ตอนที่ 2 ชายผู้นี้คือสามีของเธอ
เซิ่งอันหนิงสำลักควันจนน้ำตาไหล เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูจึงหันขวับไปทันที พลันเห็นเงาร่างสูงตระหง่านอยู่หน้าประตู เพราะร่างนั้นย้อนแสงจึงมองเห็นใบหน้าได้ไม่ชัดเจน
แต่จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม คนผู้นี้ก็คือโจวสือซวินสามีของเ้าของร่างเดิม
เขาปรากฏตัวอย่างกะทันหันเช่นนี้ เธอก็ไม่รู้จะทักทายอย่างไรดี
โจวสือซวินรีบเดินเข้ามา วางปิ่นโตลงแล้วรีบไปเปิดหน้าต่างทันที ก่อนเข้าไปตรวจสอบเตาไฟ ซึ่งถ่านสีดำได้กลบกิ่งไม้ที่ติดไฟจนดับไปนานแล้ว
เพราะรู้ว่าเซิ่งอันหนิงไม่สนใจเขา และไม่เป็ฝ่ายพูดกับเขาก่อน เขาจึงหยิบเหล็กคีบถ่านขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ เพื่อจุดไฟอีกครั้ง
เซิ่งอันหนิงลุกขึ้นและถอยไปด้านหลังด้วยความกระอักกระอ่วน ควันในบ้านค่อย ๆ สลายหายไปแล้ว ห้องมืดสลัวค่อย ๆ สว่างขึ้นมา และเห็นใบหน้าของชายคนนี้ได้ชัดเจนขึ้น
ดวงตาของเขาเ็าใสกระจ่าง จมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากเป็เส้นตรงทำให้ดูเคร่งขรึมและซื่อตรงอยู่หลายส่วน
ผิวพรรณเป็สีข้าวสาลีซึ่งดูสุขภาพดีมาก
เซิ่งอันหนิงที่มีสายตาละเอียดอ่อนก็รู้สึกว่าทั้งหน้าตาและบุคลิกของโจวสือซวินตรงตามมาตรฐานรสนิยมของเธอ แต่เธอก็ยังไม่มีกะจิตกะใจพูดถึงความรักความสัมพันธ์หลังจากทะลุมิติมา สิ่งที่เธอกำลังคิดก็คือจะแก้ไขความสัมพันธ์กับชายคนนี้อย่างไรดี
ถึงอย่างไรเธอก็ต้องเอาตัวรอดในยุคที่เธอไม่รู้อะไรเลย และยัง้าความช่วยเหลือจากชายคนนี้
หลังตกอยู่ในภวังค์เป็เวลานาน โจวสือซวินก็จุดไฟขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เปลวไฟริบหรี่ค่อย ๆ ลุกโชนอยู่ในเตา จากนั้นเขาก็มองเซิ่งอันหนิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ
เขารู้สึกประหลาดใจที่เซิ่งอันหนิงไม่ได้กลับเข้าห้องของตนหลังเขากลับมา เมื่อเห็นว่าใบหน้ารูปไข่งดงามขาวเนียนของเธอเต็มไปด้วยขี้เถ้า เขาก็หมุนกายเดินไปล้างมือที่อ่างล้างหน้าตรงหน้าประตู แล้วเปลี่ยนน้ำในอ่าง ทั้งยังเทน้ำร้อนในกระติกน้ำร้อนผสมลงไปด้วย
จากนั้นจึงหันกลับมามองเซิ่งอันหนิงด้วยสายตานิ่งสงบ “ล้างหน้าหน่อยไหม?”
