[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    38 ทีม 3

    ติ๊ดติ๊ด~!


    นาฬิกาข้อมือส่งเสียงแจ้งเตือนให้แอชเชอร์ได้รับรู้ระหว่างที่เขากำลังวิ่งในตอนเช้าตรู่ แอชเชอร์จึงเปิดมันขึ้นมาดูก่อนจะพบว่ามีคำสั่งจากทางค่ายฝึกเรียกให้เขาไปรวมตัว การวิ่งในเช้านี้จึงหยุดลงด้วยความเร่งรีบของแอชเชอร์เพราะมันเป็นคำสั่งด่วน


    “หืม”


    สายตากวาดมองไปในตึก พบว่านักเรียนหลายคนยังคงนั่งนิ่งอยู่ในโซนอาหาร แอชเชอร์จึงรู้แล้วว่าการเรียกตัวที่เกิดขึ้นนี้เองนั้น จะต้องเป็นคนที่โดดเด่นหรือไม่ก็เป็นคนที่มีความสามารถในการซิงโครไนซ์ระดับ S กระทั่งเขาวิ่งมาถึงสนามหญ้าใช้สำหรับฝึกซ้อมกลางแจ้ง แอชเชอร์ก็พบเข้ากับมอแกนกำลังยืนตรงต่อหน้าของครูฝึก


    “แอชเชอร์ แอสลาส ขอ…”


    “เข้ามา ไม่ต้องมากพิธี วันนี้จะมีเพียงพวกเรา 4 คนเท่านั้น” บรรยากาศดูเป็นกันเองปลดปล่อยออกมาจากครูฝึก ก่อนที่ระดับ S อีกคนจะวิ่งออกมาจากตึกด้วยสภาพพึ่งตื่นนอน


    “เอาล่ะ มาฟังข่าวดีและข่าวร้ายไปด้วยกัน” ระดับ S ทั้ง 3 ยืนตรงมองจ้องไปยังครูฝึกที่ได้รับคำสั่งบางอย่างเพื่อบอกพวกเขา


    “ต่อจากนี้ไปพวกนายทั้ง 3 จะถูกตัดออกจากทีม สาเหตุก็เพราะว่าพวกเขาจะต้องเข้าฝึกหลักสูตรที่พิเศษกว่า ข่าวดีก็คือ พวกนายจะได้สวมใส่ชุดเกราะมาร์คเอทที่สามารถต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับ 7 ดาว ส่วนข่าวร้าย”


    แอชเชอร์และเพื่อนอีก 2 ยืนนิ่งพวกเขาอยากรู้ว่าอะไรเป็นข่าวร้าย ภายในใจของแอชเชอร์ตอนนี้คิดไปถึงภารกิจการถูกส่งตัวไปยังพื้นที่เสี่ยงตายร่วมกับทหาร แต่เมื่อครูฝึกเอ่ยปากทำให้เขารู้ว่าภารกิจเหมือนทหาร ยังไม่สามารถมอบให้กับพวกเขาที่เป็นเพียงนักเรียนเตรียมทหารได้ สิ่งที่พวกเขาต้องทำมีเพียงแค่รีบฝึกให้ได้ตามมาตฐานที่ค่ายฝึกสร้างขึ้นเท่านั้น จากขั้นตอนการฝึกที่ดูเร่งรีบพวกเขาคงไม่สามารถฝึกได้ถึง 6 เดือนในค่ายแห่งนี้


    “ข่าวร้ายก็คือ พวกนายจะต้องเลื่อนไปต่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาว ไม่ใช่ 5 ดาวอีกต่อไป โดยฉันจะเป็นคนกำหนดหลักเกณฑ์ในการประเมินให้”


    “หลักเกณฑ์เป็นยังไงครับ” มอแกนถามครูฝึก ปกติคะแนนจะถูกวัดทุกๆเดือน เพื่อดูว่าพวกเขาฝึกได้ตามที่ค่ายฝึกกำหนดหรือไม่เมื่อเทียบกับคะแนนรุ่นก่อนๆ


