ร่างเซี่ยซีหานแข็ง
หัวใจของมันรู้สึกเปล่าเปลี่ยวและหนาวเหน็บราวกับอยู่ในป่าช้า หรือราวกับตัวมันคือละมั่งน้อย ที่ถูกนายพรานเอาฉมวกแทงเข้าไปที่กลางใจ โดยที่ตัวมันกำลังทรมานและรอความตายอย่างช้าๆ
หลิวจื่อซิ่วนักบุญหญิงร่างนางลอยตัวลงมาช้าๆ จากรถลากน้ำแข็ง เหล่านักรบของอาณาจักรทุกคนต่างคุกเข่าให้นาง เมื่อเห็นว่านักบุญหญิงปรากฏตัว ทุกคนรู้แล้วว่าน้ำแข็งยักษ์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากฝีมือใคร มีแต่ผู้วิเศษที่แท้จริงและทรงอำนาจเท่านั้นที่ทำได้ และในที่นี้จะเป็นใครไปได้ นอกจากนักบุญหญิงที่ว่ากันว่า เข้าใกล้ความเป็น 'ปราชญ์' เข้าไปทุกขณะ
หญิงสาวนมโตซุนตงเสียกระโดดลงมาตามนักบุญหญิง นางพร้อมอุ้มเด็กชายอยู่ในอ้อมกอดลงมาด้วย เมื่อถึงพื้นเด็กชายทำมือให้ซุนตงเสียวางเด็กชายลง แต่ซุนตงเสียทำหน้าไม่ยินยอม แต่ก็ไม่อาจจะฝืนคำสั่งเด็กชายปิดตาได้
เด็กชายเดินไปจับมือของนักบุญหญิงหลิวจื่อซิ่ว
หลิวจื่อซิ่วมองเด็กชายปิดตาครู่สั้น ราวกับใจสื่อถึงใจของเด็กชายผู้มีผ้าปิดตา นางจึงพูดออกไปพร้อมหันไปมองเซี่ยซีหานและคณะ
"จงแนะนำตัวของพวกเจ้าและบอกเล่าถึงที่มาและความขัดแย้งนี้อย่างละเอียด ข้าในฐานะ 'นักบุญหญิง' จะมอบความยุติธรรมให้พวกเจ้า ในนามของเทพีแห่งแสงสว่าง" พูดจบนางเอาคฑาสีทองของนางกระทบพื้นเบาๆ รอบคฑาปรากฏรัศมีแห่งแสงสว่างสีทอง ที่ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความอบอุ่นและยุติธรรม
เจียตัวและคนทั้งหลายมองหน้ากัน ก่อนจะเริ่มคุกเข่าก้มหน้า เซี่ยซีหานงงงันว่า พวกเอ็งกำลังทำอะไรกัน แต่เจียตัวรีบสะกิดมันบอกว่านางคือ 'ผู้วิเศษที่แท้จริง' เซี่ยซีหานคุกเข่าเร็ว โดยไม่ต้องให้เจียตัวพูดครั้งที่สองในทันที
ในใจลึกๆ เซี่ยซีหานก็แอบตกตะลึงเช่นกัน สตรีตรงหน้าแม้จะแก่หงำแต่ดูมีสง่าราศีและทรงอำนาจเหลือเกิน เจียตัวและอาวุโสเหอหมิ่นเริ่มอธิบายสิ่งต่างๆ ต่อหน้านักบุญหญิง โดยที่เซี่ยซีหานไม่สนใจฟัง มันมัวแต่วุ่นวายอยู่กับความคิดของตัวเอง
