ฝาแฝด​อันตราย

    ตอนที่​41 ฉัตรชัย​เล่าความ​จริง​

    ย้อนกลับไปที่ชัดชายหลังจากสูญเสียเงินสดที่พกติดตัวไปเกือบแสนบาท ก็หัวเสียเดินกระแทกเท้าปึงปังกลับขึ้นมาบน

    ห้อง เปิดประตุเข้าไปก็พบร่างเปลือยของแอนนี่นอนกอดก่ายกับร่างสุงใหญ่ของนายเทวัญคนคุมบ่อนของป๋า


    " มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย นี่เราฝันไปหรือเปล่านะ " ชัดชายรำพึงขึ้นเบาๆ หลังจากที่เคยแต่แอบเสียบเสยเมียชาวบ้าน

    แต่ครั้งนี้เมื่อโดนเข้ากับตัวเองจึงมึนงง เมียที่เพิ่งจดทะเบียนสมรสกันเมื่อเช้า พอตกบ่ายก็เล่นชู้ถึงในห้อง มันเหยียบหน้า

    เหยียบจมูกกันชัดๆ


    ชัดชายค่อยๆปิดประตูอย่างเงียบกริบ ในสมองครุ่นคิดถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของตนกับแอนนี่ ซึ่งดูเหมือนจะเริ่มรู้สึกตัว

    แล้วว่า ที่แอนนี่ยอมเป็นของชัดชายง่ายๆนั้นหาใช่เพราะรักในตัวบอสของเธอแม้สักนิด เธอคงต้องมุ่งหวังสิ่งใดในบริษัท

    ของพี่ชายตนเองเป็นแน่ แม้ชัดชายจะไม่เคยรู้สึกรักหรือชอบพี่ชายตนเองสักนิด แต่การที่จะให้บริษัทของพี่ชายซึ่งมันก็

    คือตัวเขาต้องตกอยู่ภายใต้การบงการของแอนนี่นั้น เมินเสียเถอะ...ในเมื่อเหตุการณ์มันเป็นเข่นนี้ ชัดชายจึงเริ่มระวังตัว

    มากขึ้น ในขณะที่ยังไม่รู้ว่าแอนนี่ต้องการเข้ามาพัวพันกับตนด้วยเรื่องอะไร จึงจำต้องยอมนิ่งเฉยปล่อยเรื่องบาดตาบาดใจ

    เสียศักดิ์ศรีของลุกผู้ชายให้ผ่านไปก่อน รอวันเวลาและโอกาสที่เหมาะสม แอนนี่กับนายเทวัญจะต้องชดใช้ให้มากกว่านี้

    หลายร้อยเท่า


    เมื่อชัดชายคิดและตัดสินใจได้ดังนี้แล้วก็เดินออกจากคลับหรูแห่งนั้น ทิ้งร่างเปลือยของแอนนี่กับนายเทวัญไว้เบื้องหลัง

    ตนเองรีบยกโทรณศัพท์กดหมายเลขหาคุณหมิวคู่หมั้นของพี่ชายทันที เสียงสัญญาณเรียกดังอยู่สองสามครั้ง แล้วสาย

    ก็โดนตัด


    ชัดชายลองพยายามติดต่อใหม่ แต่ผลลัภพ์ก็เป็นเช่นเดิม คือคุณหมิวตัดสายของชัดชายทิ้งไม่ยอมรับโทรศัพท์ จนเขา

    เริ่มอารมณ์เสีย ถึงกับเขวี้ยงโทรศัพท์ลงกับเบาะที่นั่งในรถเบ็นซ์ และถ้าชัดชายมีตาทิพย์คงจะเสียวสันหลังวาบที่รู้ว่า

    สาเหตุที่คุณหมิวคุ่หมั้นของพี่ชายไม่ยอมรับสายนั้น เพราะเธอกำลังนั่งเผชิญหน้าฉัตรชัยตัวจริงในคราบกับแฝดผู้น้อง

    รวมทั้งหวานและป้าแจ่ม ในห้องพักฟื้นของคุณนายแจ่มจรัสนั่นเอง


    "คุณฉัตรโทรมาค่ะ...." คุณหมิวกล่าวขึ้นเมื่อทั้งสามคนที่นั่งเผชิญหน้ากันพากันนิ่งเงียบ


    "แล้วทำไมคุณหมิวไม่รับสายล่ะครับ...." ฉัตรชัยถามขึ้นเมื่อเห็นคุ่หมั้นกดสายของน้องชายฝาแฝดทิ้งถึงสามครั้ง


    "ไม่รุ้สิคะ...มันมีบางสิ่งบางอย่างที่หมิวข้องใจ ต้องได้รับความกระจ่างก่อน ช่วงนี้เลยยังไม่อยากติดต่อกับคุณพี่..."


