หากว่าการปรากฏตัวของฮัวหรูเหยียนทำให้ผู้คนตกใจในความงามแล้ว เสียงกล่าว “นั่ง” ของลวี่เยาก็ทำให้ทุกคนตกตะลึง!
ครั้นหลังจากทุกคนได้เห็นรูปลักษณ์ของลวี่เยาอย่างชัดเจน ก็เป็นการสูดหายใจเข้าครั้งหนึ่ง แอบตกใจกันไม่หยุด —— เป็นสาวใช้ที่อัปลักษณ์เสียจริง!
ทุกคนกล่าวในใจว่าสมองของสาวใช้นี่คงเลอะเลือนกระมัง? พิณโบราณนั่นต้องเป็นของรักของหวงของฮัวชิงหร่านเป็นแน่แท้ ลวี่เยากลับกล่าวถือก็ถือขึ้นมา แม้ถามก็ไม่ถามสักคำ ต่อให้ลวี่เยาจะหนีรอดจากโชคชะตาที่ถูกก้นของถังโยวนั่งทับกลายเป็นคนพิการไป แต่จุดจบของการล่วงเกินฮัวชิงหร่านคงจะเป็นการน่าเวทนายิ่งขึ้นไปอีกถึงจะใช่ นอกจากนี้ ลวี่เยามีฐานะอันใดถึงกล้ากระทำการเช่นนี้?
ฮัวชิงหร่านไม่ได้ทำอะไร ถังเหลาเหย่ก็กล่าวอย่างโมโหขึ้นมาก่อนว่า “วางลง! ใครให้เจ้าแตะต้องพิณรักของหลานชาย?! เจ้ารู้หรือไม่ว่าพิณนั่นแพงขนาดไหน คนชั้นต่ำเช่นเจ้าสามารถแตะต้องได้ที่ไหน? วางลงเดี๋ยวนี้ อย่าทำให้พิณดี ๆ นั่นสกปรก!”
ถังโยวจ้องมองลวี่เยา กล่าวตะคอก “ยังไม่รีบวางกลับที่เดิม!”
ถังเฉียนหันมองไปทางฮัวชิงหร่าน กล่าวอย่างเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด “ท่านชายโปรดอภัย”
ฮัวชิงหร่านไม่มีท่าทีตอบสนอง เพียงสายตาก้มมองต่ำ ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่
ถังเฉียนลองเรียกดูอีกครั้ง “ท่านชาย?”
ฮัวชิงหร่านค่อย ๆ เงยหน้า ละสายตาจากใบหน้าของถังเฉียนย้ายไปที่ร่างกายของลวี่เยา หลังจากมองครู่หนึ่งจึงกล่าว “หลังจากอาบน้ำอบธูปหอมเสร็จ ถึงจะกล้าจับสัมผัสพิณบรรเลง กลัวว่าจะเป็นการหยาบคายต่ออารมณ์อันสุนทรีย์” ฮัวชิงหร่านแม้จะมิได้ตำหนิลวี่เยารุนแรงต่อสิ่งนี้ แต่นัยน์ตาที่หยาดเยิ้มนั่นกวาดมองอย่างเย็นชา กลับทำให้ใจคนทุกข์ทรมานยิ่งกว่าคำประณามร้อยเท่าพันเท่า
ไม่คิด ลวี่เยากลับวางกระถางธูปหอม แสร้งทำเป็นถุยน้ำลายลงบนฝ่ามือ จากนั้นตั้งอกตั้งใจเช็ด ๆ ถู ๆ พิณ ทำให้เกิดทำนองสะเปะสะปะ จนคนที่ฟังตระหนกตกใจขวัญหนีดีฝ่อเหมือนเจอผี
อันที่จริง ใคร ๆ ก็คิดไม่ถึงว่าลวี่เยาจะใช้น้ำลายของตนเองเช็ดพิณ
ชั่วขณะหนึ่ง ล้วนลืมที่จะดุด่าลวี่เยาไปแล้ว