    “ภายใน 1 อาทิตย์นี้พวกนายทั้ง 3 จะต้องเชี่ยวชาญรูปแบบทีม 3 ต่อสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาว จากนั้นพวกนายจะต้องใช้ความสามารถตัวเองต่อสู้ตัวต่อตัวกับมอนสเตอร์ 6 ดาวให้ได้ภายใน 2 อาทิตย์”


    แอชเชอร์ย่นคิ้วเล็กน้อย สำหรับเขามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่จะฆ่าพวกมันเนื่องจากชุดเกราะมาร์คเอทมีพลังมากกว่ามอนสเตอร์ระดับ 6 ดาว ส่วนเพื่อนอีก 2 ดูจะเป็นไปได้ยาก แต่ก็ไม่ถึงขั้นที่ทำไม่ได้ อย่างต่ำที่แอชเชอร์คำนวนในใจคงต้องใช้เวลาสัก 3 - 4 สัปดาห์เพื่อให้เพื่อนทั้งสองสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาวได้ด้วยตัวพวกเขาเอง


    “เอาล่ะ หลักสูตรจะเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกนายมีเวลาล่าทั้งวัน หากไม่พอใจพวกนายสามารถล่าได้ตามที่ต้องการ โดยการล่าจะมีพี่เลี้ยงไปด้วย 10 คน ถึงพวกเขาจะสวมใส่ชุดเกราะมาร์คเซเว่น พวกเขากลับสามารถสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาวตัวต่อตัวได้”


    แอชเชอร์กับเพื่อนแยกย้ายกันกลับไปเตรียมตัวในห้องพักของเขา การฝึกตอนเช้าต้องจบลงเพราะมีสิ่งที่ใหญ่กว่าต้องลงมือทำ แอชเชอร์รู้สึกดีใจมากเพราะการฝึกที่เขาต้องการถูกส่งมาให้แล้ว การเพิ่มระดับชุดเกราะให้เป็นรุ่นสูงสุดที่พวกเขาจะใช้งานได้พร้อมกับเพิ่มระดับความยากของมอนสเตอร์ขึ้นไป ด้วยสิ่งที่เปลี่ยนแปลงนี้เองจะทำให้เขาพัฒนาได้มากยิ่งขึ้น ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องหุบยิ้มเอาไว้ก่อน เนื่องจากมอนสเตอร์ 6 ดาวที่พวกเขาจะล่าพวกมันมีน้อยมาก กว่าจะล่าพวกมันได้สักตัวจะต้องแหวกฝูงมอนสเตอร์ระดับ 4 และ 5 ดาวไปก่อน ด้วยจำนวนที่มีน้อยของพวกมันจึงเป็นอีกเรื่องที่ทำให้พวกเขายุ่งยากในการทำตามเกณฑ์การประเมินของครูฝึก


    “มาแล้วสินะ นี่เป็นชุดเกราะใหม่ของนาย”


    แอชเชอร์เดินไปยังคลังเก็บอาวุธ ปรากฎว่านักวิจัยได้นำชุดเกราะมาร์คเอทออกมาให้เขาสวมใส่ แอชเชอร์จึงตรวจดูอุปกรณ์เสริมมากมาย ปรากฎว่ามันเป็นชุดเกราะที่ดีกว่าชุดเกราะมาร์คเซเว่น นอกจากพลังทำลายและพลังป้องกันที่มากกว่าแล้ว อุปกรณ์หลายๆอย่างที่ติดตั้งลงไปในชุดเกราะยังมากกว่า 


    ติ๊ด~!


