ร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝)

    บทที่ 33 เข้าสู่เกม

    บทที่ 33 เข้าสู่เกม


    ใครจะไปคิดว่าฉิงเทียนจะสามารถจับตัวเขาได้เร็วขนาดนี้ ถ้าเขารู้ว่าจะเป็นแบบนี้เขาน่าจะหนีรีบออกไปแล้ว หลิวไห่รู้สึกคิดผิดขึ้นมา! ฉิงเทียนก็ได้เดินไปช้าๆและมองไปที่หลิวไห่ หลิวไห่มองไปที่สายตาของฉิงเทียนที่กำลังมองเขาด้วยแววตาที่ดุดัน ราวกับว่าเขากำลังถูกจ้องมองด้วยสัตว์ร้าย ทำให้ตัวของเขาต้องสั่นกลัว


    ฉิงเทียนเดินไปที่ด้านหน้าของหลิวไห่ต่อยลงไปที่ขาของหลิวไห่จนต้องร้อง “อ๊าก” ออกมา ถึงแม้ว่าฉิงเทียนนั้นจะอยากฆ่าเขามาเพียงใดก็ตาม แต่เขาไม่สามารถที่จะทำในตอนกลางวันแสกๆได้ มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเขา แต่แล้วเขาก็ได้ยินเสียงของซูเสวี่ยที่บอกให้หยุด ฉิงเทียนจึงได้ผงกหัวและระงับความโกรธของเขาเอาไว้ในใจ จากนั้นเขาก็เดินจูงมือของซูเสวี่ยออกไปที่นอกประตู


    แต่ในขณะที่กำลังจะออกจากห้องไปนั้นเอง ก็ได้มีตำรวจจำนวนมากเข้ามาทางประตู


    แล้วคนที่เหมือนจะเป็นหัวหน้าตำรวจจับตามองดูทุกการเคลื่อนไหวของฉิงเทียนและส่งสายตามาราวกับว่าเขานั้นเจอปัญหาเข้าแล้ว แต่ก็แกล้งทำเป็นถามขึ้นมา “ใครคนไหนที่เป็นคนแจ้งเข้ามาว่ามีการทำร้ายร่างกายกันขึ้นที่นี่ครับ”


    แล้วผู้หญิงคนเมื่อสักครู่ที่ได้เปลี่ยนสีหน้าจากสีหน้าที่ดูเย่อหยิ่งกลายเป็นสีหน้าหวาดกลัวแล้วชี้มาทางฉิงเทียนแล้วพูดขึ้น “คุณตำรวจคะจับเขาเลยค่ะ คนคนนั้นเข้ามาในงานที่บริษัทเทียนเสี่ยของเราเป็นคนจัดและทำร้ายร่างกายผู้คนค่ะ”


    “ดูนี่สิคะนายน้อยหลิวเองก็ถูกทำร้ายจนเป็นเช่นนี้ด้วยค่ะ” หลังจากที่พูดจบเธอก็ได้กะพริบตาส่งสัญญาณให้หลิวไห่ที่นอนอยู่ที่พื้น


    หลิวไห่ก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาเมื่อเห็นตำรวจมาถึงทันพอดี แล้วเขาก็พูดขึ้น “ดูที่ขาของผมนี่สิครับ วันนี้คุณจะต้องจับเขาให้ได้นะครับ”


    หัวหน้าตำรวจเมื่อเห็นสภาพของหลิวไห่ก็ได้รีบทำเป็นนอบน้อมและถามขึ้นทันที “คุณหลิวครับ คุณต้องการที่จะไปที่โรงพยาบาลไหมครับ เสี่ยวเสี่ย ผมจะพาคุณหลิวไปที่โรงพยาบาล คุณไปจับกุมชายคนนั้นแล้วพาเขาไปที่โรงพัก” จากนั้นเขาหันไปหาหลิวไห่เปลี่ยนสีหน้าเป็นนอบน้อมอีกรอบแล้วพูดขึ้น “ไปกันเถอะครับคุณหลิว ผมจะพาคุณไปที่โรงพยาบาลเองครับ”


    “นั่นคือหลิวไห่แห่งเหวินไห่กรุ๊ป วันนี้เราจะต้องประจบเขาให้ดีๆ” นั่นคือสิ่งที่หัวหน้าตำรวจคิดเอาไว้


