ตอนที่71 ผู้ล่วงรู้ความลับ
ซึ่งเหตุผลที่ซ่งจืออันและฟู่เซินสนิทกันมากนั้นไม่ใช่เรื่องแปลกเลยทั้งหมดเป็นเพราะฟู่เหมี่ยวนั่นเอง
ซ่งจืออันเรียนอยู่ชั้นเดียวกับฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวโดยปกติแล้วซ่งจืออันจะอาศัยอยู่ที่บ้านอาหญิงของเขาและไม่ค่อยได้กลับบ้านเท่าไหร่ ส่วนฟู่เหมี่ยวเป็นคนที่มีรูปร่างสูงทั้งยังมีบุคลิกที่ดูมีชีวิตชีวามาก ๆ อีกด้วย ซึ่งทันทีที่เธอเข้าโรงเรียนมัธยมซ่งจืออันรู้ว่าพวกเขามาจากหมู่บ้านเดียวกัน แต่เขาก็ไม่ได้คุ้นเคยกับเธอเท่าไหร่นัก
เพราะซ่งจืออันไปอยู่กับอาหญิงของเขาตั้งแต่ยังเด็กและได้เรียนที่นั่นดังนั้นเขาจึงจะได้กลับบ้านแค่ในช่วงวันหยุดส่วนฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวก็ได้เรียนในโรงเรียนแถวบ้านมาตั้งแต่ยังเด็กเช่นกันดังนั้นพวกเขาทั้งหมดจึงไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย
แต่ตอนนี้ซ่งจืออันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงอยากเจอฟู่เหมี่ยวบ่อย ๆ แบบนี้และบางครั้งแค่เขาได้คุยกับเธอไม่กี่คำ กลับทำให้เขารู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกทว่าตลอดทั้งปีที่ผ่านมา เขามีโอกาสได้คุยกับฟู่เหมี่ยวน้อยมากดังนั้นในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนเขาจึงได้ตีสนิทกับฟู่เซินให้มากขึ้นเพื่อต้องการจะคุยกับฟู่เหมี่ยวให้มากกว่าเดิมนั่นเอง
แต่ฟู่เหมี่ยวยังไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของเขาเลยด้วยซ้ำในทางกลับกัน ฟู่เหมี่ยวกลับจำชื่อหลิวผิงได้ เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ซ่งจืออันก็รู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย
“ไหนล่ะปลาที่นายจับได้อยู่ที่ไหน ? นี่นายใช้เวลาไปตั้งนานแต่กลับจับปลาได้แค่ตัวเดียวเองอย่างนั้นเหรอ? เสียเวลาจริง ๆ ! ” ฟู่เหมี่ยวมองลงไปในถังที่วางอยู่ข้าง ๆก่อนจะมองไปฟู่เซินด้วยแววตาที่เยาะเย้ย
ฟู่เซินยังคงมีท่าทีที่ดูมั่นใจหากเทียบกับหลิวผิงที่ไม่ได้อะไรเลย เขาดูเป็นคนที่มีความสามารถขึ้นมาทันทีเลย !
“ได้แค่นี้ก็ดีมากแล้วมันไม่ได้หาง่าย ๆ นะ ไม่เชื่อเธอก็ไปลองไปหาดูสิ ! ” ฟู่เซินและฟู่เหมี่ยวเป็นคู่กัดกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว
“ได้สิเรามาเดิมพันกันหน่อยดีไหมล่ะ ถ้าฉันจับปลาได้มากกว่านายต้องซักเสื้อผ้าให้ฉันหนึ่งเทอม แบบนี้ดีหรือเปล่า ? ” ขณะที่คิดถึงเรื่องนี้แววตาของฟู่เหมี่ยวก็ฉายแววเจ้าเล่ห์ขึ้นมาทันที เธอรู้ว่าเสี่ยวฮั่วเก่งอยู่แล้วดังนั้นเธอสามารถเอาชนะเขาได้อย่างแน่นอน !
“ฟู่เซินกล้าเสี่ยงหรือเปล่าล่ะ ? ” ฟู่เหมี่ยวมีความเชี่ยวชาญในการกระตุ้นพี่ชายฝาแฝดของเธออยู่แล้ว
“ฉันกล้าอยู่แล้วฟู่เหมี่ยว เธอก็แค่เด็กน้อยคนหนึ่งเท่านั้น หากเธอแพ้ เธอจะต้องเรียกฉันว่าพี่รองและต้องซักเสื้อผ้าของฉันด้วย เอาไหมล่ะ ? ” ฟู่เซินที่โดนยั่วยุก็ทนไม่ไหวเช่นกัน
“ตกลงหากใครไม่ทำตามสัญญา คนนั้นจะต้องถูกเรียกว่าไอ้ลูกหมา ! ” ฟู่เหมี่ยวพูดพร้อมกับจับมือฟู่เซินเพื่อทำข้อตกลงก่อนจะดึงฟู่เยี่ยนวิ่งไปยังแม่น้ำ
ฟู่เยี่ยนแอบส่ายหน้าเงียบๆ ครั้งนี้เธอจะต้องทำให้พี่รองอับอายอีกครั้งอย่างแน่นอนกล้าดีอย่างไรถึงได้มาเดิมพันส่งเดชแบบนี้ !