กระทั่งลวี่เยาใช้มือเช็ดพิณจนทั่วถึงยิ้มอย่างพึงพอใจ ยัดพิณเข้าไปในอ้อมอกของฮัวชิงหร่าน เปิดปากที่อมผลไม้แช่อิ่ม กล่าวเสียงสูงอย่างสดใสไร้เดียงสา “เอ้า สะอาดแล้ว”
ฮัวชิงหร่านถือพิณอย่างสงบ ไม่ขยับ
ชวีหนานอีสงสัย ฮัวชิงหร่านนี่เป็นปฏิกิริยาปกติที่เหมือนถูกฟ้าผ่า ไม่เป็นไร ครู่หนึ่งก็จะมีปฏิกิริยาตอบกลับ คาดว่าปฏิกิริยาตอบกลับคงมหาศาลแน่ เขาก้าวเดินไปตรงหน้าลวี่เยา เอียงศีรษะ สังเกตนางสองสามครั้งก่อนยิ้มหวาน กล่าวกับถังเหลาเหย่ว่า “สาวใช้ของท่านคนนี้ฉลาดมาก ไม่กลัวอะไรเลย”
ถังเหลาเหย่ไม่เข้าใจว่านี่เป็นอะไรกับอะไร กลับรู้ว่าอะไรเรียกว่าจับปลาน้ำขุ่น ดังนั้นรีบพยักหน้ายิ้มร่วมชื่นชม
ลวี่เยาเดินไปยังด้านข้างเก้าอี้ยาวอย่างเป็นธรรมชาติ ยืนนิ่ง กล่าวกับถังโยวที่ตะลึงไปแล้วอีกครั้งว่า “นั่ง”
ก่อนถังโยวจะได้สติ นางก็นั่งลง หย่อนก้นไปได้ครึ่งเดียวก็นึกได้ว่าตนเองนั่งเก้าอี้เดี่ยวแตกไปแล้วหนึ่งตัว ครานี้จึงฝืนเก็บแรงไว้ ชะงักอยู่กลางอากาศชั่วขณะ แล้วค่อย ๆ นั่งลงบนเก้าอี้ยาวอย่างนุ่มนวล ฮึ่ย คนเดียวครองสองที่ ไม่เหลือที่ให้สักนิด
นั่งลงแล้ว ถังโยวถึงตระหนักว่าการกระทำของตนช่างไม่เหมาะสม มีที่ไหนกันท่านใต้เท้าชวีหนานอีเพิ่งยืนขึ้น นางมีเหตุผลใดถึงรีบร้อนนั่งลง การกระทำนี้ไม่ต่างจากคนเถื่อน
หน้าซาลาเปาของถังโยวแดงขึ้น อยากจะยกก้นยืน ก็รู้สึกขยับไม่เท่ากับสงบ นางขยับย้ายไปมาคล้ายกับบนก้นมีเข็มทิ่ม ทำอย่างไรก็ไม่สบาย ไม่เหมาะสม
ชวีหนานอีเพียงลุกยืนหยอกล้อลวี่เยาเล็กน้อย เมื่อหันกลับไปก็พบว่าตนเองไม่มีที่นั่งแล้ว เหอะ การกระทำช่างรวดเร็วเสียจริง
ถังเหลาเหย่เก้อเขินเล็กน้อย จึงลุกขึ้นยืน กล่าวกับชวีหนานอีว่า “ใต้เท้า ท่านนั่ง”
ชวีหนานอีโบกไม้โบกมือ ส่งสัญญาณให้ถังเหลาเหย่นั่ง เขากลับเป็นเช่นเดียวกับฮัวชิงหร่าน ถอดรองเท้าเกี๊ยะ คุกเข่าบนพรมรองนั่ง เช่นนี้ก็ได้ใกล้กับสาวงามอีกนิด อารมณ์ค่อยดีขึ้นหน่อย
เวลานี้ ฮัวชิงหร่านได้สติกลับมาแล้ว
ทว่าเห็นเขาใช้แขนเสื้อห่อมือ นำพิณวางไว้ หลังจากนั้นลุกขึ้นอย่างสง่างาม สองมือคารวะทุกคนกล่าว “ไปแล้วก็มา”
สาวน้อยพายเรือปรากฏตัวอีกครั้ง กอดพิณโบราณ พายเรือนำฮัวชิงหร่านจากไป
