แม้จะได้ตั้งใจไว้อย่างดีแล้วว่าจะควบคุมทุกอารมณ์และความรู้สึกให้สงบที่สุดแต่กระนั้นเอริน โอ’ เชีย ก็ยังอดหวั่นไหวใจเต้นระทึกไม่ได้ขณะกดปลายนิ้วลงตรงกริ่งหน้าประตู
เธอได้ยินเสียงกริ่งดังแว่วมาจากภายในตัวบ้านที่ออกแบบก่อสร้างด้วยรูปทรงสวยงามตั้งอยู่ในย่านผู้มีฐานะปานกลางแห่งหนึ่งของนครซานฟรานซิสโก
เมื่อเหลียวไปมองบ้านหลังอื่น ๆที่ตั้งอยู่บนถนนสายเดียวกัน เอรินก็สังเกตเห็นอยู่ว่าบ้านทุกหลังในละแวกนี้ล้วนได้รับการดูแลรักษาอย่างดี สนามหญ้าหน้าบ้านล้วนเขียวขจีสวนไม้ดอกบ่งบอกถึงความเอาใจใส่ของผู้เป็เ้าของที่มีรสนิยมสูงด้วยกันทั้งนั้น
สําหรับบ้านหลังที่เธอกําลังยืนอยู่เบื้องหน้าขณะนี้นั้นฉาบไว้ด้วยสีเทานกพิราบตัดขอบขาว และเช่นเดียวกับบ้านหลังอื่น ๆในบริเวณเดียวกันที่แสดงออกถึงสถาปัตยกรรมของซานฟรานซิสโกในรูปลักษณ์ใหม่คือจะมีโรงรถที่อยู่ระดับเดียวกับถนน ส่วนตัวบ้านจะถูกยกสูงขึ้นมีบันไดคอนกรีตที่ทอดขึ้นสู่ประตูด้านหน้าของตัวบ้านซึ่งนํารูปแบบของสถาปัตยกรรมสมัยเก่าเข้ามาประสมไว้ ด้วยหน้าต่างกระจกทรงโค้ง
ขณะเงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าที่เกิดจากภายในอยู่นั้นเธอก็พยายามเพ่งสายตามองผ่านกระจกฝ้าเพื่อจะมองให้เห็นความเคลื่อนไหวที่จะเกิดขึ้นแต่ก็ยังมองไม่เห็นอะไรและไม่มีเสียงฝีเท้าเช่นที่คาดหวังไว้ว่าจะได้ยินด้วย
ถ้าไม่มีใครอยู่บ้านล่ะ...มันเป็ความคิดที่เพิ่งจะผ่านเข้ามาในสมองของเอรินตอนนี้เองเพราะก่อนหน้านี้ เธอไม่ทันคิดถึงความอาจจะเป็ไปได้ในเื่นี้เลย
โดยความเป็จริงแล้วเธอไม่ได้คิดถึงอะไรทั้งสิ้น นับแต่ลงจากเครื่องที่สนามบินฮิวสตันรู้แต่ว่าจะต้องหาบ้านหลังนี้ให้พบเท่านั้น ความคิดต่าง ๆที่เกิดขึ้นขณะผ่านมาตามถนนสายต่าง ๆ อันสวยงามของนครซานฟรานซิสโกมุ่งมั่นอยู่แต่จุดประสงค์อันยิ่งใหญ่และวันนี้คือวันที่เธอจะบรรลุจุดประสงค์นั้นภายหลังจากที่ได้ใช้เวลาในการติดตามเสาะหามาเป็เวลาถึงสามปีเต็ม
เวลาในการเสาะหาถึงสามปีดังกล่าวคือเวลาที่เธอสละให้กับการสืบหาข้อมูลต่าง ๆ หมดไปกับการใช้โทรศัพท์ทางไกลที่นับครั้งไม่ถ้วนต้องพบกับความผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า แม้แต่การถูกบิดประตูใส่หน้า
แต่กับความเพียรพยายามนั้นบัดนี้...เธอก็ได้มายืนเบื้องหน้าบ้านหลังนี้แล้ว...
วันนี้แล้ว...จะเป็วันที่เธอได้พบกับพี่ชายเป็ครั้งแรกในชีวิตวันนี้เธอจะได้เห็นหน้าค่าตาบุรุษผู้เป็สายเืเดียวกันซึ่งหลงเหลืออยู่ในโลกอันแสนอ้างว้างนี้
หัวใจรัวระทึกขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่กําลังเดินตรงมายังหน้าประตู...จะเป็เสียงฝีเท้าภรรยาของเขาใช่ไหมหนอ...หรือว่าเป็สาวใช้...หรือว่าเป็ตัวพี่ชายคนเดียวของเธอเอง...ความคิดต่างๆ ที่รุมเร้าอยู่ในสมองทําให้เธอรู้สึกฝืดคอขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
ประตูบานนั้นเปิดออกช้า ๆ...เขายืนอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว...
