"มาเริ่มเรียนกันเลยดีกว่า"
"แม่จะสอนวิธีฝึกพลังิญญาให้กับเ้า แต่ก่อนหน้านั้นแม่จะแสดงถึงพลังิญญาให้ดูก่อน"
ทันทีที่กล่าวจบก็มีพลังงานบางอย่างแผ่ออกมาจากหวังหรูอวิ๋น ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนสีสักพักหนึ่งเลย
ปิงหยางรู้สึกหน้ามืดตามัวเป็อย่างมาก และรู้สึกเหมือนมีน้ำหนัก100กิโลกรัมทำให้ตัวเด็กหนุ่มขยับได้ยากลำบากมาก
"ฟึบ!" หวังหรูอวิ๋นได้เก็บพลังิญญาของเธอไป
"รู้สึกเป็อย่างไรบ้างล่ะ"
"ทรงพลัง" ปิงหยางกล่าวออกมาคำเดียว
"ต่อให้เ้าระดับการบ่มเพาะ(พลังงาน)สูงกว่า แต่เ้าก็จะรู้สึกเช่นนั้นอยู่ดี"
"เอาล่ะ ข้าจะอธิบายเกี่ยวกับวิธีการฝึกพลังิญญา"
"ขั้นแรกเ้าต้องทำจิตใจให้สงบ เหมืนตอนที่เ้าบ่มเพาะ"
"ขั้นที่สองเ้าต้องััถึงการเคลื่อนไหวของทุกสิ่งที่อยู่รอบๆ"
"ขั้นที่สามเ้าต้องััถึงพลังิญญาในอากาศ"
"และขั้นสุดท้าย เ้าต้องดูดซับพลังิญญามารวมกับิญญาของเ้า แต่เ้าต้องระวังให้ดีในขั้นนี้ถ้าหากผิดพลาดิญญาของเ้าก็จะสูญสลายไปเลย"
"ลองฝึกด้วยตัวเองดูสิ"
"ครับ ท่านแม่" ปิงหยางตอบกลับก่อนจะเริ่มนั่งสมาธิ
ส่วนหวังหรูอวิ๋นก็คอยสังเกตุท่าทางของบุตรชายนางอยู่เงียบๆ
หลังจากผ่านไปประมาณ1เค่อ หวังหรูอวิ๋นก็ััได้ว่ามีพลังิญญาจำนวนมากไหลเข้าไปในร่างกายของลูกชายนาง
"นี่มันอะไรกัน!" นางใอย่างมากเมื่อเห็นหมอก รอบๆตัวของลูกชายนาง
ตอนนี้ปิงหยางราวกับเทพเซียนผู้นั่งบำเพ็ญอย่างโดดเดี่ยวโดยตัดขาดกับโลกภายนอก
หมอกค่อยๆรวมตัวกันควบแน่นไปเรื่อยๆจนเวลาล่วงเลยไปถึงตอนเย็นแล้ว มันจึงหยุดการควบแน่น
สิ่งที่ควบแน่นออกมานั้นมีลักษณะเป็ลูกบอลกลมๆสองลูก ขนาดเท่าดวงตา
ค่อยๆลอยไปหาปิงหยางอย่างช้าๆก่อนจะผสานกับดวงตาของปิงหยางได้สำเร็จ
'สำเร็จแล้ว ขั้นแรกของวืชาเนตรเทวะ ผู้มองเห็นความจริง'
ขั้นผู้มองเห็นความจริงมีสามารถเพิ่มความสามารถของดวงตาให้ดียิ่งขึ้น และพัฒนาสมองให้สามารถจำทุกสิ่งที่ดวงตาของปิงหยางเห็นได้ นอกจากนี้ยังมีความสามารถพิเศษอีกอย่างคือ สามารถใช้ดวงตานี้มองเห็นคนที่เราพูดด้วยได้ว่าพูดความจริงหรือพูดโกหกกันแน่
