ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    สิ่งที่ขอ

    ตอนที่208 สิ่งที่ขอ

    “ขออะไรก็ว่ามาเถิด”เสียงถามย้ำจากฮ่องเต้อีกรอบ ชิงเถาจึงใจกล้าเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้กับพระองค์ก่อนจะบอกสิ่งที่นางต้องการออกมา

    “สิ่งที่หม่อมฉันต้องการก็คือที่ดินบริเวณรอบภูเขาไฟและตรงพื้นที่ที่มีการประทุออกมาของหินภูเขาไฟเพคะ”แล้วสิ่งที่นางอยากได้ก็ได้ยินกับไปทั้งตำหนักนางรู้ว่าทุกคนเอียงหูฟังอย่างเต็มที่จึงใจดีเอ่ยด้วยเสียงที่ดังกว่าปกติเพื่อให้ได้ยินกันไปชัดๆชิงเถานางลองจำลองเหตุการณ์มาแล้วว่าถ้าถูกถามคำถามแบบนี้ควรที่จะตอบออกไปอย่างไร นางลองฝึกพูดตั้งแต่พูดแล้วหยุดให้คนตื่นเต้นหรือตื่นตูมกันไปก่อนจนเพื่อดูสีหน้าของคนที่อยากรู้จนเต็มอกว่านางจะเอ่ยอะไรต่อซึ่งนางก็ได้เห็นมันแล้วจริงๆเมื่อครู่ คนเหล่านี้ช่างอยากรู้อยากเห็นจริงๆและสิ่งที่นางอยากได้ก็ไม่น่าจะเหนือบ่ากว่าแรงหรือว่าจะมีใครเสียดายนึกค้านหรอกนะไม่เช่นนั้นนางจะเปลี่ยนเป็นขอที่ดินในกำแพงเมืองสักสิบสักร้อยไหลซะให้เข็ด

    “หืมที่ดินตรงภูเขาไฟเช่นนั้นรึ”ฮ่องเต้ได้ยินที่ชิงเถาร้องขอมาจึงเอ่ยกับตัวเองอย่างครุ่นคิดไปถึงมันถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าหน้าตาจริงๆมันเป็นเช่นไร แต่ก็พอจินตนาการคร่าวๆจากที่ได้รับรายงานแจะมีภาพวาดประกอบมาด้วยแต่เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่านางอยากจะได้พื้นที่ตรงนั้นไปทำไม

    “ที่ดิน”

    “นางต้องการพื้นที่ตรงภูเขานั่น”เสียงดังงืมงำ พวกเขาพิจารณาอย่างใคร่รู้เช่นเดียวกับผู้ที่ถามชิงเถา

    “เจิ้นถามได้หรือไม่ว่าทำไมเจ้าถึงต้องการที่ตรงนั้น”ฮ่องเต้เอ่ยถามชิงเถาเมื่อเขาลองคิดดูแล้วก็ยังหาเหตุผลที่เป็นไปได้ไม่ได้เลย หรือเพียงแค่ที่ตรงนั้นมีเป็นร้อยเป็นพันหรือหลักหมื่นไหลนางถึงอยากได้ 

    “ทูลฝ่าบาทที่ตรงนั้นหม่อมฉันทราบมาว่าไม่ได้ใช้ทำประโยชน์อะไรอีกทั้งเกิดเหตุการณ์ครั้งนั้นขึ้น พื้นที่ตรงนั้นคงใช้ประโยชน์อะไรได้ไม่มากนักแต่หม่อมฉันเห็นว่าพื้นที่ตรงนั้นกว้างขวางพอสมควรจึงอยากได้เพคะ”ชิงเถาเอ่ยตอบคำถามออกไป คำตอบนางในใจคือนางอยากได้มากๆที่นั่นคือขุมทรัพย์สำหรับนาง นางอยากจะได้มาครอบครอง

