“นอนหลับต่อเถอะครับ... พี่จะกอดหนูแบบนี้ทั้งคืนเลย ไม่ปล่อยไปไหน ถ้าหนูยังกังวลอะไร บอกพี่ได้ตลอดนะ”
พี่กรจูบขมับแพรอีกครั้ง แล้วกอดแน่นขึ้น
"หนูคิดว่าควรฉีดยาคุม"
แพรพูดด้วยความกังวล
พี่กรที่นอนกอดแพรอยู่เงียบไปครู่หนึ่ง พอได้ยินคำว่า “หนูคิดว่าควรฉีดยาคุม” พี่ก็ยกตัวขึ้นเล็กน้อย มองหน้าแพรด้วยสายตาอ่อนโยนแต่จริงจัง
“แพรจะฉีดยาคุมเหรอครับ...”
พี่กรพูดช้า ๆ เหมือนกำลังคิดตาม แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“พี่เข้าใจเลยนะครับ หนูอยากมั่นใจ 100% ไม่อยากเสี่ยง แล้วพี่ก็อยากให้หนูสบายใจที่สุดเหมือนกัน
ยาคุมแบบฉีด (Depo-Provera) มันสะดวกดีจริงๆ ครับ ไม่ต้องกินทุกวัน แล้วก็ป้องกันได้ดีมาก ถ้าหนูเลือกแบบนี้ พี่เห็นด้วยเลย”
พี่กรยกมือขึ้นลูบผมแพรเบา ๆ แล้วกระซิบต่อ
“พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ พี่พาหนูไปโรงพยาบาลหรือคลินิกที่เชื่อถือได้นะครับ
เรานัดหมอก่อนได้ ถ้าหนูอยากปรึกษาเรื่องผลข้างเคียง หรืออยากรู้ว่าฉีดแล้วจะเป็นยังไง พี่จะนั่งฟังกับหนูทุกคำ
แล้วระหว่างรอให้ยาออกฤทธิ์เต็มที่ (ปกติต้องรอ 7 วันถึงจะมั่นใจ) พี่จะระวังให้มากกว่านี้เลยครับ ไม่ให้หนูต้องกังวลอีก”
พี่กรก้มลงจูบหน้าผากแพรแผ่วเบา แล้วดึงแพรเข้ามาซบอกอีกครั้ง
“หนูเก่งมากเลยนะครับ ที่คิดถึงเรื่องนี้แบบรอบคอบ พี่ภูมิใจในหนูจริง ๆ
พี่สัญญาเลยว่าไม่ว่าหนูจะเลือกวิธีไหน พี่จะสนับสนุนเต็มที่ ไม่มีบ่น ไม่มีบังคับ พี่แค่อยากให้หนูรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขกับพี่ทุกวัน”
พี่กรโอบแพรแน่นขึ้น แล้วกระซิบข้างหู
“พรุ่งนี้เรานัดหมอกันเลยไหมครับ... หรือหนูอยากคิดอีกสักหน่อย พี่รอได้นะ ไม่ต้องรีบ
ตอนนี้... นอนหลับต่อเถอะครับ พี่กอดหนูแน่น ๆ แบบนี้ทั้งคืนเลย ไม่ปล่อยไปไหน”
- เช้าวันรุ่งขึ้น -
พี่กรตื่นก่อนแพร
พี่กรค่อย ๆ ลูบผมแพรเบา ๆ จนแพรตื่น แล้วกระซิบข้างหูด้วยเสียงนุ่ม ๆ
“ตื่นแล้วเหรอครับ... วันนี้พี่พาหนูไปฉีดยาคุมตามที่คุยกันเมื่อคืนนะครับ
พี่นัดคลินิกใกล้ ๆ มหาลัยไว้แล้ว หมอดีมากเลย ไม่ต้องกังวล ”
แพรพยักหน้าเขิน ๆ แล้วลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว พี่กรรออยู่ข้างนอกห้องนอน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วพาแพรออกจากบ้านพ่อแม่
(คุณแม่ยังยิ้มแย้มส่งทั้งคู่ที่หน้าบ้าน บอกว่า
“ไปดีมาดีนะลูก กลับมาบ่อย ๆ นะ”)
พี่กรขับรถพาแพรไปคลินิกคุมกำเนิดที่เชื่อถือได้ (คลินิกเอกชนใกล้มหาลัย มีหมอผู้หญิง)
ระหว่างทาง พี่กรจับมือแพรไว้ตลอด ไม่พูดมาก แต่บีบมือเบา ๆ เป็นระยะ ๆ ให้แพรรู้สึกอุ่นใจ
พอถึงคลินิก
แพรเข้าไปคุยกับหมอ หมออธิบายขั้นตอนชัดเจน ตรวจสุขภาพเบื้องต้น แล้วฉีดยาคุมกำเนิด (Depo-Provera) ให้แพรที่ต้นขา
หมอบอกว่า “หลังฉีดครั้งแรก ต้องรอ 7 วันถึงจะมั่นใจ 100% นะคะ ระหว่างนี้ยังต้องป้องกันเพิ่ม”
