เบื้องหน้าแอเรียสปรากฎภาพต้นไม้ที่หักโค่นกระจัดกระจาย ภาพหญิงสาวสวมใส่ชุดคลุมยาวสีฟ้าที่มีร่องรอยขาดวิ่นจากการต่อสู้ ที่แขนของนางมีรอยกรงเล็บขนาดใหญ่ ดูจากร่องรอยแล้วน่าจะเป็าแที่พึ่งเกิดขึ้นใหม่ โลหิตค่อยๆไหลรินมาจากาแนั้นอย่างไม่ขาดสาย สภาพของนางดูอิดโรยเป็อย่างมากแต่ถึงจะเป็เช่นนั้นก็ไม่อาจจะปิดบังร่องรอยความงดงามบนใบหน้าของนางได้ ใบหน้าของนางงดงามราวกับจันทร์กระจ่าง จมูกคมสันได้รูป ริมฝีปากสีชมพูที่ดูเข้ากันกับใบหน้าของนางเป็อย่างดี แม้แต่แอเรียสที่พบพานผู้คนมามากยังอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความงามของนาง
ที่ด้านหน้าของหน้าของนางมีจิ้งจอกอัคคีสามตัวกำลังรุมล้อมอยู่ ที่เท้าของสุนัขจิ้งจอกอัคคีตัวหนึ่งยังมีคราบเืของนางติดอยู่ จิ้งจอกอัคคีนั้นมีรูปร่างคล้ายกับจิ้งจอกทั่วไปแต่ขนบนร่างของมันกลับเป็สีแดงคล้ายสีของเปลวเพลิง หากััโดนตัวของมันจะรับรู้ได้ถึงความร้อนที่เกิดจากธาตุอัคคีในร่างของมัน จิ้งจอกอัคคีโดยทั่วไปแล้วเป็เพียงสัตว์อสูรระดับต่ำเท่านั้น ซึ่งไม่น่าจะทำอันตรายแก่หญิงสาวที่เป็ถึงนักเวทระดับนักเวทฝึกหัดขั้นที่หกได้ แต่โชคร้ายที่ในบรรดาจิ้งจอกอัคคีทั้งสามตัวนั้นมีตัวหนึ่งซึ่งแข็งแกร่งกว่าจิ้งจอกอัคคีทั่วไป มันเป็ถึงสัตว์อสูรระดับกลาง
เพียงรับมือสัตว์อสูรระดับกลางก็นับว่าตึงมือแล้ว ยังต้องคอยรับมือตัวอื่นอีกสองตัวนับว่าเป็เื่ยุ่งยากไม่น้อย
“ทำไมสัตว์อสูรระดับกลางมันถึงได้เพ่นพ่านเต็มไปหมดขนาดนี้ เมื่อครู่ก็หมาป่าเขี้ยวเงินกับกระทิงเขาเหล็กนี่ยังมาเจอกับจิ้งจอกอัคคีอีก หากมีโผล่มาอีกสองสามตัวข้าคงไม่แปลกใจอะไรแล้ว”
ดูเหมือนป่าเมืองเบอเนียร์จะมีสัตว์อสูรอาศัยอยู่เป็จำนวนมาก เพียงชายป่าก็พบเจอสัตว์อสูรระดับกลางจำนวนไม่น้อยแล้ว หากเข้าไปลึกอีกสักหน่อยคงได้เจอกับสัตว์อสูรระดับสูงอย่างแน่นอน
แอเรียสยังคงไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ แม้นางจะพลาดท่าแต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงนักเพราะเหตุนี้เขาจึงยังไม่จำเป็ต้องสอดมือ
ในขณะนั้นเอง จิ้งจอกอัคคีก็ไม่รอให้โอกาสหลุดมือไปพวกมันพุ่งเข้าโจมตีหญิงสาวในทันที นางร่ายเวทบางอย่างก่อนที่จะปรากฏสายน้ำที่คล้ายกับโล่ป้องกันขึ้นเบื้องหน้าของนาง จิ้งจอกอัคคีที่พุ่งเข้ามาโจมตีถึงกับกระเด็นไปด้านหลังพร้อมกับอาการาเ็ มีเพียงตัวที่เป็ระดับกลางเท่านั้นที่พอจะต้านทานได้บ้างแต่ก็ไม่แคล้วโดนดาบในมือของนางฟันเข้าอย่างจัง จนมันต้องส่งเสียงร้องออกมาด้วยความเ็ป
“เ้าตัวนั้นเป็ตัวเมีย...มันไม่ใช่จ่าฝูง”
แอเรียสมองไปยังเบื้องหน้าอย่างไม่วางสายตา แม้สถานการณ์จะดูเข้าข้างหญิงสาวแต่แอเรียสก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป นิสัยของจิ้งจอกทุกสายพันธุ์มีเหมือนกับคือความฉลาดและเ้าเล่ห์ แต่การต่อสู้ของพวกมันดูจะตรงไปตรงมาจนเกินไปจนทำให้แอเรียสรู้สึกว่าจะต้องมีบางอย่างแอบแฝงอยู่อย่างแน่นอน และที่สำคัญคือจ่าฝูงของพวกมันหายไป
“บอลวารี!!”
