ทันทีที่อวิ๋นจื่อกลับมาถึงศาลาฉีอวิ๋นสาวใช้ก็บอกนางว่าหวังฉีอวิ๋นต้องการพบนาง
อวิ๋นจื่อไม่ได้เจอหวังฉีอวิ๋นมาหลายวันแล้วเป็นเพราะสองสามวันมานี้นางไม่ค่อยสบายและยังมีแขกค่อนข้างน้อย อวิ๋นจื่อคิดว่าอาจเพราะนางเอาแต่พักผ่อนเลยไม่ได้ออกไปไหนหวังฉีอวิ๋นที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจึงได้ส่งคนมาตามหานาง
โดยปกติแล้วหากหวังฉีอวิ๋นอยากพบอวิ๋นจื่อนางจะมาด้วยตนเองแทนที่จะให้คนมาเรียกหาเช่นนี้
อวิ๋นจื่อขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามเสียงต่ำว่าเกิดอะไรขึ้นสาวใช้ตัวน้อยที่ติดตามนางมาโดยตลอดคุกเข่าลงและกล่าวว่า “คุณหนูเป็นม่านอู่ต้องการพบคุณหนูเจ้าค่ะ”
อวิ๋นจื่อขมวดคิ้ว“ม่านอู่?”
หงจินกระซิบ“แม่นางม่านอู่เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของหอจุ้ยฮวนความร้ายกาจของนางแม้แต่นายหญิงก็ยังเอือมระอาแต่หากนายหญิงอยู่ที่นั่นนางจะไม่กล้าทำร้ายคุณหนูอย่างแน่นอนม่านอู่นับว่ามีอำนาจในหอจุ้ยฮวน แต่ตราบใดที่คุณหนูแสดงท่าทีเกรงอกเกรงใจนางย่อมไม่มีอะไรเกิดขึ้นถึงนางจะน่ารังเกียจอยู่บ้างก็เถอะ”
ในที่สุดอวิ๋นจื่อก็เข้าใจหญิงงามอันดับหนึ่งคนนั้นเข้าใจนางผิดไปใช่หรือไม่?
นี่เป็นเพราะซูเจิน?
อวิ๋นจื่อถามเบาๆ“ดูเหมือนนางจะมีคนหนุนหลังไม่น้อย?”
หงจินพยักหน้าจากนั้นก็ก้มศีรษะลงแล้วกล่าวว่า “ก่อนที่คุณหนูจะมาที่นี่ม่านอู่เป็นคนโปรดของคุณชายซูเจ้าค่ะ”
อวิ๋นจื่อเข้าใจทันทีม่านอู่ผู้นี้คิดว่านางทำสิ่งที่ไม่เหมาะไม่ควรกับคุณชายซู
“หงจินขอบคุณที่บอกเรื่องนี้กับข้า หลังจากนี้เจ้าจะยอมติดตามข้าไปตลอดหรือไม่? บางทีรอบตัวข้าอาจมีอันตรายอยู่ไม่น้อย”
หงจินคุกเข่าและกล่าวว่า“คุณหนูปฏิบัติกับหงจินเป็นอย่างดี หงจินเต็มใจที่จะอยู่เคียงข้างคุณหนู แม้ต้องบุกน้ำลุยไฟหงจินก็เต็มใจเจ้าค่ะ”
อวิ๋นจื่อประคองสาวใช้ตัวน้อยลุกขึ้นและกล่าวว่า“เอาล่ะ ไปหาม่านอู่กัน”
…
ในห้องโถงด้านข้างของศาลาฉีอวิ๋นหญิงสาวในชุดกระโปรงสีชมพูนั่งอยู่บนที่นั่งหลักด้วยสีหน้าบึ้งตึงเล็กน้อยแต่นางยังคงจิบชาอย่างใจเย็น
เมื่อเดินเข้ามาในห้องอวิ๋นจื่อก็ถามว่า“ข้าได้ยินว่าแม่นางกำลังตามหาข้าอยู่หรือ?”
หญิงสาวที่ชื่อม่านอู่ดูพึงพอใจไม่น้อยนางดื่มชาเงียบๆ โดยไม่แม้แต่จะมองมาที่อวิ๋นจื่อ
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่พูดอวิ๋นจื่อจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หากไม่มีอะไรข้าคงต้องขอตัวกลับก่อน”
ม่านอู่วางถ้วยชาและกล่าวเสียงดังว่า“เดี๋ยวก่อน!”
