จักรพรรดินวดาราเพลิง

    ตอนที่ 45 หมีนักรบหฤโหด

    ผู้คุ้มกันตระหนักถึงพลังต่อสู้ที่พิเศษของหานเฟิง จึงกล่าวขึ้นโดยพลัน "เมื่อกี่วันก่อนพวกเราจับสัตว์อสูรตัวใหม่มาจริง ๆ ขอรับ เพียงแต่สัตว์อสูรที่มาใหม่นี้ยังดุร้าย ทั้งยังเป็นสัตว์อสูรระดับสามขั้นปลาย แม้จะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดแปดเส้นลมปราณแล้ว หากไม่ระวังก็จะบาดเจ็บเอาได้ หากร้ายแรงยิ่งกว่านั้นก็ถึงขั้นตายได้นะขอรับ"


    หานเฟิงยกมือขึ้นลูบคางแล้วครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง "งานประลองระหว่างตระกูลจะเริ่มต้นพรุ่งนี้แล้ว วันนี้ข้าเผยความแข็งแกร่งส่วนหนึ่งก็ไม่เป็นไร"


    "อีกทั้งยังจะเพิ่มความมั่นใจในตัวข้าให้กับตระกูลมากยิ่งขึ้น"


    คิดเช่นนี้แล้วหานเฟิงก็โบกมือ "ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าอยู่นี่หรือไร? "


    "สัตว์อสูรระดับสามแม้ร้ายกาจเพียงใด ต่อพวกเจ้าที่เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นมนุษย์ระดับปลายแล้วย่อมไม่ใช่คู่ต่อกร"


    คำพูดนี้ของหานเฟิงทำให้ผู้คุ้มกันหลายคนที่อยู่ตรงนั้นยิ้มกว้างทันที


    พวกเขาอายุมากกว่า แต่ละคนล้วนอยู่ในวัยยี่สิบย่างจะเข้าสู่สามสิบ และยังมีบางคนที่อายุสามสิบแล้ว อายุเท่านี้ ระดับพลังของพวกเขากลับอยู่ในขั้นสามัญระดับปลาย ฝึกฝนไม่ถึงแม้กระทั่งขั้นสามัญระดับปลายขั้นปลาย ความหวังที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นมนุษย์นั้นมีเพียงน้อยนิด แม้ว่าพวกเขาจะทะลวงได้จริง ๆ ก็อาจจะไปถึงเพียงขั้นมนุษย์หนึ่งดาราสองดาราเท่านั้น


    ในตระกูลหาน พลังระดับนี้จะว่าสูงก็ไม่สูง จะว่าต่ำก็ไม่ต่ำ อย่างไรเสียก็เป็นคนหมู่มาก


    ปกติแล้วพวกเขามักจะอ่อนน้อมถ่อมตน ยามนี้หานเฟิงกล่าวเช่นนี้ ก็เหมือนกับว่าพวกเขาได้รับคำเยินยอ


    หนึ่งในบรรดาผู้คุ้มกันตบลงบนหน้าอกและท้องของตนปึ้ก ๆ "ท่านวางใจ ข้าจะปกป้องท่านด้วยชีวิต!"


    กรงในคราวนี้มีขนาดใหญ่กว่าก่อนหน้า ภายในกรงมีเสียงคำรามอย่างดุร้ายออกมาเป็นระยะ ๆ


    หานเฟิงพึงพอใจยิ่ง "ข้าต้องการสัตว์อสูรแบบนี้แหละ สำหรับข้า สัตว์อสูรที่ถูกทำให้เชื่องก่อนหน้านั้นใช้การไม่ได้แม้แต่น้อย"


    "ท่านระวังนะขอรับ!" ผู้คุ้มเอ่ยเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง


    ภายในกรงขัง ร่างสูงใหญ่มหึมาร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว หานเฟิงยังไม่ทันเข้าไป กรงเพียงแค่แง้มเปิดออกเล็กน้อยเท่านั้น ร่างสูงใหญ่มหึมานั้นก็พุ่งออกมาแล้ว มันส่งเสียงคำรามดังสนั่น พื้นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งบริเวณ


    "หมีนักรบหฤโหด!!"


    ทันทีที่เห็นสัตว์อสูรตัวนี้ หานเฟิงก็เป็นต้องตกตะลึง


    หมีนักรบหฤโหดนี้เป็นใหญ่ในบรรดาสัตว์อสูรระดับต่ำ สัตว์อสูรนับแต่ระดับห้าลงไป น้อยนักที่จะเผชิญหน้าตัวต่อตัวกับหมีนักรบหฤโหดนี้ได้


    ก่อนที่จะเข้าสู่ขั้นมนุษย์ มนุษย์มนุษย์จะโจมตีระยะประชิดเป็นหลัก สัตว์อสูรก็เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะถึงระดับห้า พวกมันไม่มีความสามารถในการโจมตีระยะไกล ทำได้เพียงสู้ตัวต่อตัวเท่านั้น