    “ถ้าเป็นเช่นที่แม่นางว่าแล้วยังอยากจะได้ไปทำไมหละ พื้นที่ที่ถูกทำลายจากภูเขาไฟ ไหนจะอยู่ห่างไกลใช้เวลาเดินทางแรมเดือนแบบนั้นหรือว่าแม่นางอยากจะไปอาศัยอยู่ที่นั่นจึงอยากได้ที่ดิน” ฮองเฮาเอ่ยถามชิงเถานางไม่เชื่อว่าเหตุผลจริงๆที่ชิงเถาอยากจะครอบครองพื้นที่ห่างไกลจะมีแค่นี้ถึงจะบอกว่ามันเป็นที่ดินแปลงใหญ่เป็นร้อยพันหรือว่าเป็นหมื่นไหลแต่นั่นมันก็ยังไม่เพียงพอเป็นเหตุผล สำหรับตัวนางแล้วเหตุผลของชิงเถามันฟังไม่ขึ้นนางดูออกว่าแม่นางผู้นี้ต้องไม่ธรรมดาสามัญแน่ๆและความนึกคิดของนางก็จะต้องไม่ธรรมดาเช่นกัน

    “ทูลฝ่าบาทและฮองเฮาแต่เดิมตัวของหม่อมฉันชื่นชอบการการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตอนที่ได้ออกไปท่องโลกกว้างเจอสิ่งใหม่ๆน่าสนใจมากมายที่ผู้คนกล่าวขานว่างดงามหรือแม้แต่ว่าบอกว่าอัปลักษณ์น่ารังเกลียดแต่หม่อมฉันว่ามันก็คือสิ่งหนึ่งที่โลกนี้ต้องมีอยู่จึงจะสมบูรณ์และมันยังมีสิ่งต่างๆอีกมากที่ยังไม่ถูกค้นพบหรือยังไม่มีใครศึกษามันเมื่อหม่อมฉันเจอสิ่งนั้นหม่อมฉันจึงสนในเป็นพิเศษเพคะและเมื่อมันอยู่ตรงหน้าแล้วหม่อมฉันจึงยิ่งกระหายอยากจะเก็บไว้ศึกษาดูว่ามันคือสิ่งใดกันแน่และถ้าเป็นไปได้หม่อมฉันก็คงจะไปสร้างบ้านไว้ที่นั่นจริงๆเป็นการไปพักผ่อนในที่ที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติเพคะ” คำตอบของชิงเถาถูกถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องเป็นราวเป็นเรื่องราวที่นางนั่งนึกคำแต่งเรื่องถึงครึ่งชี่วยามเชียวนะนางหวังว่าคำตอบของนางจะโดนใจกรรมการเอ้ยโดนใจผู้เป็นเจ้าของแผ่นดินจนยินยอมมอบมันให้แก่นางจริงๆ

    “ที่แท้เจ้าก็ชื่นชอบท่องเที่ยวไม่น้อยเลยได้ เจิ้นพูดคำไหนคำนั้นที่ดินตรงนั้นเรามอบให้เจ้าได้เก็บไว้ศึกษาและพักผ่อนตามที่หวังไว้” ดูเหมือนฮ่องเต้จะชอบคำตอบของชิงเถาไม่น้อยจึงยินยอมยกที่ดินให้นางตามที่ร้องขอ

    “ขอบพระทัยเพคะ”ชิงเถาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสดใสดีใจเป็นอย่างยิ่งน้ำเสียงนางเมื่อคนอื่นได้ยินก็ไม่ต่างกับเด็กสาวได้ของที่ต้องการจากผู้ใหญ่เท่านั้นดูเหมือนนางไม่ได้มีแผนอะไรพวกเขาจึงได้ปล่อยนางไปโดยง่าย

    “ฝ่าบาททรงพระปรีชายิ่งนัก”เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ชิงเถาร้องขอไม่ได้มีผลต่อความมั่นคงและมั่งคั่งของพวกเขาจึงได้เอ่ยยกย่องออกมาอย่างพร้อมเพรียงพวกเขาคงพอใจน่าดู ไม่เช่นนั้นแล้วคงขัดขวางชิงเถาต่อแล้ว