ฮัวหรูเหยียนพลิกข้อมือพลิ้วไหว ท่วงท่าดูดีเฉกเช่นเมฆลอยสายน้ำไหลเป็นธรรมชาติ แต่เห็นนางเทชาหนึ่งถ้วย ยกข้อมือขาวผ่องส่งไปยังด้านหน้าชวีหนานอี กล่าวอย่างอ่อนโยน “ใต้เท้า เชิญ”
ชวีหนานอีกล่าวขอบคุณ รับชามาแล้วจิบคำหนึ่ง หรี่ตาที่เรียวยาว มองไปทางฮัวหรูเหยียนด้วยแววตาเป็นประกายระยิบระยับ ยิ้มโดยไม่กล่าว กลับสามารถทำให้คนเข้าใจได้ถึงรสชาติอันแสนล้ำเลิศนั้น
ฮัวหรูเยียนก้มศีรษะอย่างเหนียมอายและชงชาต่อ โดยมีจู่ลี่สาวใช้ส่งมอบให้กับถังเหลาเหย่
ชาเป็นสิ่งล้ำค่ามีราคา ชาที่จวนชวีหนานอีคุณภาพไม่ดี แต่มูลค่าไม่เบา บ้านถังเหลาเหย่แม้ร่ำรวย แต่ยังไม่มีความสามารถซื้อชา เวลานี้ผู้ที่ได้ดื่มชา ธรรมดาว่าเป็นผู้มีฐานะมีอำนาจอย่างแน่นอน เหตุนี้ ถังเหลาเหย่ถือถ้วยชานั้น ใบหน้าก็แสดงความสุขยินดี
หยิบยืมความยิ่งใหญ่ของชวีหนานอี ถังโยวและถังเฉียนต่างได้ส่วนแบ่งชาคนละถ้วย
ลวี่เยายืนอยู่เยื้องไปด้านหลังของถังโยว คล้ายกับคนล่องหนไม่ดึงดูดความสนใจใครอีก เหมือนกับพฤติกรรมครู่นี้ไม่เคยเกิดขึ้น
ถังเหลาเหย่ไม่มีหน้าที่จะอยู่ต่อ แต่โอกาสดีเช่นนี้หากไม่อยู่ต่อก็กลัวว่าจะเสียโอกาส เขาจึงก้มมองต่ำเสียเลย ค่อย ๆ สูดดมกลิ่นชา ไม่ไปคิดเรื่องที่ลวี่เยาใช้น้ำลายเช็ดพิณ
ฮัวชิงหร่านไปและกลับมา เดิมที่สวมชุดคลุมสีขาวสะอาด ครานี้เปลี่ยนเป็นสีเหลืองจันทร์
ฮัวชิงหร่านประสานมือคารวะ กล่าว “ขออภัยที่เสียมารยาท” เขาขยับชุดคลุมเบา ๆ ถอดรองเท้าเกี๊ยะออก คุกเข่านั่งลงบนพรมรองนั่ง
ทุกคนทยอยคารวะกลับแล้วค่อยนั่งลงอีกครั้ง
ชวีหนานอีจิบชาอึกหนึ่ง กล่าวอย่างปลง ๆ ว่า “วันนี้ได้จิบชาของคุณหนูฮัว กลัวว่าไม่ใช่เรื่องโชคดีอะไร”
ทุกคนประหลาดใจ เหตุใดชวีหนานอีจึงกล่าวเช่นนี้
หลังจากชวีหนานอีดื่มชาอีกหนึ่งอึก ถึงมองไปทางฮัวหรูเหยียนอย่างอารมณ์ลึกซึ้ง ค่อย ๆ กล่าว “ตัดเขาอูซานออกไป เมฆก็ไม่ใช่เมฆ”
“ซี้ด...” ลวี่เยาจู่ ๆ ก็ส่งเสียงร้องแปลก ๆ มิใช่ว่านางตั้งใจเรียกความสนใจผู้อื่น แต่เป็นเพราะฟันที่เข็ดจนไม่ไหวแล้ว
ชวีหนานอีหันกลับมากวาดตามองลวี่เยา เหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้มกล่าวว่า “เป็นอย่างไรหรือ ลวี่เยามีความคิดเห็นอันใด?”