“คุณเคนเนธ ไลแมน ใช่ไหมคะ” เธอเอ่ยถามออกไป
เขามิได้ตอบคําถามนั้นแต่สายตากวาดไปทั่วร่างั้แ่ศีรษะจนจรดปลายเท้า ซึ่งการสํารวจดังกล่าวแม้จะใช้เวลาเพียงแค่แว่บเดียวแต่เธอก็ััความรู้สึกอยู่ว่าไม่มีอะไรที่จะพลาดสายตาเขาไปได้เลย
“คุณเคนเนธ ไลแมน ใช่ไหมคะ” เธอถามซ้ำ
เขาพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้...
ความร้อนรนกระวนกระวายดูจะเลือนหายไปโดยพลันมีความปรีดาปราโมทย์อย่างเหลือจะกล่าวเข้ามาแทนที่เมื่อบุรุษผู้ยืนอยู่ตรงหน้ายืนยันว่าเขาคือพี่ชายของเธอ
หน้าตาเขาช่างหล่ออะไรเช่นนี้แต่ขณะเดียวกันเธอก็ออกจะแปลกใจไม่น้อยเมื่อได้พบว่าเค้าหน้าของเขามิได้ละม้ายคล้ายคลึงกับเธอเลยผิวค่อนข้างขาวขณะที่เธอออกจะน้ำตาลคล้ำ ทุกครั้งที่เอรินพยายามจะมองให้เห็นภาพใบหน้าของพี่ชายเธอจะเปรียบเทียบจากใบหน้าของตนเองเสมอ แต่ผู้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าขณะนี้นั้นไม่ได้มีความใกล้เคียงกับภาพที่เธอวาดขึ้นไว้แม้แต่น้อย
เรือนผมของเขาเป็สีน้ำตาลเดียวกับสีทรายแต่เมื่อกระทบกับแสงแดดอ่อนแห่งเดือนกุมภาพันธ์เช่นนี้สีทองที่แกมอยู่ดูจะโดดเด่นกว่าเขาสวมแว่นสายตาขอบกระ คิ้วที่ค่อนข้างหนานั้นเป็สีเดียวกับเรือนผมดวงตาสีฟ้าเข้มที่ขณะนี้กําลังเพ่งพิศใบหน้าเธออยู่ประกอบด้วยแผงขนตาสั้น ๆที่ตรงโคนเป็สีเข้มกว่าตรงปลาย
สันจมูกของเขาโด่งงามและค่อนข้างแคบริมฝีปากบ่งบอกถึงความหนักแน่นแบบชายชาตรีคางสี่เหลี่ยมมีรอยผ่าตรงกลางบ่งบอกให้รู้ถึงความเป็ผู้มีใจคอเด็ดเดี่ยวมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก
“ขอโทษด้วยนะคะที่ฉันจ้องมองหน้าคุณอย่างนี้”เธอเอ่ยออกไป แต่สายตาก็ยังคงสํารวจใบหน้าของเขาอยู่นั่นเองจะให้เธอเบื่อหน่ายได้อย่างไรในเมื่อปรารถนาที่จะได้เห็นใบหน้านี้มานานนักหนาและยังต้องใช้เวลาตามหาติดต่อกันอยู่ถึงสามปีเต็ม...
เขายังมิได้เอ่ยอะไรออกมาแม้แต่คําเดียวเธอสังเกตเห็นอยู่ว่าเขาเหลือบมองไปทางข้างหลังของเธอราวคาดหมายไว้ว่าจะต้องมีใครบางคนติดตามเธอมาด้วยสายตาคู่นั้นมองไปทางเมอร์ซิเดสที่เธอเช่ามาจากสนามบินแล้วก็มองไปยังถนนฟากตรงข้ามและยังทั่วบริเวณนั้นด้วยการกวาดสายตาอย่างถ้วนทั่วเพียงแค่ครั้งเดียวก่อนที่จะมาหยุดลงตรงใบหน้าของเธออีกครั้ง
เธอออกจะแปลกใจอยู่บ้างเหมือนกันที่เขามิได้เอ่ยคําทักทายแต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ ว่าแท้ที่จริงแล้วเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าเธอเป็ใครเหมือนกัน
“ฉันต้องใช้ความอุตสาหะอย่างมากเลยละค่ะที่จะมาพบคุณในวันนี้”เธอเป็ฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน “ขอให้ฉันเข้าไปข้างในแล้วคุยกับคุณสักครู่ได้ไหมคะ”
“เรามีเื่อะไรที่จะต้องคุยกันงั้นหรือ”
หัวใจของเธอแปลบร้าวแต่มันเป็ความเ็ปอันแสนสุขเป็ครั้งแรกในชีวิตอีกเช่นกันที่เธอได้ยินน้ำเสียงทุ้มลุ่มลึกแต่มันก็ยังแฝงความหวนห้าวไว้ในตอนท้าย
มันทําให้ความปลาบปลื้มเปลี่ยนเป็เขินอายเมื่อนึกถึงว่า...เขาคงคิดว่าเธอจะมาเสนอขายอะไรบางอย่างกระมัง...
