ดมิสามองดูใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ที่หลับสนิทอยู่ที่โซฟากึ่งเตียงนอน ด้วยสายตาที่อ่อนแสงลงกว่าเดิม จากเวลาปกติ ซึ่งชายหนุ่มไม่ไปไหนเลย อยู่เฝ้าดูแลเธอตลอด ขนาดว่าอาหารยังสั่งให้คนของเขาซื้อมาให้ และแถมยังให้คนของเขา ซื้อโน้นซื้อนี่มาบำรุงเธอด้วยอีกต่างหาก
‘ที่เขาบอกจะรับผิดชอบเรา ก็เพราะเขาเห็นแก่ลูกเท่านั้นใช่ไหม ดมิสา’
ดมิสาพร่ำถามตัวเองอยู่ภายในใจ และเมื่อคิดว่าคงเป็นเช่นนั้น ก้อนแข็งๆ ก็วิ่งขึ้นมาจุกแน่นอยู่ที่ลำคอ หัวใจดวงน้อยๆ ก็เจ็บปวดรวดร้าว แสบร้อนไปทั่วทุกอณู ขอบตากลมโตคู่สวยก็ร้อนผะผ่าว น้ำใสๆ ที่อยู่ภายในก็วิ่งขึ้นมา และไหลอาบสองแก้มนวลเนียนใส อย่างห้ามเอาไว้ไม่อยู่
ดมิสารู้สึกว่าช่วงนี้ เธอช่างอยู่ในภาวะอ่อนแอ อ่อนไหวและขี้แยเหลือเกิน มีเรื่องอะไรนิดๆ หน่อยๆ มากระทบจิตใจ ก็ทำให้คิดมาก และบ่อน้ำตาก็ตื้นเขินซะเหลือเกิน บังคับไม่ให้ไหลรินร่วงหล่นออกมา ก็ทำได้ยากลำบาก เผลอๆ ทำไม่ได้เลย เหมือนอย่างเช่นในตอนนี้นี่ไง
ดมิสาเห็นคนตัวโตทำยุกยิก ทำท่าจะตื่น เธอจึงรีบเช็ดน้ำตาออกจากสองข้างแก้มนวลเนียนใส และกลับตาลงทันที ให้เหมือนกับว่าเธอยังคงนอนหลับอยู่
“อรุณสวัสดิ์.... ผมรู้นะว่าคุณตื่นแล้ว”
คณพศตื่นขึ้นมาจริงๆ เขาลุกจากโซฟากึ่งเตียงนอน เดินเข้ามาใกล้ๆ เตียงนอนพักฟื้นคนไข้ ที่มีดมิสานอนหลับตานิ่งอยู่บนนั้น เขาก้มลงไปจูบปากบางจิ้มลิ้มเบาๆ อย่างเป็นการมอร์นิ่งคิส ตามธรรมเนียมของคนที่อยู่โซนฝั่งซีกโลก ก่อนจะพูดทักทายออกมาเบาๆ
ดมิสาได้ยินคนตัวโตว่ามาอย่างนั้น จึงไม่รู้จะแสร้งหลับไปทำไม จึงลืมตาขึ้น และก็เห็นว่าใบหน้าหล่อเหลาคมเข้ม ที่ตอนนี้มีรอยยิ้มบางๆ แต่งเต้มอยู่ ลอยอยู่ใกล้ใบหน้าสวยหวานซึ้งของเธอไม่ถึงคืบ ทั้งลมหายใจร้อนๆ ก็ยังเป่ารดใบหน้าสวยหวานของเธอ ทำให้เธอรู้สึกวาบหวาม และใบหน้าแดงระเรื่อขึ้นมาแบบปัจจุบันทันด่วน
“คุณจะเข้ามาใกล้อะไรนักหนาคะ”
ดมิสาแสร้งต่อว่าคนตัวโตออกไป ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ที่ไม่ค่อยมั่นคงสักเท่าไหร่ และยิ่งเห็นว่าชายหนุ่มหลุบสายตามองดูริมฝีปากบางจิ้มลิ้มด้วยแล้ว ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยๆ เต้นรัวเร็วขึ้นกว่าเดิม และใบหน้าสวยหวานก็แดงขึ้นมากกว่าเดิมด้วย
“ผมคิดถึงคุณจัง”
คณพศเลื่อนสายตาที่เจตนาจ้องมองริมฝีปากบางจิ้มลิ้ม ขึ้นมามองสบประสานสายตากับดวงตากลมโตคู่สวย ก่อนจะพูดบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล นุ่มทุ้ม ซึ่งนั่นทำให้ดมิสาอึ้ง นิ่งเงียบงัน พูดอะไรไม่ออก
แต่คนตัวโตก็ปล่อยให้คนตัวเล็กนิ่งอึ้งอยู่ได้ไม่นาน เขาก้มลงไปจูบปากบางจิ้มลิ้มนั้นอีกครั้ง ซึ่งชายหนุ่มจูบอย่างนุ่มนวล แต่เรียกร้องอยู่ในที และเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กไม่ขัดขืน ทั้งยังเผลอจูบตอบ เขาก็ยิ่งได้ใจ จูบเรียกร้องมากขึ้นกว่าเดิม และจูบเอาจูบเอาอยู่อย่างนั้น อย่างคิดถึงและโหยหา
ก๊อก...... ก๊อก...... ก๊อก......
คนตัวโตหยุดชะงักจูบลงโดยพลัน ด้วยความรู้สึกเสียดายอย่างสุดแสน เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูหน้าห้อง และผละยืดตัวขึ้นออกห่างคนที่นอนอยู่บนเตียง เมื่อพยาบาลเปิดประตูห้องเข้ามา
“สวัสดีค่ะ ขอตรวจวัดคนไข้หน่อยนะคะ”
พยาบาลบอกกล่าวทั้งคณพศทั้งคนไข้ให้รับทราบ พร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ๆ เตียง คณพศก็จำต้องถอยห่างไปนั่งที่โซฟากึ่งเตียงนอน เพื่อให้พยาบาลตรวจวัดคนไข้ได้สะดวก
“คนไข้มีอาการแพ้ท้องไหมคะเช้านี้??”
พยาบาลถามดมิสาไปด้วย ทำการตัววัดไปด้วย เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
“ยังไม่มีอาการค่ะ”
ดมิสามองดูเครื่องตรวจวัดความดัน และปากก็ตอบคำถามของพยาบาลไปด้วย
“ความดันปกติ ทุกอย่างปกตินะคะ ซึ่งไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง วันนี้ก็คงจะกลับบ้านได้ค่ะ แต่ยังไงก็ต้องรอหมอมาตรวจอีกทีก่อนนะคะ เดี๋ยวช่วงสายๆ คุณหมอจะเข้ามาค่ะ”
พยาบาลด้วยบอกด้วยใบหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้ม และพอตรวจเสร็จก็ออกจากห้องไป
๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐๒๐