เมื่อการสอบใหญ่ของวิทยาลัยค่อยๆเข้าสู่รอบคัดออกตัวเลขบนกำแพงผลึกขนาดมหึมาที่อยู่นอกเทือกเขาไป๋หลิงก็ยิ่งเปลี่ยนแปลงรวดเร็วยิ่งขึ้นแสดงให้เห็นถึงความดุเดือดของการแข่งขันที่เกิดขึ้นในตอนนี้
สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องไปที่กำแพงผลึกมีเสียงอุทานและคร่ำครวญดังขึ้นเป็นพักๆทุกคนต่างก็ให้ความสนใจกับผลการสอบของนักศึกษาจากวิทยาลัยของตน
ไช่เวยกับเหยียนหลิงชิงเองก็ให้ความสนใจกับคุณชายน้อยของตนเช่นกันเมื่อเห็นคะแนนของหลี่ลั่วเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงบนใบหน้าของพวกนางต่างก็เผยรอยยิ้มออกมา
“คุณชายน้อยก็ไม่เลวนี่”ไช่เวยโบกพัดขนนกยูงเบาๆ กล่าวด้วยรอยยิ้มหวาน
“ตอนนี้น่าจะยังไม่เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเมื่อการแข่งขันคัดออกดำเนินไปเรื่อยๆคนที่ยังอยู่รอดก็จะมีแต่พวกคู่ต่อสู้ที่ตรึงมือเมื่อถึงตอนนั้นเราถึงจะได้เห็นความสามารถที่แท้จริงของเขา”เหยียนหลิงชิงวิเคราะห์อย่างรอบคอบ
ไช่เวยพยักหน้าเล็กน้อยกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใสดุจดอกไม้ “แต่ข้าเชื่อว่าคุณชายน้อยต้องทำได้แน่นอน”
“มั่นใจขนาดนั้นเลย?”
“เพราะหน้าตาดีคือความถูกต้อง”ไช่เวยกล่าวอย่างจริงจัง
“เหลวไหล”เหยียนหลิงชิงยกมือขึ้นดันแว่นตาที่ทำจากเงินขึ้น ไม่สนใจไช่เวยอีกต่อไป
...
ภายในป่าทึบ
ติ๊ง!
พวกหลี่ลั่วสามคนรุมล้อมเหยื่อผู้โชคร้ายคนหนึ่งอยู่ท่ามกลางสายตาสิ้นหวังของคนผู้นั้นทั้งสามคนก็ได้แบ่งกันกวาดคะแนนของอีกฝ่ายไปจนหมดสิ้น จากนั้นก็จากไปอย่างไม่ไยดีปล่อยให้เหยื่อผู้โชคร้ายน้ำตานองหน้าอยู่ตรงนั้น
“คะแนนของพวกเรามีถึงหนึ่งพันห้าร้อยคะแนนแล้ว”
หลี่ลั่วมองไปที่แผ่นผลึกแก้วของแต่ละคนคะแนนหนึ่งพันห้าร้อยคะแนนนี้ เป็นผลงานจากความพยายามของพวกเขาตลอดทั้งช่วงเช้าโดยมีเจ้าปลาน้อยดวงซวยที่หลงมาติดเบ็ดเพราะความโลภอยู่หลายตัวเลยทีเดียว
“แต่ข้ารู้สึกว่ายิ่งตกยิ่งยากขึ้นเรื่อยๆแล้วนะ” จ้าวคั่วกล่าวด้วยความกังวล พวกเขาใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงเต็มๆถึงจะหลอกล่อเหยื่อผู้โชคร้ายคนนี้ติดกับได้
“เป็นเพราะชื่อเสียงในการตกปลาของพวกเรามันกระจายออกไปแล้ว”หลี่ลั่วกล่าว
การตกปลาในช่วงเช้านี้พวกเขาก็ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จเสมอไป บางครั้งก็เจอปลาที่ว่องไวมากความแข็งแกร่งก็ไม่ธรรมดา ทำให้มีปลาที่หลุดมือไปได้อยู่พอสมควรซึ่งพวกคนที่หนีไปได้ ก็ได้นำเรื่องที่พวกหลี่ลั่วกำลังตกปลาออกไปกระจายข่าวแล้ว
ดังนั้นนักศึกษาที่ยังอยู่ในบริเวณนี้ คงไม่ยอมติดกับง่ายๆ แน่
“การตกปลาตลอดเวลามันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วเมื่อคนถูกคัดออกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากพวกเราต้องการแย่งชิงคะแนนต่อจากนี้ก็คงต้องฝืนปะทะกันตรงๆ แล้ว” หลี่ลั่วไม่ได้กังวลกับเรื่องนี้แต่อย่างใดเพราะเดิมทีเขาก็ไม่ได้คิดจะตกปลาไปตลอดจริงๆ อยู่แล้ว
จ้าวคั่วกับอวี๋ล่างพยักหน้าเห็นด้วยเช่นกันพวกเขาก็เข้าใจเรื่องนี้ดี
ระหว่างที่ทั้งสามกำลังพูดคุยกันนั้นฝีเท้าของพวกเขาก็ไม่ได้หยุดลงแต่อย่างใดพวกเขายังคงก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยความระมัดระวังอย่างต่อเนื่องแต่เมื่อเดินไปเรื่อยๆ พวกเขาก็พบว่าในป่าทึบเริ่มมีหมอกบางๆ ลอยออกมา
และหมอกก็กำลังหนาขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย
หลี่ลั่วหยุดฝีเท้าลงขมวดคิ้วเล็กน้อยกล่าว “ไม่ชอบมาพากล รีบถอยกลับ”
จากนั้นทั้งสามคนก็หันหลังกลับมุ่งหน้าไปยังเส้นทางเดิมอย่างรวดเร็ว
หลังจากวิ่งไปได้ไม่กี่นาทีหลี่ลั่วก็หันหลังกลับไปมอง จากนั้นก็พบว่าอวี๋ล่างและจ้าวคั่วที่ตามหลังเขามานั้นไม่รู้ว่าหายไปตั้งแต่เมื่อไร
หลี่ลั่วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงมองหาในพุ่มไม้ใกล้ๆในที่สุดก็พบเห็นเห็ดสีเทาหลายดอกเป็นเห็ดเหล่านี้เองที่กำลังพ่นหมอกออกมาอย่างต่อเนื่อง
“นี่มันเห็ดหมอกวงกต”
หลี่ลั่วรู้สึกจนใจหมอกที่เห็ดหมอกวงกตพวกนี้พ่นออกมาสามารถทำให้การรับรู้ทิศทางผิดเพี้ยนได้เห็นได้ชัดว่าพวกเขาได้หลงเข้าไปในอาณาเขตของเห็ดหมอกวงกตโดยไม่รู้ตัว
ส่วนอวี๋ล่างกับจ้าวคั่วน่าจะเป็นเพราะหลงทิศตอนที่กำลังวิ่งถอยออกมาเมื่อครู่นี้สุดท้ายก็พลัดหลงกันทั้งหมด
“กลายเป็นปัญหาไปจริงๆแล้ว”
หลี่ลั่วยกเท้าขึ้นเหยียบเห็ดหมอกวงกตจนแหลกเป็นชิ้นๆถึงแม้ว่าหมอกนี้จะน่ารำคาญแต่ก็น่าจะมีเวลาจำกัดตราบใดที่เขารอให้หมอกจางลงก็น่าจะหาตัวสองคนนั้นเจอได้
ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งของม่านหมอก
จ้าวคั่วกับอวี๋ล่างที่เดินอยู่ด้วยกันพวกเขาก็พบว่าตัวเองพลัดหลงกับหลี่ลั่วไปแล้ว จากนั้นก็ทำหน้างงๆหันไปมองหน้ากันโดยไม่ได้นัดหมาย สุดท้ายก็ได้แต่เดินต่อไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง
หลังจากเดินไปได้ครู่หนึ่งพวกเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหน้า ทำให้รู้สึกดีใจขึ้นมาทันทีจ้าวคั่วลองเอ่ยปากเรียกออกไปหยั่งท่าที “พี่ลั่ว?”
เสียงฝีเท้าค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นก็มีเงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในสายตาของทั้งสองคนแต่เมื่อพวกเขามองเห็นอีกฝ่ายอย่างชัดเจนแล้วสีหน้าก็พลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพราะนั่นไม่ใช่หลี่ลั่วแต่เป็นคนที่พวกเขาเคยพบเจอมาก่อนหน้านี้
เป็นเหลียนจ้งจากวิทยาลัยตงยวนที่เคยพยายามจะแย่งชิงผลหน้าผีของพวกเขานั่นเอง!