ลวี่เยานำผลไม้แช่อิ่มที่อมไว้ในแก้มซ้ายเกี่ยวออกมา ขบเคี้ยวพลางกล่าวตอบอย่างไม่ชัดว่า “เข็ด!”
ชวีหนานอีครานี้ถึงได้รู้สึก มิใช่ว่าบนใบหน้าของลวี่เยามีเนื้องอก แต่เป็นเพราะนางอมของไว้ในแก้มสองข้าง! นี่...นี่มันไม่ปกติเกินไปแล้วกระมัง?
ลวี่เยากลืนผลไม้แช่อิ่มลูกหนึ่งลงไปแล้ว ก็เพิ่มให้ตนเองอีกทันที หลังจากนั้นก็กลายเป็นแก้มอูม ๆ แปลกประหลาดทั้งสองข้าง พิงไหล่กับเสาของศาลา แสดงความเกียจคร้านอย่างอาจหาญโจ่งแจ้ง
ทุกคนรู้สึกว่าเช่นนี้ไม่สู้ดีนัก ทว่าล้วนไม่รู้จะกล่าวเช่นไรดี ถังเหลาเหย่ก็มิอาจกล่าวว่าสาวใช้ตระกูลของเขาสมองไม่ค่อยดี พวกท่านอย่าใส่ใจเลย? แท้จริงแล้ว แม้ว่าลวี่เยาปัญญานิ่ม แต่เมื่อยืนอยู่เยื้องไปด้านหลังของถังโยว ยังขับถังโยวให้นัยน์ตาสว่างสดใสสง่างามเป็นพิเศษได้เลยทีเดียว
คำว่าเข็ดของลวี่เยาก่อให้เกิดเสียงดังก้องต่อทุกคน จึงพากันทยอยยกถ้วยชาขึ้นดื่ม เพื่อบรรเทาความรู้สึกไม่สบายของฟัน
ฮัวหรูเหยียนเบนสายตาสังเกตดูลวี่เยาอย่างละเอียด แล้วถอนหายใจเบา ๆ กล่าว “หญิงนี่ปัญญานิ่มได้ถึงเพียงนี้ ทำให้คนปวดใจยิ่ง เยี่ยงนั้นนำส่งไปยังตำหนักหรูเหยียน เล่นด้วยกันกับเหล่าพี่น้องเป็นอย่างไร คุณหนูใหญ่ถังจิตใจเมตตา ทำดีย่อมได้ดี หากไม่รังเกียจ หรูเหยียนยินดีมอบสาวใช้ที่ฉลาดปราดเปรื่องคนหนึ่งให้ คอยดูแลรับใช้คุณหนูใหญ่ถัง”
สาวใช้จู่ลี่ที่กุมพัดให้ฮัวหรูเหยียนยิ้มเล็กน้อยกล่าวว่า “คุณหนูบ้านเรามีเมตตาที่สุด ในเมืองฉางอันได้สร้างตำหนักหรูเหยียนไว้สำหรับเลี้ยงดูหญิงโง่เขลาเบาปัญญาเหล่านั้นโดยเฉพาะ ให้พวกนางได้มีที่อยู่อบอุ่น หนาวมีผ้าให้ห่ม ร้อนมีชุดให้ใส่ อาหารวันละ 2 มื้อ อยู่อย่างสะดวกสบาย” จากนั้นย้ายสายตามองไปยังลวี่เยา ไม่สนว่านางฟังเข้าใจหรือไม่ กล่าวต่อว่า “หลังจากคุณหนูผ่านการท่องเที่ยวครานี้ ต้องการเข้าร่วมการคัดเลือกนักพรต ด้วยจิตศรัทธาและสติปัญญาของคุณหนูบ้านข้า ไม่มีเหตุผลใดที่จะทำไม่สำเร็จ ถึงเวลานั้น เพียงคุณหนูใช้กลยุทธ์ก็สามารถทำให้เจ้าที่โง่เขลาเปลี่ยนเป็นฉลาดหลักแหลมจนผู้คนรักใคร่”
เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***