หญิงสาวเรียกใช้ทักษะหนึ่งออกมา สายน้ำหมุนวนอยู่บนฝ่ามือซ้ายของหญิงก่อนที่จะรวมตัวกันกลายเป็กลุ่มก้อนของสายน้ำทรงกลมขนาดเกือบๆเท่าศีรษะ บอลวารีถูกยิงออกไปหาฝูงหมาป่าอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของมันคือการปลิดชีพจิ้งจอกวารีตัวที่เป็สัตว์อสูรระดับกลาง
ทว่าจิ้งจอกอัคคีเองก็คอยระวังตัวอยู่ก่อนแล้วทำให้การโจมตีของหญิงสาวโดนมันเพียงถากๆเท่านั้น
ผู้ใช้เวทธาตุวารีนั้นไม่ได้มีจุดเด่นด้านการโจมตีแต่จะมีจุดเด่นคือพลังป้องกันที่มีความทนทานและยืดหยุ่นได้หลายรูปแบบ การโจมตีเพียงถากๆของหญิงสาวจึงไม่ได้รุนแรงพอที่จะจัดการจิ้งจอกอัคคีตัวนั้นลงได้
ตอนนี้หญิงสาวเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ใบหน้าซีดเซียวไร้สีคล้ายกับผู้ที่ใกล้จะหมดแรงได้ทุกเมื่อ แขนข้างที่มีรอยกรงเล็บของจิ้งจอกอัคคียังมีโลหิตไหลรินออกมาอย่างไม่ขาดสาย การสูญเสียเืไปจำนวนมากทำให้นางตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ตอนนี้ชุดสีฟ้าของนางถูกย้อมไปด้วยสีโลหิตจนแทบจะเปลี่ยนเป็สีแดงไปแล้ว
จิ้งจอกอัคคีที่สบโอกาสจึงรวมตัวกันแล้วพุ่งมาโจมตีที่นางอีกครั้ง ทันใดนั้นเองแอเรียสก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่พุ่มไม้ด้านหลังของนาง เขามองเห็นดวงตาคู่หนึ่งที่จ้องมองยังแผ่นหลังของหญิงสวยอย่างไม่วางตา ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความกระหายเื และทันใดนั้นพุ่มไม้ก็แหวกออกพร้อมกับจิ้งจอกอัคคีตัวหนึ่งที่กระโจนออกมา เป้าหมายของมันคือการลอบโจมตีหญิงสาวผู้นั้น มันกระโจนออกมาพร้อมอ้าปากแยกเขี้ยวหมายจะปลิดชีพหญิงสาวให้สิ้นลมหายใจในการกัดครั้งเดียว
“ระวังด้านหลัง!!”
แอเรียสะโออกมาด้วยเสียงที่ดังมากพอที่จะทำให้ทั้งนางและจิ้งจอกอัคคีทั้งสามตัวต้องหันหน้ามาทางต้นตอของเสียง แต่ทันทีที่หญิงสาวผู้นั้นหันไปมองด้านหลังก็พบกับสิ่งที่ทำให้นางใยิ่งกว่า ร่างของจิ้งจอกอัคคีที่มีขนาดใหญ่กว่าจิ้งจอกอัคคีปกติถึงเท่าตัวกำลังพุ่งกระโจนมาทางนางด้วยสายตากระหายเื คมเขี้ยวของมันเพียงนางโดนกัดเข้าไปก็อาจจะถึงชีวิตแล้ว
การรับมือสัตว์อสูรถึงสี่ตัวพร้อมกันไม่ใช่เื่ที่จะทำได้โดยง่ายสำหรับผู้ที่เป็เพียงระดับนักเวทฝึกหัด ภายในใจของนางเต็มไปด้วยความหวาดกลัว การรับศึกสองด้านไม่ใช่สิ่งที่นางสามารถทำได้ เพียงรับมือจิ้งจอกอัคคีสามตัวก็นับได้ว่าเต็มกลืนแล้ว
ทันใดนั้นเอง ย่างก้าวเหยียบเมฆาก็ถูกใช้ออกด้วยพลังสูงสุด แอเรียสเร่งความเร็วเพียงครู่ก็เคลื่อนที่ไปปรากฏอยู่ที่ดันหลังของสาวงามผู้นั้น
