ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 76 หิมะแรก

            “ฮูหยินกินยาและหลับไปแล้วเจ้าค่ะถึงร่างกายยังอ่อนแอ แต่ท่านสดชื่นเบิกบานขึ้นมากเจ้าค่ะ” ตู้เจวียนตอบ

            พักนี้นางติดตามไป๋เซียงจู๋ออกไปรักษาผู้คนได้ซึมซับเรียนรู้อะไรหลายอย่าง หากไม่เห็นด้วยตาตัวเองจนวันนี้ตู้เจวียนคงยังไม่อยากจะเชื่อ จู่ๆคุณหนูที่นางติดสอยห้อยตามใกล้ชิดตั้งแต่วัยเยาว์ก็รู้วิชาแพทย์ขึ้นมาซ้ำยังแตกฉานเป็นเลิศ เรียกได้ว่าหาตัวจับยาก

            นางเคยสงสัยอยู่เหมือนกันถึงกระนั้นกลับไม่คิดจะถาม สำหรับนาง คุณหนูมีความลับมากมายเหลือเกินทว่านางไม่คิดซักไซ้แม้ใคร่รู้ก็ตาม ขอแค่ได้ทำหน้าที่ของตนให้ดีพร้อมเคียงข้างคุณหนูเสมอก็เพียงพอแล้ว

            ไป๋เซียงจู๋พยักหน้ารับ ไป๋ซื่อเคยชินกับการเก็บเนื้อเก็บตัวนางจึงถือโอกาสนี้หลบพวกอวี๋ซื่อไปช่วยมารดาถอนพิษได้สะดวก

            เมื่อใดที่ท่านแม่กลับมาแข็งแรงเส้นทางที่ตนปูไว้ก็เสร็จสมบูรณ์เมื่อนั้นจะได้เวลาให้ท่านพ่อกับท่านแม่พบกันอีกครั้ง

            เพียงคิดถึงตรงนี้ ไป๋เซียงจู๋ก็ยิ้มออกแล้วนางต้องแข็งแกร่งกว่าเก่าแกร่งพอที่แม้มารดานางสมรสเข้าจวนเหิงชินอ๋องไปแล้วก็ยังมีกองหนุนทรงพลังอย่างนางคอยค้ำจุน

            พอเห็นขนมดอกสนในจานไป๋เซียงจู๋ไม่มีความอยากกินเลยสักนิดเดียว ภายในใจยิ่งอึดอัดเหลือแสนต้องรอจนกว่าจะชนะสงครามจริงๆ หรือต้องรอจนได้รับสมรสพระราชทานแล้วค่อยหาวิธีถอนหมั้นจริงๆ หรือ

            เป็นรองแบบนี้มิใช่วิถีของไป๋เซียงจู๋

            “คุณหนูนายหญิงส่งคนมาแจ้งว่าให้ทุกคนไปพบกันที่เรือนเหอเซียงหลังอาหารเย็นเจ้าค่ะ”

            สี่เชวี่ยวิ่งเข้ามาจากด้านนอกส่งสารต่อให้แก่ไป๋เซียงจู๋

            เมื่อได้ยินดังนั้นไป๋เซียงจู๋พลันตะลึงงัน ไฉนจู่ๆ ท่านยายจึงเรียกทุกคนไปพบเล่า ข่าวท่านน้าสามช่วยชีวิตฮ่องเต้มาถึงแล้วหรือ พอคิดดูอีกที ไม่ใช่นี่นา ช่วงเวลาไม่ถูกต้อง นางจำได้ชัดเจนว่าข่าวนี้มาถึงเมืองหลวงในวันที่ยี่สิบแปดเดือนล่า [1] ก่อนวันตรุษ หรือเป็นเพราะการเกิดใหม่ของนางเองวันวันนี้จึงมาถึงก่อนกำหนด?

            “ตู้เจวียนช่วงนี้ข้างนอกมีข่าวล่าสุดจากชายแดนบ้างไหม” ไป๋เซียงจู๋ทำทีถามตู้เจวียนที่อยู่ข้างๆเหมือนไม่ได้ตั้งใจ

            “...เรียนคุณหนู นอกจากข่าวฮ่องเต้กับองค์ชายสามและองค์ชายเจ็ดถูกปิดล้อมเมื่อคราวก่อนจนทุกวันนี้ด่านหน้าชายแดนยังไม่ส่งข่าวใหม่มาเลยเจ้าค่ะ” ตู้เจวียนตอบหลังนึกอยู่ครู่หนึ่ง

