The Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ)

    บทที่ ๑๒๖ เหล่าสายลับที่ซ่อนตัว

            กริมม์เป็นผู้เล่นเผ่าครุฑอีกทั้งทักษะเหินร่อนนี้เขาเองก็ใช้มันบ่อยครั้งนานวันเข้าฝีมือย่อมพัฒนาเป็นธรรมดา ทำให้ไม่นานเจ้าตัวก็สลัดเจ้าเงาปรสิตนั่นจนหลุดหายลับไปในผืนป่า

            จากนั้นเจ้าตัวจึงบินวนอยู่บนที่สูงสักพักเพื่อสงบสติอารมณ์

            เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ยังไงกันแน่

            เพราะเป็นผู้เล่นระดับสูงเขาเองจึงมีประสบการณ์ในภารกิจประเภทสัตว์อสูรบุกเมืองมาหลายครั้งทว่าครั้งนี้เขากลับรู้สึกว่ามันต่างออกไป

            ภาพเบื้องล่างแสดงให้เห็นเมืองปางตาลที่ถูกมอนสเตอร์เข้ารุมราวฝูงมดตอมเค้กเคลือบน้ำตาลทุกด้านต่างมีการต่อสู้ประปราย เกราะกำแพงเมืองหลายจุดเริ่มดับไปเพราะขาดแหล่งพลังงานทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงอีก ตอนนี้แม้แต่ภายในเมืองเองเขาก็คล้ายจะเห็นการต่อสู้อยู่เป็นระยะ

            ปกติแล้วสัตว์อสูรบุกเมืองย่อมมีเหตุและส่วนใหญ่มักจะมาจากทางเดียว พวกมันเหมือนคลื่นสึนามิ ไอ้เจ้านี่ย่อมซัดจากอ่าวเข้าฝั่งแต่ในสถานการณ์นี้ กลับมาทั้งเหนือใต้ออกตก ตีลังกาคิดดูก็ยิ่งรู้สึกแปลกพิกล

            กริมม์ยิ่งดูยิ่งไม่เข้าใจเพราะเมื่อสามชั่วโมงก่อน เจ้าตัวยังนั่งจิบกาแฟอยู่ในเมืองอยู่เลยทำไมเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงถัดมา เหตุการณ์จึงรุนแรงมาถึงขั้นนี้ได้

            เจ้าตัวยิ่งดูภาพตรงหน้าก็ยิ่งเห็นจุดประหลาดมากขึ้น

            สัตว์อสูรที่บุกเมืองดูค่อนข้างมีระเบียบไม่น้อยส่วนมากออกันอยู่ที่นอกกำแพงเมือง ส่วนฝั่งตะวันออกก็เริ่มถอยร่นเข้าป่าไปอย่างช้าๆ ภายใต้การกดดันของฟาร์นาร์ทคนนำทัพที่เขามองเห็นอยู่ไกลๆ

            ฟาร์นาร์ท?

            พอเห็นคนคนนี้กริมม์ก็อดนึกถึงชื่อชื่อหนึ่งออกมาไม่ได้

            อนันตนาคราช

            ‘งานนี้ เริ่มมีกลิ่นตุๆ แล้วสิ’ กริมม์คิด

             

            ………………..

             

            สถานการณ์นอกเมืองเริ่มอยู่ภายใต้ควบคุมของฟาร์นาร์ทอย่างช้าๆแต่ถึงอย่างนั้น ก็ต้องใช้เวลาจนถึงตีสี่ กว่าที่สถานการณ์จะเริ่มนิ่ง ทว่าก็ยังไล่สัตว์อสูรออกไปไม่หมดแต่บทของเขาตรงนี้หมดแล้ว ดารานำค่าตัวแพงอย่างเขา ย่อมต้องรีบย้ายกองไปเริ่มการถ่ายทำฉากใหม่ในตัวเมืองต่อทิ้งสัตว์อสูรที่เหลือประมาณครึ่งหนึ่งให้ลูกน้องและกิระกับไซออนจัดการ