    แล้วตำรวจสองนายก็ได้เดินเข้าหมายที่จะใส่กุญแจมือฉิงเทียน ซูเสวี่ยมองไปที่หัวหน้าตำรวจแล้วพูดอย่างไม่พอใจ “คุณจะจับคนโดยไม่ถามไถ่เรื่องราวอะไรอย่างนี้เลยเหรอ”


    “ถ้าคุณยังพูดมากอีกผมจะจับคุณไปด้วย!” หัวหน้าหน้าตำรวจพูดตอบกลับมา


    เขาจึงได้หันหัวกลับไปหาหลิวไห่แล้วพูดพร้อมกับยิ้ม “ไปกันเถอะครับ คุณหลิว!”


    ฉิงเทียนลูบหัวปลอบซูเสวี่ยแล้วพูดขึ้น “ไม่เป็นไรเสวี่ยเอ๋อ คุณกลับไปก่อนแล้วไปโทรศัพท์หาพี่หวงเห่า เขาจะมาช่วยผมเอง”


    มองดูฉิงเทียนที่ถูกจับตัวไป หลิวไห่ก็อารมณ์ดีขึ้นและพูดกับหัวหน้าตำรวจ “คุณโจว เอาไอ้หนุ่มนี้มันไปทรมานในโรงพักให้ทีนะ”


    มองดูสีหน้าของหลิวไห่แล้ว หัวหน้าตำรวจก็ผงกหัวแล้วยิ้มออกมา “ไม่ต้องเป็นห่วงครับคุณหลิว ผมจะซัดเขาให้หมอบแน่นอน”


    ฉิงเทียนนั้นยักคิ้วและตามตำรวจไปโดยไม่ขัดขืน ฉิงเทียนนั้นรู้ดีว่าถ้าเขาขัดขืนไป ก็จะเป็นการทำร้ายตำรวจเปล่าๆ


    หากเป็นเช่นนั้น ความผิดของเขาก็จะหนักขึ้นไปอีก ด้วยพลังของฉิวเทียนในเวลานี้เขาไม่สามารถที่จะสู้กับรัฐบาลได้เลย มันจะเป็นการดีกว่าที่จะยอมตามพวกเขาไปก่อนแล้วค่อยมองดูว่าเขาพอที่จะทำอะไรได้บ้างไหม


    “เข้าไป มัวแต่มองอะไรอยู่?” ฉิงเทียนถูกผลักเข้าไปในห้องสอบปากคำ


    ข้างในมีคนสองคนที่นั่งรออยู่ในห้องสอบปากคำ และฉิงเทียนก็ถูกบังคับให้นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม


    “ชื่อ!” ตำรวจถาม


    “ฉิงเทียน!”


    “อายุ?”


    “25”


    “เพศ?”


    “ชาย”


    “ทำไมคุณถึงไปทำร้ายคนอื่นและทำลายงานพบปะประจำปีของบริษัทอื่นเขาด้วย”


    ฉิงเทียนตอบตำรวจที่อยู่ฝั่งตรงข้าม “ดูเหมือนว่าผมจะไม่ได้เป็นคนเดียวที่ทะเลาะวิวาทนะ ทำไมพวกคุณถึงจับผมมาคนเดียวล่ะ?”


    ชายคนที่อยู่ข้างๆก็แสยะยิ้มขึ้นมาแล้วพูดขึ้น “พวกเราถามอะไรก็ตอบมาตามนั้น!”


    “ฮ่าๆ!” ฉิงเทียนหัวเราะหลับตาแล้วไม่พูดอะไรต่อ


    ตำรวจทั้งสองนายมองดูฉิงเทียนที่เมินพวกเขา แล้วสีหน้าของพวกเขาก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นชั่วร้ายอย่างช้าๆ “ดูเหมือนว่านายจะดื่มอวยพรแต่กลับไม่ใช้เหล้าชั้นดีเลยนะ” (หมายถึงคนที่ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรหรือไม่รู้ว่าสิ่งนั้นจะดีหรือร้าย)