“ฉัน...เอ้อ...คือเื่ที่ฉันอยากจะคุยกับคุณมันออกจะเป็เื่ส่วนตัวอย่างมากเลยค่ะ”อย่างน้อยเอรินก็ยังไม่อยากแนะนําตัวเองให้เขารู้จักอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน
“โอเค...งั้นก็เชิญเข้ามาได้”เขาก้าวเลี่ยงไปทางหนึ่ง และเธอก็ก้าวผ่านประตูบ้านเข้าไปภายในเขากวาดสายตาไปทางสนามหน้าบ้านอีกครั้งก่อนจะปิดประตูลง และหันมาเผชิญหน้ากับเธอ
ขณะเข้ามายืนอยู่ใกล้ตัวเขาเช่นนี้เอรินเพิ่งได้ตระหนักว่าเขาเป็ผู้ชายที่รูปร่างค่อนข้างสูงโดยความเป็จริงแล้วเธอเองก็จัดว่าเป็ผู้หญิงที่รูปร่างสูงกว่าอัตราเฉลี่ยอยู่แล้วแต่เขาก็ยังยืนค้ำเธอไว้
หรือไม่...การที่เธอรู้สึกเช่นนี้มันเกิดขึ้นเพราะทัศนคติที่เธอมีต่อเขา เอรินััความรู้สึกอยู่ว่าพี่ชายของเธอเปียมด้วยพลังอํานาจที่เขาสามารถควบคุมไว้ด้วยความมั่นใจอย่างดียิ่งแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่อุดมด้วยกล้ามเนื้อ แต่พลังที่กระจายออกมานั้นเป็สิ่งที่น่าเกรงขามยิ่งนัก
เอรินมองผ่านปมเนกไทที่ผูกไว้หลวม ๆไปยัง่ลําคอแข็งแรงแขนเสื้อที่ถลกขึ้นเผยให้เห็นท่อนแขนที่เต็มไปด้วยเส้นเอ็นที่บ่งบอกถึงความแข็งแรงเสื้อเชิ้ตผ้าฝ้ายสีขาวที่สวมใส่อยู่แนบเน้นแผงอกกว้าง หน้าท้องราบเรียบท่อนขาแข็งแรงซ่อนอยู่ใต้กางเกงขายาวสีเทาอ่อน
หรือเขาจะเป็นักกีฬาด้วย..แล้วเขาชอบกีฬาประเภทไหนล่ะบาสเกตบอลล์หรือว่าเทนนิส...จะมีก็แต่คนที่เป็นักกีฬาเท่านั้นที่จะมีรูปร่างแข็งแรงสง่างามได้เช่นนี้เธอรู้อย่างแน่ชัดว่าเขาอายุสามสิบสามปี
เขายังจับตามองเธออยู่เงียบ ๆเช่นเดียวกับที่เธอเองก็กําลังจับตามองเขาอยู่เพียงแต่ว่าความเงียบจากฝ่ายเขาสามารถสร้างความอึดอัดหวั่นไหวให้เกิดขึ้นได้มากกว่าเมื่อเธอปลดสายกระเป๋าถือออกจากไหล่เอามาสอดหนีบไว้ใต้รักแร้ข้างหนึ่งนั้นสังเกตเห็นอยู่ว่ามันมีอาการตึงเครียดเกิดขึ้นกับเขา แม้ว่าเขาจะมิได้ขยับตัวเลยก็ตามท่าทางของเขาเหมือนแมวที่พร้อมจะกระโจนเขาตะครุบเหยื่อ
รู้สึกว่าเื่มันจะไม่ง่ายอย่างที่หวังไว้เสียแล้ว...เอรินครุ่นคิดอยู่ในใจ... บางทีเขาอาจจะไม่อยากรับรู้เลยก็ได้ว่ามันมีอะไรเกิดขึ้นกับน้องสาวคนเดียวที่ต้องพลัดพรากจากกันเมื่อสามสิบปีก่อนบางที...เขาอาจจะไม่ทันได้คิดว่าแท้ที่จริงเธอคือน้องสาวของเขาเสียด้วยซ้ำ...