เชสตกตะลึงในความงดงามของลิเรเรียจนถึงขั้นขาดสติไปชั่ววูบ สุดท้ายก็ได้สติกลับมาทำให้เห็นว่าเธอไม่ได้มาคนเดียวไม่ไกลจากเธอมากคือชายที่เคยโจมตีเชสขณะไม่ทันตั้งๆตัวคนนั้นอยู่ด้วยข้างๆนั้นคือหญิงสาวผมสีเขียวตาสีแดง โครงหน้าบางส่วนคับคล้ายเรเรีย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทั้งสองเกี่ยวพันธ์ทางสายเลือดกัน“เรเรีย”เชสเอ่ยนามนั้นพร้อมกับกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปทักทายทว่าคนข้างตัวกลับเร็วกว่าวินสตันก้าวอย่างมั่นเข้าไปทักทายพ่อแม่ของลิเรเรียเป็นทางมารดาบังเกิดเกล้าของเด็กสาวเข้ามารับหน้าพูดความกับวินสตันอย่างสนิทสนมผิดกับทางพ่อของเรเรียที่แม้จะยิ้มอยู่ทว่าร่องรอยบนใบหน้าบ่งบอกว่าเจ้าตัวอยากอัดวินสตันให้กระเด็นเต็มแก่แล้วไม่นานหลังจากทักทายแม่ของเรเรียเสร็จชายหนุ่มก็เจ้าไปทักทายกับสาวงามด้านหลังทั้งสอง รอยยิ้มอันอบอุ่นนั่นส่งให้ลิเรเรียผู้ซึ่งไปเปลี่ยนสีหน้าเลยตลอดการสนทนา“ดูตัว”ทันใดนั้นสมองพลันมีคำพูดก้องไปมา มันคือคำพูดของชายผมทองคนนั้นเคยพูดก่อนหน้านี้ในวันที่เขากลับมาถึงสถาบัน“อย่าบอกนะว่า...”เด็กหนุ่มผมดำไม่อยากพูดว่าโลกมันกลม แต่เรื่องนี้ก็บังเอิญเกินไปแทบไม่อยากเชื่อ แม้จะยังไม่ยืนยันแต่ใจเขาเชื่อไป90%แล้วว่าวินสตันคือคู่ดูตัวของลิเรเรียในวันนั้น หัวใจเต้นแรง ผิวทั้งตัวเย็นเหมือนน้ำแข็งความรู้สึกหงุดหงิดสุมอยู่เต็มอก“ทั้งสองคุยกันไปก่อนนะจ๊ะ แม่จะไปทักทายท่านดยุคก่อน...คุณคะไปกันเถอะ”“แล้วพบกันครับเคาน์เตส”วินสตันโค้งอย่างสุภาพสมกับที่ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดี“ว่าแต่เลดี้ลิเรเรียของขวัญที่ให้ไปวันก่อนชอบไหมครับ”“ค่ะ มันสวยมาก”สวยงามตอบด้วยเสียงโมโนโทน ไม่ยินเช่นนั้นวินสตันพลันยิ้มร่า“ดีจังเลยครับ คุ้มที่อุตส่าห์ลงทุนซื้ออัญมณีเวทมาให้ช่างชื่อดังทำกำไรข้อมือ”เด็กสาวไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ ตามจริงเธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าได้รับของขวัญมาจากชายผู้นี้ ไม่ต้องถามเลยว่ารู้ไหมว่ามันคืออะไร ตอนนี้อยู่ที่ไหนเธอยังไม่รู้แล้วเลยด้วยซ้ำจังหวะนั้นเองใครบางคนเดินเข้ามาในสายตาปฏิกิริยาเล็กน้อยปรากฏบนใบหน้า ทั้งตัวเกร็งไปหมดศีรษะก้มลงราวกับอยากหลบหน้าเขา...