หลังจากที่เจียงหยุนสนทนากับระบบไปได้สักพัก ระบบก็เหมือนจะทำใจได้จากคำพูดประชดประชันของเจียงหยุน มันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายว่า [โฮสต์ ท่านสนใจจับสลากต่อหรือไม่?]
เจียงหยุนส่ายหน้าเล็กน้อยพร้อมตอบว่า "ไม่เป็ไร แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ"
ระบบพยายามโน้มน้าวต่อ [โฮสต์ ท่านจะพอใจแค่ร่างกายจักรพรรดิะแค่นั้นหรือ?]
เจียงหยุนพูดสวนขึ้นด้วยความแน่วแน่ " ข้าพอใจแล้วล่ะ "
ระบบยังคงพยายามอีก [แล้วร่างศักดิ์ที่ท่านสั่งอีก 10,000 ร่างล่ะ?]
เจียงหยุนถอนหายใจแล้วพูดอย่างขำขัน "ข้ามีแต้มพอที่ไหนกันล่ะ?"
ระบบเงียบไป […..]
เจียงหยุนยิ้มเล็กน้อยและพูดขึ้นมา "ช่างมันเถอะ ข้ามีวิธีที่จะหาแต้มได้มากขึ้น แถมยังยั่งยืนกว่าเดิมด้วย"
ระบบรีบพูดต่อ [หรือว่าโฮสต์ตั้งใจจะสร้างสำนักเพื่อดูดโชคเข้ามาอย่างไม่จำกัด?]
เจียงหยุนหยุดชะงักไปชั่วขณะก่อนจะหัวเราะเสียงดัง " เ้า… เ้าคิดเองเป็ด้วยหรือ? "
ระบบแสดงท่าทางน้อยใจขึ้นมาทันที [นี่มันจะดูถูกกันเกินไปแล้วนะ! ข้าก็มีสมองเหมือนกันนะ!]
เจียงหยุนพูดสวนกลับด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย "อ้อ ใช่ ข้าจำได้แล้ว ส่วนมากเ้าจะใช้สมองของเ้าในการโกงแต้มจากข้า หรือไม่ก็หาเื่กวนประสาทข้าไปวันๆ ข้าจำได้แล้ว…"
ทันใดนั้น ระบบก็เกิดปัญหาขัดข้องและตอบสนองช้า [ระบบเกิดปัญหาชั่วคราว ตอนนี้ติดต่อไม่ได้……………]
เจียงหยุนมองหน้าจอระบบที่ดับลง เขาเพียงยิ้มและหัวเราะเบา ๆ จากนั้นเขาก็เลิกสนใจระบบและมุ่งหน้าไปยังแผนการสร้างนิกายของเขาแทน
เขาเริ่มต้นด้วยการสั่งให้โคลนสังสารวัฏสำรวจหาพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับวางยอดเขาหลัก และยอดเขาอีก 3,000 ยอด เมื่อได้รับรายงานกลับมาเกี่ยวกับพื้นที่ที่ถูกเลือก เจียงหยุนก็เริ่มสั่งการให้วางยอดเขาทั้งหมดลงไปในตำแหน่งที่วางแผนไว้
เขายังสั่งให้สร้างรูปแบบปกปิด์ขนาดใหญ่จากโคลนสังสารวัฏทั้ง 13 ตัว เพื่อปิดบังการรับรู้จากภายนอกและภายนอกพื้นที่มีโคลนธรรมดาและผู้ติดตามคอยเฝ้าอยู่ด้านนอกอย่างระมัดระวังพร้อมโจมตีคนที่จะเข้ามาเสมอ
เจียงหยุนนั่งครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะ เมื่อเขารู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป เขาสั่งให้โคลนนำทรัพยากรทั้งหมดที่พวกเขาได้จากการปล้นมาเรียงไว้ตรงหน้า ทรัพยากรมากมายถูกนำมาวางเรียงราย ทั้งแร่เหล็กระดับจักรพรรดิและวัตถุดิบอื่นๆ ที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาดูดีๆ เขารู้สึกว่ายังไม่เพียงพอต่อการสร้างบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่ตามที่เขาคิดไว้