การปรากฏตัวของแอเรียสสร้างความตกตะลึงให้ทั้งหญิงสาวและจิ้งจอกอัคคี ภายในใจของนางปรากฏความหวังที่จะมีชีวิตรอดขึ้นมาก่อนที่มันจะหายไปเพียงเสี้ยววินาทีเมื่อพบว่าคนที่มาช่วยนางเป็เพียงนักเวทระดับััเวทเท่านั้น …แม้แต่นางที่เป็ระดับนักเวทฝึกหัดยังไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้ แล้วระดับััเวทจะไปทำสิ่งใดได้กัน
“รีบหนีไปจากที่นี่ซะ เ้าอยากตายหรืออย่างไร”
นางรีบะโเตือน แม้จะรู้สึกขอบคุณที่เขายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือนางแต่นางก็รู้ดีว่าการที่นักเวทระดับััเวทเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้นี้มันไม่ได้ทำให้สถานการณ์พลิกกลับแต่อย่างใด มากที่สุดก็คงทำได้เพียงถ่วงเวลาเ้าตัวด้านหลังสักหนึ่งนาทีเท่านั้น แม้นางจะไม่รู้ที่มาที่ไปของเด็กหนุ่มผู้ลึกลับผู้นี้แต่นางก็ไม่ได้้าให้เขามาตายหรือกลายเป็โล่มนุษย์ให้แก่นาง
“เ้ายังมีเวลามาห่วงคนอื่นอีกรึ จัดการกับเ้าสามตัวด้านหน้าเ้าให้ได้ก่อนเถอะค่อยมาห่วงข้า”
แอเรียสกล่าวตอบโดยไม่ได้ล่าถอยใดๆ
“ถ้าอยากตายมากนักก็ตามใจเ้า”
เมื่อเห็นเขาไม่เชื่อฟังคำเอ่ยเตือนนางก็ไม่ได้สนใจอีก หากเด็กหนุ่มผู้นั้นอยากตายนักนางก็จะไม่ห้ามอะไรอีก
“โล่วารี!”
หญิงสาวกลับมาสนใจศัตรูของนางอีกครั้ง หลังจากร่ายเวทเสร็จสิ้นสายน้ำรูปร่างคล้ายกับโล่ป้องกันก็ปรากฏขึ้นที่เบื้องหน้าของนาง ทว่าครั้งนี้โล่วารีของนางกลับดูอ่อนแอกว่าก่อนหน้านี้มาก มันแทบจะป้องกันการโจมตีใดๆไม่ได้เลยด้วยซ้ำ และเพียงแค่โดนโจมตีจากจิ้งจอกอัคคีแค่สองครั้งโล่วารีของนางก็ถูกทำลายลง
กรงเล็บของจิ้งจอกอัคคีข่วนไปที่ลำตัวของนางจนเสื้อผ้าฉีกขาด โชคดีที่นางเบี่ยงตัวหลบได้ทันจึงเกิดเป็รอยาแตื้นๆเท่านั้น และนางก็อาศัยโอกาสนั้นใช้ดาบในมือของนางฟาดฟันไปทีลำคอของจิ้งจอกอัคคีระดับต่ำตัวหนึ่งจนสิ้นชีพ
แต่ทันใดนั้นเองนางก็ได้ยินเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความเ็ปดังมาจากด้านหลัง มันเป็เสียงของสัตว์อสูรตัวเดียวกับที่ลอบโจมตีนางเมื่อครู่
เมื่อนางหันกลับไปมองก็พบกับภาพที่นางไม่อยากจะเชื่อสายตา จิ้งจอกอัคคีตัวนั้นมีโลหิตไหลนองมาจากดวงตาข้างหนึ่งที่บัดนี้กลายเป็บอดสนิท มีาแที่ยาวลงมาั้แ่หน้าผากจนถึงบริเวณใต้ดวงตา ส่วนเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลังของนางกลับปรากฏเพียงรอยแผลจางๆราวกับโดนแมวข่วน ‘เป็ไปได้อย่างไรระดับััเวทขั้นที่ห้าจะรับมือกับสัตว์อสูรระดับกลางได้อย่างสูสี ไม่สิ…เด็กหนุ่มผู้นี้เหมือนจะเหนือกว่าจิ้งจอกอัคคีด้วยซ้ำ!’
