“ตงฟางมาเร็ว การประมูลใกล้จะนำยาระดับ 7 ออกมาแล้ว”
ตงฟางถูกพี่ซิงเยียนลากแขนไปยังห้องพิเศษของเหล่าคนใหญ่คนโต เขาจึงรีบก้าวเดินตามไปด้วยความเร่งรีบ การประมูลครั้งนี้สำคัญกับเขามาก
“ข้าให้ 1 ล้านหินวิญญาณ”
“ข้าให้ 1 ล้าน 1 แสนหินวิญญาณ”
เสียงประกาศจำนวนเงินที่ต้องการประมูลดังขึ้นเป็นช่วงๆ ท่ามกลางเสียงซุบซิบของคนจำนวนมากที่นั่งอยู่ในห้องการประมูลของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ตงฟางที่นั่งลงไปบนเก้าอี้เริ่มกวาดตาสำรวจพลังของผู้คนมากมายที่มาจากเมืองหลวงเข้ามารวมกลุ่มกันในสถานที่แห่งนี้ ผ่านห้องกระจกสีดำกั้นระหว่างเขากับคนภายนอกเอาไว้ มีเพียงแค่เขาเท่านั้นที่มองเห็นภายนอกได้ ส่วนคนที่อยู่ภายนอกไม่สามารถมองเห็นว่าใครนั่งอยู่ในห้องกระจกสีดำ
“ระดับราชาทั้งหมดเลยสินะ”
คิ้วของตงฟางเริ่มย่น เวลา 2 เดือนเขาพัฒนาพลังขึ้นมามากเช่นเดียวกัน ศัตรูที่เดินทางมาจากเมืองหลวงกลับมีระดับพลังราชาวิญญาณเป็นส่วนใหญ่ ถึงจะไม่ใช่ระดับราชาก็เป็นระดับผันแปรวิญญาณขั้น 8 และ 9 สร้างความรู้สึกกดดันให้เขาไม่น้อยที่ต้องเผชิญหน้ากับคนกลุ่มนี้
ตลอด 2 เดือนที่เขาเรียนอยู่ในสถาบัน เขารู้ว่าผู้นำนิกายเฟยเทียนพยายามจะฝึกเขาให้แข็งแกร่งที่สุดพร้อมกับปิดข่าวของเขาเอาไว้จากกลุ่มคนที่พยายามแทรกแซงเข้าไปในสถาบัน รอวันที่เขาแข็งแกร่งพอถึงจะปล่อยออกมา
สาเหตุที่ต้องปล่อยเขาก็เพราะว่า การให้เขาอาศัยอยู่ในสถาบันนานเกินไป สถาบันเฟยเทียนจะไม่ใช่สถาบันเฟยเทียนอีกต่อไปเพราะสายลับจากเมืองต่างๆมากมายจะค่อยๆแทรกแซงจนสถาบันเฟยเทียนมีโอกาสล่มสลายเยอะมากขึ้น
“เมืองใหญ่ยังไม่ถือว่าน่ากลัว”
ตงฟางสำรวจผู้คนรอบๆ ปรากฎว่าเมืองใหญ่ทั้ง 3 ที่อยู่เหนือ ใต้ ตะวันออกของเมืองหลวง ส่วนมากส่งคนที่เป็นระดับผันแปรวิญญาณมา ในกลุ่มหนึ่งๆจะมีระดับราชาอยู่ราว 1 - 2 คนเท่านั้น ต่างจากเมืองหลวงที่นำระดับราชามาแสดงอำนาจ
จากเสื้อผ้าหน้าผมของเหล่าคนที่ส่งมานั้น ตงฟางพบว่ามันเป็นคนทั้งมาจากตระกูลใหญ่ แล้วยังเป็นคนของวิหารต่างๆของเมืองหลวงที่ต้องการทักษะที่เขาได้รับสืบทอด ยังดีที่เขาไม่พบเจอกลุ่มสตรีที่สวมใส่ชุดวิหารหมื่นบุปผา ดูเหมือนว่าซูฮวาจะทำบางอย่างจนวิหารนี้ไม่มีการเคลื่อนไหวเหมือนวิหารอื่นๆ
“ตงฟาง พี่สาวพึ่งได้ข้อมูลมาใหม่”