เขาจึงตัดสินใจใช้ระบบเพื่อจัดหาทรัพยากรเพิ่มเติม เจียงหยุนเลือกซื้อแร่เหล็กและวัสดุบางอย่างที่จำเป็จากระบบ ในราคาที่สูงถึง 1 แสนล้านแต้ม ทำให้เขามีแต้มเหลืออยู่เพียง 4 แสนล้านเท่านั้น
เมื่อได้วัสดุทั้งหมดมาแล้ว เจียงหยุนสั่งให้โคลนสังสารวัฏสร้างรูปแบบเวลาที่สามารถเร่งการทำงานได้เร็วขึ้น เขา้าให้พื้นที่ทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยรูปแบบนี้ เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
"เราจะหลอมทุกสิ่งเข้าด้วยกันเพื่อสร้างให้มันเป็ 1 ชิ้นเท่านั้น" เจียงหยุนกล่าวเสียงเข้ม มองไปยังยอดเขาหลักและยอดเขาอีก 3,000 ยอดที่เขาตั้งใจจะสร้างให้เป็อาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
โคลนสังสารวัฏและเจียงหยุนใช้เวลาหลายวันในการหลอมและประกอบทุกสิ่งเข้าด้วยกัน พวกเขาใส่ลูกเล่นมากมายและมีรูปแบบหลากหลายและนำเส้นเืจิติญญาระดับสูงสุดมาใส่ไว้โดยแบ่งยอดเขาละ 4 เส้น พร้อม หอเก็บพระคัมภีร์ วิชาทักษะต่างๆ และ สนามรบแห่งสังสารวัฏต่อมาได้สร้างสิ่งปลูกสร้างที่จำเป็บางส่วนอีกด้วยในทุกๆ ยอดเขาและใส่อาวุธหรือสิ่งของที่ปล้นมาได้เข้าไป ด้วยพลังและทักษะที่เหลือเชื่อ การหลอมเหล็กระดับจักรพรรดิและวัตถุดิบอื่นๆ ได้สำเร็จ จนกระทั่งในที่สุด ผลงานที่ยิ่งใหญ่ก็สำเร็จเป็รูปร่างจนได้
[นิกาย (ยังไม่มีชื่อ) : อาวุธที่เหนือกว่าจักรพรรดิ มันเป็นิกายที่มีคุณสมบัติของอาวุธระดับจักรพรรดิ มีพลังและความสามารถอันทรงพลังเหนือกว่าอาวุธใด ๆ ทั้งปวง สามารถใช้ทั้งในด้านการโจมตีและป้องกันได้ตามใจผู้ถือครอง นอกจากนี้ยังสามารถยืดหรือหดขนาดได้ตาม้า มันสามารถลอยอยู่บนฟ้าได้โดยไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรของผู้ถือครอง เพียงแค่ใช้พลังงานธรรมชาติในการหมุนเวียนและคงสภาพภายในมีพื้นที่กว้างขวาง มียอดเขาหลักที่เป็ศูนย์กลางของนิกาย พร้อมด้วยโถงประชุมที่ใหญ่โตและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีห้องส่วนตัวมากมายสำหรับสมาชิกสำนักส่วนยอดเขา 3,000 ยอดที่ล้อมรอบนั้น มีเส้นทางการฝึกฝนครอบคลุมทุกสาขาวิชา ยอดเขาพลังธาตุต่าง ๆ เช่น ไฟ, น้ำ, สายฟ้า, แสง, และธาตุอื่นๆ มีคุณสมบัติในการเสริมสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการฝึกฝน สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการฝึกฝนของผู้ที่มีร่างกายเหมาะสมได้ถึง 10 เท่านอกจากนี้ยังมียอดเขาที่เจาะจงเฉพาะสำหรับการพัฒนาทักษะเฉพาะทาง เช่น ยอดเขานักปรุงยา ที่มีหม้อปรุงยาระดับจักรพรรดิถึง 10 หม้อ พร้อมสูตรยามากมาย หรือ ยอดเขานักหลอมอาวุธ ที่มีเตาหลอมระดับจักรพรรดิถึง 10 