ไม่ต้องการให้คนๆนั้นเห็นเธออยู่กับชายอื่น“ไงเรเรีย วันนี้สวยมากเลยนะ”เชสมาพร้อมกับรอยยิ้มอันอบอุ่น สายตาของลุงในร่างเด็กหนุ่มไม่ยอมละจากสาวผมทองแม้แต่น้อย“อ้าว สองคนรู้จักกันหรอ”วินสตันประหลาดใจส่งผลให้เชสแอบยิ้มมุมปาก“ครับ ผมกับเรเรียเราฝึกซ้อมกันบ่อยๆน่ะ”ใจจริงเขาอยากใช้คำว่า ‘กซ้อมกันทุกคืน’ แต่แบบนั้นอายากส่งผลเสียงต่อชื่อเสียงของเรเรียได้เชสจึงเลือกที่จะเปลี่ยนคำ กระนั้นก็ยังใช้คำเรียกอย่างสนิทสนมเพื่อเป็นการบอกว่าพวกเขาใกล้ชิดกันพอสมควร“งี้นี่เอง มิน่าล่ะน้องชายผมเก่งขนาดนี้”“ไม่หรอกครับ...อ๊ะ แล้วยัยแมวไม่มาด้วยหรอ”เจ้าตัวรู้ได้ทันทีว่ากำลังพูดถึงใครแต่ไม่เข้าใจว่าทำไมเชสถึงพูดมันตอนนี้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่เคยคุยกันถึงเรื่องเมริด้าเลยสักครั้ง“เมริด้าบอกว่าง่วงนอนน่ะฉันเลยมากับที่บ้าน”“อ๋อ พ่อแม่เธออยู่เมืองหลวงใช่ไหม พวกเขามาฉลองปีใหม่กับเธอหรอ”“อืม เทอมนี้ฉันไม่ได้ลาน่ะเพราะมีการประลองด้วย พ่อแม้ฉันเลยตัดสินใจเดินทางมาหาที่โรเซเลีย”ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบน้ำเสียงยามพูดคุยเปลี่ยนจากแข็งกระด้างเป็นอ่อนนุ่มลงมา หากสังเกตดีๆบนใบหน้าขาวใสนั่นปรากฏร่องรอยความสุขอันพบเห็นได้ยากขึ้นมาวินสตันรู้สึกแปลกใจทั้งที่ไม่ว่าตนจากมอบของขวัญ ชวนคุย หรือเอาใจแค่ไหนเด็กสาวรุ่นน้องกลับไร้ทีท่าปราศจากอารมณ์และถามคำตอบคำตลอดไม่เพียงวินสตันเท่านั้นที่เห็น ไกลออกไปผู้ถูกขนามนามว่าเอิร์ลเอลวิน แห่งตระกูลเนอร์วาสลอบมองด้วยดวงตาอันสั่นเทา ข้างกายภรรยาผู้กำลังพูดคุยอย่างออกรสกับองค์หญิงหนึ่งเดียวในงานเลี้ยงโดยไม่สนใจรอบข้างเลย‘เด็กคนนั้น...’ชายหนุ่มหรี่ตาอันแหลมคมดั่งเหยี่ยวจ้องเชสอย่างพินิจพิเคราะห์ผู้ถูกจ้องเหมือนจะรู้ตัวจึงเบนตามามองก่อนกลับไปคุยต่ออย่างไม่ใส่ใจ “ใช่เพคะองค์หญิง วันนี้หม่อมฉันพาลูกสาวมาด้วย อยู่ทางด้านนั้น...