    คุณหมิวพูดเรียบๆ แต่ตาคู่สวยของเธอทั้งสองข้างจับจ้องมองหน้าของคุ่สนทนาจน เขารุ้สึกอึดอัด ป้าแจ่มกับหวานเลี่ยง

    ไปยืนอยู่ด้านหลังด้วยความรุ้สึกที่ถูกกดดดันจนไม่กล้าเผชิญหน้าตรงๆกับมล.ลาวัลย์


    "สรุปที่หมิวถามว่าคุณคือใครกันแน่...คุณยังยืนยันว่าเป็นคุณชัดชายสามีของคุณหวาน ใช่มั๊ยคะ..." เสียงพูดคุณหมิวดู

    ราบเรียบก็จริงอยู่ แต่สีหน้าท่าทางเธอกลับตรงกันข้ามกับน้ำเสียง


    "ใช่ครับ...ผมคือชัดชาย น้องชายฝาแฝดของพี่ฉัตรคู่หมั้นของคุณหมิวครับ..." ฉัตรชัยตอบเสียงเย็นๆยืนยันคำตอบอีกครั้ง

    อย่างหนักแน่น ด้วยเขาตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า ตราบใดที่ยังไม่รุ้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับแม่ตนเองนั้น คุณหมิวและน้องชาย

    ฝาแฝดมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่แค่ไหน เขาก็จะไม่ตอบยอมรับความจริงว่าตัวเขานั้นคือฉัตรชัย


    "ค่ะ...เป็นอันว่าหมิวรับทราบว่าคุณคือคุณชัดชายนะคะ..ทีนี้คุณอยากทราบเรื่องคุณป้าใช่มั๊ยคะว่าทำไมจึงประสพอุบัติเหตุ."

    เสียงคุณหมิวเย็นเฉียบอย่างน่ากลัว จนฉัตรชัยรู้สึกหนาวยะเยือก จ้องมองใบหน้าสวยหวานของคุ่หมั้น ก็เห็นเธอเม้มปาก

    บางเรียวสนิทแน่น


    "ใช่ครับ....คุณหมิวพอจะได้บอกได้มั๊ยครับ...."ฉัตรชัยถามเสียงเบาๆ พยายามจ้องสบตาคู่หมั้นสาวแต่เธอไม่ยอมสบตาด้วย


    "ได้สิคะ...ก่อนที่คุณป้าจะตกบันไดลงมา คุณป้าโทรหาหมิว..เอ่อ...ซึ่งขณะนั้นหมิวอยู่กับคุณพี่ฉัตร.." คุณหมิวตอบกลับ เล่า

    ช้าๆ แต่ไม่กล้าสบตากับฉัตรชัย


    "อยู่กันที่ไหนคะ...." ฉัตรชัยซักถามอย่างเร็วด้วยความอยากรู้ พร้อมภาวนาขออย่าให้คำตอบของคุณหมิวเป็นไปในแบบที่

    ตนเองสันนิษฐานเลย


    "อยู่ใน..โร.....รถค่ะ..." คุณหมิวเกือบพลั้งปากออกมา แต่รีบกลับคำเสียก่อนทันท่วงที


    "พอหมิวคุยกับคุณป้าสักครุ่ พี่ฉัตรก็เอาโทรศัพท์ไปคุยกับคุณป้าเสียเอง...ตอนนั้นหมิวไม่ได้ยินหรอกค่ะว่าคุณพี่พูดอย่างไร

    สักครุ่ก็ได้ยินเสียงเหมือนคุณป้าพลัดตกบันไดลงมา แล้วโทรศัพท์ก็สายหลุด พอหมิวโทรไปหาคุณป้าก็เจอป้าแจ่มรับสาย

    จึงทราบเรื่อง แค่นี้แหละค่ะ...."


    คุณหมิวเล่าจบก็ถอนหายใจดังเฮือก ด้วยความโล่งอก แต่ฉัตรชัยกลับไม่โล่งอกตามไปด้วย เพราะรู้สึกว่าคุณหมิวคู่หมั้นของ

    ตนเองปิดบังเรื่องบางเรื่องกับเขา ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดีงาม เธอจึงไม่เล่ารายละเอียดทั้งหมดให้กับเขาทราบ


    หลังจากฉัตรชัยได้ฟังเรื่องจากปากคุ๋หมั้นจบก็นิ่งเงียบ ครุ่นคิดหาทางออกว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี จะบอกไปตามตรง

    ว่าคนที่คุณหมิวอยุ่ด้วยนั้นคือนายชัดน้องชายฝาแฝด ฉัตรชัยก็ไม่มั่นใจว่าขณะที่คุณหมิวกับนายชัดอยู่กันสองต่อสองนั้น

    เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง ถ้านายชัดทำให้เธอเสียหายล่วงเกินเธอไป เธอคงอับอายและเสียใจจนเข้าหน้ากันไม่ติด


    ครั้นจะไม่บอก ให้เธอหลงเข้าใจผิดอีกต่อไป ฉัตรชัยก็เกรงว่านายชัดจะฉวยโอกาสนั้นมาหาเธอ และล่วงเกินเธออีกครั้ง