เตา รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ที่จำเป็อีกมากมายนิกายนี้ยังมีระบบการป้องกันที่เข้มงวด ผู้ที่จะเข้าออกได้ต้องมีตราประจำนิกายเท่านั้น หากมีใครพยายามบุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต รูปแบบการโจมตีจะถูกกระตุ้นทันที มันสามารถสังหารผู้บุกรุกได้ถึงระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุด นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับการลักลอบเข้ามาที่สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลาโดยผู้ถือครอง และสามารถฟื้นฟูตัวเองได้เมื่อถูกทำให้เกิดความเสียหายโดยการดูดซับพลังงานโดยแปลงเป็พลังงานของตัวเองได้หรือใช้ในการโจมตีตอบโต้หรือเสริมการป้องกันได้และ มีรูปแบบการเคลื่อนย้ายทั้งสำนักเพื่อไปยังสถานที่ต่างๆได้ไม่ว่าจะเป็การย้ายผ่านมิติ หรือการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง และอื่นๆ อีกมากมาย ]
ระบบถึงกับเงียบงันไปชั่วขณะ...เสียงของระบบแ่เบาออกมาว่า [นี่มันบ้าอะไรกัน? (⊙_☉) ]
เจียงหยุนไม่ใส่ใจเสียงของระบบแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นและวางนิกายที่ยังไม่มีชื่อของเขาลงบนพื้นดินอย่างมั่นคง ทันทีที่นิกายัักับพื้น มันขยายตัวอย่างรวดเร็ว ยอดเขาหลักและยอดเขาเล็กๆ ทั้ง 3,000 ยอดปรากฏขึ้นในฉับพลัน ราวกับพืชที่เติบโตในพริบตา พื้นที่โดยรอบถูกครอบคลุมไปด้วยพลังงานเข้มข้นที่แผ่ออกมาจากนิกาย จนทุกสิ่งรอบข้างรู้สึกถึงความกดดันและความทรงพลังที่ไม่มีใครกล้าท้าทายและระดับพลังิญญาก็เพิ่มขึ้นอย่างมากโดยรอบ
เจียงหยุนยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ "ดีมาก" เขาพูดกับตัวเองเบาๆ จากนั้นเขาก็หันไปสั่งโคลนสังสารวัฏให้เริ่มสร้างเมืองขนาดใหญ่โดยรอบนิกายให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งที่พักอาศัย ตลาด โรงหลอมอาวุธ โรงปรุงยา สนามฝึกฝน ฯลฯ ทั้งหมดนี้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการประกาศรับศิษย์ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เขาคิดในใจ "ข้าจะหาศิษย์ที่ไม่ใช่บุตรแห่งโชคชะตา จากนั้นก็ค่อยๆ ดูดโชคของพวกเขามาเรื่อยๆ ... เหมือนที่ข้าได้ทำกับกงซุนเล่ย ถึงแม้เขาจะไม่ใช่บุตรแห่งโชคชะตา แต่หากเขามีการเพาะปลูกที่แข็งแกร่งพอ โชคของเขาก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเร็วมากอีกด้วยแต่มันก็จะหยุดที่ 999,999 แต้มโชคเท่านั้นแต่เขาก็ที่ได้ทำการทดลองกับ กัวฮั่นมาแล้วรอบหนึ่งเขาก็คิดอะไรบางอย่างได้….และเขาสามารถหาประโยชน์จากตรงนี้ได้"
ระบบพูดแทรกขึ้นมา [ท่านคิดว่านี่จะได้ผลจริงๆ เหรอ?]