'นี่คือผู้วิเศษที่แท้จริง เช่นนั้นเมื่อครู่น้ำแข็งจากท้องฟ้าก็เป็นฝีมือของนาง น่ากลัว น่ากลัวชะมัด นางไม่ใช่นางเอกของข้าที่จะมาเปิดตัว แต่นางคือยัยแก่ที่อาจจะเป็นบอสลับ ข้าต้องระมัดระวังนาง' จากนั้นสายตาของเซี่ยซีหานก็สาดออกไป มันแอบเหลือบมองรอบตัวของหลิวจื่อซิ่วนักบุญหญิง เซี่ยซีหานมันเห็นเด็กชายแปลกๆ ใบหน้าน่ารักที่มีผ้าปิดตาสีน้ำตาล หน้าผ้าปิดตามีรูปดวงตาสีทองที่ดูลึกลับ
ไม่ไกลจากเด็กชายและผู้วิเศษที่แท้จริงเช่นหลิวจื่อซิ่ว
'!!!บะลักกั๊ก ทำไมใหญ่โตเช่นนี้' เซี่ยซีหานคำรามก้องในใจพร้อมเหลือบมองไปที่หญิงสาวใบหน้าน่ารักแต่นมโคตรทรงโตบะลักกั๊ก มันเห็นหน้าอกนั้นสั่นไหวราวกับเป็นพุดดิ้งขนาดยักษ์ที่ติดอยู่ตรงหน้าอกของผู้หญิง
เซี่ยซีหานหน้าแดงและรู้สึกว่า ตัวมันถูกหลอมละลายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
ในอดีตมันคือนักวาดการ์ตูน มันไม่มีสเปคสาวในฝัน
แต่ตัวการ์ตูนหญิงในดวงใจของเซี่ยซีหานคือ สาวนมโตทรงแม่วัวพันธุ์แท้ที่ไม่มีของปลอมเจือปน!!!
และของแท้จะดูได้อย่างไร จากการวิจัยมาอย่างเนิ่นนาน ทำให้เซี่ยซีหานรู้ว่า หญิงสาวมีวิธีการมากมายที่จะหลอกผู้ชายว่า เธอมีนมไซต์บะลักกั๊ก
แต่ก็นั่นแหละ...อย่างไรฟ้าก็มีตาในที่สุด ผู้ชายเราก็มีวิธีดูของแท้ของเทียม นั่นคือความนุ่มละมุนที่ราวกับเยลลี่หรือแพนเค้กญี่ปุ่น สิ่งนั้นคือเครื่องพิสูจน์ว่า ใครคือของแท้หรือของเทียม
และตรงหน้ามันตอนนี้ นั่นคือหญิงสาวผู้มีหนองโพของแท้ ที่มันตามหามาแสนนาน
มหาเต้าของหญิงสาวที่มีเพียง 1 ใน 10,000
"แจ่มว๊าว ข้าอยากได้เจ้า ข้าอยากหลอมละลายราวกับน้ำตาลหวาน ที่ระเรื่อล่องลอยและหลอมละลาย ในขั้นตอนที่ถูกต้มและเคี่ยวไฟจนกลายเป็นส่วนผสม ส่วนหนึ่งของการทำช็อกโกแลต เจ้ากับข้าหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่างงดงามเหลือเกิน หน่อมแน้มที่แสนใหญ่โตราวกับแพนเค้กเด้งดึ๋ง"
เซี่ยซีหานดวงตาเป็นประกาย มองนมสาวอย่างไม่วางตา
นักบุญหญิงมุมซ้ายกระหม่อมของนาง อยู่ๆ เส้นเลือดคล้ายปูดเกร็ง นางจ้องมองเซี่ยซีหาน นั่นเพราะนางอยู่ใกล้มัน แม้นางไม่ตั้งใจ แต่ด้วยพรสวรรค์ประจำตัวนาง เสียงในจิตของเซี่ยซีหานก็ดังพอที่นางจะได้ยิน