“ฟู่...ฟู่เหมี่ยว ให้ฉันช่วยเธอไหม ฉันช่วยเธอจับปลาได้นะ ! ” ซ่งจืออันพูดอย่างตะกุกตะกัก
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เหมี่ยวก็ได้เงยหน้าขึ้นมา ใครพูด ? โอ้ หลานชายหัวหน้าหมู่บ้านนี่เอง !
“นายจับปลาเก่งหรือเปล่า? ” ฟู่เหมี่ยวมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ซึ่งดูจากท่าทางแล้ว เขาดูเหมือนจะจับปลาไม่เก่งเอาเสียเลย
“ฉันฉันจับได้มากกว่าฟู่เซินด้วยนะ ฉันจับได้สองตัว ! ” ซ่งจืออันพูดพร้อมกับยื่นถังของเขาให้กับฟู่เหมี่ยวดู
“เฮ้จืออัน ทำไมนายถึงทำแบบนั้นล่ะ ? นายต้องเข้าข้างฉันไม่ใช่เหรอ ? ฟู่เหมี่ยว หากเธอขอให้คนอื่นช่วยเธอจะต้องจับปลาให้ได้อย่างน้อยห้าตัวมิเช่นนั้นข้อตกลงของเราจะถือว่าเป็นโมฆะทันที ! ” ฟู่เซินพูดออกมาด้วยความไม่สบายใจ
“ชินี่นายกำลังดูถูกฉันอยู่อย่างนั้นเหรอฉันสามารถจับปลาห้าตัวโดยที่ไม่ต้องให้ใครช่วยได้อย่างสบาย ๆ อยู่แล้ว ! ” ฟู่เหมี่ยวปฏิเสธความช่วยเหลือของซ่งจืออันในทันที
ในตอนนี้ฟู่เยี่ยนได้ลงไปที่แม่น้ำแล้วส่วนฟู่เวยและฟู่หรงก็กำลังเดินหาหอยอยู่ที่ริมแม่น้ำ เมื่อจับได้พวกเธอก็ได้ชูมันให้ฟู่เยี่ยนและฟู่เหมี่ยวดูอย่างมีความสุข
หลังจากที่ฟู่เยี่ยนยืนอยู่กลางแม่น้ำได้ครู่หนึ่งเธอก็พบว่าบริเวณนี้ไม่มีปลาตัวใหญ่อยู่เลยดังนั้นเธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องใช้เหยื่อล่อให้ปลาเข้ามาหาเธอ
ทันใดนั้นเองเธอจึงได้ยื่นมือลงไปในแม่น้ำราวกับว่ากำลังพยายามจับปลาอยู่ แต่แท้จริงแล้วเธอกำลังปล่อยน้ำศักดิ์สิทธิ์ลงไปในแม่น้ำต่างหาก
ส่วนฟู่เหมี่ยวเองก็ลงมาในแม่น้ำแล้วเช่นกันโดยเธอกำลังมองไปรอบ ๆ บริเวณนั้นอย่างระมัดระวัง แต่ก็ไม่พบอะไรเลย
ทางด้านฟู่เซินที่ยืนมองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำก็ได้หัวเราะเยาะน้องสาวของเขาทั้งยังพูดดูถูกว่าเธอต้องจับปลาไม่ได้อย่างแน่นอนอีกด้วย ทว่าวินาทีต่อมาเขาก็เห็นฉากที่เขาจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต
จู่ ๆปลาฝูงใหญ่ก็ได้ว่ายทวนน้ำเข้ามาหาน้องสาวของเขาจนแม้แต่ผิวน้ำยังกลายเป็นสีดำ ! ทันใดนั้นฟู่เซินก็ขยี้ตาของตัวเอง พลางคิดว่าเขากำลังตาฝาดไปหรือเปล่า ! แต่มันกลับเป็นเรื่องจริงสิ่งที่เขาเห็นนั้นมันคือปลาฝูงใหญ่จริง ๆและยังเป็นปลาที่มีขนาดตัวใหญ่มากอีกด้วย !