ซิงเยียนที่นั่งอยู่ข้างๆสะดุ้งตัวเล็กน้อยหลังจากรู้ว่าเธอลืมอะไรบางอย่างไป มันเป็นข้อมูลสำคัญมากๆที่ตงฟางให้ตามหาจึงรีบนำออกมามอบให้ตงฟางทันที
“เมื่อ 7 วันก่อนเมืองซ่งมีข่าวของดอกกล้วยไม้วิญญาณเจ็ดกลีบ ที่สามารถฟื้นฟูวิญญาณยุทธ์ได้ นี่แผนที่ของมัน เห็นว่าการจะเดินทางไปเก็บยากมากเพราะมันเติบโตในสถานที่ที่เคยมีคนอาศัยมาก่อนเต็มไปด้วยค่ายกล เขาได้ทิ้งสถานที่นี้ไปแล้ว จึงเหลือเพียงแค่กล้วยไม้วิญญาณเจ็ดกลีบ”
ตงฟางมองดูแผนที่พลางแสดงท่าทางดีใจออกมา เขาเฝ้ารอข้อมูลนี้มาตลอด 2 เดือนมันกลับมาในช่วงที่เขาฝึกพอดี เขาจึงรู้สึกดีที่จะได้เดินทางออกตามหาสมุนไพรฟื้นฟูวิญญาณยุทธ์
ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาแม้ในสายตาของคนอื่นๆ เขาจะพัฒนาได้รวดเร็วมากๆ สำหรับตงฟางเขากลับคิดว่ามันช้าไป ถึงอย่างนั้นมันก็ยังดีกว่าเขาไม่มีความเคลื่อนไหวในระดับพลัง
ตอนนี้พลังวิญญาณของเขาอยู่ในระดับจารึกวิญญาณขั้น 1 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ร่างกายของเขาที่ใช้เลือดสัตว์อสูรจากการซื้อขายของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าก็แข็งแกร่งเทียบเท่าร่างกายปีศาจที่อยู่ในระดับจารึกวิญญาณขั้น 5 ไม่เพียงเท่านั้นเขายังได้แช่สมุนไพรเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายทุกๆวัน หากให้เขาปะทะกับปีศาจระดับเดียวกันเขาคิดว่าร่างตัวเองน่าจะมีความแข็งแกร่งที่มากกว่า
จากการเลื่อนระดับพลังขึ้นมาวิญญาณยุทธ์ของเขาก็รักษาจนเหลือเพียงแค่ 4 ชิ้นเท่านั้น ใกล้ถึงวันที่เขาจะใช้งานมันได้แล้ว ส่วนพลังสายเลือดของเขายังมีความเข้มข้นที่ 6 ส่วนเช่นเดิมเพราะเขาไม่มีอะไรมาใช้ฝึกมัน
แต่การพัฒนาของเขาตลอด 2 เดือนที่ผ่านมานั้น สิ่งที่เขาภูมิใจมากที่สุดคือความสามารถในการใช้ยันต์และค่ายกล การหลอมยา การรักษา แล้วก็การเล่นแร่แปรธาตุที่เพิ่มขึ้นมามากมาย ความรู้เหล่านี้ทำให้เขามีรูปแบบการโจมตีและการหลบหนีที่เยอะขึ้น จนทำให้เขาเมื่อ 2 เดือนก่อนไม่สามารถเทียบได้
มีอีกอย่างที่ทำให้เขารู้สึกได้ว่าตัวเองแข็งแกร่งคือพลังจิตของตัวเอง ตอนนี้มันกลายเป็นเลเวล 6 ไปแล้ว ด้วยการได้รับการสนับสนุนจากพี่ซิงเยียนที่ส่งคนออกไปตามหาซื้ออาวุธที่ใช้สำหรับฝึกจิตให้กับเขา จนเขาสามารถใช้ช่วงดึกหลังจากช่วยพี่เยว่สือฝึกหลอมยา เข้าไปฝึกจิตของเขาจนแข็งแกร่ง