เด็กชายมองไปทางเซี่ยซีหานก่อนจะหัวเราะเบาๆ พร้อมเอามือเปิดปากอย่างสุภาพ
เซี่ยซีหานได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ แม้เด็กชายจะเอาผ้าปิดตาไว้ แต่ไม่รู้ทำไม เซี่ยซีหานรู้สึกว่า เด็กชายมองมาทางมัน นอกจากนั้นเสียงหัวเราะนั้น ไม่รู้ทำไม เซี่ยซีหานรู้สึกว่า เด็กชายหัวเราะและกำลังเย้ยหยันมันอยู่
ในโลกแห่งความจริง เซี่ยซีหานคือชายหนุ่มที่สุภาพและไม่เคยด่าว่าใคร มันนอบน้อมได้แม้แต่เด็กสามขวบ เพื่อให้มันมีชีวิตที่สงบสุข ต่อให้มันคลานเข่าแล้วไหว้คนอื่นเป็นพ่อและแม่ มันก็ยอมเพื่อความสันติสุข แต่ในโลกของจิตใจ... มันตรงกันข้ามทุกอย่าง
"มารดาเอ็งเถอะ ไอ้เด็กนรก เอ็งหัวเราะอะไรวะ เอ็งอยากถูกบิดาตบหัวกระแทกพื้นและแย่งขวดนมเหรอ!!!" เสียงในใจเซี่ยซีหานก้าวแกร่งเหมือนเช่นเคย
แต่นั้นก็ทำให้หลิวจื่อซิ่วที่ปกติใบหน้าขาวซีดและดูไร้อารมณ์ นางรู้สึกหน้าเขียวและมืดครึ้มขึ้น ตอนนี้เส้นเลือดที่กระหม่อมด้านขวาของนางปูดขึ้นแล้ว นางหันมาทางเซี่ยซีหานและจ้องมันดัวยนัยน์ตาถลึงเหลือก แต่นางก็ไม่พูดอะไร นางคือสตรีสูงศักดิ์และนักบุญหญิงผู้เมตตา ฐานะของนางทำให้นางไม่สามารถด่าว่าใครได้ หากไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม
เซี่ยซีหานสัมผัสได้ถึงจิตอาฆาตแบบแปลกๆ มันจึงหันเหลียวและชำเลืองมองอย่างรวดเร็ว
มันเห็นสายตาของนักบุญหญิง ผู้เป็นถึงผู้วิเศษที่แท้จริงกำลังมองมาทางมัน นางจ้องมองมันอย่างน่าหวาดกลัว ราวกับนางเป็นอาจารย์หญิงชราจอมเหี้ยมที่จ้องมองศิษย์ที่กระทำผิด เซี่ยซีหานเสียวสันหลังวาบ มันไม่รู้ว่ามันทำผิดอะไร แต่ด้วยประสบการณ์ที่ใช้ชีวิตราวกับหนูในรู มันเลือกจะหลบสายตานางอย่างรวดเร็ว
มันไม่รู้ตัวว่ามันทำผิดอะไร ถึงได้กลายเป็นที่จับจ้องของผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่ได้ มันพยายามทบทวน และมันก็พบว่า ก่อนหน้านี้ตัวมันเองได้โชว์ความสามารถอย่างอลังไป!