            “อ๋อ...” ไป๋เซียงจู๋ผงกศีรษะ จิตใจเริ่มสงบลง หวนกลับมาขบคิดต่อไปดูเหมือนนางไม่ได้จำผิดแต่อย่างใด ช่วงเวลาที่น้าสามช่วยฮ่องเต้ก็ไม่ได้เลื่อนเข้ามาใกล้ดังนั้นท่านยายไม่ได้เรียกทุกคนไปเพราะเรื่องนี้อย่างแน่นอนพอรู้ว่าสิ่งที่นางกังวลที่สุดในอดีตไม่ได้เกิดขึ้นล่วงหน้า ไป๋เซียงจู๋ก็โล่งอกแม้แลดูใจร้ายใจดำไปสักหน่อย ทว่าตอนนี้นางไม่อยากได้ยินข่าวการช่วยเหลือองค์จักรพรรดิทั้งที่เรื่องการหมั้นหมายยังไม่เรียบร้อยดีมิเช่นนั้นท่านยายคงไม่กล้าตบแต่งนางให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้าแล้ว

            หลังมื้อค่ำไป๋เซียงจู๋สวมเสื้อคลุมที่อวี๋ซื่อสั่งตัดให้นางกับไป๋ชิงโหรว ต้องยอมรับว่าของที่ได้มาจากคราวซวยของพวกนางนี่ไม่เลวเลยทีเดียวหนนี้อวี๋ซื่อไม่คิดเล่นตุกติกกับเสื้อคลุมและเสื้อนอกเพราะท่านยายออกปากด้วยตนเองจึงสั่งทำให้ไป๋ชิงโหรวกับนางคนละชุดจริงๆ ท่อนบนมีเสื้อคลุม ท่อนล่างมีรองเท้านวม

            ทว่าของไป๋ชิงโหรวนั้นเป็นสีแดงสดและหนังบนเสื้อคลุมของนางยังมาจากจิ้งจอกเพลิงที่หาได้ยากยิ่งในขณะที่ของตนเป็นเพียงหนังจิ้งจอกขาวธรรมดา แต่ส่วนหางสีขาวสะอาดเสมอกัน ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้อวี๋ซื่อเลือกของถูกๆมาเพื่อตบตาคนอื่นเท่านั้นเอง อย่างน้อยไป๋เซียงจู๋ก็เจนโลกพอแค่เห็นแวบแรกก็รู้แล้วว่านี่ไม่ใช่ขนจิ้งจอกพันธุ์แท้ถึงกระนั้นมีย่อมดีกว่าไม่มี และมันยังอุ่นดีอีกด้วย

            เสื้อคลุมของไป๋ชิงโหรวเป็นสีแดงสดก็เพื่อขับเน้นหางนั่นให้โดดเด่นตู้เจวียนเล่าว่าสวยสะดุดตายิ่งนัก แต่ของนางกลับเป็นปกขนสีขาว ด้านล่างสีดำสนิทตอนแรกที่ได้รับตู้เจวียนถึงกับบ่น บอกว่าคุณหนูของตนยังสาวยังแส้ไยจึงส่งเสื้อคลุมสีมืดมนเช่นนี้มาให้ใครจะรู้ว่าเมื่อเสื้อคลุมสีดำตัวนี้อยู่กับไป๋เซียงจู๋แล้วมันทำให้นางแผ่กลิ่นอายน่าพิศวงออกมาในความงามเพริศพรายแฝงด้วยความทระนงและความลึกลับ ถือเป็นโชคดีที่ไม่ได้คาดคิดไว้

            เสื้อคลุมนี่มาถึงตั้งนานแล้วดอกบ๊วยของจวนมู่ก็เริ่มผลิบานทว่ากลับไม่ได้ยินข่าวคราวเรื่องจะจัดงานเลี้ยงชมดอกบ๊วยเลย ไป๋เซียงจู๋ยิ้มกริ่ม ไป่ซื่อไม่ใช่คนโง่บัดนี้สงครามอยู่ในภาวะฉุกเฉิน คณะของฮ่องเต้ถูกข้าศึกปิดล้อมย่อมมิบังอาจจัดงานรื่นเริงใดๆ เว้นเสียแต่ไม่สนว่าจะมีใครแทงข้างหลังนาง

            ไป๋เซียงจู๋เป่าลมหายใจอุ่นรดมืออากาศหนาวเย็นขึ้นทุกวันแล้ว ขณะกำลังเดินไปยังเรือนเหอเซียงรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างลอยมาตกบนศีรษะตน

            นางเงยหน้าขึ้นมองเกล็ดหิมะมากมายนับไม่ถ้วนโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าท่ามกลางแสงไฟในสวน

            หิมะตกแล้ว หิมะตกอีกแล้วหิมะหนนี้ตกลงมาหนักและรวดเร็วเหลือเกิน ทำให้ไป๋เซียงจู๋ตั้งตัวไม่ทัน