หลังจากนั้นสักพักปรากฎการณ์ก็เริ่มสงบลง ก่อน ที่ปิงหยางจะลืมตาขึ้น
"หยางเออร์ นั่นมันอะไรกันน่ะ" หวังหรูอวิ๋นถามปิงหยาง
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันคร้บ" ปิงหยางกล่าว พร้อมกับคิด 'ข้าต้องปิดบังไว้ก่อน มิฉะนั้นข้าคงไม่สามารถอธิบายได้แน่ว่าจะได้รับมันมาจากไหนกันแน่'
"เห้อ~ ดูเหมือนว่าเ้าเองก็ไม่รู้สินะ ไหนบอกแม่สิวะตอนนี้ลูกมีพลังิญญาระดับไหนแล้ว"
"หลอมรวมิญญา ขั้นที่4 ครับ" ปิงหยางกล่าว โดยปกติแล้วปิงหยางควรจะอยู่ขั้นที่1 แต่เพราะเนตรเทวะเลยทำให้เพิ่มขึ้นมา3ขั้น นอกจากนี้พลังิญญายังบริสุทธิ์กว่าคนอื่นได้(อาจจะเทียบเท่ากับขั้น5ได้)
"ห๊ะ ขั้นที่4!!!!" หวังหรูอวิ๋นใเป็อย่างมากเนื่องจากตนยังต้องใช้เวลาเดือนกว่าๆถึงจะมาถึงหลอมรวมิญญาขั้นที่ 4 ได้
"หยางเอ๋อ เ้าอย่าได้เอาเื่นี้ไปบอกใครนะ ทั้งเลือกตอนที่เ้าฝึกพลังิญญา และระดับพลังิญญาของเ้า"
"ได้ครับ ท่านแม่" ปิงหยางกล่าว
"เอาล่ะ วันนี้ก็เย็นมากแล้ว พรุ่งนี้ไว้ข้าจะสอนอย่างอื่นให้ละกัน" หวังหรูอวิ๋นกล่าวก่อนจะเดินจากไป
"เอาล่ะ! ข้าต้องแข็งแกร่งมากกว่านี้ การสอบของนิกายก็จะใกล้มาถึงแล้ว ข้าหวังว่าเข้าไปในนิกายแล้วข้าจะเป็หัวหน้าสาขาที่ไหนสักแห่ง ไม่ต้องทำงานให้ยุ่งยากเพราะสั่งให้ลูกน้อยทำก็ได้" ปิงหยางเริ่มฝันหวาน
หลังจากกลับมาที่ห้องปิงหยางได้เริ่มนอนทันทีเลยเนื่องจากเด็กหนุ่มอยากรู้ว่า พลังิญญาสามารถฝึกในดินแดนความฝันได้รึเปล่า
"ในดินแดนความฝันฝึกพลังิญญาไม่ได้หรอกนะ เพราะดินแดนความฝันเดิดขึ้นจากพลังิญญาของเ้าอย่างไงล่ะ" ทันทีที่ปิงหยางเข้ามาในดินแดนความฝัน กุญแจสู่ความฝันก็ตอบกลับทันที
หลังจากที่ปิงหยางเข้ามาดูเหมือนว่าดินแดนความฝันขยายออกไปร้อยกว่าเท่าได้เลยมั้งเนี่ย
"ส่วนสาเหตุมี่ข้าบอกว่าการบ่มเพาะทำให้ดินแดนความฝันขยายออกไปนั้นเพราะว่าการเลื่อนขั้นการบ่มเพาะก็ทำให้พลังิญญาเพิ่มขี้นมาเล็กน้อยยังไงล่ะ"
"เห้อ~ สรุปไม่ได้สินะ งั้นตอนนี้ข้าแค่บ่มเพาะพลังงานก่อนดีกว่า" ปิงหยางถอนหายใจก่อนจะเริ่มนั่งบ่มเพาะ