อวิ๋นจื่อกล่าวอย่างเย็นชา“แม่นางมีธุระอะไร? ปี้เหยียนชอบคนตรงไปตรงมาหากเจ้ามีอะไรก็พูดออกมาตรงๆ”
ม่านอู่กล่าวว่า “เช่นนั้นข้าจะพูดตรงๆคุณชายซูชอบเจ้าหรือ?”
อวิ๋นจื่อขมวดคิ้วและกล่าวด้วยความงุนงง“คุณชายซูเพิ่งจะกล่าวถึงแม่นาง เขาบอกข้าว่าคิดถึงแม่นางมาก”
เดิมทีหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้ามีสีหน้าไม่เป็นมิตรแต่หลังจากได้ยินคำพูดนี้ม่านอู่ก็ยิ้มออกทันที “จริงหรือ?คุณชายซูบอกเจ้าหรือไม่ว่าเมื่อไหร่เขาจะมาหาข้า?”
อวิ๋นจื่อกล่าวอย่างอ่อนโยน“คุณชายซูกับข้าพบกันเพียงไม่กี่ครั้ง เขาจะกล่าวเรื่องเช่นนี้กับข้าได้อย่างไร? คนต่ำต้อยอย่างข้าย่อมไม่อาจทราบเรื่องของพวกเจ้าทั้งสองคน”
ม่านอู่ไม่รู้ว่าอวิ๋นจื่อหมายความว่าอย่างไรแต่ใบหน้าของนางซีดลงเล็กน้อยในขณะที่กล่าวว่า “ปี้เหยียน ถึงคุณชายซูจะเป็นคนดีแต่เขาแตกต่างจากคนอื่น”
เมื่อเห็นความคาดหวังเจือความเศร้าในดวงตาของหญิงสาวอวิ๋นจื่อก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจ
ฝ่ายชายเป็นถึงคุณชายใหญ่แห่งจวนผู้ว่าการหากม่านอู่แต่งเข้าไปจริงๆ นางก็คงเป็นได้เพียงอนุเท่านั้น
การตกหลุมรักผู้อุปถัมภ์เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับคณิกา
ทันใดนั้นอวิ๋นจื่อก็นึกถึงเย่เช่อนางกับเย่เช่อก็ไม่ต่างจากม่านอู่กับคุณชายซูไม่ใช่หรือ? นางต้องการที่จะอยู่เคียงข้างเขา แต่โอกาสช่างริบหรี่เหลือเกินยิ่งไปกว่านั้นบางทีการอยู่เคียงข้างเขาอาจไม่ใช่เรื่องดีสำหรับนาง
อันที่จริงอวิ๋นจื่อก็กำลังละเมิดข้อห้ามครั้งใหญ่เช่นเดียวกับม่านอู่
หัวใจของอวิ๋นจื่ออ่อนยวบ“แม่นาง หากไม่มีอะไรแล้วข้าต้องขอตัวกลับก่อน”
ม่านอู่มองอวิ๋นจื่ออย่างจริงจังและกล่าวว่า“ปี้เหยียน ตั้งแต่เจ้าเข้ามาอยู่ที่นี่ เจ้าย่อมรู้ว่าไม่มีทางได้อยู่อย่างสงบสุขหญิงสาวทุกคนในหอคณิการวมทั้งข้าด้วยไม่ใช่บุคคลที่ผูกมิตรได้ง่ายขนาดนั้น”
จู่ๆ อวิ๋นจื่อก็หัวเราะ “ขอบคุณแม่นางม่านอู่ที่บอกเรื่องนี้แก่ข้า”
อันที่จริงอวิ๋นจื่อไม่เคยคิดที่จะสนิทสนมกับหญิงสาวเหล่านั้นเลยแม้ว่านางจะอยู่ที่นี่มาระยะหนึ่งแล้ว แต่นางก็แทบจะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับใคร
อวิ๋นจื่อคือหยกเย็นนิ่งสงบราวกับหยกเย็น
ม่านอู่เลิกคิ้วและกล่าวว่า“ข้าต้องการสาวใช้ข้างกายเจ้า เจ้ายกให้ข้าได้หรือไม่?”