    [การซิงโครไนซ์เสร็จสิ้น]


    เสียงแจ้งเตือนดังออกมาจากชุดเกราะ ก่อนที่แอชเชอร์จะลองเคลื่อนไหวปรากฎว่ามันขยับตัวได้ยากกว่าชุดเกราะมารค์เซเว่นมาก ดูท่าจะเป็นเพราะว่าน้ำหนักของชุดเกราะรวมไปถึงข้อต่อถูกออกแบบมาให้ป้องกันการโจมตีของมอนสเตอร์ 7 ดาว จึงทำให้พวกมันมีความฝืดที่มากกว่าชุดเกราะรุ่นอื่นๆ


    ชีวิตก่อนแอชเชอร์ไม่เคยสวมมันเลยเพราะเป็นชุดเกราะที่ระดับสูงเกินไป ชีวิตนี้เขากลับได้สวมใส่จึงทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นกับมัน


    “นายมีเวลา 20 นาที ฉันขอแนะนำให้นายทดลองควบคุมจนกว่าจะชิน”


    “ครับ”


    แอชเชอร์ลองขยับชุดเกราะ ด้วยกำลังของเขาตอนนี้ไม่ใช่เรื่องยากที่จะควบคุมมัน แต่สำหรับมอแกนและลีโอที่พึ่งสวมใส่ชุดเกราะเสร็จไปนั้น ท่าทางของพวกเขาเหมือนกับเด็กที่พึ่งหัดเดิน เนื่องจากชุดเกราะมันมีความฝืดของข้อต่อมากพอสมควร


    พรึ่บ~!


    สกิลวิ่งเร็วเปิดใช้งาน ตามด้วยสกิลวิ่งหลับหลีกสิ่งกีดขวาง ปิดท้ายด้วยสกิลกระโดดสูงและพลิกตัวกลางอากาศ เมื่อนักวิจัยเห็นว่าแอชเชอร์ใช้งานชุดเกราะได้ดีเยี่ยมแล้วจึงเติมพลังงานเข้าไปแทนส่วนที่ถูกใช้ไปกับการฝึกเมื่อครู่


    “ผมไปได้แล้วใช่ไหมครับ”


    “ใช่ แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่าอย่าเปิดระบบทำลายตัวเองเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นในระยะ 100 เมตรจะไม่เหลืออะไร”


    “ผมทราบแล้ว”


    แอชเชอร์เดินไปยังจุดนัดหมายปล่อยให้ลีโอและมอแกนลองชุดเกราะต่อไป กระทั่งถึงเวลาเดินทางทั้งสองก็ตามเขามาถึงจุดที่เต็มไปด้วยรถหุ้มเกราะ


    “โอ้วดูดีไม่น้อยเลยนี่ ฉันอยากจะใส่มันเช่นกันติดตรงที่ระดับของฉันเป็นแค่ระดับ A ”


    “ฮ่าๆๆ นั่นสินะ ดูสวยเป็นบ้า เห็นกี่ทีก็ยังอยากลองสวมมัน”


    พี่เลี้ยงทั้ง 10 ที่ถูกส่งมาช่วยฝึกระดับ S ทั้ง 3 พูดด้วยท่าทางสนิท แอชเชอร์จึงทำเพียงแค่ฉีกยิ้มรับเพื่อไม่ให้มันเป็นการเสียมารยาทก่อนที่พวกเขาจะขึ้นรถมุ่งหน้าไปยังเขตที่ตรวจพบมอนสเตอร์ 6 ดาว


    “นี่ พากันวิตกอยู่หรือเปล่า ไม่ต้องคิดมาก ทุกคนย่อมมีครั้งแรกเสมอ แม้มอนสเตอร์ที่ต้องเจอจะเป็น 6 ดาว หากเรามีข้อมูลเรายังคงได้เปรียบ เอานี่ข้อมูลของพวกมัน”


    ระหว่างรถหุ้มเกราะ 2 คันกำลังวิ่งไปตามอุโมงทะลวงไปตามเขตต่างๆ แอชเชอร์ก็ได้รับข้อมูลมอนสเตอร์ 6 ดาวมาอ่าน ซึ่งมันไม่ได้มีเพียงแค่ 1 ชนิดเท่านั้น ในแท็บเล็ตที่เขาเห็นมีด้วยกัน 6 ชนิด การต่อสู้ที่เกิดขึ้นนี้เอง พวกเขาต้องสับเปลี่ยนรูปแบบแผนตลอดเวลาเพราะไม่รู้ว่าจะได้สู้กับมอนสเตอร์รูปแบบไหน จนกระทั่งข้อมูลมอนสเตอร์ทุกตัวที่พวกเขาจะล่าด้วยรูปแบบทีม 3 อ่านทั้งหมดแอชเชอร์ก็ได้มองจ้องไปยังอาวุธในมือของเพื่อนจนพบว่าไม่มีใครใช้อาวุธเหมือนกันเลยสักคนเดียว