    หมีนักรบหฤโหดตัวนี้ได้เปรียบในการต่อสู้ตัวต่อตัวและต่อสู้ระยะประชิดโดยแท้จริง


    ร่างกายสูงใหญ่มหึมานั่นและยังมีกรงเล็บที่ทรงพลัง ล้วนแล้วแต่เป็นข้อได้เปรียบในการต่อสู้ของหมีนักรบหฤโหด


    แรกเกิดหมีนักรบหฤโหดเป็นสัตว์อสูรระดับสองขั้นต้นเมื่อ เมื่อมันโตเต็มวัยจะกลายเป็นระดับสี่


    หมีนักรบหฤโหดโตเต็มวัยสูงใหญ่ถึงห้าหกเมตร


    หมีนักรบหฤโหดในตอนนี้สูงมากกว่าสี่เมตร แสดงให้เห็นว่ามันใกล้เข้าสู่วัยผู้ใหญ่แล้ว


    "กรงเล็บสยบนิ่ง!!"


    กรงเล็บของหานเฟิงปะทะกับกรงเล็บของหมีนักรบหฤโหดอย่างรุนแรง จากนั้นทั้งตัวของหานเฟิงก็ถูกจับเหวี่ยงออกไป


    "นายน้อย!"


    บรรดาผู้คุ้มกันได้แต่ตกตะลึง ในตอนที่พวกเขากำลังจะลงมือนั้นเอง กลับถูกสายตาของหานเฟิงปรามไว้


    กรรรรร!


    หมีนักรบหฤโหดย่ำเท้าอยู่บนพื้น มันส่งเสียงคำรามลั่นอีกครั้ง ก่อนจะพุ่งเข้ามาหาหานเฟิง


    มือขวาของหานเฟิงได้รับบาดเจ็บ สีหน้าเขาจึงเหยเกเล็กน้อย "สัตว์ป่าตัวนี้แข็งแกร่งเกินไปแล้ว หากอาศัยเพียงกรงเล็บสยบนิ่งของข้า ย่อมยากที่จะได้เปรียบ"


    กรงเล็บของหมีนักรบหฤโหดฟาดลงมา จวนจะบดขยี้หัวของหานเฟิงให้เป็นผุยผง


    ในยามนี้เอง หานเฟิงพลิกกายหลบการโจมตีของหมีนักรบหฤโหดไปได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นสองแขนของหานเฟิงกอดแขนข้างหนึ่งของหมีนักรบหฤโหดไว้ กำลังภายในของเขาปะทุออกมาผ่านมือทั้งสองข้างของเขา


    มือสลายกระดูก!!


    ทั้งสองมือสำแดงเดชของมือสลายกระดูกออกมา


    ภายในอึดใจเดียว หมีนักรบหฤโหดก็ส่งเสียงร้องโหยหวนขึ้นมา นอกจากความเจ็บปวดแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือความโกรธอันเกรี้ยวกราดของมัน มันใช้อุ้งเท้าอีกข้างตะปบไปที่หานเฟิงอย่างแรง หากไม่ใช่เพราะหานเฟิงป้องกันการโจมตีครั้งนี้ได้ทัน เกรงว่าท้องเขาคงถูกขย้ำจนเหวอะหวะแล้ว


    แม้จะเป็นเช่นนั้น หานเฟิงก็ยังเลือดตกยางออกได้รับบาดแผลบนอกมาหลายบาดแผล


    หานเฟิงยังคงร่นถอยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตาก็ยังจับจ้องหมีนักรบหฤโหดที่ส่งเสียงร้องครวญครางอยู่บนพื้นอย่างใจเย็น


    อย่างไรเสียมือสลายกระดูกของหานเฟิงก็ยังไม่สำเร็จขั้นสมบูรณ์สูงสุด เดิมทีหมีนักรบหฤโหดเดิมก็มีร่างกายที่แข็งแรงทนทาน ดังนั้นกระดูกหนึ่งในสามของหมีนักรบหฤโหดจึงยังไม่แตกสลาย


    หานเฟิงเห็นภาพนี้ก็ได้แต่นึกทึ่ง "ร่างกายของหมีนักรบหฤโหดอึดมากจริง ๆ ข้าโจมตีมันขนาดนี้แล้ว มันยังไม่ตาย!"


    ทันใดนั้นหานเฟิงก็ก้าวออกไป ใช้กรงเล็บสยบนิ่งจบชีวิตของหมีนักรบหฤโหดตัวนั้น


    ผู้คุ้มกันหลายคนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็อ้าปากค้างไปตาม ๆ กัน


    ก่อนหน้านี้ที่หานเฟิงฆ่าเสือดาวเมฆา พวกเขายังพอรับได้ ถึงอย่างไร เสือดาวเมฆาก็เป็นสัตว์อสูรระดับสามขั้นกลางที่สูญเสียจิตวิญญาณในการต่อสู้ไปแล้ว


    ทว่าแม้กระทั่งหมีนักรบหฤโหดตัวนี้ยังถูกหานเฟิงฆ่าอย่างง่ายดาย เรื่องที่น่าตกใจเช่นนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ก่อนหน้านั้นจะเทียบได้