    ทั้งสองคนมองหน้ากันเอง แล้วนึกถึงสิ่งผู้กองโจวได้สั่งเอาไว้ด้วยเสียงเบาๆ ทั้งสองคนจึงได้ยิ้มขึ้นมาและมองดูฉิงเทียนก่อนจะลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ของพวกเขาแล้วเดินไปหาฉิงเทียนอย่างช้าๆ


    “ไอ้หนู ถ้านายไม่ร่วมมือกับพวกเรา! จะมาโทษพวกเราทีหลังไม่ได้นะ” แล้วตำรวจคนหนึ่งก็ได้หยิบกระบองขึ้นมาแล้วเตรียมที่จะฟาดไปที่ข้างหลังของฉิงเทียน


    ในเวลานี้ ถึงแม้ว่ามือของฉิงเทียนจะยังใส่กุญแจมืออยู่ แต่เขาก็ยังสามารถหมุนตัวมามองได้แล้วพูดขึ้น “พวกคุณคิดที่จะใช้กำลังโดยมิชอบงั้นเหรอ ผมฟ้องพวกคุณได้นะ”


    ทั้งสองคนเมื่อได้ยินที่ฉิงเทียนพูดก็หัวเราะออกมาตามๆกัน “ไอ้หนู ถ้าคิดก็ฟ้องได้ก็ลองดู ต่อให้นายตายขึ้นมา พวกเราก็แค่บอกว่านายหนีไปซ่อนตัวในโรงพักแล้วก็ตายก็แค่นั้น แล้วจะมีใครที่จะมาฟ้องพวกฉันได้ถ้าตายไปแล้ว?”


    “ดังนั้น ฉันขอเสนอให้ร่วมมือกับพวกเราดีๆถ้านายไม่อยากถูกพวกเราทำร้าย นายก็จะไม่ตาย! แต่ถ้านายเกิดขัดขืน จะเกิดอะไรขึ้นพวกเราเองก็ไม่มั่นใจหรอกนะ”


    เมื่อได้ฟังคำพูดที่เย่อหยิ่งของพวกเขา ฉิงเทียนจึงพูดถากถาง “ดูท่าคงจะทำบ่อยเลยล่ะสิ”


    “มันไม่ใช่ธุระอะไรของแก!” พูดจบเขาก็ได้ฟาดกระบองไปที่ฉิงเทียนทันที


    กระบองนั้นหมายฟาดเข้าที่หัวของฉิงเทียน ฉิงเทียนมองดูสถานการณ์แล้วก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาจะฆ่าเขาแน่


    เขาจึงยิ้มในใจเย็น: หลิวไห่นั้นต้องการที่จะฆ่าเขาจริงๆ แต่นักฆ่าไม่สามารถฆ่าเขาได้ เขาจึงได้ใช้วิธีนี้แทน ก็ได้ฉันจะยอมเล่นตามเกมของเขาหน่อยก็ได้!


    เขาจึงได้ใช้กุญแจมือกันกระบองที่อยู่ตรงหน้าเขา แต่ก็มีอีกกระบองกำลังฟาดข้างหลังเขา ฉิงเทียนจึงได้กระโดดหลบไปอีกด้านหนึ่งแล้วผลักตำรวจอีกคนไปแทนที่เขา


    “โอ๊ย” ตำรวจคนหนึ่งร้องขึ้น “แกมาตีข้าทำไมวะ! ไปตีหมอนั่นโน่น”


    “โทษที ผิดคนๆ!” ตำรวจอีกคนโบกกระบองไปมา


    ทันทีที่พวกเขามา ฉิงเทียนก็หลบการโจมตีของพวกเขา! บางทีก็ปล่อยให้พวกเขาทำร้ายกันเอง


    จนผ่านไปได้สักพักหนึ่ง


    ณ ห้องทำงานของผู้กองโจว


    ตำรวจที่ทำหน้าที่สอบปากคำฉิงเทียนซึ่งตอนนี้มีรอยเขียวช้ำและใบหน้าที่ปูดบวม ได้เข้ามาเรียกร้องและคร่ำครวญ “กัปตันครับ ไอ้หนุ่มคนนั้นมันเป็นวิชาป้องกันตัวครับ พวกเราไม่สามารถเข้าใกล้เขาได้เลยครับ