สักครู่นะเพคะ”ทางกลุ่มของมิเนอร์วาเกิดการเคลื่อนไหวบางอย่าง ภรรยาของเอลวินเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วมาทางเชส“คุยสนุกกันรึเปล่า โอ๊ะนี่ใครกันจ๊ะ”หญิงสาววัยกลางคนขยับร่างเข้ามาร่วมวง“สายันสวัสดิ์ครับเคานต์เตส ผมชื่อเชส เซอเซสเป็นเพื่อนร่วมสถาบันของเลดี้ลิเรเรีย”‘ตระกูลเซอเซส ไม่เห็นเคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย’ในหัวเริ่มนึกถึงลิสต์รายชื่อขุนนางที่เคยถูกสั่งในท่องตั้งแต่จำความได้ทว่าไม่มีชื่อไหนที่ตรงเลยสักชื่อ กระนั้นเธอก็ยังรักษารอยยิ้มเอาไว้ได้อย่างมืออาชีพ“อย่างงี้นี่เอง เธออยู่ห้อง1เหมือนกับลูกสาวของน้าหรอจ๊ะ”“เปล่าครับ”“ถ้างั้นก็ห้อง2”“เปล่าครับ”“ห้องสามหรอจ๊ะ”เชสส่ายหน้าเป็นคำตอบ ปฏิกิริยาบนใบหน้าเริ่มแข็งทื่อขึ้นเรื่อยๆจนเชสอยากหัวเราะทว่าก็ต้องกลั้นขำไว้“ผมอยู่ห้อง10ครับ”แทบจะรักษารอยยิ้มไว้ไม่ได้ทว่าก็ต้องนับถือที่ยังฝืนอยู่ได้เธอแถบอยากโพล่งถามลูกสาวตรงนี้เลยว่าทำไมถึงได้ไปคลุกคลีอยู่กับคนจากห้องท้ายแบบนี้แต่ก็กลัวจะเสียมารยาทต่อวินสตันด้านชายผมน้ำตาลพลันขมวดคิ้วมุ่น‘อยู่ห้อง10แต่ทำไมถึงผ่านเข้ารอบมาได้ล่ะ’คำถามมากมายสุมภายในอกแต่เขารู้ว่าตอนนี้ยังไม่เหมาะในการถามนัก คุณแม่ลูกสามพยายามคืนสีหน้าให้กลายเป็นดังเดิมก่อนจะผายมือไม่ยังกลุ่มขององค์หญิง“มานี่สิลิเรีย แม่จะพาไปรู้จักกับองค์หญิงมิเนอร์วาพระองค์อยู่สถาบันเดียวกับลูกด้วยนะ...วินสตันเองก็มาด้วยสิจ๊ะ ไปเถอะ”“ครับ”เขาตอบรับน้ำเสียงนุ่มนวลเช่นเคย แวบหนึ่งเขาแอบเหล่มองเชสผู้ไม่ถูกชวนพบว่าเขาไม่มีปฏิกิริยาอะไรเป็นพิเศษ‘พวกเขามีความสัมพันธ์ยังไงกันแน่นะ’ไม่รอคำตอบหญิงสาวจับมือลูกสาวคนที่สามพลางจูงเธอให้ตามไปด้วยโดยมีหนุ่มคราวลูกสองคนตามมาด้วยเธอเลือกไม่สนใจเชสที่ตามมาโดยพละการแม้ว่าไม่ชอบใจมากแค่ไหนก็ไม่ควรแสดงสีหน้าต่อหน้าคนจำนวนมาก ลิเรเรียถูกดันมาให้ยืนข้างกายขณะกำลังแนะนำให้คนในที่นั้นได้รู้จักเสียงชื่นชมถึงความงามและกิริยามารยาทมาไม่ขัดสาย เป็นธรรมดาอยู่แล้วในการเอ่ยชื่นชมเลดี้ที่เพิ่งพบกันครั้งแรกกระนั้นตัวมารดาก็ยังยิ้มไม่หุบ ไม่จบเพียงเท่านั้นเธอยังถือวิสาสะแนะนำคนอีกคนให้กลุ่มขุนนางชั้นสูงได้รู้จัก“ส่วนนี่คือวินสตัน บาโรนอฟ บุตรชายคนที่สองของมาควิสบาโรนอฟเป็นว่าที่คู่หมั้นของลูกสาวหม่อมฉันเพคะ”“ว่าแล้วเชียว”“เหมาะสมกันจริงๆ”“อย่างงี้นี่เอง”ถึงจะยังไม่ใช่อย่างเป็นทางการแต่ก็แอบขึ้นตำแหน่งให้วินสตันต่อหน้าธารกำนันเสียงชื่นชมแสดงความยินดีจากทิศทางสารทิศพุ่งเป้ามาที่หนุ่มสาววัยรุ่นเป็นทางเดียวเว้นแต่ผู้มีศักดิ์ฐานะสูงสุดในที่นั้นอันได้แก่...