    “เอาล่ะๆไม่ต้องเอ่ยอะไรแล้ว สนุกกับงานเลี้ยงต่อเถอะ” ฮ่องเต้ได้แต่เอ่ยห้ามกับเหล่าขุนนางเพราะพระองค์ฟังดูแล้วคล้ายว่าเป็นเสียงของผู้ใหญ่ชื่นชมผู้น้อยกว่าอย่างไรอย่างนั้นจึงต้องปรามไว้ก่อนแล้วปล่อยชิงเถาได้กับไปสนุกกับงานเลี้ยงพร้อมครอบครัวต่อ

     

    “วันนี้มีงานเลี้ยงหม่อมฉันคิดว่าควรน่าจะมีข่าวที่น่ายินดีด้วยนะเพคะฝ่าบาท” น้ำเสียงของฮองเฮาเอ่ยออกมาถามความคิดเห็นของผู้เป็นใหญ่หรือสามีของนาง

    “หืมเจ้าหมายความเป็นเช่นไรกัน” ฮ่องเต้เอ่ยถามกลับอย่างสงสัยเช่นเดียวกับเหล่าขุนนางที่รอคำกล่าวของนางงานเลี้ยงรื่นเริงมักจะรั้งมาด้วยงานการจับคู่หรือเลือกคู่ครองโดยเฉพาะใครจะโชคดีได้รับการพระราชทานสมรสกับฮ่องเต้ให้เป็นหน้าเป็นตากับตระกูลต่อไปกัน

    “ตอนนี้เหล่าองค์ชายองค์หญิงก็เติบใหญ่แล้วแต่ยังไม่ผู้ใดมีคู่ครองสักคน แม้แต่คู่หมั้นคู่หมายก็ยังเว้นว่าง หม่อมฉันคิดว่า”ฮองเฮาเอ่ยออกมาเพื่อโน้มน้าวให้ฮ่องเต้ได้คิดตามส่วนเหล่าคนในงานได้ยินเช่นนั้นอดจะตื่นเต้นไม่ได้ถ้าพวกเขาได้เกี่ยวดองกับราชวงศ์คงได้เชิดหน้าชูตาขึ้นอีกไม่น้อย

    “อืมก็เป็นดังเจ้าว่า แต่เจิ้นกลับคิดว่าเรื่องแบบนี้ควรให้เด็กๆได้ตัดสินใจเองบ้าง”พระองค์เป็นคนที่เข้าอกเข้าใจเหล่าบุตรชายหญิงของเขามากพอควรหรือจริงๆแล้วเขากลัวว่าจะเป็นการเลือกฝ่ายอำนาจให้เอ็นเอียงไปฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกันแน่เพราะตอนนี้เขายังไม่ได้แต่งตั้งองค์ชายองค์ใดให้เป็นรัชทายาทนั่นเอง

    “ได้อย่างไรกันเพคะเราเป็นพ่อแม่ก็ควรเลือกสิ่งดีงามให้แก่พวกเขา”น้ำเสียงอันอ่อนโยนเหมือนคิดถึงผู้เป็นบุตรอย่างสุดใจแต่ใครเล่าจะหลงในคำกล่าวของนางบ้างแต่ที่แน่ๆคนที่ฟังเสียงของนางแล้วกลับขนลุกขนพองคงจะเป็นเหล่าองค์ชายองค์หญิงที่ไม่ได้กำเนิดจากครรภ์นางจริงๆนั่นแหละ เมื่อนางใช้น้ำเสียงแบบนี้พวกเขากลัวว่าจะเป็นการล่อลวงให้ลงในหลุมอะไรสักอย่างมากกว่า

    “แต่ว่า”ฮ่องเต้อยากจะขัดนาง แต่ด้วยอำนาจจากตระกูลของนางนั้นมีมากจนเขาต้องนำมาใส่ใจเสียหลายส่วนอำนาจของนางมีมากล้นจนเขานั้นต้องยอมหลับตาข้างหนึ่งยินยอมในเรื่องที่นางก่อหลายครั้ง

