ตอนที่11 : ่ที่เคยดีที่สุด
แสงแดดอ่อนๆยามเช้าสาดส่องลอดผ่านม่านผืนสีขาวเข้ามาเปลี่ยนบรรยากาศอันมืดมิดสนิทในตอนกลางคืนให้สว่างและอบอุ่น ม่านใหญ่สีขาวพัดปลิวไสวแสงแดดในยามเช้าส่องกระทบกับเปลือกตาของก้อนหินที่หลับใหลอยู่บนเตียง เขาค่อยๆกระพริบตาเพื่อปรับเข้ากับแสงแดดในยามเช้าพร้อมกับบิดี้เีไปมา สายตาตามองดูรอบๆภายในห้องก่อนจะลุกจากเตียงเข้าห้องน้าไปล้างหน้าแปรงฟันพร้อมกับไปเปิดฝักบัวเพื่ออาบน้ำ
ผมในชุดนักเรียนที่สำรวจตัวเองอยู่หน้ากระจกสักครู่ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนตรงดิ่งไปที่ห้องครัวเดินไปเสียบปลั๊กกาน้ำร้อนก่อนจะหันมาเปิดตู้เย็นหยิบฮอตดอกปูอัดมาอย่างล่ะสองชิ้นและไข่ออกมาหนึ่งใบพร้อมกับนมหนุ่งกล่องพร้อมน้ำดื่มเขาใช้มือปิดตู้เย็นพร้อมกับนำของที่ออกมาจากตู้เย็นมาไว้ที่โต๊ะกินข้าวเขาเดินไปหยิบถ้วยพร้อมจานมาที่โต๊ะอีกครั้ง เขาหยิบโจ๊กสำเร็จรูปฉีกซองเทลงในถ้วยสองซองพร้อมกับตอกไข่ใส่ในถ้วยเขาเดินไปที่ถังไข่พร้อมกับทิ้งเปลือกไข่ลงในขยะมือของเขาก้หยิบมีดและเขียงมาหั่นฮอตดอกกับปูอัดใส่ในถ้วยเป็จังหวะที่น้ำร้อนเดือดพอดี ผมเดินถือถ้วยไปที่กาน้ำที่ตั้งไว้ผมใช้มือกดน้ำให้ไหลออกมาอยู่ในถ้วยจนพอดีผมถอดปลั๊กกาน้ำออกและถือถ้วยไปวางที่โต๊ะพร้อมกับใช้จานปิดถ้วยไว้ในระหว่างที่ผมรอผมก็เดินเอามีดและเขียงไปล้างเก็บไว้ที่เดิม ผมหันไปเปิดตู้เย็นอีกครั้งพร้อมกับหยิบขนมปังมาสองแผ่นผมหยิบนมข้นมาราดพร้อมตักผงโอวัลตินโรยใช้ขนมปังอีกแผ่นประกบผมเก็บทุกอย่างเข้าทีก่อนปิดตู้เย็นแล้วเดินกินขนมปังกับมานั่งที่โต๊ะผมเปิดจานที่ปิดถ้วยไว้ทำให้ได้กลิ่นของโจ๊กที่หอมผมนั่งกินอยู่สักพัก Rrrrrrr มีเสียงมือถือดังขึ้น ผมหยิบดูชื่อคนที่โทรเข้ามาพร้อมกับกดรับสาย
ก้อนหิน : ว่าไงมึง โทรมาแต่เช้ามีไร
[บาร์เรน : วันนี้มึงไม่ต้องไปรับพัสดุน่ะ]
ก้อนหิน : ทำไมว่ะ
[บาร์เรน : ก็ไม่ได้ทำไม พอดีกูอยากกินโจ๊กแถวบ้านมันอ่ะว่าจะเลยไปรับมัน]
ก้อนหิน : หรอว่ะ
[บาร์เรน : เอ่อ กูโทรมาบอกมึงแค่นี้ล่ะ เจอกัน]
ก้อนหิน : เอ่อ เจอกันมึง
ผมกดวางสายพร้อมเทน้ำใส่แก้วดื่มแล้วลุกขึ้นเอาถ้วยไปล้างพร้อมกับเดินไปจัดตารางสอนถือกระเป๋าออกมาพร้อมกับเดินมาหยิบน้ำที่ว่างไว้มาดื่มก่อนออกจากห้อง
ผมเดินออกจากห้องพร้อมกับเดินมาหยุดอยู่หน้าห้อง 909 เป็ห้องของพาสเทลผมใช้มือเคาะประตูห้องของเธอ ก๊อกๆ ก๊อกๆ สักพักเธอก็มาเปิดประตู
พาสเทล : อ้าวก้อนหิน เราเสร็จพอดีเลย
ก้อนหิน : ดีเลย งั้นไปกันเถอะ
พาสเทล : ไปดิ