เซิ่งอันหนิงอึ้งงันอยู่ครู่หนึ่ง ตาเป็ประกายเพราะได้รับการดูแลแบบที่ไม่คาดคิด เธอพยักหน้าตอบทันที “ได้สิ ขอบใจนะ”
เ้าของร่างเดิมปฏิบัติต่อเขาเช่นนั้น แต่เขาก็ยังเทน้ำล้างหน้าให้หล่อน คน ๆ นี้ใจกว้างไม่เบาเลย
แววตาของเซิ่งอันหนิงเป็ประกาย ยิ้มแย้มสดใสให้โจวสือซวิน และรีบเดินเข้าไปล้างหน้าล้างมือ
โจวสือซวินพิจารณาเซิ่งอันหนิงด้วยสีหน้านิ่งสงบ หล่อนถึงกับพูดขอบใจเขา ทั้งยังยิ้มให้เขา เื่แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เขาไม่รู้ว่าในใจของหล่อนกำลังคิดอะไร
เขาเดินไปหยิบปิ่นโตที่นำกลับมาจากโรงอาหารของหน่วยงานและนำไปอุ่นบนเตา หลังจากถลกแขนเสื้อขึ้นก็หยิบผักกาดขาวหัวหนึ่งขึ้นมา
เซิ่งอันหนิงล้างมือเสร็จแล้ว เมื่อเงยหน้าขึ้นถึงได้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยเขม่าควันสะท้อนอยู่บนกระจกกลมเล็ก ๆ ที่แขวนอยู่ ไม่แปลกใจเลยที่โจวสือซวินขอให้เธอล้างหน้าล้างตา ช่างน่าอายจริง ๆ
ดังนั้นเธอจึงรีบล้างหน้าให้สะอาด ครั้นเห็นใบหน้าสะอาดสะอ้านในกระจก เธอก็คิดไม่ถึงเลยว่าเ้าของร่างเดิมจะมีใบหน้าที่เหมือนเธอเช่นนี้ แต่เธอมีอายุใกล้จะสามสิบปีแล้ว หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในความเร่งรีบมาตลอด รูปร่างของเธอจึงผ่ายผอมกว่าเ้าของร่างเดิม ส่วนผิวพรรณก็ไม่ได้ขาวเนียนเหมือนเ้าของร่างเดิม
อาจเป็เพราะเ้าของร่างเดิมอารมณ์เสียบ่อยเกินไป แต่พอตอนนี้หน้าของหล่อนไม่ได้ซ่อนอารมณ์โมโหร้ายเอาไว้แล้ว จึงทำให้ดูเชื่อฟังขึ้นไม่น้อย
เธอเอื้อมมือขึ้นลูบคิ้ว อารมณ์เสียบ่อย ๆ ไม่ใช่เื่ดี
เซิ่งอันหนิงล้างหน้าล้างตา เห็นผ้าขนหนูแขวนไว้ที่ราวสองผืน ผืนหนึ่งสีเขียวทหาร อีกผืนสีขาว จึงเดาว่าผืนสีขาวนั้นเป็ของเ้าของร่างเดิม จึงหยิบมาเช็ดหน้า
เมื่อหันกลับมาเห็นว่าโจวสือซวินกำลังหั่นผักกาดขาว แขนเสื้อกันหนาวสีเขียวลายทหารถูกม้วนถลกขึ้น เผยให้เห็นท่อนแขนกำยำ ลวดลายเส้นเืบนแขนนั้นทำให้แขนดูทรงพลังอย่างยิ่ง
ด้วยการหั่นผักที่รวดเร็วอย่างชำนิชำนาญ ผักกาดขาวก็ถูกหั่นซอยเป็เส้นเล็ก ๆ มีขนาดเท่ากันทุกเส้น
เซิ่งอันหนิงลอบถอนหายใจเงียบ ๆ สมกับเป็คนหน้าตาดี ทำอะไรก็ดูดีไปหมด
แต่เพราะความสัมพันธ์ของเ้าของร่างเดิมและชายคนนี้ทำให้เธอไม่รู้ว่าจะเอ่ยปากชวนคุยอย่างไรดี เธอจึงยืนเอามือไพล่หลังอยู่นาน จากนั้นก็ตัดสินใจเดินเข้าไปใกล้ “เอ่อ… มีอะไรให้ฉันช่วยไหม?”
โจวสือซวินหยุดชะงักไปชั่วคราว เงยหน้ามองเซิ่งอันหนิง “เื่ที่คุณพูดมาเมื่อวานมันเป็ไปไม่ได้”
เซิ่งอันหนิงตะลึงงัน และจำสาเหตุที่เ้าของร่างเดิมทะเลาะกับโจวสือซวินเมื่อคืนนี้ได้ เป็เพราะหล่อนอยากกลับไปทำงานในเมือง เนื่องจากหน่วยงานของโจวสือซวินจะจัดหางานให้คนในครอบครัวของพนักงานในหน่วยงานทุกปี
จำนวนคนที่ได้ไปทำงานในเมืองมีจำกัดมากขึ้น หล่อนได้ยินมาว่าปีนี้มีเพียงสองตำแหน่งที่จะได้ไปทำงานในเมือง หนึ่งคือเป็พยาบาลที่โรงพยาบาลรัฐในเมือง อีกตำแหน่งก็คือเป็คุณครูที่โรงเรียนอนุบาลในเมือง
การคัดเลือกจะขึ้นอยู่กับความสามารถ คุณสมบัติ ประสบการณ์ และความยากลำบากของครอบครัว
ไม่ว่าจะคำนวณจากด้านไหน เ้าของร่างเดิมก็ไม่มีคุณสมบัติใดเลย ยิ่งไปกว่านั้นความคิดของเ้าของร่างเดิมก็ไม่ได้จะไปเพื่องาน แต่เพราะอยากกลับไปพบคนรักเก่าที่อยู่ในเมือง
