หลังจากการยอมจำนนของ แม่ทัพจางชิง และกองทัพเยี่ยนทั้งหมด บรรยากาศในช่องเขาเสือหมอบก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความเงียบสงบเข้ามาแทนที่เสียงดาบที่กระทบกันและเสียงร้องของทหารที่บาดเจ็บ อ๋องหลงเฟย ได้เดินลงจากม้า เข้าไปหาจางชิงที่คุกเข่าอยู่บนพื้น
“ลุกขึ้นเถิดท่านแม่ทัพ” หลงเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยอำนาจ “ชัยชนะในครั้งนี้ ข้าไม่ได้ต้องการทำลายท่าน แต่ข้าต้องการแสดงให้ท่านเห็นว่าสงครามไม่ได้มีแค่การใช้กำลังเพียงอย่างเดียว”
จางชิงลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกที่สับสนและอับอาย เขาเป็นแม่ทัพผู้เกรียงไกรที่พ่ายแพ้ให้กับเด็กหนุ่มที่อายุน้อยกว่าตนเองมากนัก “ท่านอ๋อง... เหตุใดท่านจึงไม่สังหารข้า?” จางชิงถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย
“การสังหารท่านไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา” หลงเฟยตอบ “ข้าต้องการท่านมาเป็นกำลังสำคัญในการสร้างแคว้นเจียงหนานให้แข็งแกร่ง และข้าก็ต้องการให้ท่านไปบอกกับ อ๋องเยี่ยนหลิง ว่าสงครามครั้งนี้จะยังไม่จบลงง่าย ๆ”
คำพูดของหลงเฟยทำให้จางชิงรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง เขารู้สึกว่าหลงเฟยไม่ได้เป็นเพียงแค่อ๋องผู้ชั่วร้ายอย่างที่อ๋องเยี่ยนหลิงเคยกล่าวอ้าง แต่เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและน่าเคารพ
ซือหม่าคุน เดินเข้ามาหาหลงเฟยพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียด “ท่านอ๋อง... ท่านคิดว่าการตัดสินใจนี้ถูกต้องแล้วหรือ? การไว้ชีวิตแม่ทัพของศัตรูอาจเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทำร้ายเราได้”
หลงเฟยหันไปมองซือหม่าคุนด้วยรอยยิ้ม “ซือหม่าคุน... ข้าเชื่อในสายตาของข้า แม่ทัพจางชิงเป็นคนที่ซื่อตรงและจงรักภักดี เมื่อเขาได้เห็นความจริง เขาจะตัดสินใจได้ด้วยตัวเองว่าควรจะอยู่ฝั่งไหน” ในขณะที่หลงเฟยกำลังพูดคุยกับซือหม่าคุน จางชิงก็เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกล่าวว่า
“ท่านอ๋อง... ข้ามีเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอท่าน”
“ว่ามาเถิดท่านแม่ทัพ” หลงเฟยตอบ
“โปรดให้ข้ากลับไปที่แคว้นเยี่ยน” จางชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ข้าจะกลับไปจัดการเรื่องที่อ๋องเยี่ยนหลิงกล่าวหาข้า และข้าจะกลับมาพร้อมกับกองกำลังที่จงรักภักดีต่อข้า และพร้อมที่จะต่อสู้เพื่อท่าน”
หลงเฟยพยักหน้าอย่างช้า ๆ “ข้าเชื่อใจท่าน... ขอให้ท่านโชคดี”
เมื่อจางชิงจากไป หลงเฟยก็เริ่มวางแผนสำหรับขั้นตอนต่อไปของการทำสงคราม เขาเรียก เหลียงกัง และ ไป๋ห่าว เข้ามาในกระโจมบัญชาการ “พวกเจ้าจงนำกองทัพส่วนหนึ่งไปตั้งค่ายที่ชายแดนแคว้นเยี่ยน และจงทำตัวให้เหมือนว่าเรากำลังจะเข้ายึดแคว้นเยี่ยน”
“แต่ท่านอ๋อง... นั่นเป็นการเปิดช่องให้ศัตรูเข้ามาโจมตีเราได้ง่ายขึ้นไม่ใช่หรือ?” เหลียงกังถามด้วยความสงสัย
“ใช่แล้ว” หลงเฟยตอบพร้อมกับรอยยิ้มลึกลับ “ข้าต้องการให้ อ๋องเยี่ยนหลิง เข้าใจเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ข้าจะนำกองทัพหลักเข้าโจมตี เมืองเป่ยหลง”
คำพูดของหลงเฟยทำให้ทุกคนในกระโจมต่างตกตะลึง เพราะเมืองเป่ยหลงเป็นเมืองหลวงของแคว้นเยี่ยน และการโจมตีเมืองหลวงโดยตรงเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง “แต่... ท่านอ๋อง! ที่นั่นมี เว่ยอู๋จี๋ อยู่!” ไป๋ห่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
“ถูกต้องแล้ว” หลงเฟยตอบ “และนั่นคือเหตุผลที่เราจะต้องไปที่นั่น... เพื่อให้ข้าได้เผชิญหน้ากับอาจารย์ของข้าและเพื่อล้างแค้น!”
หลงเฟยเริ่มวางแผนการรบที่ซับซ้อนและอันตรายที่สุดในชีวิตของเขา เขารู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับเว่ยอู๋จี๋ไม่ได้เป็นเพียงแค่การต่อสู้ด้วยกำลัง แต่เป็นการต่อสู้ด้วยสติปัญญาและกลอุบายที่ต้องใช้ทุกอย่างที่เขาได้เรียนรู้มา...