มิเนอร์วาสาวผมดำจ้องเลยไปด้านหลัง...ไปยังใบหน้าอันทะมึนของผู้ที่เธอรู้จักดี‘ถ้าเป็นฉัน...เขาจะมีปฏิกิริยาแบบนี้ไหมนะ’ จังหวะนั้นเสียงเพลงจากวงดนตรีซึ่งสเตนบายรออยู่นานแล้วเริ่มบรรเลงเพลงแรกในค่ำคืนวันสุดท้ายของปี วงดนตรีชื่อดังเผยทักษะระดับสูงสมกับค่าจ้างมหาศาลที่ได้รับสุภาพบุรุษหลายคนเริ่มขอเลดี้ภายในงานเพื่อเต้นรำบริเวณกลางฟลอร์ จาก1เป็น2 จาก2เป็น4คู่“เลดี้ลิเรเรีย จะเป็นอะไรไหมหากผมจะขอคุณเต้นรำ”ท่าทางสง่างาม มือซ้ายไขว้หลังมือขวายื่นไปด้านหลัง ชายผมน้ำตาลปฏิบัติอย่างนุ่มนวลและช่ำชองเป็นปลื้มแก่เคาน์เตสเนอร์วาส“เร็วสิลูก แม่เคยสวนไว้แล้วว่าเวลามีสุภาพบุรุษมาขอเต้นรำต้องทำอย่างไร”แอบเอ่ยเร่งลูกสาวเบา ลิเรเรียเผลอเม้มปาก มือเรียวบางในถุงมือกำลังจะยกขึ้นเพื่อตอบรับคำชวน“เลดี้ลิเรเรีย ได้โปรดให้เกียรติเต้นรำกับผมได้ไหมครับ”ทุกสายตาหันขวับไปยังทางเดียวแม้แต่วินสตันเอง ร่างเล็กยืนสงบเงียบตั้งแต่ก่อนหน้านี้ก้าวเข้ามาและยื่นมือมาตรงหน้าสาวในชุดNavy Blue บางคนที่ไม่ได้อยู่ตั้งแต่แรกเผลอคิดไปแล้วว่าคนๆนี้เป็นเพียงผู้ติดตามไม่ก็ข้ารับใช้เอลวินสัมผัสรังสีอำมหิตจากภรรยาได้ทันที ใบหน้าสวยงามนั่นนิ่งค้างก่อนจะเปลี่ยนเป็นไม่พอใจ ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้าย ไม่มีใครตรงนั้นหันมาสนใจเธอ‘เป็นแค่พวกชั้นต่ำ กล้ามาขอลูกสาวคนสำคัญของฉันเต้นรำไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆแน่’การกระทำเช่นนั้นเป็นเหมือนการหักหน้าเคาน์เตสเนอร์วาสและวินสตันอย่างแรง ทั้งที่เมื่อครู่ได้ประกาศไปแล้วว่าลิเรเรียและวินสตันมีความสัมพันธ์กันอยู่แอบคาดโทษเชสไว้ในใจเสร็จสิ้นพลันส่งสายตาแกมบังคับให้ลิเรเรียรีบรับคำขอของวินสตันความรู้สึกแสดงออกมามากกว่าปกติบนหน้างดงามนั่น เรเรียแอบมีท่าทีอ้ำอึ้งเล็กน้อย สมองไม่อาจประมวลผลว่าควรทำสิ่งใดต่อ 1วินาทีนานนับชั่วโมงและในที่สุดมือขาวในถุงมือนุ่มก็เลื่อนเข้าไปสัมผัสมือของ1ในสองคนนั้นเป็นการตอบรับคำชวน
…………………………………………………………………..ผมรู้ว่าทุกคนรู้สึกยังไง