“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 51 ตัวแปรที่ไม่ได้นัดหมาย

    “นอนหลับต่อเถอะครับ... พี่จะกอดหนูแบบนี้ทั้งคืนเลย ไม่ปล่อยไปไหน ถ้าหนูยังกังวลอะไร บอกพี่ได้ตลอดนะ”

    พี่กรจูบขมับแพรอีกครั้ง แล้วกอดแน่นขึ้น  


    "หนูคิดว่าควรฉีดยาคุม"

    แพรพูดด้วยความกังวล


    พี่กรที่นอนกอดแพรอยู่เงียบไปครู่หนึ่ง พอได้ยินคำว่า “หนูคิดว่าควรฉีดยาคุม” พี่ก็ยกตัวขึ้นเล็กน้อย มองหน้าแพรด้วยสายตาอ่อนโยนแต่จริงจัง


    “แพรจะฉีดยาคุมเหรอครับ...”  

    พี่กรพูดช้า ๆ เหมือนกำลังคิดตาม แล้วพยักหน้าเบา ๆ  


    “พี่เข้าใจเลยนะครับ หนูอยากมั่นใจ 100% ไม่อยากเสี่ยง แล้วพี่ก็อยากให้หนูสบายใจที่สุดเหมือนกัน  

    ยาคุมแบบฉีด (Depo-Provera) มันสะดวกดีจริงๆ ครับ ไม่ต้องกินทุกวัน แล้วก็ป้องกันได้ดีมาก ถ้าหนูเลือกแบบนี้ พี่เห็นด้วยเลย”


    พี่กรยกมือขึ้นลูบผมแพรเบา ๆ แล้วกระซิบต่อ  

    “พรุ่งนี้หรือมะรืนนี้ พี่พาหนูไปโรงพยาบาลหรือคลินิกที่เชื่อถือได้นะครับ

    เรานัดหมอก่อนได้ ถ้าหนูอยากปรึกษาเรื่องผลข้างเคียง หรืออยากรู้ว่าฉีดแล้วจะเป็นยังไง พี่จะนั่งฟังกับหนูทุกคำ  

    แล้วระหว่างรอให้ยาออกฤทธิ์เต็มที่ (ปกติต้องรอ 7 วันถึงจะมั่นใจ) พี่จะระวังให้มากกว่านี้เลยครับ ไม่ให้หนูต้องกังวลอีก”


    พี่กรก้มลงจูบหน้าผากแพรแผ่วเบา แล้วดึงแพรเข้ามาซบอกอีกครั้ง  

    “หนูเก่งมากเลยนะครับ ที่คิดถึงเรื่องนี้แบบรอบคอบ พี่ภูมิใจในหนูจริง ๆ  

    พี่สัญญาเลยว่าไม่ว่าหนูจะเลือกวิธีไหน พี่จะสนับสนุนเต็มที่ ไม่มีบ่น ไม่มีบังคับ พี่แค่อยากให้หนูรู้สึกปลอดภัยและมีความสุขกับพี่ทุกวัน”


    พี่กรโอบแพรแน่นขึ้น แล้วกระซิบข้างหู  

    “พรุ่งนี้เรานัดหมอกันเลยไหมครับ... หรือหนูอยากคิดอีกสักหน่อย พี่รอได้นะ ไม่ต้องรีบ  

    ตอนนี้... นอนหลับต่อเถอะครับ พี่กอดหนูแน่น ๆ แบบนี้ทั้งคืนเลย ไม่ปล่อยไปไหน”


    - เช้าวันรุ่งขึ้น -

    พี่กรตื่นก่อนแพร

    พี่กรค่อย ๆ ลูบผมแพรเบา ๆ จนแพรตื่น แล้วกระซิบข้างหูด้วยเสียงนุ่ม ๆ


    “ตื่นแล้วเหรอครับ... วันนี้พี่พาหนูไปฉีดยาคุมตามที่คุยกันเมื่อคืนนะครับ  

    พี่นัดคลินิกใกล้ ๆ มหาลัยไว้แล้ว หมอดีมากเลย ไม่ต้องกังวล ”