    ลีโอมีรูปร่างเพรียวบางเลือกใช้หอก มอแกนเลือกใช้ขวานขนาดใหญ่ ดูก็รู้ว่าจะต้องมีพลังทำลายที่มากมายมหาศาลแน่นอน ส่วนตัวของเขายังคงใช้มีดและดาบเช่นเดิม ไม่คิดจะเปลี่ยน มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับแอชเชอร์เพราะในอนาคตเขาไม่ได้จะสู้กับมอนสเตอร์ เขาจะได้สู้กับนักฆ่าด้วย อาวุธทั้ง 2 นี้จึงเหมาะสำหรับเขา


    “ถึงแล้ว พวกเราจะเปิดทางให้จนกว่าจะเห็นมอนสเตอร์ 6 ดาว การช่วยเหลือพวกนายจะเริ่มขึ้นก็ต่อเมื่อพวกเราเห็นท่าไม่ดี”


    แอชเชอร์เดินลงมาจากรถพลางสำรวจรอบๆ สถานที่แห่งนี้แทบจะถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง อาคารบ้านเรือนล้วนถล่มลงมากองบนพื้นดิน สิ่งที่สูงกว่า 10 เมตรล้วนหายไปทั้งหมดจนทำให้เห็นหลังมอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในเขตนี้ได้จากระยะไกล


    “ไปกันได้แล้ว”


    พี่เลี้ยงทั้ง 10 วิ่งนำหน้าโดยมีแอชเชอร์และเพื่อนวิ่งตามหลัง กระทั่งพวกเขาเข้าสู่แนวปะทะระดับ A ทั้ง 10 คนก็ได้เปิดใช้งานชุดเกราะเต็มกำลังฟาดฟันมอนสเตอร์ระหว่างทางที่วิ่งไป แอชเชอร์และเพื่อนที่เห็นการฆ่าของรุ่นพี่ที่แสดงให้เห็นต่างพากันตกใจตื่น เนื่องจากมอนสเตอร์ 4 ดาวและ 5 ดาวระหว่างทางถูกฆ่าตายอย่างกับมดปลวก


    “วิ่งให้เร็วกว่านี้ก่อนที่กลุ่มใหม่จะมาถึง”


    ชุดเกราะเปิดใช้งานพลังเพิ่มขึ้นไปอีก ทุกคนต่างใช้งานสกิลหลบหลีกวิ่งเต็มกำลัง มอนสเตอร์กลุ่มไหนที่ขวางทางสามารถหลบเลี่ยงได้พวกเขาต่างก็วิ่งหลบ หากกลุ่มไหนไม่สามารถหลบได้พวกเขาก็จะเข้าไปฆ่ามัน โดยแอชเชอร์และเพื่อนของเขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากวิ่งตามไปติดๆ


    ตึง~!


    “รู้แล้วใช่ไหมว่าจะต้องทำอะไร”


    พี่เลี้ยงไม่พูดมาก หลังจากที่พวกเขาหยุดวิ่งระดับ S ทั้ง 3 ที่วิ่งตามหลังล้วนมองจ้องไปยังมอนสเตอร์ระดับ 6 ที่กำลังกัดกินเนื้อพวกเดียวกันห่างจากพวกเขาไปราว 50 เมตร รอบข้างของมันมีมอนสเตอร์ระดับ 4 และ 5 ดาวอีกไม่น้อย หน้าที่ของพวกแอชเชอร์คือจัดการมัน ส่วนพี่เลี้ยงจะจัดการมอนสเตอร์รอบๆให้ จนกว่าพวกเขาจะฆ่ามอนสเตอร์ 6 ดาวได้ตามกำหนด พี่เลี้ยงถึงจะยืนนิ่งดูระดับ S ทั้ง 3 คนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ระหว่างสู้กับมอนสเตอร์ 6 ดาวพวกเขาจะจัดการกับมอนสเตอร์รอบข้างอย่างไร