โลหิตสีแดงยังคงติดอยู่ที่คมดาบในมือของแอเรียส หญิงสาวทำได้เพียงมองอย่างตกตะลึง ภายในใจเริ่มปรากฏแสงแห่งความหวังขึ้นมาอีกครั้ง บางทีเด็กหนุ่มผู้นี้อาจจะทำให้นางรอดพ้นวิกฤตนี้ไปก็เป็ได้ ทว่าในสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีเวลาให้นางไปสนใจเขามากนัก นางจึงรีบหันหน้ากลับมาสนใจกับจิ้งจอกอัคคีที่ด้านหน้าของนางอีกครั้ง
อีกด้านหนึ่งแอเรียสกำลังจ้องมองไปยังจิ้งจอกอัคคีพร้อมกับกำดาบอสูรมายาเตรียมพร้อมที่จะโจมตีได้ทุกเมื่อ การต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับกลางนับว่าตึงมืออยู่ไม่น้อย ระดับของมันแตกต่างจากฮันและเนลที่แอเรียสพึ่งสังหารไปมากนัก
โฮกกกก!!
จิ้งจอกอัคคีคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว มันเลิกให้ความสนใจกับหญิงสาวผู้นั้นแล้วจ้องมายังแอเรียสด้วยความโกรธแค้น มันพุ่งเข้ามาหาแอเรียสอีกครั้งด้วยความบ้าคลั่งก่อนที่มันจะตะปบลงบนความว่างเปล่า ร่างของแอเรียสปรากฏที่ด้านข้างของจิ้งจอกอัคคีก่อนที่คมดาบสีเงินจะฟันไปที่ลำคอของมันราวกับดาบของเพชฌฆาต ประกายของสายฟ้าอันเกรี้ยวกราดแล่นไปทั่วตัวดาบ นี่เป็การโจมตีที่รุนแรงที่สุดเท่าที่แอเรียสจะทำได้ในเวลานี้
ฉับบบบ!!
เสียงของดาบที่ฟันยังลำคอของจิ้งจอกอัคคีตัวนั้น โลหิตสีแดงสดกระจายออกมาจากาแ ทว่าาแนี้กลับไม่ลึกพอที่จะปิดชีพมันได้ และนั่นยิ่งทำให้มันยิ่งโกรธแค้นแอเรียสมากกว่าเดิม
จิ้งจอกอัคคีกระโจนใส่แอเรียสอีกครั้งด้วยความบ้าครั้ง รอยแผลจางๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของแอเรียส ฮู้ดบนศีรษะของเขาฉีกขาดไปบางส่วนจนเผยให้เห็นดวงตาของแอเรียสที่ยามนี้กำลังจับจ้องไปยังจิ้งจอกอัคคี ดวงตาของแอเรียสในยามนี้เต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าหวาดกลัว
แอเรียสและจิ้งจอกอัคคีพุ่งเข้าต่อสู้กันอีกครั้ง หญิงสาวหันกลับมาดูเื้ัเป็ครั้งคราวและแทบจะไม่เชื่อสายตาว่าผู้ที่เป็ระดับััเวทจะมีฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้ เสียงดาบที่ปะทะกับกรงเล็บและคมเขี้ยวของจิ้งจอกอัคคีได้ยินอย่างไม่ขาดสาย หลังจากปะทะกันอยู่หลายกระบวนท่าในที่สุดก็ปรากฏเสียงโหยหวนของจิ้งจอกอัคคี ดาบอสูรมายาแทงลงไปยังาแเดิมอย่างแม่นยำทำให้มันสิ้นชีพในที่สุด นี่เป็ผลการต่อสู้ที่หญิงสาวไม่คาดคิดเลยแม้แต่น้อย
“มัวเหม่ออะไรของเ้า!”
ทันทีที่หญิงสาวหันมาสนใจภาพด้านหลังจิ้งจอกอัคคีก็อาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้ามาโจมตีทันที
แอเรียสพุ่งเข้าไปรับการโจมตีนั้น ดาบอสูรมายาถูกยกขึ้นป้องกันคมเขี้ยวของจิ้งจอกอัคคี เขี้ยวของมันหักออกพร้อมกับรอยแผลขนาดใหญ่ที่ลากยาวั้แ่ปากมาจนถึง่ลำคอ มันทำได้เพียงร้องออกมาก่อนจะตกตายไป
ตอนนี้เหลือเพียงจิ้งจอกอัคคีระดับกลางเพียงตัวเดียวเท่านั้น มันมองดูรอบๆด้วยความหวาดกลัวก่อนจะเริ่มล่าถอยเข้าป่าไป หญิงสาวเตรียมตัวที่จะตามมันไปแต่ก็ถูกแอเรียสดึงตัวเอาไว้เสียก่อน
“ปล่อยมันไป เ้าอยากจะพาตัวเองไปตายรึไง”
เสียงของแอเรียสเรียกสติของนางให้กลับมาอีกครั้ง หลังจากมองดูร่างกายของตัวเองที่เต็มไปด้วยาแจากการต่อสู้แล้วนางก็รู้ว่าหากติดตามไปก็คงมีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่