การที่เขาเป็นผู้ใช้พลังจิตสำหรับตงฟางมีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมากๆ โดยหลักแล้วจะเป็นระยะพลังจิตของเขาที่เพิ่มขึ้นถึง 7 กิโลเมตร ทั้งหูทิพย์และตาทิพย์รวมไปถึงการควบคุมวัตถุ ขอเพียงแค่อยู่ในระยะ 7 กิโลเมตรเขาสามารถควบควบพวกมันได้ไม่ต่างจากอยู่บนฝ่ามือ
เขายังสามารถเพิ่มน้ำหนักให้วัตถุได้ถึง 120 ตัน หนำซ้ำพลังจิตอีกหนึ่งอย่างของเขาก็ตื่นขึ้นแบบผิดปกติด้วยเช่นกัน เดิมทีหากพลังจิต Atmoskinesis ตื่นขึ้น เขาจะต้องมีความสามารถควบคุมธาตุทั้ง 4 ให้ได้ก่อน ไม่ว่าจะเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ พลังจิตรูปแบบต่อไปของเขาจึงจะตื่นขึ้นมา
ตงฟางคิดว่าคงเป็นตอนที่เขากลายเป็นผู้ใช้พลังจิตเลเวล 8 รูปแบบพลังจิตใหม่จะกำเนิดขึ้นกลับกลายเป็นว่า พลังจิต Electrokinesis ที่ทำให้เขาควบคุมประจุไฟฟ้า เกิดแทรกขึ้นมาก่อนที่ความสามารถควบคุมธาตุน้ำและธาตุดินจะเกิด สร้างความตกใจให้เขาไม่น้อย
เพราะในบรรดาพลังจิตโจมตีการควบคุมสายฟ้าถือเป็นพลังที่รุนแรงที่สุดที่เขาเคยปะทะมา นอกจากมันจะควบคุมประจุไฟฟ้าได้แล้ว ยังสามารถสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าแล้วยังนำไปควบคุมโลหะได้อีกด้วย
“ตงฟาง ยาระดับ 7 ของเรามาแล้ว”
พี่ซิงเยียนขยับเข้ามานั่งใกล้ๆตงฟางพลางลุ้นราคาของยาเพิ่มพลังวิญญาณระดับ 7 คุณภาพ ส่วนที่นำเข้าประมูลในคืนนี้ โดยตัวยามีเพียงแค่ 1 เม็ดเท่านั้น สาเหตุเพราะมันเป็นงานประมูล ไม่สามารถนำออกมาขายเยอะได้ แล้วของชิ้นนี้จะเป็นสิ่งที่ใช้ดึงดูดให้คนเดินทางมายังหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าต่อไป ตงฟางจึงบอกให้ประมูลเพียงเดือนละ 1 เม็ดพอ
“มาถึงช่วงสุดท้ายของการประมูลในค่ำคืนนี้แล้ว หลายท่านที่เดินทางมาไกลคงรู้แล้วว่าสิ่งที่พวกเราจะประมูลในลำดับสุดท้ายเป็นเม็ดยาอะไร”
ลุงซิงหยุนเจ้าของหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเป็นคนลงไปประกาศการประมูลเม็ดยาระดับ 7 ด้วยตัวเอง ตงฟางจึงมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่ากลุ่มคนที่เดินทางมาจะกล้าควักเงินออกมามากน้อยแค่ไหน เพื่อซื้อของสิ่งนี้จากเมืองของเขา ตงฟางเชื่อว่าเมืองหลวงจะต้องมียาระดับ 7 ขายเป็นจำนวนมากแน่นอน แต่เขาคิดว่าคุณภาพระดับนี้แม้แต่เมืองหลวงก็คงเจอได้เพียงแค่ในงานประมูลเท่านั้น ขณะที่ลุงซิงหยุนเปิดผ้าคลุมให้ทุกคนได้มองดูสิ่งที่อยู่ในถาดสีแดง แสงของเม็ดยาระดับ 7 ก็เริ่มสาดส่องไปทั่วจนห้องที่มืดมิดสว่าง