    แพรพยักหน้าเขิน ๆ แล้วลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว พี่กรรออยู่ข้างนอกห้องนอน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วพาแพรออกจากบ้านพ่อแม่

    (คุณแม่ยังยิ้มแย้มส่งทั้งคู่ที่หน้าบ้าน บอกว่า 

    “ไปดีมาดีนะลูก กลับมาบ่อย ๆ นะ”)


    พี่กรขับรถพาแพรไปคลินิกคุมกำเนิดที่เชื่อถือได้ (คลินิกเอกชนใกล้มหาลัย มีหมอผู้หญิง)  

    ระหว่างทาง พี่กรจับมือแพรไว้ตลอด ไม่พูดมาก แต่บีบมือเบา ๆ เป็นระยะ ๆ ให้แพรรู้สึกอุ่นใจ  

    พอถึงคลินิก 

    แพรเข้าไปคุยกับหมอ หมออธิบายขั้นตอนชัดเจน ตรวจสุขภาพเบื้องต้น แล้วฉีดยาคุมกำเนิด (Depo-Provera) ให้แพรที่ต้นขา  

    หมอบอกว่า “หลังฉีดครั้งแรก ต้องรอ 7 วันถึงจะมั่นใจ 100% นะคะ ระหว่างนี้ยังต้องป้องกันเพิ่ม”  

    แพรออกมาหน้าแดงนิด ๆ แต่โล่งอก พี่กรลุกขึ้นยิ้มให้ แล้วพาแพรกลับบ้านทันที


    พี่กรจอดรถหน้าบ้านแพร แล้วหันมาจูบแก้มเบา ๆ  

    “หนูเก่งมากเลยนะครับ... พี่ภูมิใจในหนูจริง ๆ  

    พรุ่งนี้วันจันทร์ พี่ไปรับหนูที่บ้านเหมือนเดิมนะครับ เจอกันที่ทำงาน ดูแลตัวเองดี ๆ นะ พี่รักหนูครับ”


    แพรยิ้มเขิน ๆ แล้วลงจากรถ เดินเข้าบ้านด้วยหัวใจอุ่น ๆ



    **วันจันทร์ — ที่ทำงาน**


    แพรกลับมาทำงานตามปกติ ทุกอย่างดูเหมือนจะสงบลงหลังจากเรื่อง พี่เอก 

    (เขาเงียบหายไป ไม่มาคุย หรือชวนอะไรอีกเลย)  


    แต่เช้าวันจันทร์ 

    มีอาจารย์หญิงคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาคณะเดียวกับ อ.กร 

    (ชื่อ “อ.วิภา” อายุใกล้เคียงพี่กร หน้าตาสวยคม ผิวขาว ผมยาวตรง หน้าตาแบบผู้ดี มีเสน่ห์แบบผู้ใหญ่)  

    อ.วิภาเพิ่งย้ายมาจากมหาวิทยาลัยอื่น สวยสะดุดตา และดูเหมือนจะสนใจพี่กรมากเป็นพิเศษ  

    เธอชอบถือเอกสารมาให้พี่กรเซ็นบ่อย ๆ (ทั้งที่เอกสารไม่ด่วน) แล้วยืนคุยกับพี่กรนานกว่าปกติ  

    พูดจานุ่มนวล ยิ้มหวาน ชวนพี่กรคุยเรื่องงานผสมเรื่องส่วนตัว 

    (“อาจารย์ธนากรยังไม่แต่งงานเหรอคะ บ้านอาจารย์คงฐานะดีมากเลยนะคะ”)


    กลางวัน อ.วิภาเดินมาที่ห้องพี่กรอีกครั้ง ถือเอกสารมาให้เซ็น แล้วชวนพี่กรไปกินข้าวเที่ยง  