ส่วนฟู่เยี่ยนเองก็รู้สึกได้เช่นกันเธอจึงรีบปล่อยน้ำศักดิ์สิทธิ์ให้มากกว่าเดิมจึงส่งผลให้ปลาว่ายเข้ามาใกล้เธอและฟู่เหมี่ยวมากขึ้นซึ่งตอนนี้พวกมันกำลังดื่มน้ำน้ำศักดิ์สิทธิ์อย่างตะกละตะกลาม
เมื่อเห็นเช่นนั้นฟู่เหมี่ยวก็รู้สึกตกตะลึงขึ้นมาทันที นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน ! เสี่ยวฮั่วช่างเป็นคนที่โชคดีมากจริงๆ !
ในตอนนี้รอบตัวของฟู่เยี่ยนต่างก็ถูกรายล้อมไปด้วยฝูงปลาขนาดใหญ่จึงทำให้เธอจับปลาตัวใหญ่หลายตัวได้ในระยะเวลาอันสั้นซึ่งปลาแต่ละตัวนั้นมีน้ำหนักอย่างน้อย 5-6 ชั่งเลยทีเดียว !
อีกด้านหนึ่งฟู่เซินและคนอื่นที่ยืนอยู่บนฝั่งต่างก็ตกตะลึงไปตามกัน
“ฟู่เซินเจ้าซื่อบื้อ รีบกลับบ้านไปเอาถังมาเพิ่มเร็วเข้าสิ มัวยืนรออะไรอยู่ ? ! ” ฟู่เหมี่ยวตะโกนออกไปทันที
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เซินก็ได้สติกลับมาทันที ก่อนจะรีบวิ่งกลับไปที่บ้านอย่างรวดเร็วส่วนซ่งจืออันก็ได้รีบลงไปช่วยจับปลาอีกแรงก่อนที่เขาจะพบว่าปลาพวกนั้นไม่ได้ขัดขืนใด ๆ เลยทั้งยังเอาแต่ดื่มน้ำในแม่น้ำและยอมให้เขาจับอย่างง่ายดายเสียด้วยซ้ำ
หลังจากนั้นไม่นานฟู่เซินก็ได้กลับมาพร้อมกับถังใบใหญ่จากนั้นเขาก็รีบกระโดดลงไปช่วยจับปลาเหล่านั้นทันที
เมื่อเห็นว่ามีปลาเยอะมากแล้วฟู่เยี่ยนจึงแอบโยนปลาหายากทั้งหมดลงไปที่สระน้ำในดินแดนต่างมิติของเธอและที่แปลกที่สุดก็คือ มีปลาหลีตัวใหญ่ตัวหนึ่งที่มีสีสันสวยงามมาให้เธอจับด้วย
หลังจากนั้นไม่นานปลาเกือบจะทั้งหมดก็ถูกจับ และทันใดนั้นเอง ก็ได้มีเต่าตัวใหญ่ค่อย ๆว่ายมาอยู่ข้าง ๆ ฟู่เยี่ยน ซึ่งเมื่อเห็นเช่นนั้นเธอก็ได้จับมันทันที
ว้าวที่นี่มีสิ่งนี้อาศัยอยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ !
ในที่สุดพวกเขาก็จับปลาได้จนเต็มถังใบใหญ่และตอนนี้หลิวผิงก็ได้ถือถังหลายใบกลับบ้านอย่างมีความสุขส่วนซ่งจืออันก็ได้ช่วยขนถังไม้ที่เต็มไปด้วยปลากลับไปที่บ้านของฟู่ต้าหย่ง
หวังซู่เหม่ยที่เห็นเช่นนั้นจึงชวนซ่งจืออันทานข้าวที่บ้านของเธอ!
