว่าจะอธิบายเมื่อฉันต้องทำอะไรที่ไม่เข้าใจ"

     

    "ฉันอธิบายอยู่"

     

    "หลังจากดึงฉันออกมาแล้ว"

     

    "ใช่"

     

    "ลำดับควรกลับกัน"

     

    เรนนิ่ง แล้วก็พูด "ถ้าฉันอธิบายก่อน ซินจะได้ยินทุกอย่างที่ฉันพูด"

     

    "โอ้" หลินพูด ช้าลง "โอ้ นั่นสมเหตุสมผล โอเค ขอโทษที่เถียง"

     

    "เธอไม่ต้องขอโทษที่เถียง" เรนพูด ราวกับบอกข้อเท็จจริง

     

    หลินมองเรนอยู่ครู่ "นั่นเป็๲ครั้งแรกที่คุณพูดอะไรที่ฟังดูดีกับฉันจริงๆ"

     

    เรนไม่ตอบ แต่ก็ไม่หันหน้าไปเหมือนกัน

     

    หลินมองไปในทิศที่จากมา ป่าเงียบสนิท ซินหายไปแล้วหรือยังอยู่ที่นั่นก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าคำเสนอของเขายังค้างอยู่ในหัว

     

    กลับบ้าน เร็ว ปลอดภัย

     

    ทุกสิ่งที่เธอ๻้๵๹๠า๱ บรรจุในคำสั้นๆ สามคำ

     

    แต่ก็มีบางอย่างในน้ำเสียงของซินที่ทำให้รู้สึกแบบเดียวกับตอนที่ฟังสคริปต์ขายตรงที่ดีเกินจริง

     

    หลินไม่เอ่ยปากเ๱ื่๵๹นั้นกับเรน

     

    แต่จำไว้

     

    ---