    “อาจารย์ธนากรคะ วันนี้ว่างไหมคะ ฉันอยากชวนไปกินข้าวแถวสยามค่ะ มีเรื่องงานจะคุยด้วยนิดนึง แล้วก็... อยากรู้จักอาจารย์มากขึ้นน่ะค่ะ 555”


    อ.กรที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารอยู่ หัวเราะเบา ๆ แล้วตอบสุภาพ  

    “วันนี้พี่ติดนัดนิดหน่อยครับอาจารย์วิภา ขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยคุยเรื่องงานกันได้ไหมครับ”


    แต่ อ.เอก (ในคณะเดียวกัน) กำลังเคลียร์เอกสารเพื่อพักงานยาว เขาเห็นเหตุการณ์จากไกลๆ แล้วแอบยิ้มมุมปาก

      

    ส่วนแพรที่เดินผ่านมาพอดี เห็นอ.วิภายืนคุยกับพี่กรใกล้กันแบบนั้น หัวใจแพรก็เต้นแรง

    แพรรู้สึก “หวง” เล็ก ๆ แต่ก็ยังไม่กล้าทำอะไร เพราะยังไม่เคยประกาศคบกันแบบเปิดเผย


    แพรทำเป็นไม่เห็นอะไร

    เดินผ่านไปเฉย ๆ หน้าตายังคงปกติ (แต่ในใจรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่อก) แล้วกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานต่อ  

    มือยังจับเมาส์ แต่สายตาแอบเหลือบไปทางห้องพี่กรเป็นระยะ ๆ  

    เห็นอ.วิภายังยืนคุยต่ออีกสักพัก ยิ้มหวาน พูดอะไรบางอย่างจนพี่กรหัวเราะเบา ๆ แล้วพยักหน้า  

    แพรรีบก้มหน้าลงทำเอกสารต่อทันที ไม่อยากให้ใครเห็นว่าตัวเองกำลัง “มอง”


    - จากวันนั้นเป็นต้นมา -

    แพรเริ่มสังเกตพฤติกรรมของอ.วิภาแบบไม่ตั้งใจ (แต่ก็ตั้งใจมากเลยล่ะ)


    ทุกเช้า อ.วิภาจะเดินมาที่ห้องพี่กรเป็นคนแรก ๆ ถือเอกสารมาให้เซ็น (บางวันเอกสารแค่แผ่นเดียว แต่ยืนคุยกันนาน 10-15 นาที)  


    กลางวัน ถ้าพี่กรยังไม่รีบกลับห้อง อ.วิภาจะเดินมาชวนคุยเรื่องงาน หรือชวนกินข้าว (พี่กรส่วนใหญ่ปฏิเสธสุภาพ แต่บางวันก็ยิ้มตอบแบบไม่ปฏิเสธแรง)  


    บ่าย ๆ ถ้ามีประชุมคณะ อ.วิภาจะเลือกนั่งใกล้พี่กรเสมอ แล้วแอบเอียงตัวคุยอะไรบางอย่างจนพี่กรต้องหันไปตอบ  

    แพรเห็นทุกอย่างจากโต๊ะตัวเอง (ซึ่งอยู่มุมที่มองเห็นห้องพี่กรและทางเดินได้ชัดเจน)  

    แพรพยายามทำตัวปกติ แต่ใจเริ่มไม่ค่อยสบาย  

    พี่กรยังคงเหมือนเดิมกับแพร ทักทายยิ้มให้ พยักหน้าเบา ๆ เวลาเดินผ่าน ส่งข้อความหาแพรตอนบ่าย ๆ ถามว่ากินข้าวหรือยัง แต่ก็ไม่ได้ “ประกบ” หรือแสดงออกมากเกินไปที่ทำงาน (เพราะทั้งคู่ยังไม่เปิดเผยว่าคบกันมากนัก)