“ป้าก็นึกว่าใครที่แท้ก็เสี่ยวอันนี่เอง ป้าสนิทกับแม่ของเรามาก ๆ เลยนะ เสี่ยวฉุ่ยลูกช่วยไปที่บ้านของป้าจางทีสิ บอกเธอว่าวันนี้เสี่ยวอันจะทานข้าวที่บ้านของเรานะ !อ้อ อย่าลืมเอาปลาไปฝากเธอด้วยล่ะ”หวังซู่เหมยรีบไหว้วานให้ฟู่เหมี่ยวจัดการเรื่องนี้แทนเธอทันที
เมื่อได้ยินเช่นนั้นฟู่เหมี่ยวก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำตามเท่านั้น
ทันทีที่เห็นปลาพวกนั้นป้าจาง แม่ของซ่งจืออันก็รู้สึกมีความสุขเป็นอย่างมาก และที่สำคัญไปกว่านั้นในที่สุดลูกชายของเธอก็รู้วิธีการผูกมิตรกับผู้อื่นแล้วซึ่งการที่ลูกชายของเธอไปเล่นกับลูก ๆ ของหวังซู่เหมยนั้นก็เป็นเรื่องที่ดีมากด้วย
จากนั้นเธอจึงได้มอบซุปข้าวโพดให้ฟู่เหมี่ยวนำกลับไปทานที่บ้านอีกด้วย
ตอนนี้ซ่งจืออันทั้งรู้สึกเป็นกังวลและมีความสุขในเวลาเดียวกันแต่ก็ดูเหมือนว่าเขาจะมีความสุขมากกว่า เพราะวันนี้เขามีโอกาสได้เจอฟู่เหมี่ยวทั้งยังได้ทานข้าวกับเธออีกด้วย
“เสี่ยวอันในช่วงเปิดเทอม เรายังพักที่บ้านอาอยู่หรือเปล่า ? ”
หวังซู่เหมยพอจะรู้เรื่องของตระกูลซ่งอยู่บ้างด้วยความที่น้องสะใภ้ของจางอิงไม่มีลูกดังนั้นเธอจึงรักซ่งจืออันเสมือนกับลูกชายแท้ ๆ ของเธอมาโดยตลอดส่วนจางอิงนั้นมีลูกชายถึง 3 คนและลูกสาวอีก 1 คนเธอจึงยินดีที่จะให้น้องสะใภ้ช่วยเลี้ยงดูลูก ๆ ของเธอ
ซึ่งหวังซู่เหมยเองก็รู้จักซ่งเจียเหอน้องสาวสามีของจางอิงด้วยเช่นกัน ทั้งยังรู้ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ใจดีอีกด้วย !
“ใช่แล้วครับอาของผมดีกับผมมาก ๆ และการที่ผมอยู่บ้านของอามันก็ใกล้กับโรงเรียนอีกด้วยครับ”ซ่งจืออันไม่รู้ถึงความคิดของหวังซู่เหมยแต่อย่างใด
“เอาไว้ว่างๆ แวะมาที่บ้านของป้าได้ทุกเมื่อเลยนะ ถึงยังไงเราก็เป็นเพื่อนของฟู่เซินจะได้มาเล่นกับเขายังไงล่ะ” หวังซู่เหมยพูดพร้อมกับคีบปลาให้กับเขา
“ได้เลยครับคุณป้า”ซ่งจืออันพูดพร้อมกับแอบชำเลืองมองไปยังฟู่เหมี่ยวเงียบ ๆ เธอช่างดูดีมากจริง ๆ แม้แต่ขณะที่กำลังทานข้าวก็ยังดูดีเขาจะต้องหาโอกาสมาที่บ้านของเธอบ่อย ๆ เสียแล้ว...
ส่วนฟู่เยี่ยนที่สังเกตเห็นเช่นนั้นก็ได้แอบชำเลืองมองไปยังพี่สาวของเธอเงียบๆ เช่นกัน ทว่าฟู่เหมี่ยวกลับไม่รู้อะไรเลย และยังคงทานข้าวต่ออย่างมีความสุขซึ่งไม่ต่างอะไรกับฟู่เซินเลยตอนนี้เขากำลังกินอย่างเอร็ดอร่อยทั้งยังคอยแย่งกินตาของปลากับฟู่เหมี่ยวอีกด้วย !
พวกเขาใจร้าย! ฟู่เยี่ยนรู้สึกว่าเธอเหนื่อยมาก ๆ หลังจากที่เฝ้ามองพวกเขาแบบนี้! ถ้าเป็นไปได้อย่าปล่อยให้เธอเห็นออร่าสีชมพูนี้เลย !
หลังจากที่ทานข้าวเสร็จฟู่เซินก็ได้ออกไปเล่นข้างนอกกับซ่งจืออันอีกครั้ง ส่วนฟู่เหมี่ยวหลังจากที่เก็บโต๊ะอาหารเสร็จเธอก็ได้มองไปยังน้องสาวที่ตอนนี้กำลังมองมาที่เธออยู่ ก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่า
“เสี่ยวฮั่วเธอกำลังคิดอะไรอยู่อย่างนั้นเหรอ ? ” ฟู่เหมี่ยวเอ่ยถามพร้อมกับโบกมือไปมา
“ไม่มีอะไรพี่ เราจะทำยังไงกับปลาที่กินไม่หมดพวกนี้ดีล่ะ ? เราหาถังมาเลี้ยงมันดีหรือเปล่า ?” ฟู่เยี่ยนหยุดคิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้และรีบเปลี่ยนเรื่องพูดในทันที
“เอาล่ะเย็นนี้เรามากินปลาย่างกันเถอะ ! ” เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ฟู่เหมี่ยวก็น้ำลายสอขึ้นมาทันที
ได้เลยอยากกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น !