อวิ๋นจื่อยิ้ม “เหตุใดเจ้าถึงต้องการคนของข้า? รอบตัวเจ้าไม่มีสาวใช้หรือ?”
ม่านอู่ไม่ตอบ แต่กลับกะพริบตาแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า“ข้าไม่ได้จะเอามาเปล่าๆ ข้าจะให้เงินเจ้า”
อวิ๋นจื่อกล่าวติดตลกว่า“คนของข้าราคาแพงมาก”
ม่านอู่กล่าวว่า“เจ้ากลัวอะไร?หากข้าต้องการใครสักคนย่อมหมายความว่าข้าจ่ายได้ ข้าพูดแค่นี้แหละ ขอตัวก่อน”
หลังจากนั้นไม่นานหงจินก็กล่าวว่า“คุณหนู แม้ว่าแม่นางม่านอู่จะเป็นคนเอาแต่ใจ แต่นางเป็นคนจริงจัง”
อวิ๋นจื่อหรี่ตาลงเล็กน้อย“เจ้าบอกนางหรือไม่ว่าข้าไปที่จวนคุณชายซู?”
หงจินพยักหน้า
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งอวิ๋นจื่อก็กล่าวว่า “ไปแจ้งนายหญิงว่าข้าจะเลือกสาวใช้อีกคน”
ตอนค่ำหวังฉีอวิ๋นมาหาอวิ๋นจื่อที่ห้อง
อวิ๋นจื่อกล่าวว่า“ป้าอวิ๋น ข้าอยากให้จินเหนียงมาอยู่ข้างกายข้า”
หวังฉีอวิ๋นพยักหน้า“ข้าได้เริ่มเตรียมการแล้วเรื่องนี้แล้ว จริงสิ ข้าได้ยินว่าม่านอู่มาหาเจ้า?”
อวิ๋นจื่อพยักหน้า“เจ้าค่ะ นางเป็นหญิงสาวที่น่ารักมาก”
หวังฉีอวิ๋นกล่าวว่า“นางต้องการแต่งเข้าจวนผู้ว่าการ ช่างเป็นหญิงสาวที่เพ้อฝันเหลือเกิน!”
อวิ๋นจื่อผงะ“ป้าอวิ๋นก็รู้หรือ?”
หวังฉีอวิ๋นกล่าวว่า“ทุกคนรู้”
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองไม่นานประมุขศาลาฉีอวิ๋นก็ขอตัวกลับ
ทันใดนั้นหงจินก็มารายงานว่ามีแขกมาหานาง
อวิ๋นจื่อจึงออกมาต้อนรับเป็นฮั่วฉีอวี่และซูเจิน
ดวงตาดอกท้อของซูเจินเปล่งประกายเขาผุดรอยยิ้มที่ดูลึกลับก่อนจะกล่าวว่า
“ข้าได้ยินว่าม่านอู่มาหาเจ้า”
อวิ๋นจื่อพยักหน้า
ซูเจินถามต่อว่า“นางสร้างปัญหาให้เจ้าหรือไม่? นางมักสร้างปัญหาให้หญิงสาวคนอื่นเสมอ”
อวิ๋นจื่อยิ้ม “คำกล่าวของคุณชายซูดูเหมือนจะผิดเพี้ยนไปแม่นางม่านอู่เป็นห่วงคุณชายซู นางแค่อยากรู้ว่าเหตุใดคุณชายไม่ไปหานางเลยนางเพียงคิดถึงท่านมากเท่านั้น”
ฮั่วฉีอวี่เข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันทีเขากล่าวว่า “อาเจิน ไปหาเพื่อนเก่าของเจ้าเถิด ข้าอยู่ที่นี่ไม่นานก็จะไปแล้ว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นซูเจินก็กล่าวว่า“ตกลง แม่นางปี้เหยียนไว้ข้าจะมาหาเจ้าใหม่”
ทันทีที่ซูเจินจากไป ฮั่วฉีอวี่ก็นั่งลงและกล่าวว่า“เหตุใดองค์หญิงถึงได้เหยียบย่ำตนเองถึงเพียงนี้?”