    - จนกระทั่งวันพฤหัสบดีหนึ่งวัน -

    กลางวัน พี่กรกำลังจะเดินไปห้องอาหารตามปกติ  

    อ.วิภาเดินตามมาทันที ถือเอกสารแผ่นเดียวในมือ  

    “อาจารย์ธนากรคะ วันนี้หนูมีเรื่องงานด่วนอยากคุยด้วยนิดนึงค่ะ ไปกินข้าวด้วยกันไหมคะ ร้านเดิมแถวสยามเลย หนูจองโต๊ะไว้แล้วด้วยค่ะ”


    พี่กรชะงักนิดหนึ่ง มองเอกสารในมืออ.วิภา แล้วยิ้มสุภาพ  

    “...ได้ครับอาจารย์วิภา วันนี้พี่ว่างพอดี เดี๋ยวไปด้วยกันเลยครับ”


    แพรที่ยืนอยู่ไม่ไกล (กำลังจะเดินไปห้องอาหารเหมือนกัน) ได้ยินชัดเจน  

    หัวใจแพรหล่นวูบลงทันที  

    พี่กรหันมามองแพรแวบหนึ่ง (เหมือนรู้ว่าแพรยืนอยู่ตรงนั้น) แต่สายตาพี่กรยังคงนิ่ง ๆ แล้วเดินตามอ.วิภาออกไป  

    ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันออกจากตึกคณะ

    ​ภาพแผ่นหลังกว้างของพี่กรที่เดินเคียงคู่ไปกับหญิงสาวที่เพียบพร้อมอย่าง อ.วิภา ทำให้แพรรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบที่เพิ่งสร้างมาด้วยกัน มันกำลังสั่นคลอน พี่กรยังคงดูเป็นสุภาพบุรุษที่นิ่งสงบ เขายังคงรักษามารยาทและยิ้มรับตามมารยาททางสังคม... แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้แพรเจ็บที่สุด

    เพราะเขานิ่งเกินไป... นิ่งจนเธออ่านไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่


    แพรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือกำกระเป๋าแน่นจนข้อนิ้วซีด  

    เพื่อนร่วมงานบางคนแอบกระซิบกันเบา ๆ  

    “พวกแกดูสิ... อ.วิภา กับอ.กร ดูสนิทกันขึ้นทุกวันเลยนะ”  

    “หล่อ ๆ แบบนี้ มีสาวๆมาจีบก็ไม่แปลกหรอก”


    ความเงียบในห้องทำงานยามพักเที่ยงมันดังอื้ออึงอยู่ในหู เสียงซุบซิบจากโต๊ะข้างๆ เหมือนคมมีดที่คอยย้ำเตือนว่า... ในสายตาคนอื่น พี่กรกับ อ.วิภา ต่างหากที่คู่ควรกัน ไม่ใช่พนักงานระดับล่างอย่างเธอ


    แพรรู้สึกเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ  

    แพรรีบเดินกลับไปโต๊ะทำงาน นั่งลง แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมือสั่นนิดๆ  

    (แพรพยายามบอกตัวเองว่ามันคืองาน แต่น้ำเสียงที่ออดอ้อน และสายตาที่แสดงออกชัดเจนของ อ.วิภา มันกรีดลงบนความมั่นใจของแพรจนเหวอะหวะ)


    แพรเปิดไลน์ แล้วพิมพ์ข้อความหาพี่กร 

    (นิ้วเรียวสั่นเทาขณะพิมพ์ข้อความ ที่ไม่มีวันกล้าส่ง)


    **แพร (ยังไม่ส่ง):**  

    พี่กรคะ... หนูเห็นพี่ไปกินข้าวกับอ.วิภาแล้วนะคะ  

    หนู... ไม่ค่อยสบายใจเลยค่ะ  

    พี่จะไปนานไหมคะ หรือพี่...