    หมีนักรบหฤโหดตัวนี้พึ่งถูกจับมา มันยังไม่ถูกเลี้ยงให้เชื่อง อีกทั้งยังแข็งแกร่งยิ่ง ไม่แตกต่างอะไรกับสัตว์อสูรบนเขา


    ไม่เพียงเท่านั้น


    หมีนักรบหฤโหดตัวนี้อยู่ในระดับสามขั้นปลาย มันกำลังจะเข้าสู่ระดับสี่ ในบรรดาสัตว์อสูรที่ต่ำกว่าระดับห้า มันเทียบได้กับเป็นนายเหนือหัวของบรรดาสัตว์อสูร


    ตอนนี้หมีนักรบหฤโหดตัวนี้กลับถูกหานเฟิงฆ่าอย่างง่ายดาย นี่ช่าง....


    กระทั่งหานเฟิงจากไปอย่างไร้สุ้มเสียง เหล่าผู้คุ้มกันถึงได้สติกลับคืนมา พวกเขาพลันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ


    ผู้คุ้มกันเหล่านั้นสบตากัน จากนั้นก็ปรี่ไปรายงานระดับสูงของตระกูลอย่างเงียบ ๆ


    พลังของหานเฟิงก้าวหน้าเร็วเกินไปแล้ว ผู้มีพรสวรรค์เช่นนี้เป็นโชคดีของตระกูลโดยแท้ พวกเขาจะต้องปกป้องเขาด้วยชีวิต


    เมื่อครูฝึกหลินรู้เรื่องทั้งหมดนี้ ก็เร่งฝีเท้าไปยังสถานที่ที่หมีนักรบหฤโหดตายในทันที ครูฝึกมู่ก็ไปพร้อมกันกับเขา


    ครูฝึกมู่สีหน้าเคร่งเครียดอยู่นานสองนาน ก่อนจะเอ่ยอย่างตกตะลึง "นี่คือมือสลายกระดูกชั้นสองแน่นอน!"


    ใบหน้าครูฝึกหลินพลันกระตุกอย่างแรง "มือสลายกระดูกของหานเฟิงสำเร็จชั้นสองขั้นปลาย อยู่ไม่ไกลจากชั้นสามแล้ว ยังดีที่ข้าแข็งแกร่งและยังมีความอดทนสูง ไม่เช่นนั้นข้าคงถูกเขาทรมานตายไปแล้ว"


    ทั้งสองจึงรีบไปแจ้งข่าวให้ผู้นำตระกูลหานอวี้และบรรดาผู้อาวุโสทราบ


    ผู้อาวุโสใหญ่พลันกระทืบเท้า "ท่านผู้นำตระกูล อัจฉริยะเช่นนี้หาได้ยากยิ่ง ตามความเห็นของข้า เขาไม่อาจเข้าร่วมงานประลองระหว่างตระกูลเป็นอันขาด เขาล้ำค่าเกินไป หากเกิดอันใดขึ้นกับเขาระหว่างงานประลองระหว่างตระกูล เช่นนั้นย่อมเป็นการสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแล้ว"


    ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างพยักหน้าตาม ๆ กัน "ไม่ผิด อัจฉริยะเช่นนี้ควรปกป้องคุ้มครองให้ดี หากเขาเติบใหญ่แล้ว ค่อยให้เขาออกไปปรากฏต่อหน้าธารกำนัล"


    นับแต่ก่อตั้งเมืองมาจนถึงตอนนี้ ไม่มีผู้ใดใช้ระยะเวลาสั้น ๆ เพียงแค่สองเดือน ก็มีพลังที่สามารถต่อกรกับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญระดับปลายได้


    พลังก้าวหน้ารวดเร็วระดับนี้ ขอเพียงจัดหาวิทยายุทธให้เขาฝึกฝนต่อไป นับประสาอะไรกับเข้าสู่ขั้นล้ำลึก แม้จะเป็นขั้นปฐพีก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้


    เมื่อเอ่ยถึงขั้นปฐพี แววตาของทุกคนพลันลุกโชนขึ้นมา


    สำหรับตระกูลเล็ก ๆ อย่างตระกูลหาน กับขั้นล้ำลึกพวกเขายังต้องเงยหน้ามอง ขั้นปฐพีนั้นย่อมเกินกว่าจะสามารถอธิบายได้


    วินานี้หานอวี้หัวเราะไม่ออกอีกต่อไปแล้ว ระดับพลังของหลานชายเขาก้าวหน้าเกินกว่าที่คาดไว้นัก อัจฉริยะเช่นนี้ ยากที่จะปล่อยให้เข้าร่วมงานประลองระหว่างตระกูลจริง ๆ


    ครูฝึกหลินและครูฝึกมู่ต่างมองหน้ากัน พวกเขาคิดไม่ถึงเด็ดขาดว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นเช่นนี้ ครูฝึกหลินกระวนกระวายขึ้นมาบ้างแล้ว เขาจะปล่อยให้หานเฟิงถอนตัวจากการประลองระหว่างตระกูลได้อย่างไร?

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดินวดาราเพลิง ที่คุณอ่าน