    “หม่อมฉันว่ามี่หนิงหยางอายุก็สมควรจะตกแต่งได้แล้วนะเพคะยิ่งเป็นคนที่พระองค์เอ็นดูยิ่งกว่าใครแล้วด้วย”แต่คำที่นางเอ่ยออกมานั้นกลับทำให้ใครหลายคนเงยหน้ามองนางอย่างงงงวย ไฉนเป็นว่านางอยากหาคู่ให้บุตรบุญธรรมรักของฮ่องเต้เสียอย่างนั้นมันต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอีกเป็นแน่

    “เรื่องนั้นเจิ้นว่าปล่อยให้เจ้าตัวคิดเองดีกว่า”ฮ่องเต้รีบแย้งทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น

    “ฝ่าบาท”นางเอ่ยเสียงเบาพร้อมมองพระพักตร์อีกฝ่ายด้วยหน้าตาเศร้าสร้อยแต่แววตากลับขึงขังไม่ยอมทำตามคำพูดของอีกฝ่ายเป็นแน่เพียงคำเดียวที่นางเอ่ยออกมาเป็นเหมือนคำขู่ที่รู้กันสองคนอย่างไรอย่างนั้น

    “กระหม่อมเห็นด้วยกับฮองเฮาพะยะค่ะ”

    “กระหม่อมก็เห็นด้วยพะยะค่ะ” ขุนนางขั้นหนึ่งผู้เป็นบิดาของฮองเฮาเอ่ยขึ้นเป็นตัวนำก่อนจะมีขุนนางที่เข้าร่วมอีกหลายคนเอ่ยเสริมเพิ่มน้ำหนักอีกเช่นกันและยิ่งอยู่ต่อหน้าเหล่าผู้คนมากมายเช่นนี้ เป็นการยากที่ฮ่องเต้จะบอกปัดได้ง่ายยิ่งเรื่องแบบนี้ด้วยแล้วเขานั้นหาเรื่องอ้างไม่ได้เลย

    “เจิ้นเจิ้นจะถามความคิดเห็นของเจ้าตัวก่อน”ฮ่องเต้ไม่ยอมรับแต่จ้องมองสบตากับเจ้าของเรื่องที่นั่งรวมอยู่กับที่นั่งของเหล่าองค์ชายมี่หนิงหยางที่นั่งฟังคนถกเรื่องของตนอยู่อย่างไม่พอใจจนเมื่อถูกถามจึงรีบยืนขึ้นเพื่อเอ่ยตอบคำถามอีกฝ่ายทันที

    “ทูลฝ่าบาทเรื่องนั้น หม่อมฉันยังไม่คิดพะยะค่ะ” สิ้นคำตอบของมี่หนิงหยางฮ่องเต้ยิ้มรับเห็นด้วย ไม่ทันไรฮองเฮาก็พูดสวนอีกมาอีกทันที

    “ถ้าการแต่งงานของมี่หนิงหยางยังจัดการไม่ได้แล้วลูกคนอื่นๆจะเอาเป็นเยี่ยงอย่างได้นะเพคะต่อไปใครจะนึกค้านพระประสงค์ก็จะทำได้ได้ง่ายคิดว่าสิ่งที่พระองค์ตรัสไม่สลักสำคัญ” นางยังหาข้ออ้างมาโน้มน้ามอีกคนไม่หยุดยิ่งต่อหน้าฐานกำนัลทั้งหลายด้วยแล้ว ต้องรักษาหน้าตัวเองบ้างหละ

    “แต่ว่าเรื่องนั้นข้าไม่ได้พูด”นางทำให้ฮ่องเต้และคนอื่นสับสนไปหมดแล้วสิ่งที่เขาไม่ได้พูดแต่นางกลับบอกว่าเขาพูดและไม่มีน้ำหนักกับผู้อื่นไปเสียได้