            “รีบกลับเข้าเมืองกันก่อนจะฉิบหายไปมากกว่านี้” เหตุการณ์วุ่นวายเดือดร้อนในเมืองถูกส่งมาให้ฟาร์นาร์ทฟังทั้งคืนเจ้าตัวยิ่งฟังหัวใจก็ยิ่งคล้ายถูกบีบ เมืองปางตาลเป็นเมืองใหญ่ความเสียหายที่เกิดขึ้นย่อมใหญ่ตามและนั่นหมายถึงเงินที่ต้องใช้บูรณะเป็นจำนวนมหาศาลดังนั้นไม่ว่าจะเพื่อภารกิจกบฏยึดเมือง หรือเพื่อประหยัดเงินในกระเป๋าตอนนี้พวกเขาก็ต้องรีบจบเรื่องให้เร็วที่สุด

            ฟาร์นาร์ทกลับเข้าเมืองพร้อมสีหน้าบูดบึ้งราวญาติเสียแต่ก็นับว่าเข้ากันได้ดีกับบรรยากาศโศกเศร้าของชาวเมือง

            เจ้าตัวเดินเจอNPCหนึ่งคน ก็จะปลอบหนึ่งคำ เจอสองคน ก็ปลอบสองคำ ทำให้ยิ่งเดินยิ่งช้าแต่ปากเจ้ากรรมกลับรัวเร็วรี่หลังจากถามไถ่ชาวเมืองเกี่ยวกับความยากลำบากในค่ำคืนนี้แล้ว ก็เริ่มใส่ไฟเจ้าเมืองเข้าไปด้วยตามบท

            ไม่ว่าจะเป็น“เจ้าเมืองอยู่ไหนแล้วครับเขาไม่รู้หรือไงว่าประชาชนของเขาคืนนี้ล้มตายกันไปเท่าไหร่ทำไมถึงไร้ความรับผิดชอบขนาดนี้”

            ชาวเมืองฟังแล้วร่ำไห้

            หรือ “ทหารรักษาเมืองไปไหนกันหมดล่ะครับเมื่อครู่ผมยังเห็นอยู่ที่ประตูเหนืออยู่เลย ถูกเจ้าเมืองย้ายไปไหนหรือเปล่า”

            ชาวบ้านฟังแล้วเริ่มกระซิบกระซาบบางส่วนสงสัยว่าเจ้าเมืองอาจจะดึงทหารไปป้องกันตัวเองเพื่อไม่ให้เป็นอันตราย

            ไม่ก็“พวกเราไปหาเจ้าเมืองที่ปราสาทกันเถอะครับยังไงเราก็ต้องให้ความยุติธรรมกับเจ้าเมือง อย่าพึ่งตัดสินใครแต่ภายนอกนะครับ”

            ชาวบ้านบางส่วนเริ่มตะโกนแหกปากอ้างว่าเมื่อครู่ตนกับพรรคพวกเห็นกองทหารคนสนิทของเจ้าเมืองกรูกันไปที่ประตูทิศตะวันตกไม่รู้ว่าไปทำอะไรตรงโน้น

            สักพักในกลุ่ม‘ชาวบ้าน’ บางส่วนที่เป็นคนของกิลด์เขาก็เริ่มยุแยงตะแคงรั่ว บ้างก็บอกว่า สงสัยมันขนเงินหนีไปแล้ว หรือทอดทิ้งประชาชนกันไปแล้วเอาตัวรอดไปก่อนแล้ว

            ทำให้ชาวบ้านบางส่วนที่ได้ยินเริ่มร้องไห้โวยวายเสียงดัง

            และไม่นานนักกระแสความไม่พอใจก็แพร่กระจายไปดุจไฟลามทุ่ง

            อันคำว่ายิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุฟาร์นาร์ทพยายามปลอบให้ชาวเมืองใจเย็นลง ทว่าคนพวกนี้บ้านแตกสาแหรกขาด พี่น้องดับสูญพ่อแม่ล้มตาย มีหรือจะยังรับฟังพอได้ยินว่าเจ้าเมืองหอบเงินภาษีตนหนีออกจากเมืองไป เลือดก็เข้าตาทุกคนเริ่มกรูกันไปทางทิศตะวันตกตามคำบอกเล่านั้นอย่างรวดเร็ว

            “ใจเย็นๆครับทุกคน” ปากตะโกน ทว่าเจ้าตัวกลับเก็บรอยยิ้มเอาไว้แทบไม่มิด

             

            ………………..