ผมกับพาสเทลเดินไปกดลิฟท์พร้อมกับเดินเข้าไปในลิฟท์
โรงเรียนการอาชีพเอกชัยนานาชาติเทคโนโลยี
ผมกับพาสเทลเดินออกมาจากลานจอดรถของโรงเรียนเดินตรงดิ่งมาที่โต๊ะนั่งประจำของกลุ่มผม สายตาของผมเหลือบมองพัสดุที่เธอไม่หันมามองหน้าผมเลย
ก้อนหิน : เฮ้ย!!มอนิ่งพวกมึง
อานนท์ : ทำไมมากับพาสเทลได้ว่ะ
ก้อนหิน : พอดีกูกับพาสเทลอยู่คอนโดเดียวกันกูเลยรับมาด้วย
อานนท์ : อ้อ แล้วกินไรมายังอ่ะ
ก้อนหิน : กูกินแล้วแต่พาสเทลยัง
อานนท์ : พอดีเลยกูว่าจะไปหาไรกินพอดีไปด้วยกันไหมพาสเทล
พาสเทล : อืมไปดิ
ผมนั่งมองพัสดุผมไม่รู้จะทักอะไรดี ผมไม่รู้ว่าผมควรพูดว่าอะไร เพราะผมไม่รู้ตัวว่าผมทำไรผิด บางที่ผมก็แอบสงสัยน่ะจริงๆก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเท่าไรหนักว่าที่เธอไม่ชอบพาสเทลเป็เพราะเธอหึงผมรึเปล่าหรือเธออาจจะมีใจให้ผมก็ได้ ผมเผลอนั่งมองหน้าเธอแล้วก็ยิ้มออกมาจนเธอหันมามองหน้าผมผมถึงหันไปทางอื่น พอเธอหันกลับไปผมถึงกลับมามองเธออีก
หลายอาทิตย์ต่อมา
ั้แ่วันนั้นจนถึงวันผมกับพัสดุก็ไม่ได้คุยกันอีกเลย จากที่ผมเคยสนิทกับพัสดุที่สุดแต่ยิ่งรู้สึกว่าผมกับพัสดุเหมือนไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน ผมได้แต่มองหน้าพัสดุไม่ใช่ว่าผมไม่พยายามที่จะคุยกับเธอน่ะผมพยายามแล้วแต่เธอไม่คุยกับผมเองปกติผมง้อเธอก็หายแล้ว แต่ดูครั้งนี้ผมคงไม่ง้อแล้วล่ะ
อานนท์ : เฮ้ย!! พวกมึงนิน่ะเหมือนผัวเมียงอนกันอ่ะ
ปกป้อง : เอ่อจริงว่ะ มึงก็คุยๆไปเถอะ ก้อนหินมันง้อมึงแล้วอย่าเล่นตัว
พัสดุ : อะไรของพวกมึงเนี่ย!!
บาร์เรน : พวกมึงก็อย่าแซวมันดิ ถ้ามันจะคุยเดี๋ยวก็คุยเอง
อานนท์ : กูก็แค่อยากให้เพื่อนคุยกัน
พัสดุ : โอ๊ย! พวกมึงนิน่ะ กูไปล่ะ
ก้อนหิน : ไปไหนอ่ะ
พัสดุ : ห้องน้ำ!! ทำไมจะไปด้วยไหมล่ะ
ก้อนหิน : ให้ไปด้วยป่ะล่ะ
พัสดุ : มึงนิน่ะ กูไม่อยากพูดกับมึงแล้ว
ผมมองดูเธอที่หน้าเหวี่ยงใส่ผมเินไปเข้าห้องน้ำ ในที่สุดเธอก็ยอมคุยกับผม ผมนั่งอมยิ้มอย่างมีความสุชโดยที่ไม่รู้ตัวว่ามีอีกคนนั่งมองผมเช่นกันจนผมรู้สึกเหมือนมีคนจ้องมองผมอยู่ผมจึงหันไปสบตาเข้ากับเธอ
ก้อนหิน : มีไรรึเปล่าพาสเทล
พาสเทล : เปล่า พอดีเห็นก้อนหินกับพัสดุคุยกันได้ก็ดีใจ
ก้อนหิน : อ้อ
พาสเทล : ก้อนหินกับพัสดุดูน่ารักดีเนอะ
ของขวัญ : ใช่แล้วล่ะพาสเทลพูดถูก
พาสเทล : ของขวัญถามไรหน่อยสิ
ของขวัญ : ว่ามาสิ
พาสเทล : ก้อนหินกับพัสดุเขาคบกันหรอดูเหมือนแฟนกันเลย
ของขวัญ : ใช่แล้วล่ะ
ก้อนหิน : พาสเทลอย่าไปเชื่อขวัญมากน่ะเพ้อเจ้อ
ของขวัญ : ก้อนหิน!!