'หรือขวานยักษ์ที่ข้าสร้างขึ้นถูกใจนาง นางอยากรับข้าเป็นศิษย์ เห้อ... ช่วยไม่ได้ ข้ามีพรสวรรค์มากเกินไป มันย่อมโดดเด่นเป็นธรรมดา แม้ข้าจะพยายามปกปิด แต่ข้าไม่ได้ต้องการเป็นผู้วิเศษสักหน่อย แค่อยากจะใช้ชีวิตธรรมดาดุจตัวมอดในถังข้าวสารและหาทางกลับบ้าน หรือแค่เพียงมีเวลานอนกลางวันได้เยอะๆ หน่อย ข้าก็พอใจแล้ว แย่แล้วแย่แล้วหากนางต้องการตัวข้ามากๆ จะทำอย่างไร นอกจากนางจะแก่ หน่อมแน้มของนางยังยานอีกด้วย คิกคิก... สู้สาวน้อยน่ารักข้างๆ นางไม่ได้ ข้าไม่อยากไปอยู่กับหญิงแก่ที่มีหน่อมแน้มเหี่ยวๆ ยานๆ หลอกนะ คิกๆ'
!!!เพี๊ยะ
เสียงตบกระบาลดัง หน้าเซี่ยซีหานหน้าจมพื้นอย่างงงงัน
ทุกคนรอบด้านเงียบกริบ
แม้กระทั่งเจียตัวและเหอหมิ่นนักรบอาวุโสที่กำลังอธิบายเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นยังงงงัน
ทำไมอยู่ๆ นักบุญหญิงถึงเดินมาและตบเข้าที่กระบาลของเซี่ยซีหาน จนหน้ามันถึงกับทิ่มกองหิมะและจูบไปที่พื้น
'!!!มารดาเอ็งเถอะ ใครตบหัวบิดา' เซี่ยซีหานแผดเสียงคำรามอย่างห้าวหาญในใจ
'!ข้าเอง'
'ใครวะ เอ็งคือใคร' เซี่ยซีหานคำรามตอบในใจโดยสัญชาตญาณ มันลืมคิดว่านี่คือเสียงในใจ
นักบุญหญิงหลิวจื่อซิ่วยิ้ม นัยน์ตานางแฝงความเย้ยหยัน นางส่งเสียงจิตหาเซี่ยซีหานอีกครั้ง
'ข้างหน้าเอ็งนะ'
'หน่อยเป็นผู้หญิงถึงจะเสียงหวานแต่หยาบคายแบบนี้บิดาก็เหลือทนนะ รู้รึเปล่าว่าบิดาเก่งที่สุดกับใคร คนชรา ผู้พิการ หญิงไม่มีกำลัง เด็กและคนท้อง บิดาละชอบนักที่สู้ตัวต่อตัวไม่เรียกคนมาช่วย '
หางตานักบุญหญิงหลิวจื่อซิ่วกระตุกสามครั้งติด นางไม่เคยพบผู้ชายปากหมา ที่ราวกับมีหมาสามตัวอยู่ในปากช่วยกันเห่าขนาดนี้
...
และในขณะนั้นเอง
!!!เอ๊ะ อยู่ๆ เซี่ยซีหานก็รู้สึกตะหงิดตะหงิดในใจแปลกๆ ปกติมันตะโกนความคิดในหัวของมัน ไม่ว่ามันจะแผดเสียงดังแค่ไหนก็ไม่มีเสียงคนอื่นตอบ
แต่ทำไมวันนี้จึงมีเสียงผู้หญิงที่หวานหยาดเยิ้ม ราวกับเทพีกระซิบข้างหูมันได้ เสียงของนางทำไมถึงดังในหัวของมันได้เล่า
หรือมันจะสู้จนหลอน
ถูกหิมะถล่มจนมีปัญหาทางจิต
ไม่ช้ามันก็จำต้องกลืนน้ำลาย นึกถึงเสียงหวานๆ ที่พูดประโยคล่าสุด!!!ข้างหน้าเอ็งนะ
เซี่ยซีหานไม่จำเป็นต้องเงยหน้าขึ้น ตอนนี้เบื้องหน้ามันปรากฏรองเท้าที่ดูแสนจะหะรูหะราวิบวับตรงหน้าแล้ว
เกิบคู่นี้ช่างงามนัก
ร่างเซี่ยซีหานสั่นสะท้าน สมองมันวิ่งเร็วนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง พร้อมเงยหน้าขึ้น
'เอ็งอ่านใจข้าได้'
หลิวจื่อซิ่วนักบุญหญิงผู้มีร่างชรา ครั้งนี้นางไม่ส่งเสียงจิตแต่นางพูดตอบเพียงหนึ่งคำ แต่หนึ่งคำนั้น ทำเซี่ยซีหานร่างสั่นสะท้านราวกับคนตาย
"เออ..."