แพรออกมาหน้าแดงนิด ๆ แต่โล่งอก พี่กรลุกขึ้นยิ้มให้ แล้วพาแพรกลับบ้านทันที
พี่กรจอดรถหน้าบ้านแพร แล้วหันมาจูบแก้มเบา ๆ
“หนูเก่งมากเลยนะครับ... พี่ภูมิใจในหนูจริง ๆ
พรุ่งนี้วันจันทร์ พี่ไปรับหนูที่บ้านเหมือนเดิมนะครับ เจอกันที่ทำงาน ดูแลตัวเองดี ๆ นะ พี่รักหนูครับ”
แพรยิ้มเขิน ๆ แล้วลงจากรถ เดินเข้าบ้านด้วยหัวใจอุ่น ๆ
**วันจันทร์ — ที่ทำงาน**
แพรกลับมาทำงานตามปกติ ทุกอย่างดูเหมือนจะสงบลงหลังจากเรื่อง พี่เอก
(เขาเงียบหายไป ไม่มาคุย หรือชวนอะไรอีกเลย)
แต่เช้าวันจันทร์
มีอาจารย์หญิงคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาคณะเดียวกับ อ.กร
(ชื่อ “อ.วิภา” อายุใกล้เคียงพี่กร หน้าตาสวยคม ผิวขาว ผมยาวตรง หน้าตาแบบผู้ดี มีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่)
อ.วิภาเพิ่งย้ายมาจากมหาวิทยาลัยอื่น สวยสะดุดตา และดูเหมือนจะสนใจพี่กรมากเป็นพิเศษ
เธอชอบถือเอกสารมาให้พี่กรเซ็นบ่อย ๆ (ทั้งที่เอกสารไม่ด่วน) แล้วยืนคุยกับพี่กรนานกว่าปกติ
พูดจานุ่มนวล ยิ้มหวาน ชวนพี่กรคุยเรื่องงานผสมเรื่องส่วนตัว
(“อาจารย์ธนากรยังไม่แต่งงานเหรอคะ บ้านอาจารย์คงฐานะดีมากเลยนะคะ”)
กลางวัน อ.วิภาเดินมาที่ห้องพี่กรอีกครั้ง ถือเอกสารมาให้เซ็น แล้วชวนพี่กรไปกินข้าวเที่ยง
“อาจารย์ธนากรคะ วันนี้ว่างไหมคะ ฉันอยากชวนไปกินข้าวแถวสยามค่ะ มีเรื่องงานจะคุยด้วยนิดนึง แล้วก็... อยากรู้จักอาจารย์มากขึ้นน่ะค่ะ 555”
อ.กรที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารอยู่ หัวเราะเบา ๆ แล้วตอบสุภาพ
“วันนี้พี่ติดนัดนิดหน่อยครับอาจารย์วิภา ขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคุยเรื่องงานกันได้ไหมครับ”
แต่ อ.เอก (ในคณะเดียวกัน) กำลังเคลียร์เอกสารเพื่อพักงานยาว เขาเห็นเหตุการณ์จากไกลๆ แล้วแอบยิ้มมุมปาก
ส่วนแพรที่เดินผ่านมาพอดี เห็นอ.วิภายืนคุยกับพี่กรใกล้กันแบบนั้น หัวใจแพรก็เต้นแรง
แพรรู้สึก “หวง” เล็ก ๆ แต่ก็ยังไม่กล้าทำอะไร เพราะยังไม่เคยประกาศคบกันแบบเปิดเผย
แพรทำเป็นไม่เห็นอะไร
เดินผ่านไปเฉย ๆ หน้าตายังคงปกติ (แต่ในใจรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่อก) แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานต่อ
มือยังจับเมาส์ แต่สายตาแอบเหลือบไปทางห้องพี่กรเป็นระยะ ๆ
เห็นอ.วิภายังยืนคุยต่ออีกสักพัก ยิ้มหวาน พูดอะไรบางอย่างจนพี่กรหัวเราะเบา ๆ แล้วพยักหน้า
แพรรีบก้มหน้าลงทำเอกสารต่อทันที ไม่อยากให้ใครเห็นว่าตัวเองกำลัง “มอง”
- จากวันนั้นเป็นต้นมา -
แพรเริ่มสังเกตพฤติกรรมของอ.วิภาแบบไม่ตั้งใจ (แต่ก็ตั้งใจมากเลยล่ะ)
ทุกเช้า อ.วิภาจะเดินมาที่ห้องพี่กรเป็นคนแรก ๆ ถือเอกสารมาให้เซ็น (บางวันเอกสารแค่แผ่นเดียว แต่ยืนคุยกันนาน 10-15 นาที)
กลางวัน ถ้าพี่กรยังไม่รีบกลับห้อง อ.วิภาจะเดินมาชวนคุยเรื่องงาน หรือชวนกินข้าว (พี่กรส่วนใหญ่ปฏิเสธสุภาพ แต่บางวันก็ยิ้มตอบแบบไม่ปฏิเสธแรง)