ก้อนหิน : ไรๆ เอ่อ จะห้าโมงล่ะ ไอ้เรน
บาร์เรน : อะไรมึง
ก้อนหิน : วันนี้มึงจะไปส่งพัสดุป่ะเนี่ย
บาร์เรน : มึงจะไปส่งมันก็ได้น่ะมึงพึ่งคืนดีกัน
ก้อนหิน : เค งั้นก็ตามนั้นมึง เอ่อเดี๋ยวพัสดุออกมากูว่ากูจะกลับเลย
บาร์เรน : อ้อเคๆ
พาสเทล : งั้นเดี๋ยวเราไปเข้าห้องน้ำก่อนน่ะ
ก้อนหิน : เคๆ ฝากดูพัสดุด้วยน่ะ หายไปนานตกส้วมแล้วมั้ง
ปกป้อง : เนี่ยๆปากมึงก็เป็แบบนี้เดี๋ยวมันก็โกรธมึงอีกเดี๋ยวก็เดือดร้อนพวกกูอีก
ก้อนหิน : เอ่อๆ กูว่าไปรอมันหน้าห้องน้ำดีกว่าว่ะ นี้ก็เย็นมากแล้ว
อานนท์ : มันสองคนจะได้ไม่ต้องเดินย้อนไปย้อนมาด้วย
ก้อนหิน : ไปดิ
ผมกับเพื่อนเดินไปนั่งรอที่โต๊ะหินอ่อนหน้าห้องน้ำ พวกผมนั่งกันอยู่สักพัก ได้ยินเสียงของพาสเทละโร้อง ช่วยด้วย!! ปล่อยน่ะอย่าทำเราเลย ช่วยด้วยค่ะ!! เสียงของพาสเทลดังออกมาจากห้องน้ำ ทำให้พวกผมรีบเข้าไปในห้องน้ำด้วยความเป็ห่วง
พอผมก้าวเท้าเข้าไปในห้องน้ำหญิงภาพที่ผมเห็นคือพาสเทลเปียกไปทั้งตัวพัสดุที่นั่งค่อมพาสเทลในมือของพัสดุมีกระแป๋งน้ำครอบหัวพาสเทลอยู่ ผมรีบวิ่งไปผลักพัสดุออกจากพาสเทลด้วยความเป็ห่วง ผมใช้มือของผมเอากระแป๋งน้ำออกจากหัวของเธอ ผมหันไปมองแบบตำนิพัสดุที่ตอนนี้บาร์เรนประคองเธอให้ลุกขึ้น
ก้อนหิน : เฮ้ย!! พัสดุทำไรว่ะ!! เป็ไรรึเปล่าพาสเทล
ผมเอ๋ยปากถามพาสเทล ที่เธอร้องไห้พร้อมกับส่ายหัวไปมา
ของขวัญ : พัสดุ!! เกิดไรขึ้นเนี่ย ทำไมถึงลงมือกับพาสเทลแบบนี้ล่ะ
พัสดุ : กูยังไม่ได้ทำไรเลยเว้ย
ก้อนหิน : ไม่ได้ทำแล้วใครทำ พาสเทลมันเองหรอ
พัสดุ : ก็ไม่ได้ทำจริงๆอ่ะ จะให้บอกว่าทำได้ไง
บาร์เรน : มึงพอเถอะ
ของขวัญ : เราผิดหวังมากเลยน่ะที่เห็นแกเป็แบบนี้ เรารู้ว่าแกไม่ชอบพาสเทลแต่แกไม่ควรลงมือแบบนี้ไหม
พัสดุ : เอ่อ!! กูทำมันเองกูหมั่นไส้มัน!! กูไม่ชอบขี้หน้ามัน!!พอใจพวกมึงกันรึยัง!! พอใจมึงยังอีเหี้ย!! สักวันหนึ่งกูจะกระชากหน้ากากคนยังมึงมึงระวังตัวไว้เถอะ!! ครั้งต่อไปกูไม่ปล่อยมึงแน่!! มึงระวังไว้เลย ที่อย่างนี้ทำเป็สำออย!!