เจียงหยุนยิ้มอย่างมั่นใจ "ถ้าเป็แค่ 1 คนหรือสองคน มันอาจจะไม่ได้ผลมากเท่าไร... แต่ถ้ามีเป็แสน หรือเป็ล้านคน หรือแม้กระทั่งร้อยล้านคนล่ะ? เ้าคิดว่ามันจะเป็ไปได้หรือไม่? และหากยังไม่พอ ข้ายังมีอีกประมาณสามแผนการสำรองอยู่"
ระบบคิดคำนวณอยู่ครู่หนึ่ง มันลองพิจารณาถึงความเป็ไปได้และความสำเร็จของแผนการนี้ ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
[สมกับเป็โฮสต์แล้วจริงๆ! แต่ข้าขอถามหน่อย... อีกสามแผนการของท่านคืออะไร?]
เจียงหยุนยิ้มเล็กน้อย แต่ไม่พูดอะไรเพิ่ม ระบบเริ่มร้อนรน มันพยายามหาวิธีต่างๆ เพื่อแงะเอาคำตอบออกมาจากปากของเจียงหยุน
[ท่านไม่อยากบอกข้าใช่ไหม? ท่านรู้ว่าข้าอยากรู้นะ! บอกหน่อยเถอะนะ!] ระบบเริ่มส่งเสียงโวยวาย พร้อมพยายามใช้วิธีการต่างๆ ั้แ่การกวนประสาทไปจนถึงการยื่นข้อเสนอแปลกๆ เพื่อให้เจียงหยุนหลุดปากพูดออกมา แต่เจียงหยุนยังคงนิ่งเฉย ราวกับระบบเป็เพียงลมที่พัดผ่านไปเท่านั้น
เขายิ้มเล็กน้อยขณะมองดูระบบพยายามจนตัวโก่ง แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ระบบรู้สึกถึงความพ่ายแพ้ จึงยอมเงียบเสียงลงอย่างจำยอม แต่ลึกๆ ในใจก็ยังคงเต็มไปด้วยความสงสัยเกี่ยวกับแผนการลับที่เจียงหยุนยังไม่ยอมเปิดเผยออกมา...
เจียงหยุนยืนอยู่บนยอดเขาหลักของนิกายที่เพิ่งสร้างเสร็จ เขาหันหน้าไปยังท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่มีเมฆเคลื่อนผ่านอย่างช้าๆ แล้วสั่งการเสียงหนักแน่น "โคลนสังสารวัฏ จงสร้างรูปแบบต่างๆ ขึ้นมาแต่ยกเว้นรูปแบบเวลา แล้วจากนั้นเรียกทุกคนเข้ามาพบข้าเดี๋ยวนี้"
โคลนสังสารวัฏรีบออกไปแล้วเรียกทุกคนมาในทันที เหล่าโคลนและผู้ติดตามทั้งหลายต่างได้รับคำสั่ง พวกเขารีบมารวมตัวกันที่ลานกว้างตรงกลางนิกายด้วยความรวดเร็ว แต่ละคนมีท่าทางนอบน้อมและเคารพเต็มเปี่ยม
เมื่อทุกคนมาถึงเกาหยวนยืนอยู่บนลานกว้างของนิกายใหม่ สายตาของเขาจับจ้องไปยังยอดเขาสูงที่ล้อมรอบ เขาไม่อาจซ่อนความตื่นเต้นในใจได้ "นี่คือที่ที่เราจะอยู่ต่อจากนี้สินะ ช่างยิ่งใหญ่และทรงพลังยิ่งนัก"
หลงเทิง หัวเราะเบาๆ พร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย "สมกับเป็นายท่านจริงๆ"
กงซุนเล่ยซึ่งเพิ่งฝึกวิชาทั้งสามเล่มจนเสร็จสิ้นแล้วก็พูดขึ้นด้วยความทึ่ง "พลังิญญาที่นี่รุนแรงมาก มันเป็พลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด"
ิไห่พยักหน้าเสริม "จริงด้วย มันรุนแรงกว่าภายนอกหลายเท่า ราวกับว่าพลังทั้งหมดในฟากฟ้านี้ได้ถูกรวบรวมไว้ที่นี่"
ทันใดนั้น ปาจื้อ ก็ทำหน้าใเมื่อเขาสังเกตบางอย่าง "นี่มัน... นี่มันไม่ใช่นิกายธรรมดา แต่มันดูคล้ายกับอาวุธอะไรบางอย่าง..."
มูชูหยวนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หันมามอง ปาจื้อด้วยความสนใจ "ท่านจะบอกว่าทั้งนิกายนี้คืออาวุธงั้นเหรอ?"
ปาจื้อส่ายหน้าเล็กน้อย "ข้าไม่รู้แน่ชัด แต่มันมีความเป็ไปได้ ข้ารู้สึกได้ถึงพลังที่อยู่ภายในโครงสร้างนี้ มันไม่ได้เป็เพียงที่พักพิงธรรมดา แต่มันอาจเป็สิ่งที่มีอำนาจอันยิ่งใหญ่"
หวังเหอและหวัง ไป๋พูดขึ้นพร้อมกัน "นายท่านเขาทำได้ทุกอย่างจริงๆ บนโลกนี้ ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้!"
ชางเชียน ชางิ และเฉินเวยต่างแสดงความเคารพอย่างมาก "นายท่านของเราช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก ไม่มีใครเทียบเคียงได้"
โมจุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าวอย่างครุ่นคิด "นายท่านเริ่มไปไกลขึ้นเรื่อยๆ แล้วสินะ"
คำพูดของโมจุนทำให้บรรยากาศเงียบลงชั่วครู่ แต่ความเงียบนั้นกลับกลายเป็ความมุ่งมั่น ทุกคนรู้สึกได้ถึงไฟที่ลุกโชนในใจของตน พวกเขาตระหนักดีว่าเจียงหยุนก้าวไปไกลเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด และเพื่อที่จะตามเขาให้ทัน พวกเขาต้องยกระดับตัวเองให้สูงขึ้นไปอีก พวกเขาแต่ละคนได้แต่แอบให้คำมั่นกับตัวเอง ว่าจะไม่ปล่อยให้ตนเองถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
ในขณะที่ไฟแห่งความมุ่งมั่นเริ่มลุกโชนขึ้นในใจของทุกคน เจียงหยุนที่ยืนอยู่บนยอดเขาหลักก็เฝ้ามองดูพวกเขาด้วยรอยยิ้มเบาๆ และเดินออกมาเพื่อพบทุกคน
"คารวะนายท่าน!" ทุกคนะโพร้อมกัน เสียงกึกก้องไปทั่วบริเวณ เจียงหยุนมองดูพวกเขาด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะโบกมือให้สัญญาณให้ทุกคนสงบเสียงลง
"ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ข้าจะสร้างนิกายขึ้นมาใหม่ และมันจะมีชื่อว่า นิกายโลหิต์ร่วงหล่น " เจียงหยุนกล่าวด้วยเสียงทุ้มหนักแน่น ความเงียบครอบคลุมทุกคนที่อยู่รอบๆ ต่างก็จดจ้องไปที่เจียงหยุนอย่างตั้งใจฟัง
"ตัวข้าจะเป็เ้านิกาย ส่วนตำแหน่งรองลงมาคือ ผู้าุโที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งจะมีหน้าที่ในการตัดสินใจเื่สำคัญต่างๆ สำหรับผู้ที่จะเป็ผู้าุโที่ยิ่งใหญ่ได้ต้องมีระดับการเพาะปลูกถึงขั้นจักรพรรดิสูงสุดหรือผ่านบททดสอบของข้า"
เจียงหยุนหยุดพักครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ "นอกจากนี้ยังมีตำแหน่ง ผู้าุโผู้พิทักษ์ พวกเ้าคงรู้จักพวกเขาเป็อย่างดี"