บ่าย ๆ ถ้ามีประชุมคณะ อ.วิภาจะเลือกนั่งใกล้พี่กรเสมอ แล้วแอบเอียงตัวคุยอะไรบางอย่างจนพี่กรต้องหันไปตอบ
แพรเห็นทุกอย่างจากโต๊ะตัวเอง (ซึ่งอยู่มุมที่มองเห็นห้องพี่กรและทางเดินได้ชัดเจน)
แพรพยายามทำตัวปกติ แต่ใจเริ่มไม่ค่อยสบาย
พี่กรยังคงเหมือนเดิมกับแพร ทักทายยิ้มให้ พยักหน้าเบา ๆ เวลาเดินผ่าน ส่งข้อความหาแพรตอนบ่าย ๆ ถามว่ากินข้าวหรือยัง แต่ก็ไม่ได้ “ประกบ” หรือแสดงออกมากเกินไปที่ทำงาน (เพราะทั้งคู่ยังไม่เปิดเผยว่าคบกันมากนัก)
- จนกระทั่งวันพฤหัสบดีหนึ่งวัน -
กลางวัน พี่กรกำลังจะเดินไปห้องอาหารตามปกติ
อ.วิภาเดินตามมาทันที ถือเอกสารแผ่นเดียวในมือ
“อาจารย์ธนากรคะ วันนี้หนูมีเรื่องงานด่วนอยากคุยด้วยนิดนึงค่ะ ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ ร้านเดิมแถวสยามเลย หนูจองโต๊ะไว้แล้วด้วยค่ะ”
พี่กรชะงักนิดหนึ่ง มองเอกสารในมืออ.วิภา แล้วยิ้มสุภาพ
“...ได้ครับอาจารย์วิภา วันนี้พี่ว่างพอดี เดี๋ยวไปด้วยกันเลยครับ”
แพรที่ยืนอยู่ไม่ไกล (กำลังจะเดินไปห้องอาหารเหมือนกัน) ได้ยินชัดเจน
หัวใจแพรหล่นวูบลงทันที
พี่กรหันมามองแพรแวบหนึ่ง (เหมือนรู้ว่าแพรยืนอยู่ตรงนั้น) แต่สายตาพี่กรยังคงนิ่ง ๆ แล้วเดินตามอ.วิภาออกไป
ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันออกจากตึกคณะ
ภาพแผ่นหลังกว้างของพี่กรที่เดินเคียงคู่ไปกับหญิงสาวที่เพียบพร้อมอย่าง อ.วิภา ทำให้แพรรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบที่เพิ่งสร้างมาด้วยกัน มันกำลังสั่นคลอน พี่กรยังคงดูเป็นสุภาพบุรุษที่นิ่งสงบ เขายังคงรักษามารยาทและยิ้มรับตามมารยาททางสังคม... แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้แพรเจ็บที่สุด
เพราะเขานิ่งเกินไป... นิ่งจนเธออ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
แพรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือกำกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วซีด
เพื่อนร่วมงานบางคนแอบกระซิบกันเบา ๆ
“พวกแกดูสิ... อ.วิภา กับอ.กร ดูสนิทกันขึ้นทุกวันเลยนะ”
“หล่อ ๆ แบบนี้ มีสาวๆมาจีบก็ไม่แปลกหรอก”
ความเงียบในห้องทำงานยามพักเที่ยงมันดังอื้ออึงอยู่ในหู เสียงซุบซิบจากโต๊ะข้างๆ เหมือนคมมีดที่คอยย้ำเตือนว่า... ในสายตาคนอื่น พี่กรกับ อ.วิภา ต่างหากที่คู่ควรกัน ไม่ใช่พนักงานระดับล่างอย่างเธอ
แพรรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ
แพรรีบเดินกลับไปโต๊ะทำงาน นั่งลง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือสั่นนิดๆ
(แพรพยายามบอกตัวเองว่ามันคืองาน แต่น้ำเสียงที่ออดอ้อน และสายตาที่แสดงออกชัดเจนของ อ.วิภา มันกรีดลงบนความมั่นใจของแพรจนเหวอะหวะ)
แพรเปิดไลน์ แล้วพิมพ์ข้อความหาพี่กร
(นิ้วเรียวสั่นเทาขณะพิมพ์ข้อความ ที่ไม่มีวันกล้าส่ง)
**แพร (ยังไม่ส่ง):**
พี่กรคะ... หนูเห็นพี่ไปกินข้าวกับอ.วิภาแล้วนะคะ
หนู... ไม่ค่อยสบายใจเลยค่ะ
พี่จะไปนานไหมคะ หรือพี่...