บาร์เรน : พัสดุ ใจเย็น!! มีสติหน่อยดิ
อานนท์ : เฮ้ย!! จะมากไปแล้วน่ะเว้ย!! นี้ก็เพื่อนๆกันทั้งนั้น
ปกป้อง : นี้มันอะไรกันว่ะเนี่ย แค่มึงไม่ชอบพาสเทลมึงทำขนาดนี้เลยหรอว่ะ!!
พัสดุ : เอ่อ!! กูทำได้มากกว่านี้อีก พวกมึงคอยดูก็แล้วกันปกป้องมันกันให้ดีก็แล้วกัน กูเอาคืนแน่!!
ก้อนหิน : ต่อให้เกิดไรขึ้นแกก็ไม่มีสิทธิทำแบบบนี้กับพาลเทลไม่ต้องห่วงกูจะปกป้องกูจะดูแลพาสเทลอย่างดี
พัสดุ : เอ่อ!! ก็ดี!! ั้แ่มันเข้ามา แกก็มองฉันในแง่ร้ายตลอด แกเคยเห็นฉันดีในสายตาบางไหม มันทำไรดีไปหมดเข้าข้างมันไปหมด ถ้ากูมันแย่หนักพวกมึงก็เลิกคบกูเป็เพื่อนเถอะ ดูพวกมึง…
บาร์เรน : พัสดุ!! พอเถอะ!! ไป!! กูไปส่งมึงเองมึงพูดไรไปไม่ใครเขาเชื่อมึงหรอก
ปกป้อง : น้องเรน!!
บาร์เรน : วันนี้มึงกลับเองน่ะ!! และก็ไม่ต้องตามกู!! กูจะไปส่งพัสดุเพื่อนของกู
ผมมองดูบาร์เรนประคองพัสดุที่ล้มจากการถูกผมผลักเดินออกจากห้องน้ำไปโดยที่ไม่สนใจใคร จริงๆผมแอบรู้สึกผิดที่ไปผลักพัสดุแบบนั้นจริงๆมันไม่ควร ผมนั่งทบทวนคำพูดของพัสดุอยู่ในรถ ผมจึงหันไปถามพาสเทล
ก้อนหิน : พาสเทลตอนอยู่ในห้องน้ำเกิดไรขึ้น
พาสเทล : ขอไม่เล่าได้ไหม
ก้อนหิน : ทำไมว่ะ!! ถ้าไม่เล่ากูก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
พาสเทล : ขอโทษน่ะแต่เราเล่าไม่ได้จริงๆ เราบอกได้แค่ว่าเรากับพัสดุเราสองคนเคยรู้จักเคยสนิทกันมาก่อน แต่เื่ในวันนี้เราบอกไม่ได้ เราผิดเองล่ะ แกอย่าถามเราได้ไหม เราไม่อยากพูด
ก้อนหิน : เอ่อ!! สรุปคือไม่เล่าใช่ไหม ไม่เป็ไร
ผมตอบกลับไปด้วยความโมโหที่ผมไม่รู้อะไรเลยยิ่งผมทำแบบนั้นกับพัสดุผมโคตรรู้สึกแย่มาก ยิ่งผมโมโหยิ่งทำให้ผมระบายทุกอย่างลงกับการขับรถ ผมขับรถเร็วที่สุดเป็การระบายอารมณ์ของผม จนผมได้ยินเสียงคนข้างๆสะอึกเหมือนร้องไห้ ใช่แล้วผมทำพาสเทลร้องไห้ผมได้สติจึงลดความเร็วลง
ก้อนหิน : ขอโทษ
พาสเทล : อืม ไม่เป็ไร จริงๆแกก็เชื่อในสิ่งที่พัสดุพูดใช่ไหม
ก้อนหิน : ไม่รู้ดิ คิดไปคิดมาพัสดุก็ไม่น่าจะใช่ความรุนแรงอะไรกับแกน่ะถึงปากจะร้ายก็ตามยิ่งแกตอบคำถามที่ถามไม่ได้มันก็อดคิดไม่ได้