ทันใดนั้น เงาดำทั้งสิบสามร่างก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า พวกเขาเคลื่อนที่ อย่างไร้เสียงและทรงพลัง เจียงหยุนพูดขึ้น “พวกเขาคือผู้าุโผู้พิทักษ์ ที่มีอำนาจเทียบเท่าผู้าุโที่ยิ่งใหญ่ หน้าที่ของพวกเขาคือการตรวจสอบ ควบคุม ตัดสินโทษ และรักษาความสงบเรียบร้อยในนิกาย ผู้ที่สามารถเป็ผู้าุโผู้พิทักษ์ได้จะต้องมีระดับการเพาะปลูกถึงขั้นจักรพรรดิสูงสุดและผ่านบททดสอบของเจียงหยุนเช่นกัน”
เจียงหยุนยังคงกล่าวต่อ "นอกจากนี้ยังมีตำแหน่ง เ้าแห่งยอดเขา พวกเ้าคงได้เห็นยอดเขาทั้ง 3,000 ยอดระหว่างทางที่เข้ามา นั่นคือยอดเขาที่ครอบคลุมเส้นทางการฝึกฝนเกือบทั้งหมด เ้าแห่งยอดเขามีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย จัดแบ่งทรัพยากร สอนศิษย์ และอื่นๆ ผู้ที่จะเป็เ้าแห่งยอดเขาได้ ต้องมีการเพาะปลูกอย่างน้อยถึงขั้นกึ่งจักรพรรดิ หรือผ่านบททดสอบของข้า"
เจียงหยุนหยุดพูดชั่วคราวเพื่อให้ทุกคนได้ซึมซับข้อมูลก่อนที่จะกล่าวต่อไป "ต่อมาคือ ผู้าุโภายใน พวกเขาจะเข้าร่วมกับยอดเขาในกลุ่ม 3,000 ยอด เพื่อดูแลเื่ทรัพยากร การสอนศิษย์ และรักษาความสงบในนิกายเป็หลัก ผู้ที่จะเป็ได้ต้องมีระดับการเพาะปลูกอย่างน้อยถึงขั้นาานักบุญ และต้องผ่านบททดสอบของข้า ส่วน ผู้าุโภายนอก จะเป็สมาชิกของหนึ่งใน 3,000 ยอดเช่นกัน แต่หน้าที่หลักของพวกเขาคือการดูแลศิษย์ภายนอกทั้งหมด โดยต้องผ่านบททดสอบของข้าเท่านั้น"
เจียงหยุนมองดูทุกคนที่กำลังตั้งใจฟังอย่างลึกซึ้ง "ในอีก 20 วันข้างหน้า ข้าจะสร้างรูปแบบพิเศษขึ้นมาทั้ง 3,000 เส้นทางเพื่อทดสอบพวกเ้าแต่ละคน และตำแหน่งต่างๆ จะถูกจัดสรรหลังจากที่พวกเ้าทดสอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว"
เมื่อคำสั่งถูกประกาศ เจียงหยุนก็เปิดเส้นทางเข้าสู่โลกใบเล็กของเขาทันที พร้อมกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ "ไปเตรียมตัวให้พร้อม อย่าได้ปล่อยให้ตัวเองถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะข้าจะไม่รอพวกเ้าเด็ดขาด"
เสียงะโกึกก้องของทุกคนดังก้องไปทั่วทั้งนิกาย "ข้าจะไม่ทำให้นายท่านผิดหวัง!"
เจียงหยุนยิ้มด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะโบกมือเบาๆ "ไปได้"
ทุกคนหายตัวไปในทันที เหลือเพียงเจียงหยุนที่ยืนอยู่บนยอดเขาหลัก มองดูท้องฟ้ากว้างใหญ่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเ็าไร้อารมณ์ความรู้สึก ในใจของเขากำลังวางแผนการใหญ่ที่ยังคงเป็ความลับ...