             

            เรมิงตันชายหนุ่มผมยาวในชุดพื้นดำลายขาว แฝงตัวอยู่ในปางตาลมาพร้อมกับไรเดลล์ผู้เป็นหัวหน้าทีมตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุแล้วเขาสืบข่าวอยู่นานหลายวัน ได้ข่าวมาหลายเรื่อง ทว่าเรื่องส่วนใหญ่เป็นเรื่องความระส่ำระสายของอำนาจเจ้าเมืองแทบทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาเรื่องการเกษตรจากพวกแมลงศัตรูพืช ปัญหารการบริหารสัดส่วนพื้นที่การค้าหรือปัญหาด้านภาษี ดูเหมือนว่าเมืองระดับห้าแห่งนี้จะมีเรื่องน่าปวดหัวไม่เว้นวันต่างจากเมืองอยุธยาราวหน้ามือกับหลังมือ

            แม้จะยังบาดเจ็บและมีคำสาปติดตัวคนละมากน้อยแต่พวกเขาก็ยังเดินหน้าทำภารกิจอย่างไม่ย่อท้อ โดยกระจายกันอยู่ทั่วเมืองเพื่อสืบข่าวทำให้เมื่อพบว่าถูกสัตว์อสูรบุก เจ้าตัวจึงไหวตัวเร็วกว่าชาวเมืองและผู้เล่นคนอื่นๆ

            แต่แม้ฝีมือจะตกลงมาหลายส่วนทว่าประสบการณ์ของเขาก็ยังสูงกว่าผู้เล่นทั่วไป ทำให้สามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัยตอนนี้เจ้าตัวจึงซุ่มดูเหตุการณ์จากยอดตึกแห่งหนึ่งในเมืองเพื่อประเมินสถานการณ์และตัดสินใจรับมือ

            ที่ที่เขาซ่อนอยู่คือเมืองปีกตะวันออกที่นี่สถานการณ์ค่อนข้างหนักหนา เนื่องจากมีชาวบ้านอาศัยอยู่รวมกันอย่างหนาแน่นการที่จู่ๆ มีสัตว์อสูรเกือบร้อยตัวหลุดเข้ามาจากกำแพงเมืองจึงสร้างความเสียหายไปไม่น้อย

            หลังจากสังเกตอยู่นานเจ้าตัวก็พบว่าเหตุการณ์ตรงหน้านี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป มีระเบียบเกินไป และพอดีเกินไป

            สัตว์อสูรที่บุกเข้าเมืองมาพร้อมกันจากทุกๆด้าน อีกทั้งมีหลายสายพันธุ์ปะปนกันมั่วต่างจากครั้งปกติที่มักจะเป็นสัตว์กลุ่มใกล้ๆ กัน หรือไม่ก็เป็นสัตว์ที่มีที่อยู่อาศัยใกล้เคียงกันแต่บังเอิญเกิดเหตุร้าย อย่างพวกภัยธรรมชาติ ความขาดแคลนอาหาร หรืออะไรบางอย่างสุดท้ายจึงบุกเมืองเพื่อหาเหยื่ออย่างชาวเมืองแทน

            เจ้าพวกนี้อย่างมากก็มีหลักพันตัวและควรจะโผล่มาจากสักฝั่งหนึ่งฝั่งเดียว ไม่ใช่แห่กันมาจนตั้งคอนเสิร์ตได้ขนาดนี้ดังนั้นเขาจึงมีความคิดหนึ่งออกมาว่า นี่จะต้องเป็นการจัดฉากของผู้เล่นแน่เพียงแต่เขาไม่เข้าใจว่าทำไปเพื่ออะไร เพราะการทำให้เมืองเสียหายใช่ว่าระบบจะมอบรางวัลอะไรให้สักหน่อย?

            เป็นภารกิจลับงั้นรึ?ระเบิดเมืองทิ้ง แล้วระบบจะมอบทักษะพิเศษให้?