พาสเทล : อืม ขอโทษล่ะกันที่ตอบคำถามไม่ได้ มันก็เลยทำให้แกเชื่อพัสดุ ไม่แปลกหรอกที่แกจะเชื่อ
ก้อนหิน : ใช่ไม่แปลกหรอก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่เชื่อแกน่ะ
พาสเทล : อืม
ผมกับพาสเทลก็จบบทสนทนากันไม่ได้พูดคุยอะไรกันต่ออีกจนผมขับรถมาถึงลานจอดรถที่คอนโด
พาสเทล : ขอโทษน่ะ ที่ทำให้ทะเลาะกับพัสดุอ่ะ ขอโทษที่เป็ต้นเหตุ
ก้อนหิน : อืม!! ไม่เป็ไรหรอก
พาสเทล : แล้วแกไม่ไปง้อพัสดุหรอ
ก้อนหิน : ไม่อ่ะ ทำไมต้องง้อด้วยนี้ไม่ได้ทำไรไม่ผิด ถึงไปตอนนี้ก็ร้อนทั้งคู่ ถามหน่อยนี้ไปทำไมในเมื่อพัสดุเป็คนบอกว่าไม่ได้ทำไรแกเลยความหมายของพัสดุคือแกทำตัวเองทำแกจัดฉากอะไรแบบนี้หรอ ถามอะไรไปแกก็ตอบไม่ได้สักอย่างสรุปยังไง
พาสเทล : แล้วถ่าเราบอกว่าพัสดุพูดโกหกล่ะ แกคิดจริงๆหรอว่าเราจะทำแบบนั้น แกบ้าป่ะ
ก้อนหิน : แล้วแกตอบได้ไหมว่าตอนที่อยู่ในห้องน้ำแกสองคนทำอะไรกัน
พาสเทล : ขอโทษน่ะ!! คงบอกแกไม่ได้จริงๆ
ก้อนหิน : ทำไมว่ะ!! แค่บอกมาแค่เนี่ยมันจะยากอะไรหนักหนาว่ะ เอาจริงไหมพวกมันก็อยากรู้เหมือนที่กูอยากรู้เหมือนกันถ้าพวกมันถามแกคงตอบแบบนี้สิน่ะ
พาสเทล : ใช่!! แกไปง้อพัสดุเถอะมันเป็คนดีมากเราไม่อยากให้แกเสียมันไป
ก้อนหิน : ไม่!! คุยตอนนี้ไม่รู้เื่
พาสเทล : แต่นั้นแฟนนายน่ะ
ก้อนหิน : เฮ้ย!! ใครแฟน พัสดุหรอ
พาสเทล : อืมใช่ ขวัญเป็คนบอกว่านายกับพัสดุคบกัน
ก้อนหิน : ขวัญพูดแบบนั้นหรอแต่แกก็เชื่ออ่ะน่ะ
พาสเทล : แล้วไม่ใช่หรอ
ก้อนหิน : อืม ไม่ใช่
อยู่ๆผมกับนึกถึงวันแรกที่ได้มาเรียนที่นี้ ผมในตอนนั้นไม่รู้จักใครเลยตอนนั้นผมคิดถึงเพื่อนคิดถึงครอบครัวคิดถึงธรรมชาติที่ต่างจังหวัด ผมมองซ้ายมองขวาก็มีแต่ความวุ่นวายรถราก็วิ่งเต็มบนถนน ผมยิ่งดูแล้วก็ยิ่งทำให้ตาลายตามฟุตบาลทางม้าลายป้ายรถเมล์มีคนมากมายมีรถเข็นขายของเต็มไปหมด เห็นแล้วผมกับยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยว ในขณะที่ผมกำลังจะเดินเข้าประตูรั้วของโรงเรียนก็เดินชนเข้ากับผู้หญิงผมสีแดงม่วงยาว เธอเงยหน้ามามองด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มให้ผม ผมยังจำวันแรกได้ดีที่เป็ครั้งแรกที่ได้รู้จักกับพัสดุ