    ทันทีที่พี่เลี้ยงพูดจบระดับ S ทั้ง 3 ก็พุ่งเข้าหามอนสเตอร์ 6ดาวทันที แอชเชอร์ไม่ได้วิ่งนำหน้าเขาวิ่งอยู่ด้านหลัง คนที่วิ่งออกไปหน้าสุดเป็นมอแกนผู้ที่ต้องการทำคะแนนให้ได้สูงที่สุดตลอดหลักสูตร ส่วนลีโอที่ถือหอกวิ่งตามหลังเขาทำได้ดีในการให้คะแนนของแอชเชอร์  การวิ่งของพวกเขาทั้งสองที่ตามหลังมอแกนต่างพากันมองซ้ายขวาเพื่อหาสถานที่หลบซ่อนรวมไปถึงมอนสเตอร์ตัวอื่นๆที่จะเข้ามาขวาง นับได้ว่าการสำรวจพื้นที่ต่อสู้ก่อนนั้นเป็นการลงมือที่ดี หากจะให้คะแนนมอแกนเขาจะให้เต็ม 10 ในด้านการเป็นผู้นำ ส่วนด้านการเอาตัวรอดและระมัดระวังเขาจะให้ติดลบ ส่วนลีโอเขาให้คะแนนด้านความเป็นผู้นำแค่ 5 เท่านั้นเนื่องจากสายตาของลีโอคล้ายกับตัวของเขาที่คอยมองหาสถานที่หลบ พลางหาการใช้ประโยชน์จากมอแกน เขาจึงให้คะแนนเอาตัวรอดและระมัดระวังเต็ม 10


    “ฉันจะเป็นคนสั่งการเองนะ พวกนายเลือกเลยว่าใครจะไปซ้ายหรือขวา”


    “ซ้าย” ลีโอบอกตำแหน่งที่เขาจะวิ่งไป แอชเชอร์จึงต้องไปด้านขวาของมอนสเตอร์ที่รูปร่างคล้ายแรด เพียงแต่มันมีหนามโผล่ออกมาจากหลังคล้ายเม้น ด้วยระยะการวิ่งที่ลดลงนี้เองมอแกนได้เปิดใช้งานพลังของชุดเกราะกระโดดขึ้นไปยังตำแหน่งสูงพร้อมกับหวดขวานขนาดใหญ่ในมือเพื่อเปิดการโจมตี แอชเชอร์ที่วิ่งตามมานี้ถึงกลับถอนหายใจเพราะวิธีการของมอแกนเน้นทำลายวงกว้างด้วยขวาน แต่การทำลายกลับเต็มไปด้วยจุดบอด เขาจึงต้องวิ่งไปด้านข้างของมอนสเตอร์เพื่อเข้าถึงตัวของมันก่อนที่มอแกนจะโจมตี หากเขารอให้มอแกนโจมตีสำเร็จนี้จะเป็นมอแกนเองที่ถูกมอนสเตอร์โจมตีจนลอยกระเด็นออกไป


    พรึ่บ~


    ลีโอที่รู้ว่าเขาจำเป็นต้องขัดขวางการโจมตีของมอนสเตอร์ที่เล็งไปยังมอแกน ได้พุ่งไปยังฝั่งที่เขาจะต้องดูแลเช่นเดียวกัน ก่อนที่ปลายหอกของเขาจะแทงเข้ากระทบหนังหนาๆของมอนสเตอร์พร้อมกันกับแอชเชอร์ที่อยู่อีกฝั่ง


    เปล้ง~!








    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน