[จบ]Death System จอมเวทย์ท้าความตาย

    179 ธนูมาเจส

    ลูกไฟขนาดใหญ่ตกลงมาจากฟ้าสูงกระแทกเข้าใส่ร่างของนักเวทย์ทาสจำนวน 5 ตัวด้วยกันก่อนจะมีทหารหนึ่งคนพุ่งเข้าไปหาพวกมันด้วยความเร็วสูงปลดปล่อยคลื่นดาบสายฟ้าตัดไปบนร่าง ตามด้วยนักเวทย์ธาตุมืดใช้คำสาป นักเวทย์ทาสทั้ง 5 ถึงขั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผลบนร่างกาย ทว่าบาดแผลของพวกมันกลับหายไปเมื่อมีแสงสีทองพุ่งเข้ามาครอบร่างเอาไว้ ด้วยเวทย์รักษาของนักเวทย์ทาสหนึ่งในกลุ่มของพวกมันที่ถูกล่อมาทำให้นักเวทย์ทาสกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ไม่เพียงเท่านั้นยังมีนักเวทย์ทาสที่สามารถใช้เวทย์สนับสนุนได้อีกชั้น ส่งผลให้พลังโจมตี พลังป้องกันและความเร็วของพวกมันยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ทหารที่พยายามฆ่าพวกมันจึงต้องใช้ความพยายามสูงขึ้นไปอีก


    “ฆ่านักเวทย์ทาสธาตุแสงก่อน”


    “รับทราบ


    เป้าหมายถูกล็อกเอาไว้จากนั้นทหารทั้ง 54 ก็เริ่มแยกออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกสู้กับนักเวทย์ทาสทั้งหมดที่ล่อมา ส่วนกลุ่มที่สองพยายามเข้าหานักเวทย์ทาสธาตุแสงที่ยืนอยู่ใจกลางกลุ่มของพวกมัน ทันทีที่ทหารพยายามจะเข้าไปฆ่านักเวทย์ทาสตัวปัญหานี้เองนั้น นักเวทย์ทาสตัวอื่นๆที่รับรู้ได้ถึงอันตรายจึงพยายามเกาะกลุ่มกันจนทำให้ทะลวงเข้าไปฆ่านักเวทย์ทาสธาตุแสงไม่ได้ 


    ทหารจึงเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆเพื่อให้พวกมันเปิดช่องว่าง ทันใดนั้นลูกธนูสีแดงเพลิงก็ได้พุ่งผ่านทหารและผ่านแนวป้องกันของนักเวทย์ทาส เจาะทะลวงเข้าไปยังหัวของนักเวทย์ทาสธาตุแสงจนเกิดรูขนาดใหญ่ แม้มันจะยังไม่ตายพยายามใช้เวทย์รักษาตัวเองอยู่ก็ตาม ลูกธนูในมือแอนเดอร์สันกลับพุ่งไปเร็วกว่าเดิมมากจนคอของมันถูกทะลวงผ่านไปในทันที


    “ยกเลิกกลุ่มย่อย ตัวปัญหาตายแล้ว”


    การต่อสู้ของทหารดำเนินต่อไป แอนเดอร์สันที่ออกมาไกลและไม่มีใครสนใจได้มองจ้องนักเวทย์ทาสตัวที่เป็นปัญหารองลงมา นั่นคือตัวที่สามารถสนับสนุนเพื่อนของมันได้ เขาจึงรัวยิงธนูออกไปด้วยความรวดเร็วอีกครั้งด้วยการเปลี่ยนธนูให้กลายเป็นเปลวไฟ ส่งผลให้บริเวณที่เขายิงลูกธนูออกไปปักถูกเผาไหม้ในทันที


    “แอนเดอร์สัน เราต้องการตัดการเคลื่อนไหวของพวกมัน”


    “ผมรู้แล้ว กำลังพยายาม”


    แอนเดอร์สันตอบด้วยน้ำเสียงห้วน ฟังดูไม่เคารพ การที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะว่ามีเหตุผลอยู่ มันเป็นเหตุผลที่ง่าย เขาเพียงต้องการทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ใช้งานยาก การที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อตัดปัญหาที่จะถูกใช้ให้เป็นตัวล่อออกไป ต่อจากนี้เขาจะกลายเป็นนักเวทย์ที่โจมตีระยะไกล ไม่ฟังคำสั่งใดที่เกี่ยวกับการต่อสู้ระยะประชิดและเข้าไปล่อนักเวทย์ทาสมา


    บรึ้ม!


    ขาข้างซ้ายของนักเวทย์ทาสตัวหนึ่งถูกลูกธนูพุ่งเสียบจนได้รับความเสียหาย ทันทีที่ทหารเห็นความผิดปกติบนร่างกายของมันต่างก็พุ่งเข้าไปรุมโจมตีจนทำให้มันตายในพริบตาก่อนจะกระโจนออกมาตั้งรูปแบบแถว พริบตาที่ลูกธนูของแอนเดอร์สันพุ่งผ่านทหารอีกครั้งเป็นจังหวะเดียวกันกับนักเวทย์ทาสบาดเจ็บที่ขา ทหารจึงใช้วิธีพุ่งเข้าไปปิดฉากจนมันตายในที่สุด ด้วยการช่วยเหลือจากแอนเดอร์สันทำให้การฆ่านักเวทย์ทาสง่ายยิ่งขึ้นกระทั่งพวกมันตายทั้งหมดทีม A ก็ได้หยุดมือเพื่อฟื้นฟูพลังพลางมองไปยังทางฝั่งทีม B ที่ยังคงเกิดการต่อสู้อย่างหนักหน่วง


    “พวกมันเหลือเท่าไหร่”


    “ราว 400 ตัวครับ”


    ทหารที่มีความสามารถในการสำรวจตอบคำถามหัวหน้าหน่วย นักเวทย์ทาสที่เหลือในบริเวณใจกลางเกทเหลือเพียว 400 เท่านั้นนับว่าเป็นจำนวนที่ลดลงมามาก จากเดิมมีอยู่ 861 ตัว นับว่าเหลืออยู่เพียงแค่ครึ่งเท่านั้น


    “เอาล่ะ ไปช่วยทีม B กันเถอะ”


    ทีม A ลุกขึ้นยืนหลังจากพักฟื้นจนพลังฟื้นฟูกลับมาแล้ว ทันทีที่พวกเขาเข้าสมทับกับทีม B รูปแบบการต่อสู้ก็เริ่มเปลี่ยนใหม่เพื่อขยายให้ใหญ่กว่าเดิม ทันใดนั้นลูกธนูเพลิงในมือของแอนเดอร์สันก็ได้ทำหน้าที่พุ่งผ่านทหารเข้าไปจัดการขัดขวางนักเวทย์ทาสเปิดโอกาสให้ทหารได้ฆ่ามันได้ง่ายกว่าเดิม


    “แอนเดอร์สัน รู้สึกไม่ดีเลย” แอนเดอร์สันหยุดยิงแล้วสำรวจดูพิกซี่ เธอเป็นภูติธาตุแสงมีความสามารถในการตรวจจับความอันตรายที่ดีเยี่ยม เขาจึงอยากรู้ว่าเธอกำลังวิตกอะไรจึงได้มองจ้องไปยังจุดที่เธอชี้นิ้วไป ในขณะที่แอนเดอร์สันมองตามพิกซี่ปรากฎว่าตำแหน่งนั้นเป็นตำแหน่งที่นักเวทย์ทาสอาศัย ทันทีที่เขาได้รับข้อมูลจากสายลมแอนเดอร์สันก็พบว่าพวกมันยังปกติไม่ได้เคลื่อนไหวไปไหน แต่เมื่อเขาเปลี่ยนการสัมผัสไปใช้การสัมผัสเวทย์ เขาก็พบเข้ากับเรื่องที่น่าตกใจ ตอนนี้รอบตัวของนักเวทย์ทาสจำนวน 400 ตัวที่อยู่ใจกลางเกทกำลังมีมานาสายหนึ่งพุ่งออกมาจากต้นเสาเข้าไปกระตุ้นให้พวกเขาระเบิดพลังออกมา


    “ทุกคนแย่แล้ว!”


    แอนเดอร์สันร้องตะโกนก้องทำให้ทหารที่กำลังต่อสู้กับนักเวทย์ทาสที่เหลืออยู่ 10 ตนสนใจเสียงของเขา


    “นักเวทย์ทาสอีก 400 ตัวกำลังจะเคลื่อนไหว รีบไปจากที่นี่เร็วเข้า!”


    ทุกคนที่ได้ยินล้วนแล้วขมวดคิ้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขามั่นใจว่าดึกนักเวทย์ทาสออกมาฆ่าในระยะที่ไกลพอสมควร มันไม่น่าจะมีสิ่งที่กระตุ้นให้นักเวทย์ทาสที่เหลือเคลื่อนไหวได้ ทันใดนั้นทุกคนต่างตกใจมากขึ้นกว่าเดิม หลังจากสัมผัสได้ถึงมานาอันบ้าคลั่งจำนวนมากกำลังระเบิดมาจากทางที่นักเวทย์ทาสอาศัยอยู่


    พิ้ว พิ้ว พิ้ว พิ้ว พิ้ว พิ้ว พิ้ว พิ้ว 


    ลูกธนูในมือของแอนเดอร์สันพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็วเพื่อฆ่านักเวทย์ทาสให้ตาย จากเดิมพยายามเล็งไปเพียงแค่ส่วนขาและแขนเพื่อให้พี่ชายได้ใช้พลัง ตอนนี้เขากลับต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนได้คิดว่าจะสู้หรือจะหนี การมีนักเวทย์ทาส 400 ตัวกำลังเดินมาทางนี้จำเป็นต้องตัดสินใจให้ดีที่สุดเพื่อให้มีทางออก 


    การมาของพวกมันทั้ง 400 ตัวแอนเดอร์สันคิดว่าไม่ใช่ปัญหาถ้าพวกมันเป็นนักเวทย์ 901 ปี แต่จำนวนนักเวทย์ทาสที่เดินทางมามีพลังเวทย์มากกว่านั้น และตัวที่น่ากลัวที่สุดนอกจากจะมีพลังเวทย์มากแล้วยังมีร่างกายใหญ่โตยากจะสู้ด้วย


    “ถอย! เราไม่สามารถเอาชนะพวกมันได้ด้วยจำนวนเพียงเท่านี้”


    หัวหน้าหน่วยสั่งถอยหลังอย่างรวดเร็ว ทุกคนที่ได้ยินเสียงล้วนแล้วกระโจนเข้ามาจัดแถวเตรียมจะพุ่งหนี ทันใดนั้นนักเวทย์ทาสมากมายกลับได้ใช้เวทย์บางอย่างส่งตัวของพวกมันทั้งหมดมาปิดทางหนี ส่งผลให้ทหารต้องฝ่าวงล้อมออกไปเพียงเท่านั้น


    “หัวหน้าเราจะเอายังไง!!!”


    “เราจะเน้นไปที่การหนีและการป้องกัน  ตั้งรูปแบบ 2 ชั้นใครที่มีความสามารถในการป้องกันอยู่ด้านนอก ที่เหลือเตรียมฝ่าวงล้อมไปด้วยกัน”


    รูปแบบแถวจัดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยใช้รูปแบบหัวลูกศรเพื่อพุ่งทะลวงออกไป ทหารที่อยู่ด้านหน้าเป็นนักเวทย์ธาตุดินผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกัน ส่วนด้านหลังจะเป็นผู้ที่สามารถใช้เวทย์โจมตีระยะกลางได้ ส่วนด้านหลังจะเป็นคนที่ใช้เวทย์โจมตีระยะไกลคอยช่วยเหลืออีกครั้งหนึ่ง ทันทีที่นักเวทย์ธาตุแสงร่ายเวทย์สนับสนุนความสามารถในการต่อสู้ของทุกคนก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง


    “สาม สอง หนึ่ง วิ่ง!”


    ทหารนับจำนวนได้ 108 คนวิ่งด้วยความเร็วเต็มกำลังพุ่งตรงเข้าหานักเวทย์ทาสที่กำลังยืนขวาง พวกมันที่รับรู้ได้ถึงคำสั่งให้ฆ่าทหารต่างระเบิดพลังออกมาจากร่างกายจนทำให้เกิดเวทย์ธาตุมากมายลอยอยู่เหนือหัวของพวกมัน แอนเดอร์สันที่เห็นดังนั้นเขาจึงเปิดใช้งานเวทย์ฟาร์เซลลงไปในลูกธนูแล้วยิงออกไป ทันทีที่ลูกธนูทั้ง 5 ในมือยิงออกไปด้านหน้าพร้อมกัน มันก็ได้พุ่งเข้าไปกลืนกินเวทย์ที่อยู่บนท้องฟ้าในทันที


    “ชิ”


    โจเฟอร์เดาะลิ้นด้วยความไม่พอใจ เวทย์ฟาร์เซลที่แอนเดอร์สันใช้ควรจะเป็นของมัน ถึงอย่างนั้นมันกลับต้องระวังเพราะตอนนี้ความสามารถในการกลืนกินของเวทย์ฟาร์เซลที่แอนเดอร์สันใช้งานอันตรายมากกว่าตอนที่สู้กันในคุกฟาร์เซล เพียงแค่ธนู 5 ดอกที่ยิงออกไปกลับสามารถกวาดทำลายเวทย์ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าได้ทั้งหมด สร้างความตกใจตื่นให้ทุกๆคนที่เห็นการทำงานของมัน


    “เราจะปะทะแล้ว เตรียมตัว สาม สอง หนึ่ง!”


    ตู้ม!


    การปะทะกันเกิดขึ้นอีกครั้งส่งผลให้มีเวทย์ระยะประชิดระเบิดเสียงดัง แอนเดอร์สันที่กำจัดเวทย์ระยะไกลให้นั้นเขาจึงวิ่งตามทุกคนที่พยายามใช้เวทย์สร้างแรงระเบิดผลักนักเวทย์ทาสออกไป  เขากลับรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับธนูมาเจสและเวทย์ที่เขามีอยู่ การใช้งานเวทย์ฟาร์เซลเมื่อครู่เขาสามารถยัดเวทย์ลงไปในลูกธนูได้ เขาจึงอยากรู้ว่าหากร่ายเวทย์ใส่ธนูแล้วยิงออกไป เวทย์อื่นๆจะทำงานอย่างไร ทันทีที่แอนเดอร์สันเกิดความสงสัยเขาจึงหันหลังวิ่งแล้วมองนักเวทย์ทาสที่กลุ่มทหารพุ่งผ่าน ตอนนี้พวกมันที่ถูกทำให้ล้มกำลังลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งตามพวกเขามาติดๆ


    “มังกรเพลิง”


    เวทย์ธาตุไฟระดับ 9 บรรจุลงไปในลูกธนูก่อนจะยิงมันออกไป ทันทีที่แอนเดอร์สันมองจ้องลูกธนูที่พุ่งเข้าไปใกล้เป้าหมายมันก็ได้แตกตัวกลายเป็นเวทย์มังกรเพลิงระดับ 9 พุ่งเข้ากลืนกินนักเวทย์ทาสด้วยการกลายเป็นมังกรอ้าปากกัดร่างลากนักเวทย์ทาสออกไปไกลแล้วใช้ไฟเผาไหม้จนมันร้องออกมาด้วยท่าทางทรมาน 


    เมื่อรู้ว่าเวทย์สามารถปลดปล่อยผ่านธนูมาเจสได้นั้นแอนเดอร์สันจึงยิ้มกว้าง เพราะเขาไม่จำเป็นต้องยิงแค่ลูกธนูธาตุออกไปเพียงเท่านั้น ตอนนี้เขาสามารถใส่เวทย์ลงไปสร้างลูกเล่นให้กับมัน จึงใส่เวทย์ระดับ 9 ลงไปอีกครั้งจนเกิดเป็นมังกรสายลมพุ่งเข้าไปตัดร่างนักเวทย์ทาสจนเกิดความเสียหายรุนแรง


    “วิ่งเร็วเข้า!”


    เสียงกระตุ้นจากด้านหน้าดังขึ้นอย่างถี่รัว แอนเดอร์สันที่ใช้สายลมและการสัมผัสมานามองจ้องรอบข้างแทนเขาจึงไม่จำเป็นต้องหันมองอะไร สิ่งที่เขาทำจึงมีเพียงแค่นำเวทย์มากมายออกมายิงโจมตี


    “เวทย์ทั้งสองเมื่อครู่มันพุ่งไปโจมตีระยะไกลได้แล้วถ้าเป็นเวทย์โจมตีระยะไกลล่ะ”


    เวทย์ฝนดาวตกร่ายเข้าใส่ธนูมาเจสก่อนจะยิงออกไป ทันใดนั้นวงเวทย์มากมายก็ได้ปรากฎตัวพร้อมกับส่งดาวตกออกไปทำลายนักเวทย์ทาสโดยการเปลี่ยนรูปแบบจากเดิมที่ต้องตกลงมาจากบนฟ้า กลายเป็นการพุ่งไปตามวิถีการยิงเข้าถล่มนักเวทย์ทาส แอนเดอร์สันชอบใจมากเพราะนอกจากเวทย์จะถูกเปลี่ยนวิธีการโจมตีแล้ว  มันยังถูกเพิ่มแรงปะทะจากการยิงเข้าไปอีกด้วย


    “เกสรโปรยปราย”


    เวทย์ธาตุไม้เปิดใช้งานผ่านลูกธนูทันทีที่มันพุ่งออกไปถึงเป้าหมายก็ได้แตกกระจายเป็นเกสรดอกไม้สีเลือด ทันทีที่สัมผัสกับนักเวทย์ทาสเกสรก็ได้ระเบิดไม่ต่างจากแอนเดอร์สันยิงระเบิดออกไปนับหมื่นลูก


    “ฮ่าๆๆ เป็นอาวุธที่น่ากลัวเกินกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ดาบศักดิ์สิทธิ์ชำระล้าง  ”


    ลูกธนูที่พุ่งออกไปเปลี่ยนไปเป็นดาบสีทองขนาดใหญ่พุ่งเข้าโจมตี เมื่อรู้ว่าการพลิกแพลงของการยิงธนูมากมายกว่าที่คิด แอนเดอร์สันจึงกวาดยิงเวทย์ออกไปด้านหลังเพื่อฆ่านักเวทย์ทาส 901 ปี ส่วนนักเวทย์ทาสที่เหลือเขาจะเก็บเอาไว้ใช้เป็นสนามต่อสู้กับพี่ชายเพราะรู้ว่าการต่อสู้ยังคงดำเนินไปอีกนาน มันจะต้องมีจังหวะที่เขาและพี่ชายลงมือฆ่ากันอย่างแน่นอน