    “ใช่แล้วครับ ดูจากสภาพของพวกเราที่ถูกทำร้ายก็ได้ครับ!” ตำรวจอีกคนก็ชี้ที่แผลบนใบหน้าของเขาและพูดอย่างต่อต้าน


    ผู้กองโจวมองดูสภาพของลูกน้องของเขาทั้งสองคน ซึ่งอยู่ในสภาพที่แย่มาก เขาจึงได้โบกมือและพูดขึ้น “พวกคุณกลับไปกันก่อน! ฉันจะจัดการเขาเอง”


    ในห้องสอบปากคำนั้น ฉิงเทียนนั้นกำลังหยิบน้ำขึ้นมาดื่มอย่างสบายใจ และกำลังก้มหัวเล่นโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ได้กังวลถึงสถานการณ์ของตัวเองเลย


    ผู้กองโจวที่เดินมาและเห็นท่าทีที่มีสุขสบายดีของฉิงเทียน จึงได้พูดสบถขึ้นมาด้วยความโกรธ “เจ้าสองคนนั้นมันขยะจริงๆ!”


    ฉิงเทียนนั้นรู้ได้ทันทีว่าคนที่เข้ามานั้นคือหัวหน้าตำรวจที่มีชื่อแซ่ว่าโจว แต่ฉิงเทียนก็ยังคงดื่มน้ำโดยที่ไม่แสดงสีหน้าอะไร


    “เจ้าหนู นายทำที่นี่เหมือนกับเป็นบ้านของตัวเองเลยนะ!” ผู้กองโจวตะโกนขึ้นมา


    ฉิงเทียนใช้นิ้วก้อยแคะขี้หูตัวเองแล้วพูดกลับไป “ไม่ต้องพูดดังขนาดนั้นก็ได้ คุณมีเวลา 10 ชั่วโมงที่จะปล่อยผมไป ผมไม่อยากจะเล่นกับคุณหรอกนะถ้าคุณไม่มีฝีมืออะไร”


    ผู้กองโจวก็ได้พูดขู่ “นายทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็เท่ากับนายต่อต้านรัฐบาลนะ!”


    “ใครทำร้ายใครกันแน่ มีกล้องวงจรปิดอยู่ที่นี่ด้วย ไม่ว่าใครก็รู้!” ฉิงเทียนพูดอย่างดูถูก “คุณน่ะก็แค่คนที่ถูกซื้อโดยตระกูลหลิวเท่านั้น! เป็นแค่ผู้กองตัวกระจ้อยไม่ถือว่าเป็นตัวแทนของรัฐหรอกนะ


    “ผมแนะนำให้คุณปล่อยผมไปตอนนี้เสียจะดีกว่า ไม่ว่ายังไงหลังจากนี้ผมก็สามารถออกไปได้เองอยู่ดี!”


    “หืม นายยังกล้าที่จะขู่ฉันงั้นเหรอ?”


    “ถ้าอย่างนั้นนายก็อยู่ที่นี่ต่อไปเถอะ” พูดจบเขาก็ปิดประตูอย่างแรง


    “แกไปล่วงเกินคุณหลิวแล้วคิดว่าจะได้ออกไปจากที่นี่ง่ายๆอย่างงั้นเหรอ!” ผู้กองโจวพูดเยาะเย้ยเขา “ฉันจะบอกให้แกได้รู้เอาไว้ ถ้าฉันไม่ถลกหนังแกออกมาวันนี้ แกก็อย่าหวังจะได้ออกไปเลย!”


    พูดจบเขาก็หยิบเอาแท่งไฟฟ้าออกมาจากตัวของเขาและฟาดลงไปที่ตัวของฉิงเทียนทันที


    ฉิงเทียนนั้นคิดที่จะพุ่งหลบออกไป แต่ทันในนั้นเขาก็รู้สึกได้ว่าขาของเขานั้นมันไม่เชื่อฟังขึ้นมา และเขาก็ไม่สามารถขยับได้อีกต่อ


    มองดูฉิงเทียนที่พยายามจะหลบหนี ผู้กองก็พูดพร้อมกับหัวเราะ “รู้สึกว่าตัวเองไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาใช่ไหมล่ะ?”


    คล้ายกับเรื่องร้านค้าจากแดนสวรรค์ (仙界淘宝) ที่คุณอ่าน