    แพรลบข้อความนั้น แล้วพิมพ์ใหม่


    **แพร (ยังไม่ส่ง):**  

    พี่กรคะ... เย็นนี้พี่ว่างไหมคะ หนูอยากเจอพี่จังเลย


    แพร... ตอนนี้กำลังนั่งที่โต๊ะทำงาน มือยังจับโทรศัพท์ค้างไว้  

    หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ รู้สึกหวง รู้สึกไม่มั่นใจ


    ภาพในหัวของแพร ขณะที่แพรจ้องมองภาพ อ.วิภา ยืนคุยกับพี่กร ความรู้สึกหนึ่งที่แพรพยายามกดไว้นานแสนนานก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาเหมือนเขม่าควันดำ... มันคือ "ความกลัว"

    ​ไม่ใช่กลัวพี่กรจะไม่รัก แต่กลัวว่า "ตัวเองดีไม่พอ"

    ความน่ากลัวที่แพรสัมผัสได้จาก อ.วิภา ไม่ใช่การที่พี่กรจะนอกใจแบบจงใจ แต่มันคือ "ความเป็นธรรมชาติ" ที่สองคนนั้นคุยกันเรื่องวิชาการ เรื่องงานวิจัย หรือเรื่องสังคมที่แพรเข้าไม่ถึง


    ​อ.วิภา ไม่ได้แค่สวย แต่เธอคือ "ภาพสะท้อนของสิ่งที่พี่กรควรจะเป็น" เธอมีหน้าตาทางสังคม มีหน้าที่การงานที่ทัดเทียม และที่สำคัญที่สุด... เธอสามารถยืนเคียงข้างพี่กรกลางแสงไฟในมหาลัยได้อย่างสง่างาม โดยไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ หรือทำตัวเป็นความลับเหมือนที่แพรเป็นอยู่ตอนนี้

    ​'เธอกับเขาดูเข้ากันเหลือเกิน' ความคิดนี้ดังขึ้นในหัวแพรเหมือนเสียงกระซิบของปีศาจ

    ​"พี่กรคะ... ร้านเดิมแถวสยามเลย ฉันจองโต๊ะไว้แล้วด้วยค่ะ"

    ​คำว่า "ร้านเดิม" และ "จองโต๊ะไว้แล้ว" มันกรีดลึกยิ่งกว่าจูบที่พี่กรเคยมอบให้ใต้แสงจันทร์เสียอีก เพราะมันหมายความว่า... นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาสองคนไปไหนมาไหนด้วยกันงั้นเหรอ? 


    ตลอดเวลาที่พี่กรบอกว่ายุ่ง หรือตอนที่เขาไม่ได้อยู่กับเธอ เขาใช้เวลานั้นสร้าง "ความคุ้นเคย" กับผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม?

    ​แพรมองดูพี่กรที่พยักหน้าแล้วยิ้มสุภาพ ยิ้มแบบเดียวกับที่เคยยิ้มให้เธอ... แต่วันนี้เขากลับใช้ยิ้มนั้นเพื่อเดินจากไปกับผู้หญิงคนอื่น

    ​มือที่กำโทรศัพท์ของแพรสั่น จนควบคุมไม่ได้ ความน่ากลัวที่สุดไม่ใช่การที่พี่กรจะนอกใจ แต่มันคือการที่แพรเริ่มรู้สึกว่า "ตัวเองเป็นแค่คนในเงามืด" ที่เขามีไว้เพื่อระบายความเหงาในบ้านไม้สัก แต่ อ.วิภา คือ "โลกความจริง" ที่เขาพร้อมจะก้าวออกไปหาได้ทุกเมื่อ

    ​

    ​เธอเปิดโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปคู่ที่แอบถ่ายไว้เมื่อคืน... รูปที่เธอเคยคิดว่ามันคือหลักฐานของความรัก แต่ตอนนี้มันกลับดูเหมือน "ภาพลวงตา" ที่เตือนใจเธอว่า...

    ​สุดท้ายแล้ว เธอก็เป็นได้แค่ "ความลับ" ที่เขาไม่เคยคิดจะประกาศให้ใครรู้




    คล้ายกับเรื่อง“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล” ที่คุณอ่าน