ดังนั้นหล่อนจึงเอ่ยเื่อยากได้ตำแหน่งงานครูอนุบาลกับโจวสือซวิน
โจวสือซวินปฏิเสธหล่อนอย่างเ็า จากนั้นเ้าของร่างเดิมจึงโมโหทำลายข้าวของในบ้าน
พอเซิ่งอันหนิงคิดถึงเื่เมื่อคืน เธอก็รู้สึกปวดฟันขึ้นมา นี่มันเื่อะไรกัน? ทั้งที่แต่งงานแล้วทำไมถึงยังมีคนรักอยู่ในเมืองอีก
พอเห็นใบหน้าเ็าของโจวสือซวิน เธอก็รีบโบกมือทันที “ไม่ใช่ ๆ ฉันรู้ว่าคุณสมบัติฉันไม่พอกับงานนี้ ให้คนที่เขา้าเถอะ ฉันแค่อยากช่วยคุณทำกับข้าวเท่านั้นเอง”
โจวสือซวินเหลือบตามองเธอครู่หนึ่ง “ไม่ต้อง”
เซิ่งอันหนิงยืนมองโจวสือซวินทำกับข้าวอยู่ข้าง ๆ เมื่อถึงขั้นตอนสุดท้ายก็คือการผัดผัก โจวสือซวินเห็นว่าน้ำมันในถังสังกะสีเคลือบหมดแล้ว จึงได้แต่ขมวดคิ้ว เดินไปหยิบกระปุกน้ำมันหมูออกมา ตักขึ้นมาหนึ่งช้อนหยอดลงในกระทะ
จากนั้นนำหัวหอม ขิง กระเทียม และพริกแดงแห้งลงไปในกระทะ กลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณทันที และโชยเข้าจมูกโดยตรง
เซิ่งอันหนิงรู้ว่าตนต้องหิวแน่ แค่ผัดผักกาดขาวธรรมดา ๆ ในกระทะก็ทำให้เธอกลืนน้ำลายแล้ว
อาหารมื้อเที่ยงนั้นเรียบง่ายมาก มีหมูสามชั้นผัดซอสแดงที่โจวสือซวินนำกลับมาจากโรงอาหาร ไขมันเยอะเนื้อน้อย สีสันจืดชืด มองอย่างไรก็ไม่น่าอร่อย จากนั้นก็เป็ผัดผักกาดขาว ส่วนอาหารหลักคือหมั่นโถว
เซิ่งอันหนิงเห็นโจวสือซวินอุ่นหมั่นโถว จึงช่วยเหลือด้วยการจัดโต๊ะ จัดเก้าอี้ และไปหยิบตะเกียบด้วยความคล่องแคล่ว
โจวสือซวินมองดูถ้วยและตะเกียบสองชุดด้วยแววตาคาดไม่ถึง เซิ่งอันหนิงในวันนี้ดูผิดแปลกไป เพราะเมื่อก่อนแค่เขาหายใจต่อหน้าหล่อน หล่อนก็รู้สึกว่าอากาศรอบ ๆ ตัวสกปรกกลายเป็กลิ่นเหม็นน่ารังเกียจของคนชนบทไปแล้ว
หลังจากวางหมั่นโถวและกับข้าวลงบนโต๊ะ เซิ่งอันหนิงจึงนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามทันที จ้องมองหมั่นโถวเนื้อหยาบพร้อมกล่าวว่า “ดูน่าอร่อยมาก คุณนี่สุดยอดจริง ๆ ค่ะ”
คิ้วของโจวสือซวินกระตุก คาดเดาถึงการเปลี่ยนแปลงของเซิ่งอันหนิง เกรงว่าหล่อนคงจะเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายของตัวเองกระมัง
เขายังคงนั่งลงตรงข้ามเซิ่งอันหนิง หยิบหมั่นโถวขึ้นมากิน
เซิ่งอันหนิงไม่ได้รู้สึกแปลกใจแต่อย่างใดเมื่อเผชิญหน้ากับท่าทางระแวดระวังของผู้ชายคนนี้ จากการกระทำของเ้าของร่างเดิมแล้ว เขาคงกำลังเดาว่าเธอจะมาไม้ไหนอยู่กระมัง
เธอกัดหมั่นโถวไปหนึ่งคำ ก่อนจะมองดูหมั่นโถวสีเหลืองอ่อน หลังจากกัดเข้าไปแล้วก็รู้สึกถึงเนื้อหมั่นโถวที่ทั้งแห้งและแข็ง เวลากลืนลงไปก็รู้สึกฝืดคอ
ไม่นุ่มเหมือนกับโวโวโถวข้าวโพดอันหอมหวานที่เธอเคยกินในร้านอาหารเลย
เธอยืดคอเพื่อกลืนมันลงไปและรีบคว้าถ้วยน้ำดื่มน้ำตามไปสองอึก
โจวสือซวินมองดูเซิ่งอันหนิงครู่หนึ่ง ก่อนจะหรี่ตาลงกินต่อ
ขณะที่ทั้งสองกินข้าวอย่างเงียบ ๆ และจมอยู่ในความคิดของตัวเอง เสียงผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้นนอกประตู “หัวหน้าโจว! คุณอยู่บ้านไหมคะ”
น้ำเสียงของหล่อนฟังดูร้อนรน และมีเสียงร้องไห้ปนมาด้วย
……………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
ใครเป็พี่โจวก็รู้สึกแปลกใจหมดแหละค่ะ ภรรยาที่ไม่มีวันได้ญาติดีกันเลยจู่ ๆ วันนี้ก็พูดเสียงอ่อนหวานช่วยจัดโต๊ะจัดกับข้าวงี้
ใครมาหากันนะ
ไหหม่า(海馬)