    “ถึงอย่างไรเสียมันจะทำให้พระองค์ถูกมองเช่นนั้นได้นะเพคะ”นางยังไม่ยอมเอ่ยออกมาเหมือนผู้ที่กำลังเอ่ยเตือนอีกฝ่ายอย่างหวังดี

    “ฮึมมม”ฮ่องเต้ได้แต่ผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆนางต้องวางแผนไว้แล้วเป็นแน่ถึงได้จับไม่ปล่อยแบบนี้

    “ทูลฝ่าบาทหลังจากเหตุการณ์ที่มีฝุ่นคละคุ้งในเมืองต่างๆจนชาวบ้านต้องได้รับผลกระทบถ้าหากมีงานรื่นเริงขึ้นก็เป็นเรื่องดีพะยะค่ะ” ขุนนางยังเสนอออกมาอีกก่อนที่อีกหลายคนที่เห็นด้วยจะเสนอตามอีก

    “อยากให้มีงานรื่นเริงถ้าเช่นนั้นก็ให้องค์ชาย องค์หญิงแต่งเองไม่ดีกว่าหรือ ข้าเป็นใครเป็นแค่คุณชายคนหนึ่งเท่านั้น จะทำให้บ้านเมืองรื่นเริงได้เช่นไรกัน”เมื่อเรื่องไม่จบลงเสียทีจนมี่หนิงหยางต้องเอ่ยสวนกลับพวกขุนนางที่ทูลเห็นด้วยเรื่องนี้อย่างไม่พอใจ

    “สามหาว”ได้ยินเช่นนั้นฮองเฮาขึ้นเสียงใส่เขากลับมาทันที

    “ฮองเฮาเย็นก่อนเถิด”ฮ่องเต้รีบปรามเมื่อเห็นว่าสตรีข้างกายจะเริ่มไม่สบอารมณ์แล้ว

    “ต้องขอประทานอภัยฮองเฮาพะยะค่ะหม่อมฉันเพียงแค่หมายความว่าองค์ชายและองค์หญิงถ้าหากมีงานมงคลควรจะเหมาะทำให้ชาวบ้านร่วมยินดีได้มากกว่า”มี่หนิงหยางรีบเอ่ยแก้ไขอีกความ แต่นั่นก็ไม่ได้ดีกว่าเดิมเท่าไหร่ เพราะมันยังเป็นการปฏิเสธซึ่งเป็นเรื่องที่ฮองเฮาไม่อยากได้ยิน

    “เรื่องของวังหลังไม่ต้องให้เจ้ามาห่วงหรอกหนาเราจัดการเองได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลาเลือกสรรให้ดีเสียก่อน” คำที่ฮองเฮาพูดออกมาเสมือนเป็นการตอกหน้ามี่หนิงหยางนิดๆชิงเถานางแปลอีกคำได้ว่า ลูกของนางนางจะต้องเลือกให้ดีที่สุดส่วนมี่หนิงหยางถ้านางอยากจะให้แต่งตอนไหนก็ได้โดยเรื่องเจ้าสาวนั้นไม่จำเป็นต้องเลือกมากก็ได้

    “มี่หนิงหยางก็เหมือนกันเจิ้นคิดว่าต้องใช้เวลาคัดเลือกหญิงงามที่เพียบพร้อมก่อน” ได้ยินเช่นนั้นฮ่องเต้จึงรีบเอ่ยหาทางให้มี่หนิงหยางพ้นจากเรื่องนี้ทันที

    “เรื่องนั้นพระองค์ไม่ต้องเป็นกังวลพระทัยไปเพคะหม่อมฉันได้เลือกสตรีที่เหมาะกับมี่หนิงหยางไว้แล้ว” ฮองเฮานางพูดออกมาด้วยหน้าตาแช่มชื่นอย่างไรเรื่องนี้นางก็ต้องจัดการให้สำเร็จ

    “หืมใครกัน” ฮ่องเต้รีบหันหน้ามาถามนางอย่างสงสัยทันที นางแอบจัดการเรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนไหนทำไมเขาจึงไม่ทราบเรื่องราวเลย