            เรมิงตันยิ่งคิดก็ยิ่งฟุ้งซ่านสุดท้ายจึงได้แต่รอเวลาเฉลยเงื่อนงำนี้ให้ชมแม้ว่าภารกิจที่แท้จริงของเขาคือการสืบหาว่าฟาร์นาร์ทมาทำอะไรที่นี่ แต่พอเจอสถานการณ์แบบนี้เจ้าตัวก็รู้ว่าตนควรสืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง เพื่อจะกลับไปรายงานให้หัวหน้ากิลด์ทราบเรื่องนี้โดยละเอียด

            เขาลอบสังเกตการณ์ฟาร์นาร์ทจากระยะไกลก็เห็นหมอนั่นเดินเข้าเมืองมาพร้อมกับชาวเมืองจากนั้นก็พูดคุยคล้ายปลอบกันอยู่พักใหญ่ แต่แล้วจู่ๆชาวเมืองนับพันรอบกายมันพลันเหมือนระเบิดออก ทุกคนคว้าจอบเสียมเคียวขวานพากันมุ่งหน้าไปทิศตะวันตก

            มีเรื่องงั้นรึ?

            สภาพเมืองตอนนี้แม้จะยังไม่ถึงกับปลอดสัตว์อสูรร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ NPCชาวบ้านก็ล้มตายไปหลายพันคน หากเป็นตามปกติแล้ว ชาวบ้านและทหารก็ควรจะช่วยกันลำเลียงศพชี้ตัวญาติพี่น้อง จากนั้นค่อยดำเนินพิธีศพเพื่อสวดส่งวิญญาณ แต่จู่ๆ ก็ยกพลเฮโลไปอีกฝั่งซะอย่างนั้นหรือว่าคนพวกนี้เจออะไรเข้า

            สัตว์อสูรระดับสูงตายและระเบิดไอเทมจำนวนมาก?

            คิดดูก็รู้สึกเป็นไปไม่ได้สัตว์อสูรละแวกนี้อย่างมากก็ให้ไอเทมระดับ D เท่านั้นของระดับนี้หากอยากหาซื้อ ตลาดเมืองปางตาลย่อมมีขายไม่ถึงกับต้องรีบเฮโลกันไปยื้อแย่งเหมือนเจอของลดราคา

            หรือว่าจะไปรับรางวัลจากเจ้าเมือง?

            หากทำภารกิจปกป้องเมืองสำเร็จแน่นอนว่า NPCเจ้าเมืองจะต้องมอบรางวัลให้ไม่แน่ว่าฟาร์นาร์ทกำลังรีบไปเอารางวัลก็เป็นได้

            รางวัลสำหรับการป้องกันเมืองระดับห้า?

            แค่คิดเรมิงตันก็ตื่นเต้นแทนไอ้หมอนั่นแล้ว

            ปกติเจ้าเมืองต้องอยู่ที่ปราสาททว่ามีเหตุการณ์สัตว์อสูรบุกแบบนี้ เขาอาจจะออกมาช่วยบัญชาการที่ข้างนอกก็ได้แต่ถึงอย่างนั้นขอเพียงไปถึงปราสาทแล้วแอบดักฟังการสื่อสารของทหารรักษาการณ์ดูก็น่าจะพอสืบได้ว่าตอนนี้เจ้าเมืองอยู่ไหน

            พอคิดได้ดังนั้นเจ้าตัวก็รีบส่งข่าวบอกหัวหน้าทีมอย่างไรเดลล์ จากนั้นรีบบึ่งตรงไปยังปราสาทที่กลางเมืองทันทีเพื่อสืบข่าวโดยไม่ลืมสอดส่ายสายตามองไปทั่วบริเวณเพื่อทำภารกิจรองอีกอันที่กฤษณะฝากฝังมาด้วย

            นั่นคือหาตัวชายปริศนาคนหนึ่งที่กฤษณะให้มาแต่เพียงรูปวาดกับคำสั่งสั้นๆ

            ‘ฆ่าจนกว่าอนันต์มันจะล้างไอดีแล้วเล่นเกมใหม่’

            เรมิงตันนึกถึงคำสั่งนี้แล้วพลันขนลุก

            หมอนั่นกับหัวหน้ากิลด์มีเรื่องอะไรกันมาแน่จึงได้จองเวรจองกรรมกันถึงขนาดที่กฤษณะฝากไอเทมระดับ B ที่จะช่วยให้ทีมพวกเขาฆ่ากดเลเวลหมอนั่นได้มาด้วย


            ตีกันๆๆ

    คล้ายกับเรื่องThe Age of Apocalypse (ศักราชสิ้นสูญ) ที่คุณอ่าน