            เมื่อครู่ยังประปรายอยู่เลยแต่เพียงชั่วพริบตาหิมะก็ปกคลุมทั่วพื้นดินแล้ว

            หิมะตกหนักโดยไม่มีลมพัดพาร่วงหล่นลงมาด้วยน้ำหนักของมันเอง ไป๋เซียงจู๋ยื่นมือออกไปรับ ไม่นานนักก็มีหิมะละลายอยู่บนฝ่ามือของนาง พอเห็นหิมะเหล่านี้แล้ว ไป๋เซียงจู๋เหม่อลอยไปเล็กน้อยชาติก่อนนางถูกคุมขังในคุกใต้ดินอันหนาวเหน็บแต่ละวันของนางกับลูกในท้องที่อยู่ในนั้นมีหลายคราที่หิมะข้างนอกลอยเข้ามาผ่านลูกกรงเหล็กหน้าต่างรับแสงของคุกใต้ดินเย็นยะเยือกเหลือเกิน

            หัวใจของนางเจ็บแปลบแม้ตอนนั้นรู้สึกทุกข์ทรมานมาก ทว่ามีลูกน้อยของนางอยู่เคียงข้างมาโดยตลอดสุดท้ายนางกลับไร้กระทั่งเรี่ยวแรงที่จะปกป้องเขา

            นัยน์ตาของนางฉายความโศกเศร้าสุดหัวใจจิตใจที่จมอยู่ในภวังค์ยิ่งลอยล่องไกลออกไป

            “คุณหนูคุณหนูเจ้าขา คุณหนูเป็นอะไรไปเจ้าคะ”

            นางไม่เคยเห็นความโศกเศร้าเช่นนี้จากคุณหนูมาก่อนราวกับว่าบรรยากาศโดยรอบกลายเป็นน้ำแข็งเย็นเฉียบกะทันหันทำให้ตู้เจวียนต้องโพล่งเรียกด้วยความตกใจ คุณหนูของนางเป็นอะไรกันแน่ ทำไมถึงเศร้าขนาดนี้เล่า

            “ไม่มีอะไรหรอกแค่เจ็บตานิดหน่อยน่ะ” ไป๋เซียงจู๋รู้สึกตัวอีกครั้งพยายามปิดบังความเศร้าที่กำลังแผ่ซ่านทั่วหัวใจ รอยยิ้มบางประดับดวงหน้าพลันสดใสดุจดังดอกไห่ถังนับหมื่นบานสะพรั่ง งามเสียจนละสายตาไม่ได้

            “ตามหมอมาตรวจไหมเจ้าคะ” พอสี่เชวี่ยแนะนำดังนี้ตู้เจวียนที่อยู่ข้างๆ ก็หลุดหัวเราะทันที

            “คุณหนูของพวกเราเป็นหมอนะ ยังต้องตามหมอมาตรวจอีกหรือ”

            ถึงกระนั้นตู้เจวียนก็ยังคงห่วงไป๋เซียงจู๋อยู่ดีไป๋เซียงจู๋กลับส่ายหน้า เมื่อครู่นี้ตนลืมตัวไปหน่อย ทำเอาทั้งสองคนตกอกตกใจแย่

            ตอนยื่นมือออกไปจับหิมะที่กำลังโปรยปรายลงมาพวกนั้นมันเหมือนในตอนนั้นมิมีผิด สิ่งที่ต่างไปคือชาตินี้นางจะไม่ปล่อยให้ตัวเองทนทุกข์ทรมานแบบนั้นอีกเป็นอันขาดและสำหรับความพยาบาทในอดีตชาติ นางจะตอบแทนคืนเป็นพันเท่าอย่างช้าๆ !

            เมื่อเห็นคุณหนูยื่นมือออกไปสัมผัสหิมะสาวใช้ทั้งสองต่างทำตามด้วยความสงสัย ทว่าหลังรู้สึกถึงความเย็นเฉียบแล้วพวกนางชักมือกลับทันทีทันใด อีกทั้งจัดแจงเก็บมือของไป๋เซียงจู๋ไว้ใต้แขนเสื้อ

            “คุณหนูบ่าวจะไปเอาร่ม พวกเรากางร่มไปดีกว่าเจ้าค่ะ” สี่เชวี่ยหันหลังกลับไปหยิบร่มกระดาษมา

            ตู้เจวียนมองไปยังไป๋เซียงจู๋ที่ยืนท่ามกลางหิมะได้แต่คิดว่าใบหน้าที่งามหยาดเยิ้มอยู่แล้วของนางยิ่งงามเข้าไปอีกในทัศนียภาพนี้

            นวลแก้มนางขาวผุดผ่องเสียยิ่งกว่าหิมะนัยน์ตาพร่างพราว ริมฝีปากแดงสดสวย อยู่ในชุดคลุมสีดำงามตราตรึงกว่าทั้งฤดูเหมันต์

             

     

     

    เชิงอรรถ

    [1]腊月 เดือนล่า คือเดือนที่สิบสองตามปฏิทินจันทรคติจีน

     

     

    คล้ายกับเรื่องความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663