“ยาเม็ดนี้ชื่อเมฆาเคลื่อนสวรรค์ เป็นเม็ดยาระดับ 7 คุณภาพของมันนั้นอยู่ที่ 9 ส่วน”
เสียงของผู้นำตระกูลภายในเมืองหลงไห่ล้วนส่งออกมาอื้ออึง พวกเขาไม่เคยเห็นเม็ดยาคุณภาพสูงแบบนี้มาก่อน ทางฝั่งคนที่มาจากเมืองหลวงต่างตื่นเต้นเพราะเม็ดยาระดับนี้ไม่เคยส่งมาถึงมือพวกเขาเลยเพราะตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงส่วนมากจะได้มันไป ท่ามกลางสายตาของทุกๆคนที่มองจ้องไปยังเม็ดยา ลุงซิงหยุนก็เริ่มพูดถึงบุคคลที่นำเม็ดยาชิ้นนี้มาประมูล
จากที่ตงฟางแต่งเรื่องขึ้นหลังจากนำยาเม็ดนี้ลงประมูล เขาคิดว่าจะต้องมีคนตามหาเจ้าของมันอย่างแน่นอน โลกของผู้แข็งแกร่ง ย่อมมีการแย่งชิงและการเข้าหาผู้แข็งแกร่งเพื่อผลประโยชน์ จากนั้นการหักหลังจะต้องตามมา ตงฟางไม่อยากพบเจอเรื่องเหล่านั้น เขาจึงบอกเรื่องที่แต่งขึ้นให้ลุงซิงหยุนกล่าวกับทุกๆคน
บอกทุกคนให้รู้ว่าผู้ที่นำยานี้มาประมูล ประทับตราบอกว่าเป็นยาของเขาด้วยการใช้รูปน้อยหน่า การจะตามหาเป็นไปไม่ได้แน่นอนเพราะยาเม็ดนี้ถูกส่งมาเป็นทอดๆ กว่าจะถึงหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไม่รู้ว่าผ่านใครมาบ้าง
ไม่เพียงเท่านั้นเขายังให้ลุงซิงหยุนบอกถึงการแอบสะกดรอยตามด้วยเช่นกัน เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าการเข้าถึงตัวตนเจ้าของยาไม่ใช่เรื่องง่าย เขาพร้อมจะหนีทุกเมื่อ การที่ตงฟางแต่งเรื่องนี้ขึ้นก็เพื่อให้หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า เป็นเพียงสถานที่หนึ่งที่นักหลอมยาใช้ตราสัญลักษณ์น้อยหน่านำยามาประมูลเท่านั้น พวกเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกับนักหลอมยาท่านนี้ เพื่อตัดปัญหาหลายอย่างที่จะตามมา
“ เอาล่ะ เรามาเริ่มประมูลกันเถอะ ยาชิ้นนี้จะมีราคาเริ่มต้นที่ 1 ล้านหินวิญญาณ สามารถเพิ่มราคาได้ครั้งละ 1 แสนหินวิญญาณ”
“ข้าให้ 1 ล้าน 5 แสนหินวิญญาณ~!”
เสียงร้องตะโกนดังออกมาจากชายคนหนึ่ง ทุกคนจึงหันมองไปดูว่าใครเป็นคนประมูลเป็นคนแรกแล้วยังเพิ่มราคาขึ้นไปถึง 5 แสนหินวิญญาณ ทุกคนที่มองจ้องชายผู้นั้นพวกเขาต่างรับรู้ได้ว่าเป็นอาจารย์ของสถาบันอี้หมิง ทันใดนั้นราคาของยาก็เพิ่มขึ้นอีกด้วยเสียงร้องตะโกนจากอาจารย์สถาบันดารา
“ข้าให้ 2 ล้านหินวิญญาณ~!”