ซึ่งตอนนี้เหลียนจ้งกำลังจ้องมองทั้งสองคนด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ไม่ได้เจอหลี่ลั่วแต่มาเจอลูกสมุนสองคนก่อนหรือ”
จ้าวคั่วกับอวี๋ล่างก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อยแยกกันหลบหนีทันที อีกฝ่ายยืนดักรออยู่ที่นี่ เห็นได้ชัดว่าเตรียมตัวมาก่อนแล้วซึ่งเป้าหมายของมันน่าจะเป็นหลี่ลั่ว
ทว่าทันทีที่พวกเขาก้าวเท้าออกไปก็เห็นเงาร่างอีกสองสายเดินออกมาจากทิศทางที่พวกเขากำลังจะหลบหนีไปพอดีปิดทางหนีของพวกเขาเอาไว้
อีกฝ่ายยังมีพวกอยู่อีกสี่คน
ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อมองไปที่แผ่นผลึกแก้วบนหน้าอกของพวกมันแล้ว ก็ล้วนเป็นคนของวิทยาลัยตงยวนด้วย
“สู้ตายโว๊ย!”นัยน์ตาจ้าวคั่วพลันระเบิดประกายอำมหิต
แต่อวี๋ล่างกลับยกมือขึ้นรีบกล่าวว่า “ยอมแพ้ ยอมแพ้ พวกเรายอมแพ้!”
เหลียนจ้งถึงกับผงะไปครู่หนึ่งมุมปากเผยรอยยิ้มเยาะเย้ย “คนของวิทยาลัยหนานเฟิงนี่ขี้ขลาดกันขนาดนี้เชียว?”
จ้าวคั่วแผดเสียงคำรามลั่น“อวี๋ล่าง เจ้าทำบ้าอะไร?! เจ้าคิดว่าพวกมันจะปล่อยเจ้าไปจริงๆงั้นหรือ?!”
“จ้าวคั่วพวกมันต้องการตัวหลี่ลั่ว ไม่ได้ต้องการตัวพวกเราสักหน่อย” อวี๋ล่างกล่าว
“มารดามันเถอะเจ้ามันขยะชัดๆ!”
จ้าวคั่วโกรธจนหน้าแดงก่ำชกออกไปหนึ่งหมัดอย่างหนักหน่วงทันที
อวี๋ล่างรีบหลบอย่างรวดเร็วสีหน้าก็ย่ำแย่ลงเล็กน้อย กล่าว “เจ้าทำเกินไปแล้วนะพวกเราไม่ใช่ลูกน้องของหลี่ลั่วจริงๆ สักหน่อย”
จากนั้นเขาก็หันไปมองเหลียนจ้งที่ทำท่าเหมือนกำลังดูละคร“พี่ชาย ปล่อยข้าไปเถอะ”
เหลียนจ้งยิ้มกล่าว“เมื่อครู่เจ้าบอกข้าว่าเจ้ากับหลี่ลั่วเป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายกันไม่ใช่หรือ?”
อวี๋ล่างกล่าวอย่างกระอักกระอ่วน“ล้อเล่นน่ะ เรื่องนั้นข้าแค่พูดไปตามน้ำเท่านั้น หากเจ้ายอมปล่อยข้าไปละก็ข้ายินดีช่วยเจ้าตามหาตัวหลี่ลั่วก่อนหน้านี้พวกเราได้แอบตกลงวิธีติดต่อแบบพิเศษเอาไว้แล้ว”
จ้าวคั่วโกรธจนตาแดงก่ำพุ่งเข้าใส่อวี๋ล่างอย่างบ้าคลั่ง หมายจะฆ่าให้ตายคามือแต่กลับถูกนักศึกษาของวิทยาลัยตงยวนอีกสองคนขวางเอาไว้
ดวงตาของเหลียนจ้งหรี่ลงเล็กน้อยจ้องมองอวี๋ล่าง “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเจ้าหรือ?”
อวี๋ล่างน้ำตาคลอเบ้ากล่าวว่า “หากเจ้าลองไปสืบดูก็จะรู้ว่าอันที่จริงระหว่างข้ากับหลี่ลั่วนั้นมีความแค้นต่อกันอย่างใหญ่หลวงในการสอบซ้อมของวิทยาลัยหนานเฟิงหลี่ลั่วใช้วิธีที่โหดเหี้ยมทำร้ายข้าจนบาดเจ็บสาหัส ต้องนอนติดเตียงนานหลายวันเลยจนป่านนี้แล้ว ทุกครั้งที่ฝนตก ร่างกายของข้าก็ยังคงปวดตุบๆ อยู่เลย”
“ก่อนหน้านี้ข้าเองก็โชคร้ายที่บังเอิญไปเจอกับพวกเขาสองคนเข้าเลยถูกบังคับให้ต้องร่วมกลุ่มด้วย”
นักศึกษาของวิทยาลัยตงยวนคนหนึ่งกระซิบข้างๆหูเหลียนจ้งว่า “ข้าเคยได้ยินเรื่องของอวี๋ล่างมาเหมือนกัน ขึ้นชื่อเรื่องความโลภยอมทำทุกอย่างเพื่อเงิน ในการสอบคัดเลือกของวิทยาลัยหนานเฟิงเมื่อครั้งก่อนถูกหลี่ลั่วอัดจนน่วมจริงๆ ข้าได้ยินเพื่อนที่เรียนอยู่วิทยาลัยหนานเฟิงเล่าให้ฟังว่าตอนนั้นหลี่ลั่วกระทืบมันจนเลือดอาบไปทั้งตัว น่าสงสารสุดๆ”
เหลียนจ้งขมวดคิ้วเล็กน้อยจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงของอวี๋ล่างดังขึ้นอีกครั้ง“อันที่จริงก่อนหน้านี้ข้าก็เคยบอกใบ้เจ้าไว้แล้วนะ”
“บอกใบ้อะไร?”