    แต่จากคำพูดของคุณหมิวเมื่อสักครุ่ที่บอกว่า จะยังไม่ติดต่อพบกับคู่หมั้นจนกว่าเธอจะหายข้องใจนั้น ก็ทำให้ฉัตรชัยใจชื้น

    ขึ้นมาบ้าง จึงตัดสินใจที่จะทำให้คุณหมิวสับสนงุนงงในสถานนะของตนเองต่อไปอีกสักพัก ด้วยการพยายามมองสบตากับ

    คุณหมิว แล้วเผยความรุ้สึกรักและเป็นห่วงออกมาทางสายตา แต่คุณหมิวก็ยังไม่ยอมสบตากับฉัตรชัยเลยแม้สักครั้ง


    "พี่จ๊ะ...เย็นแล้วเราจะเอาไงดีจ๊ะ...." หวานเดินมากระซิบถามฉัตรชัยเบาๆ เมื่อเห็นว่าเวลาล่วงเลยมาจนเย็นมากแล้ว มารดา

    ของสามีก็ยังไม่มีทีท่าจะฟื้นขึ้นมาเสียที


    "ทิ้งบ้านสักวันเป็นไรมั๊ยครับ..." ฉัตรชัยกระซิบถามเสียงเบา ด้วยเกรงว่าคุณหมิวที่นั่งอยู่ห่างๆจะได้ยินการสนทนาของทั้งคู่


    "วันเดียวไม่เป็นไรหรอกค่ะ..." หวานตอบกลับด้วยเสียงกระซิบเช่นเดียวกัน

    "แล้วเราจะไปพักที่ไหนจ๊ะ..." หวานถามต่อด้วยความสงสัยเนื่องด้วยทั้งสองคนต่างก็ไม่ได้เตรียมตัวมารับสถานการณ์แบบนี้

     

    "ไม่ต้องกังวล..ปล่อยให้พี่จัดการเอง..."


    ฉัตรชัยตอบเสร้จแล้วก็เงียบ หวานจึงหันหลังเดินกลับไปนั่งรอที่เดิม พยายามก้มหน้าไม่กล้าเงยหน้าด้วยเกรงจะเจอสายตา

    สวยหวานของคุณหมิวที่หาทางมองมาทางเธอบ่อยครั้ง เหมือนจับผิด


    เวลาผ่านไปอีกพักใหญ่ๆ คุณหมอกับพยาบาลชุดเดิมก็กลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง ตรงเข้าไปตรวจดูอาการของคุณนายแจ่ม

    จรัส สีหน้านายแพทย์ขณะที่ตรวจดุอาการของมารดาตนนั้นดูดีขึ้นกว่าเมื่อช่วงเช้า เป็นสัญญาณว่าอาการของมารดาคงดี

    ขึ้นตามลำดับแม้จะยังไม่ฟื้นคืนสติก็ตาม ทำให้ฉัตรชัยใจชื้นขึ้น และก็เป็นดังคาดเมื่อนายแพทย์มาแจ้งอาการของมารดาว่า

    ไม่ต้องห่วงแล้ว รอแค่ให้ฟื้นจากการวางยาสลบเท่านั้นเอง พร้อมกับบอกให้ฉัตรชัยและคณะทั้งหมด ให้กลับไปพักผ่อนได้

    ตามสดวก จากนั้นนายแพทย์กับพยาบาลก็เดินออกไปจากห้องเพื่อตรวจคนไข้รายอื่น


    "ป้าขออยุ่เฝ้าคุณท่านนะคะคุณ....ชัด..." ป้าแจ่มต้องตั้งสติสักครุ่ก่อนจะหลุดชื่อชัดออกมา แต่คุณหมิวที่คอยลอบสังเกตุ

    อยู่นั้นหันกลับมามองอย่างสงสัยแต่เธอก็นิ่งเงียบเก็บข้อมูลทุกอย่างลงในหัว


    "ครับ....งั้นผมจะพาหวานไปหาที่พักก่อนนะครับป้า..." นี่ก็อีกคำนึงที่คุณหมิวติดใจ ปรกติคนเป็นผัวเมียกัน ควรจะพูดว่า

    งั้นผมพาเมียไปหาที่พักก่อนนะครับ แต่ผู้ชายคนนี้กลับเรียกชื่อเมียว่าหวานแทนเสมอๆ ตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ในห้องนี้ เธอ

    ไม่เคยได้ยินผัวเมียคู่นี้คุยกันแบบผัวเมียชาวบ้านทั่วๆไปแม้สักครั้งเดียว


    "งั้นหมิวขอตัวลากลับเหมือนกันนะคะ...ป้าแจ่มคะ...ถ้าคุณป้าฟื้น ช่วยโทรบอกหมิวด้วยได้มั๊ยคะ...."


    คุณหมิวชิงลากลับเหมือนกัน จากนั้นเธอก็เดินออกจากห้องพักฟื้นของคุณนายแจ่มจรัส โดยที่ไม่ได้บอกลาผัวเมียทั้งคุ่

    คล้ายกับเรื่องฝาแฝด​อันตราย ที่คุณอ่าน