ตงฟางที่ได้ยินเสียงการประมูลพร้อมกับเสียงการพูดท้าทายของเหล่าอาจารย์ที่กำลังต้องการเม็ดยาระดับ 7 เขาจึงหัวเราะและยิ้มด้วยท่าทางสนุกสนาน การประมูลในวันนี้เขาให้พี่ซิงเยียนเตรียมคนมาปั่นการประมูลเอาไว้เช่นเดียวกัน เพื่อดูว่าจะทำเงินได้มากสุดแค่ไหน ปรากฎว่าเขาไม่จำเป็นต้องปั่นราคาเม็ดยาเลยสักนิด เพราะอาจารย์ของทั้ง 3 สถาบันกำลังประมูลแข่งกัน ไม่เพียงเท่านั้นตงฟางยังเห็นอาจารย์สถาบันเฟยเทียนที่มีปัญหากับเขากำลังประมูลเม็ดยาระดับ 7 เพียงแค่ 30 นาทีราคาของมันก็พุ่งขึ้นไปถึง 10 ล้านหินวิญญาณ
“หืม~!!!”
ตงฟางสะดุ้งเล็กน้อยหลังจากถูกลูบแขนจากพี่ซิงเยียน
“รอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบนี้”
“พี่ซิงเยียน ราคาเม็ดยากำลังพุ่ง พี่จะทำอะไรเนี๊ย” ตงฟางพยายามขยับจนตัวแนบชิดติดเก้าอี้หลังจากซิงเยียนลุกขึ้นโอบเขาจากทางด้านหลังแล้วใช้มือลูบแขนของเขาด้วยท่าทางยั่วยวน
“ฮิฮิ ล้อเล่น พี่ลืมบอกอีกอย่าง อยากรู้หรือเปล่า” ตงฟางรีบพยักหน้ารัวๆกลัวจะถูกชักชวนทำเรื่องอย่างอื่นนอกจากนั่งดูการประมูล
“ยันต์ที่ตงฟางสร้างขายดีไม่ต่างจากเม็ดยาเลยล่ะ จากปากกาที่ตงฟางสร้างขึ้น มันทำให้นักยันต์ของเราสร้างยันต์ได้ง่ายมากๆแล้วก็โอกาสล้มเหลวแทบจะไม่ถึง 30 % ”
“อ๋อ เรื่องปากกาอย่าทำให้มันหลุดไปนะครับพี่ซิงเยียน ของชิ้นนี้หากถูกลอกเลียนแบบจำนวนมาก ราคาของยันต์จะตกลงทันที” ตงฟางพยายามบอกพี่ซิงเยียนให้เก็บเรื่องปากกาที่เขาสร้างขึ้นเป็นความลับเทียบเท่ากับสูตรยาคุณภาพสูงที่เขามอบให้หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าไปใช้สร้างหาเงิน
“จ้ะ”
เดิมทีนักยันต์จะใช้พู่กันเพื่อเขียนยันต์ แม้จะมีผู้เขียนยันต์บนอากาศแต่แทบจะนับได้ด้วยมือ จึงทำให้ยันต์มีการนำออกมาขายน้อยมากแล้วราคาสูง ตงฟางจึงคิดว่าหากเขาขายเพียงแค่ยามันจะรวยช้าไป เขาจึงสร้างปากกาขึ้นมาแทนการใช้พู่กัน นอกจากจะได้เส้นหมึกที่คมชัด มันยังช่วยควบแน่นพลังวิญญาณที่ดีกว่าพู่กันราคา 1 แสนหินวิญญาณ ด้วยสิ่งนี้จึงทำให้หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ไม่ได้มีดีเพียงแค่การขายยา พวกเขายังโด่งดังเรื่องขายยันต์อีกด้วย
มีเพียงแค่การเล่นแร่แปรธาตุที่ตงฟางไม่สามารถหาวิธีโกงเพื่อให้หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าขายอาวุธระดับ 5 ได้ง่ายๆ
ตงฟางมองจ้องไปยังการประมูลอันดุเดือนมากยิ่งขึ้นหลังจากคนจากเมืองหลวงเข้าร่วมการประมูลด้วยการเสนอราคาฉีกขึ้นไปสูงจนอาจารย์ทั้ง 4 สถาบันใช้ชื่อเสียงของพวกเขาเข้าข่ม แต่คนจากเมืองหลวงกลับไม่สนใจ ใช้เงินที่มากกว่าเข้าข่มจนราคาเม็ดยาของตงฟางพุ่งไปถึง 50 ล้านหินวิญญาณ