อวี๋ล่างเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์“ข้าให้เจ้าเพิ่มเงินไง… หากเจ้ายอมจ่ายเงินเพิ่มให้ข้าข้าก็จะยอมช่วยเหลือเจ้าไง”
เหลียนจ้งผงะไปครู่หนึ่งตอนนั้นอวี๋ล่างพูดแบบนี้ออกมาจริงๆ แต่เขาจะไปเชื่อได้อย่างไรแต่เมื่อลองคิดดูดีๆ แล้ว เมื่อรวมกับข่าวลือของอวี๋ล่างแล้วหรือนี่จะเป็นการบอกใบ้จริงๆ?
ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงละก็ไอ้หมอนี่มันก็ช่างไร้ยางอายจริงๆ
เหลียนจ้งกอดอกกล่าวอย่างไม่ใส่ใจว่า “หากเจ้าสามารถพาหลี่ลั่วมาได้จริงๆ ข้าจะปล่อยเจ้าไปก็ได้”
ไม่ว่าไอ้หมอนี่จะพูดจริงหรือไม่ขอแค่สามารถพาหลี่ลั่วมาหาเขาได้ก็พอ
อวี๋ล่างดีใจอย่างมากกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา!”
“จ้าวคั่วกับหลี่ลั่วสนิทกันมากพวกเราสามารถใช้เขาเป็นตัวประกันได้ รอพาหลี่ลั่วมาถึงแล้วค่อยใช้วิธีการข่มขู่ทำให้หลี่ลั่วไม่กล้าเคลื่อนไหว” จากนั้นเขาก็เสนอความคิดเห็นอย่างกระตือรือร้น
เมื่อได้ยินดังนั้นเหลียนจ้งก็จ้องมองอวี๋ล่างอยู่นานก่อนจะกล่าว “เจ้านี่ขายเพื่อนได้ช่ำชองเกินไปหน่อยไหม?”
อวี๋ล่างยิ้มเจื่อนออกมาอย่างกระอักกระอ่วน
“อวี๋ล่างเจ้าไม่ได้ตายดีแน่ เจ้าคอยดูเถอะ ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไว้เด็ดขาด!”จ้าวคั่วคำรามลั่นด้วยความโกรธแค้น
“มัดมันไว้ปิดปากมันด้วย” เหลียนจ้งโบกมือ
นักศึกษาของวิทยาลัยตงยวนสี่คนพุ่งเข้าไปมัดจ้าวคั่วเอาไว้ทันที
เหลียนจ้งเดินไปยืนข้างๆอวี๋ล่าง จากนั้นก็เอาดาบยาวเล่มหนึ่งมาจ่อที่คอของอวี๋ล่างพร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม“ตอนนี้เจ้ารีบใช้วิธีติดต่อเฉพาะของพวกเจ้า พาหลี่ลั่วมาให้ข้าได้แล้วละ”
“หากมันไม่มาพวกเจ้าก็จะถูกคัดออกทันที”
อวี๋ล่างตบหน้าอกด้วยสีหน้าจริงจัง
“พี่ชายวางใจเถอะหลี่ลั่วต้องติดกับแน่ ถ้าถึงตอนที่พวกเจ้าจับตัวมันไว้ได้แล้วอย่าลืมอัดหน้ามันแรงๆ ด้วยล่ะ ข้าเกลียดใบหน้าอันหล่อเหลาของมันมานานแล้ว!”
เมื่อได้ยินดังนั้นเหลียนจ้งก็ยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่หยาบกร้านธรรมดาๆ ของตัวเองครู่หนึ่งจากนั้นก็ไม่รู้ว่านึกถึงอะไรเข้านัยน์ตาจึงมีความโกรธแค้นและเกลียดชังทะลักออกมาทันที
เพราะเขาก็เกลียดพวกที่ใช้หน้าตาหากินแบบนี้ที่สุดเช่นกัน!
คำพูดของอวี๋ล่างมันแทงใจเขามากจริงๆ
ต่อสู้ยังแพ้ได้แต่พวกหน้าหล่อมันต้องตาย!
ยิ่งพวกที่หล่อถึงระดับหลี่ลั่วก็ยิ่งต้องตายอย่างทรมานด้วย!