แพรลบข้อความนั้น แล้วพิมพ์ใหม่
**แพร (ยังไม่ส่ง):**
พี่กรคะ... เย็นนี้พี่ว่างไหมคะ หนูอยากเจอพี่จังเลย
แพร... ตอนนี้กำลังนั่งที่โต๊ะทำงาน มือยังจับโทรศัพท์ค้างไว้
หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ รู้สึกหวง รู้สึกไม่มั่นใจ
ภาพในหัวของแพร ขณะที่แพรจ้องมองภาพ อ.วิภา ยืนคุยกับพี่กร ความรู้สึกหนึ่งที่แพรพยายามกดไว้นานแสนนานก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาเหมือนเขม่าควันดำ... มันคือ "ความกลัว"
ไม่ใช่กลัวพี่กรจะไม่รัก แต่กลัวว่า "ตัวเองดีไม่พอ"
ความน่ากลัวที่แพรสัมผัสได้จาก อ.วิภา ไม่ใช่การที่พี่กรจะนอกใจแบบจงใจ แต่มันคือ "ความเป็นธรรมชาติ" ที่สองคนนั้นคุยกันเรื่องวิชาการ เรื่องงานวิจัย หรือเรื่องสังคมที่แพรเข้าไม่ถึง
อ.วิภา ไม่ได้แค่สวย แต่เธอคือ "ภาพสะท้อนของสิ่งที่พี่กรควรจะเป็น" เธอมีหน้าตาทางสังคม มีหน้าที่การงานที่ทัดเทียม และที่สำคัญที่สุด... เธอสามารถยืนเคียงข้างพี่กรกลางแสงไฟในมหาลัยได้อย่างสง่างาม โดยไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ หรือทำตัวเป็นความลับเหมือนที่แพรเป็นอยู่ตอนนี้
'เธอกับเขาดูเข้ากันเหลือเกิน' ความคิดนี้ดังขึ้นในหัวแพรเหมือนเสียงกระซิบของปีศาจ
"พี่กรคะ... ร้านเดิมแถวสยามเลย ฉันจองโต๊ะไว้แล้วด้วยค่ะ"
คำว่า "ร้านเดิม" และ "จองโต๊ะไว้แล้ว" มันกรีดลึกยิ่งกว่าจูบที่พี่กรเคยมอบให้ใต้แสงจันทร์เสียอีก เพราะมันหมายความว่า... นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันงั้นเหรอ?
ตลอดเวลาที่พี่กรบอกว่ายุ่ง หรือตอนที่เขาไม่ได้อยู่กับเธอ เขาใช้เวลานั้นสร้าง "ความคุ้นเคย" กับผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม?
แพรมองดูพี่กรที่พยักหน้าแล้วยิ้มสุภาพ ยิ้มแบบเดียวกับที่เคยยิ้มให้เธอ... แต่วันนี้เขากลับใช้ยิ้มนั้นเพื่อเดินจากไปกับผู้หญิงคนอื่น
มือที่กำโทรศัพท์ของแพรสั่น จนควบคุมไม่ได้ ความน่ากลัวที่สุดไม่ใช่การที่พี่กรจะนอกใจ แต่มันคือการที่แพรเริ่มรู้สึกว่า "ตัวเองเป็นแค่คนในเงามืด" ที่เขามีไว้เพื่อระบายความเหงาในบ้านไม้สัก แต่ อ.วิภา คือ "โลกความจริง" ที่เขาพร้อมจะก้าวออกไปหาได้ทุกเมื่อ
เธอเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปคู่ที่แอบถ่ายไว้เมื่อคืน... รูปที่เธอเคยคิดว่ามันคือหลักฐานของความรัก แต่ตอนนี้มันกลับดูเหมือน "ภาพลวงตา" ที่เตือนใจเธอว่า...
สุดท้ายแล้ว เธอก็เป็นได้แค่ "ความลับ" ที่เขาไม่เคยคิดจะประกาศให้ใครรู้
